Archive for สิงหาคม, 2007
ท่านเรียกประชุมในห้องน้ำหรือครับท่าน?
ข่าวล่ามาเร็วขึ้นหน้าหนึ่งได้สบายๆ เสียดายไม่ได้เกิดที่เมืองไทย วุฒิสมาชิกวัย 62 ท่านหนึ่งโดนจับได้ในห้องน้ำ เหตุเกิดที่สนามบินมินีอาโปลิศเดือนมิถุนายน “คุณลาร์รี่ เครก” ซึ่งมีหน้าที่การงานระดับสูงในรัฐสภามากว่า 20 ปี เข้าไปนั่งในห้องน้ำ แล้วก็เอาเท้าไปเขี่ยขาของชายอีกคนที่นั่งห้องข้างๆ ส่งสัญญาณว่าสนใจ ถ้าเป็นเท้าทั่วไปคงไม่เป็นเรื่อง แต่ดั้นเป็นของคนมีสี “คุณจ่าเดฟ การส์เนีย” เข้าจับกุมเลยทันที ตำรวจก็ควักบัตรขึ้นมาแสดงตัว ส่วนคุณลาร์รี่ก็ควักเหมือนกัน ควักบัตรวุฒิสมาชิกมาโชว์ แต่เรื่องก็ขึ้นศาลกันไปเรียบร้อย ตัดสินเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง ท่านวุฒิสมาชิกยอมรับผิด โดนปรับ 575 ดอลล่าร์ โดนภาคทัณฑ์หนึ่งปี และต้องทำงานเพื่อสาธารณะ 10 วัน เป็นข่าวใหญ่ที่วอชิงตันเลยสิครับ เพราะคุณปู่ลาร์รี่ เป็นที่รู้กันว่าแอนตี้เกย์สุดๆ มีประวัติโชกโชนโหวตไม่สนับสนุนสิทธิเกย์และเลสเบี้ยน แต่งงานแล้วอีกแนะ เป็นวุฒิสมาชิกสามสมัยจากรัฐไอดาโฮสังกัดพรรครีพับริกัน (แอนตี้สิทธิเกย์เหมือนกัน) และกำลังจะลงสมัครอีกสมัยหน้า ต้องเรียกว่า ความซวยของท่านแท้ๆ เพราะตำรวจคนนั้นเป็นนกต่อล่อซื้อ หลังจากได้รับร้องเรียนว่า เหล่าเกย์ (นิสัยไม่ดี) ชอบไปกุ๊กกิ๊กกันในห้องน้ำ
แต่ความจริง ท่านวุฒิสมาชิกคนนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน มีรายงานก่อนหน้าว่า ท่านนิยมใช้ห้องน้ำแทนห้องซาวน่า เมื่อปีที่แล้วคอลัมนิสต์คนหนึ่งอ้างว่าได้สัมภาษณ์ผู้ชายสามคนที่ยืนยันว่า เคยทำอะไรกับท่านวุฒิสมาชิกในห้องน้ำมาก่อน ทั้งสามคนให้การตรงกันว่า “รูปพรรณสัณฐาน” ของท่านเป็นยังไง ข่าวล่าสุดจากยูเอสเอ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานมากมาย คุณลาร์รี่ออกแถลงการณ์ในวันพฤหัสว่า “I’m not gay” ซะงั้น
ไล่ผมออกทำไม?
“คุณเจฟฟรี่ แชพพิโร” คงอยากจะร้องคำนั้นดังๆ เพราะสองสามเดือนที่แล้ว คุณเจฟทำงานในฝ่ายระดมทุนของกองทุนโรคเอดส์สองแห่งขององค์กรชายรักชายชื่อดังที่แอลเอกับซานฟรานฯ ในโครงการปั่นจักรยานทางไกล ตั้งแต่ร่วมงานมา ก็ได้ช่วยดึงเงินบริจาคสูงขึ้นจาก 8 ล้านมาเป็น 11 ล้าน แล้วจู่ๆ ก็โดนไล่ออกซะงั้น หัวหน้าของเขาไม่ได้บอกเหตุผลตรงๆ แต่บอกเป็นนัยๆ ว่า แม้คุณจะทำงานเก่ง ใครๆ ก็ชอบ แต่คุณ “คงไม่เหมาะ” กับงานตรงนี้ คุณเจฟรู้สึกถึงความอยุติธรรมและบอกว่า เขาถูก “เลือกปฏิบัติ” เพียงเพราะ “เขาไม่ได้เกย์” ? เลยไปฟ้องศาลขอเรียกร้องค่าเสียหาย รวมทั้งค่าเจ็บช้ำน้ำใจ พร้อมทั้งเรียกร้องอีกว่า หน่วยงานเกย์เลสเบี้ยนไม่ควรเลือกปฏิบัติแบบนี้กับใครอีก
โอ้ เฮนรี่…!
เพิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ยาวเหยียดของนายแบบคนดังรุ่นบุกเบิกของเมืองไทย “คุณเฮนรี่ ปรีชาพานิช” ในนิตยสาร Volume ตอนไปซื้อเป็นเล่มสุดท้ายพอดีเพราะเป็นฉบับสุดยอดนายแบบ (ปักษ์หลัง เดือนก.ค.) ต้องบอกว่า คุณเฮนรี่ครับ อยากจะให้มีคนอย่างคุณเยอะๆ จัง เขาพูดถึงตอนเป็นนายแบบแล้วมีคนถามว่า เป็นเกย์หรือเปล่า ก็คงต้องปฏิเสธไปตอนนั้น แต่ตอนนี้เขาเป็นตัวของตัวเองแล้ว พูดอย่างสบายใจว่า เขาเคยมีคนรักกี่คน และตอนนี้ใช้ชีวิตยังไง เสาร์นี้เที่ยงคืน รายการฮอตไลน์ ทางวิทยุจะสัมภาษณ์เขานะครับ ฟังได้ที่ FM95.75 หรือที่ www.nationradioonline.com หรือ www.metroemotion.com (เว็บใหม่ของผู้ชาย “Metro”) ถ้าฟังไม่ทัน ฟังย้อนหลังที่บล็อนี้ คลิก ฟังคลิปวิทยุ
10 comments 0 สิงหาคม 30, 2007
จูงมือกัน ไปดำน้ำที่ตรัง
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 25-26 ส.ค. 2007 เซคชั่น MetroLife จากนสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์ vitadam2002@yahoo.com

ปีหน้า 2551 ทะเลที่ตรังจะไม่ใช่แค่สีเขียวมรกตเท่านั้น แต่จะเปล่งประกายสายรุ้งแพรวพราวเพราะ ที่นั่นจะมีคู่บ่าว-บ่าว คู่สาว-สาวไปร่วมแสดงความรักในงาน “วิวาห์ใต้สมุทร” สุดอลังการ
งานสำคัญประจำปีของคนตรังในเดือนแห่งความรักนี้ ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records เรียบร้อยแล้วนะครับว่าเป็นงานวิวาห์ใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เท่าที่ผ่านมา กิจกรรมนี้มีแต่คู่ชาย-หญิงไปร่วมงาน ทั้งๆ ที่ผู้จัดได้ประกาศอย่างชัดเจนมาก่อนหน้าแล้วว่า ไม่มี “discrimination” แต่ก็แค่ประกาศไปงั้นๆ แหละ ยังไม่เคยทำอะไรที่จะแสดงให้เห็นว่า “ไม่ได้กีดกัน” แต่อย่างใด
แต่มาถึงพ.ศ. นี้ อะไรๆ ก็จะเปลี่ยนไป โลกไม่ได้หยุดหมุนแต่อย่างใด
ถ้าจังหวัดตรังและกลุ่ม “HappypeopleTour” ผู้ผลักดันโครงการนี้ทำได้สำเร็จ ผมคิดว่าประเทศเราน่าจะได้เห็นเม็ดเงินมหาศาลจากคู่รักเพศเดียวกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเกย์-เลสเบี้ยนที่เป็นชาวต่างชาติ แห่แหนกันมาเที่ยว และต้องตะลึงกับความสวยงามของตรัง และแน่นอนคงแวะไปที่อื่นๆ ในประเทศไทยด้วย
ในสายตาของเกย์ต่างชาติ พวกเขามักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เมืองไทยเป็นแดนสวรรค์ของเหล่าเกย์-เลสเบี้ยน (Thailand is a gay paradise.)
แล้วพวกเขาก็มักจะถามต่อว่า แล้วจริงหรือเปล่า?
ผมก็มักจะตอบไปว่า ก็จริงน่ะคุณ แต่ก็เป็นบางส่วนนะ เพราะจริงๆ แล้ว เมืองไทยเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทุกๆ คนอยู่แล้ว ทั้งเหล่ามนุษย์สีรุ้งก็ด้วยเหมือนกัน คนไทยต้อนรับหมด
แต่ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของมนุษย์สีรุ้งชาวไทยหรือไม่นั้น แต่ละคนคงต้องตอบกันเอาเอง
สามสี่ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกโดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐของหลายๆ ประเทศหันมาจับตลาดกลุ่มนี้อย่างจริงจังมากขึ้น การท่องเที่ยวไทยเราก็แสดงความสนใจอยู่ แต่ก็ยังจดๆ จ้องๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่า ตลาดนี้ใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน ข้อมูลจากหลายแหล่งยังย้ำด้วยว่า เหล่ามนุษย์สีรุ้งในบางประเทศมีอัตราค่าใช้จ่ายต่อหัว และระยะเวลาการพำนักยาวนานมากกว่าเหล่ามนุษย์รักต่างเพศอีกต่างหาก
คุณณัชชา วรธนวณิช นักธุรกิจหญิง และเป็นหญิงรักหญิงที่เปิดเผยตัวเล่าถึงที่มาที่ไปของงานวิวาห์ใต้สมุทรในปีหน้าว่า กลุ่ม HappyPeople Tour ของเธอต้องการร่วมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กลุ่มมนุษย์สีรุ้ง ผ่านการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และส่งเสริมภาคส่วนอื่นๆ อย่างเช่น ภาคการท่องเที่ยว
ด้วยพื้นเพเป็นคนจังหวัดตรังอยู่แล้ว เธอจึงไม่ลังเลที่จะทำอะไรเพื่อชาวตรัง แนวความคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวให้จังหวัดและส่งเสริมภาพลักษณ์ให้คนมนุษย์สีรุ้งเลยมาพบกันเมื่อราวต้นปีนี้นั่นเอง จากสายสัมพันธ์กับสมาคมการท่องเที่ยวของจังหวัด และประกอบกับธุรกิจส่วนตัวที่ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว เธอจึงนำความคิดนี้ไปเสนอให้สมาคมฯ สมาคมฯ ก็รับหน้าที่ไปปรึกษากับหอการค้าจังหวัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลกิจกรรมวิวาห์ใต้สมุทร
“พี่ณัช” เล่าว่า แรกๆ ก็กังวลใจเหมือนกัน เพราะเกรงว่าความคิดนี้จะไม่ผ่าน แต่แล้วการเจรจาและนำเสนอแผนก็ราบรื่นไปด้วยดี จนเกิดโครงการ “วิวาห์รักทะเลสีรุ้ง” ขึ้น ทางหอการค้ามีข้อแม้อยู่นิดหนึ่ง คู่รักที่จะมาร่วมงานต้องเป็นคู่รักที่รักกันมายาวนาน
“เขาต้องการให้งานวิวาห์ใต้สมุทรยังคงได้รับการกล่าวขานว่าเป็นงานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ อยากให้เมืองตรังเป็นดินแดนแห่งสันติภาพ และมิตรภาพ เราก็เห็นด้วยอยู่แล้วเรื่องนั้น จึงไม่น่าเป็นเงื่อนไขยากลำบากแต่อย่างใดที่จะร่วมงานนี้”
แล้วจะมีคู่รักเพศเดียวกันที่เป็นคนไทยไปร่วมงานนี้บ้างหรือเปล่า?
ความต้องการอยากมีคู่ครองน่ะครับ หลายๆ คนก็อยากทั้งนั้น ไม่งั้นคงไม่ควานหา “Mr. Right” กันหรอก (เอาน่ะ ถึงแม้ตอนนี้ เจอแต่ “Mr. Right Now” ก็อย่าเพิ่งท้อ)
ความจริง มีเกย์และเลสเบี้ยนที่อยู่เป็นคู่ก็เยอะนะครับ แล้วแต่ว่าจะเปิดเผยตัวกันแค่ไหน แต่เท่าที่สังเกต คู่รักคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะคู่ชาย-ชาย หรือคู่หญิง-หญิง มักเลือกที่จะอยู่อย่างเงียบเชียบทั้งนั้น เราก็เลยไม่เห็น พอไม่เห็น ก็เหมาเอาว่า ไม่มี แล้วก็ฟันธงกันไปว่า ไม่มีรักแท้
ยิ่งถ้าไปพูดเรื่อง จดทะเบียนแต่งงานกันด้วยแล้ว หลายๆ คนชองมองหน้าคนถาม
ผมจึงเชื่อมาตลอดว่า บางทีคนเราก็ต้องการที่จะเห็นตัวอย่างเหมือนกัน แต่เสียดายคนที่รักกัน ใช้ชีวิตเป็นคู่กัน ไม่ค่อยรู้สึกว่า ตัวเองสำคัญที่จะเป็นตัวอย่าง และช่วยคนอื่นได้
งานที่จะจัดขึ้นในปีหน้าในวันแห่งความรักนี้ คู่ไหนยังดำน้ำไม่เป็น ก็จะมีบริการสอนดำน้ำให้ ปกติงานจะจัดสามวัน แต่พี่ณัชบอกว่า สำหรับคู่รักเพศเดียวกัน HappyPeopleTour นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการเข้าร่วมงานวิวาห์ใต้สมุทรแล้ว ยังจัดงานปาร์ตี้พิเศษ และโปรแกรมท่องเที่ยวทะเลตรังเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ในราคาที่ไม่แพง
ตอนนี้ล่ะ ใครที่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟน ก็ไม่ต้องออกอาการขัดเขินเวลาได้รับคำถามจากพนักงานโรงแรมว่า จะพักคนละห้อง หรือจะพักห้องเดียวกัน? จะเอาเตียงเดี่ยว หรือจะเอาเตียงคู่?
“น้องหลิน” เพื่อนของผมคนหนึ่งเขียนไว้ในเว็บที่ชื่อว่า “สะพาน” (www.sapaan.org) เล่าว่า เวลาเธอไปเที่ยวกับแฟน เธอจะออกอาการประดักประเดิดเวลาเจอคำถามอย่างนั้น บางทีก็ปล่อยๆ ไป เวลาใดที่ได้สองเตียง ถึงเวลานอน ก็ค่อยเลือนเตียงนอนมาชิดกัน แต่ก็ต้องทนเจ็บหลังตรงรอยต่อเตียงสักหน่อย
ผมก็อยากจะบอกเธอว่า พี่ก็เคยเหมือนกัน ยิ่งเวลาโทรไปจองห้องพักแล้ว บอกสิ่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว แต่พอไปถึง ยังเจอเตียงสองเตียงอีก ก็ต้องขอเปลี่ยนล่ะครับ
คู่รักคู่ใดอยากร่วมงานวิวาห์ใต้สมุทร อยากดำน้ำไปจดทะเบียน (ไม่ใช่ทะเบียนแต่งงาน แต่เป็นทะเบียนแสดงหลักฐานว่า ได้ดำน้ำมาประกอบพิธีวิวาห์นะครับ ใบทะเบียนสมรสตัวจริงคงต้องต่อสู้กันต่อไป) หรือใครแค่อยากไปร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวหลังงานวิวาห์ใต้สมุทร ติดต่อเว็บนี้ได้เลย www.HappyPeopleTour.com ส่วนรายละเอียดงานวิวาห์ใต้สมุทร ดูได้ที่ “http://www.underwaterwedding.com” www.underwaterwedding.com
บางครั้งการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนในสังคม ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปเดินขบวน แค่ไปเที่ยวกัน
7 comments 0 สิงหาคม 26, 2007
เพื่อน…กูรักมึงว่ะ เข้า 13 ก.ย. นี้
เมื่อต้นเดือน พอดีได้มีโอกาสไปดูเวอร์ชั่นก่อนส่งเซ็นเซอร์ เป็นหนังที่ถ่ายภาพได้สวยมากๆ ส่วนเนื้อเรื่อง Casting, Acting, Direction และอื่นๆ นั้น ยังไม่แสดงความคิดเห็นนะ ไว้พวกเราไปดูกันก่อน แล้วมาแชร์กัน วันที่ไปดูก็ได้คุยกะคุณพี่พจน์หน่อยนึง ก็แสดงความคิดเห็นส่วนตัวไป หนังเรื่องนี้ถือว่า เป็นหนังเกย์ สำหรับตลาด mainstream เรื่องแรกของไทยก็ว่าได้ แต่จะเข้าไปนั่งในใจคนดูได้หรือไม่นั้น ไปพิสูจน์กันเองนะจ๊ะ

![]()
เทรนด์มาแรง ผู้ชายแต่งหน้า?
ไม่ว่าจะไปงาน ไปสมัครงาน หรือถ่ายภาพประทับใจ ผู้ชายเรียนรู้การแต่งหน้าได้ด้วยวิธีง่ายๆ ฟัง อ. สกล ศิตศิรัตน์ พูดคุยถึงเทรนด์แต่งหน้าของผู้ชาย Metro คลิก ฟังคลิปวิทยุ
เลิกแอบ เพราะเป็นเกย์ว่ายากแล้ว เลิกแอบ เพราะเป็นกะเทยยากยิ่งกว่า

คอลัมนิสต์กีฬาชื่อดังแห่ง ลอสแองเจอลิส ไทมส์ Mike Penner ต้องทนทุกข์ทรมานกับความลับที่บอกใครไปไม่ได้เกือบ 50 ปี ในที่สุด หลังจากต้องผ่าตัดหัวใจ เขาก็ตัดสินใจยอมรับความจริงของตัวเองว่า เขาไม่ได้เป็นผู้ชาย ข้างในนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งซ่อนอยู่ ก่อนไปผ่าตัด คุณไมค์เขียนบอกแฟนๆ คอลัมน์ของตัวเองว่า จะลาพักร้อนไปสักระยะหนึ่ง แต่พอกลับมาแล้ว “ผมจะเป็นคนใหม่ เหมือนได้เกิดใหม่”
คอลัมนิสต์คนนี้เก่งเรื่องอเมริกันฟุตบอล เรียกได้ว่า คอลัมน์ของเขา “must-read” ทุกครั้งที่มีการแข่งนัดสำคัญ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งทีมฟุตบอลอีกตะหากแล้วเขาก็ไปผ่าตัด พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป้น Christine Daniels สิ่งต่างๆ ในชีวิตกลับดีขึ้น เขาได้เป็นตัวของตัวเองแล้ว มีความสุขมากขึ้น ขนาดเพื่อนสนิทยังเห็นความเปลี่ยนแปลง ถ้ายังเป็น Mike อยู่ เขาคงไม่กล้าแสดงออก และมีความสุขได้เพียงนี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ Christine แต่งเนื้อแต่งตัวสวยเช้ง แล้วร้องเพลงของ Dina Rossเพื่อนของเขาบอกว่า ถ้าเป็น Mike คงไม่กล้าอย่างนี้หรอก ยินดีด้วยครับ Christine
ในที่สุด สวรรค์ก็ยุติธรรม หลังอยู่ด้วยกันมา 51 ปี!!!
คุณปู่ Marvin Burrows วัย 71 ฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องเงินบำนาญของคู่รัก แล้วก็ชนะ ใครอ่านแล้วคงยิ้มออกนะครับ เหมือนสวรรคมีตา คุณปู่คนนี้อยู่กับคู่รัก 51 ปี อย่างนี้ไม่น่าเรียกคู่รักแล้วเนอะ น่าจะเป็นคู่ชีวิตแล้วล่ะ ก่อนคุณปู่ William Swenor วัย 55 จะเสียชีวิตไป ก็สัญญาว่า เงินบำนาญที่ทำงานมากับบริษัทแห่งหนึ่งนานถึง 35 ปีน่ะ คุณปู่ Marvin จะได้ไปเนื้อๆ แต่แล้ว บริษัทก็เบี้ยว เลยต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน ต่อสู้คดีกันไป 2 ปี ในที่สุด ศาลก็สั่งให้จ่ายเงินแต่โดยดี ดูสิ ถ้าเป็นคู่สามีภรรยา คงไม่ต้องรอสองปีกว่าจะได้ตังค์
เคยได้ยิน National Coming Out Day มั๊ย
ที่เมืองมะกัน เขาจัดทุกปีนะครับ ในเดือนตุลาคม วันที่ 11 โดยเอ็นจีโอยักษ์ใหญ่ที่ชื่อว่า Human Rights Campaign ปีนี้เขาใช้ชื่อ Theme ว่า “Talk About It” ที่จัดขึ้นเพื่อให้คนเราหันมาพูดความจริงกัน ด้วยความรู้สึกที่ดีมอบให้กันและกัน และเป็นการสร้างตัวตนให้คนเห็น (visibility) ด้วยอีกตะหาก จากการสำรวจที่ผ่านมา ตอนนี้ 3 ใน 4 ของประชากรมะกัน (ราว 72%) บอกว่า รู้จักและรับรู้ว่า มีใครบางคนที่เป็นเกย์ หรือเลสเบี้ยน หรือมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นเกย์ หรือเลสเบี้ยน เทียบกับปี 1987 มีแค่ 11% มิน่า ถึงชอบพูดว่า เดี๋ยวนี้มีเกย์เยอะ แต่จริงๆ แล้ว มีเยอะอยู่แล้ว แต่ไม่ได้แสดงตัวน่ะ
Sexy Putin

ด้วยวัย 54 ประธานาธิบดี Vladimir Putin ยังหุ่นบึ้กใช้ได้ทีเดียว ข่าวนี้ ดังไปทั่วโลก พร้อมมีการตีความสารพัดว่า ภาพถ่ายหลายภาพในวันหยุดพักผ่อนของประธานาธิบดีรัสเซียท่านนี้ มีความหมายใด เหล่าชาวสีรุ้งก็ต้องคิดเหมือนกันหลายๆ คนมองแล้วบอกว่า ท่านกำลังบอกว่า ชาวรัสเซีย ควรเปิดใจกว้าง ยอมรับความแตกต่าง ดูสิ ท่านยังเซ็กซี่ได้ และที่ถ่ายภาพนี้น่ะ ไม่ใช่แค่ เอาใจสาวๆ แต่เหล่าเกย์คงสนใจท่านด้วยไม่น้อย ว่าไปนั่น … สือบางฉบับก็ลงภาพปูตินเทียบกับหนังเรื่อง Brokeback Mountain ซะเลย
Add comment 0 สิงหาคม 26, 2007
คืนหนึ่งกับพิธีกรเกย์ออนไลน์
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 18-19 ส.ค. 2007 เซคชั่น MetroLife จากนสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์
ใครจะเชื่อว่าประเทศจีนจะมีรายการทีวีเกี่ยวกับเกย์ เขาใช้ชื่อว่า “Tongxing Xianglian” หรือในภาษาอังกฤษคือ “Connecting Homosexuals” สื่อบางแห่งแปลว่า “Combining Homosexuals”
งั้นในภาษาไทย ผมว่าก็น่าจะใกล้ๆ กับคำว่า ‘โฮโมฯ สัมพันธ์’ จะได้มั๊ยครับ? แต่คิดอีกที ถ้าตั้งชื่อนี้ไป คงมีหลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “สัมพันธ์” แค่เรื่องเดียวแน่ๆ เลย
รายการนี้มีเนื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องความรู้สึกลึกๆ ส่วนตัว เรื่องครอบครัว สังคม วัฒนธรรม การเปิดเผยตัว เอช ไอ วี ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นการให้ข้อมูล และปรับทัศนคติ เพราะในประเทศจีน เรื่องเกย์ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจกันอย่างหนัก
ผู้ชมได้รับชมรายการนี้สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านทางเว็บไซต์ของ “สถานีฟีนิกซ์ทีวี” ซึ่งเป็นบริษัทจากฮ่องกง แต่ออกอากาศจากปักกิ่ง ความจริงรายการทีวีออนไลน์นี้เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมมาก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนจะเริ่มออกอากาศในเดือนเมษายนเสียอีก
สื่อยักษ์ใหญ่อย่างรอยเตอร์ และซีเอ็นเอ็น ต่างรายงานกันอย่างคึกคัก เพราะถือเป็นรายการเกย์รายการแรก มีพิธีกรที่เป็นเกย์ เรียกว่า ตื่นเต้นกันใหญ่ที่ทางการจีนอนุญาตให้ออกอากาศได้ แต่ทางผู้จัดก็บอกว่า ทางการติดตามตรวจสอบเนื้อหารายการอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
ผมก็พลอยตื่นเต้นและเอาใจช่วยไปกับเขาด้วยที่มีคนกล้าทำรายการแบบนี้ เรื่องนี้มาเป็นข่าวอีกครั้งหนึ่งก็เมื่อราวปลายเดือนกรกฎาคมหลังจากสถานีได้ออกอากาศ และอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงตอนที่ 12 เรียกว่าจบซีซันแรกพอดี
แต่หลังจากนี้แล้ว ไม่รู้จะเป็นยังไง
พอมีโอกาส ผมก็ตามเก็บข้อมูลจากข่าวต่างๆ เข้าเว็บไซต์ นั่งดูรายการย้อนหลังที่เป็นภาษาจีนที่ผมฟังไม่ออกสักคำ ได้เห็นหน้าพิธีกรคนเก่ง ดูรูปแบบรายการ แล้วผมก็เกิดความคิดว่า น่าจะสัมภาษณ์พิธีกรคนนี้ซักหน่อย ไม่ใช่เพราะเห็นเขาแล้วปิ๊งนะครับ แต่ถ้าคุณเกิดถูกชะตาละก้อหลังจากอ่านคอลัมน์นี้จบ บอกผมได้ ผมมีอีเมลของเขา
“Didier Zheng” (ดีดีเยอร์ เจิง) หนุ่มวัย 27 ปี ไปเล่าเรียนที่ฝรั่งเศส เลยใช้ชื่อต้นเป็นภาษาฝรั่งเศส เขาเคยทำงานให้กับหน่วยงานเอ็นจีโอด้านเกย์ ชอบสอนหนังสือให้เด็กๆ ครอบครัวเขารับรู้ตัวจริงของเขา โดยเฉพาะพี่ชายที่สนับสนุนเขาให้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุต่างๆ เหล่านี้ เขาเลยได้รับเลือกให้มาเป็นพิธีกรรายการนี้อย่างลอยลำ ไร้คู่แข่ง
Vitaya S. Bangkok: What time is it in Beijing? (ที่ปักกิ่ง กี่โมงแล้ว)
ผมเจอเขาออนไลน์พอดีในช่วงหัวค่ำของวันหนึ่ง
Didier_an : here’s 20:56 beijing time.
ผมขอให้เขาสะกดคำอ่านชื่อฝรั่งเศสให้หน่อย แต่เขาก็บอกว่า ไม่บอก ไว้เกิดเจอหน้ากัน face-to-face ถึงจะบอก น่ะ ขี้เล่นอีกต่างหาก ผมเลยบอกเขาว่า งั้นให้ผมจะเรียกเขาว่า DD ก็แล้วกัน
หลังจากแนะนำตัวว่าผมทำอะไรอยู่ และชื่นชมสิ่งที่เขาทำ ผมก็เริ่มบรรเลงยิงคำถามใส่เขาเป็นชุด เขาออกตัวก่อนว่า อาจจะพิมพ์ภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่น
Vitaya S. Bangkok: DD. Here is 19.56 in Bangkok. It’s still early. So I hope you are not a sleepy-time boy now. (ดีจังที่ได้เจอตัว งั้นตอนนี้ก็คงยังไม่เป็นหนูน้อยขี้เซานะครับ?)
Didier_an: no. i’d like to work till late. (ไม่ง่วง ผมชอบทำงานถึงดึก)
ผมบอกเขาว่า ผมอ่านข่าวเกี่ยวกับรายการของเขามาเยอะ ผมทราบมาว่า รายการนี้มีเขาเป็นพิธีกรอยู่คนเดียว และจะมีแขกรับเชิญมาพูดคุยในรายการ ตามข่าวที่ผมอ่าน แขกรับเชิญคนแรกของรายการเป็นหญิงรักหญิงชื่อดัง ยังแถมเป็นนักร้องและเจ้าของบาร์อีกต่างหาก
Vitya S. Bangkok: ตอนที่รายการออกอากาศแรกๆ ฟีดแบคเป็นยังไงบ้างครับ?
Didier_an: the first feedback: there were lots of international attention about us, very big international media outlets. The chinese people especially the new generation can accept it very easily and they like it very much. (มีสื่อต่างประเทศชื่อดังสนใจทำข่าวมากมาย จริงๆ ผู้ชมก็รับได้นะ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ไม่มีปัญหาอะไร พวกเขาชอบรายการแบบนี้มาก)
ผมบอกเขาว่า ผมอาจจะเคยเห็นวิดีโอคลิปของรายการที่ออกอากาศครั้งแรก แต่ผมเชื่อว่า เขาคงมีตอนที่สร้างความประทับใจมากที่สุดซักตอน
Didier_an: i really enjoyed one of the episodes called “Didier ’s life” We invited my students, my colleagues, and we called my brother to give their views about homosexuality (ผมชอบตอนที่ทำเกี่ยวกับชีวิตของผมเอง มีการเชิญนักเรียน เพื่อนร่วมงาน และพี่ชายของเขามาพูดเกี่ยวกับโฮโมเซ็กช่วล)
Vitaya S. Bangkok: ขอถามหน่อยสิครับ แล้วเด็กนักเรียนรู้ได้ยังไงว่า คุณเป็นเกย์?
Didier_an: they just wanted to know if i had a girlfriend or not. so i told them i had a boyfriend. they loved me very much and told the story (in the episode) about their reaction when they knew about me and they talked about their comprehension about gays. (พวกนักเรียนเกิดอยากรู้ว่า ผมมีแฟนหรือยัง ผมก็เลยบอกเขาว่า ผมมีแฟนแล้วเป็นผู้ชาย พวกนักเรียนรักผมมาก ในรายการ พวกเขาพูดถึงตอนที่ผมบอกเรื่องนี้ให้รู้ และก็บอกเรื่องความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับเกย์)
น่าทึ่งไหมล่ะครับ คุณผู้อ่าน ผมคิดว่า โรงเรียนหรือสถานที่ที่เขาสอนคงต้องใจกว้างมากๆ ที่มีครูเป็นเกย์และเปิดเผย ตรงไปตรงมา แล้วเขาก็ตรงไปตรงมาอีกโดยบอกผมว่า
Didier_an: but now i’m single. (แต่ตอนนี้ผมโสด)
Vitaya S. Bangkok: ถามหน่อยสิครับ แล้วตอนที่คุณจัดรายการทีวี โสดหรือยังมีแฟนอยู่?
Didier_an: at that time I was single already. (ตอนเริ่มจัด ก็โสดแล้ว)
Vitaya S. Bangkok: ผมว่านะ ต้องมีผู้ชมติดใจคุณเยอะแยะ แล้วก็อยากเป็นแฟนคุณแน่ๆ
อดกระเซ้าไม่ได้น่ะครับ แล้วเขาก็ตอบมาว่า ขอบคุณ ดูเหมือนเขาจะพิมพ์ตอบช้ามาก ผมเลยอนุมานเอาว่า เขาคงคุยกับคนอื่นๆ ใน MSN ไปพลางๆ ด้วย ผมเลยถามเขาว่า ตอนนี้เขาคุยกับหนุ่มหล่อๆ ใช่เปล่า?
Didier_an: no, it ’s a pity. there aren’t cute guys hi hi hi. (เปล่า ไม่มีใครหล่อน่ะ)
Vitaya S Bangkok: แย่จัง แต่ที่เมืองไทย มีหนุ่มหล่อเยอะนะ รับรองต้องมาชอบคุณแน่ๆ
Didier_an: ha ha. okay. i ‘ll try to go to Thailand and find a Mr. right, then have a marriage (โอเคเลย ผมจะพยายามไปเมืองไทย จะได้เจอคนที่ใช่ แล้วจะได้แต่งงานซะเลย)
ผมหัวเราะชอบใจกับสิ่งที่เขาเขียน ก่อนที่ผมจะพาเขาออกนอกเรื่องไปมากกว่านี้ ผมก็มีโอกาสถามเขาอีกสองสามเรื่องเกี่ยวกับตัวเขา และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาบอกว่า ที่เขาทำงานนี้ ก็เพราะอยากจะให้ข้อมูล สื่อสารให้คนเข้าใจเรื่องเกย์ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้เป็นเกย์ สังคมจะได้เข้าใจมากขึ้น มีเพื่อนของเขาอีกหลายคนที่ไม่ได้โชคดีเหมือนเขา
ตอนนี้เขากำลังเตรียมรายการสำหรับ Season 2 อยู่ และหวังว่าจะได้ออกอากาศ ตามรายงานข่าว ตั้งแต่ออกอากาศมาในเดือนเมษายน มีผู้ชมเข้าไปที่ www.phoenixtv.comแล้วคลิกดูรายการของเขาแล้วกว่า 16 ล้านคน
ก่อนเราจะ log off ผมถามเขาว่า เขามีอะไรจะบอกอีกมั๊ย เขาบอกว่า ถ้าจะเขียนเรื่องของเขา และต้องลงรูปด้วย ช่วยเลือกรูปที่เขาดูดีนะ
Didier_an: ps. if you put my pics on your page, please choose the beautiful photos, thanks
หมายเหตุ : ผมขอขอบคุณ “หนูหน่อย” ที่ช่วยค้นหาเว็บไซต์ของสถานีและหาอีเมล MSN ของเขาจากบล็อกภาษาจีนของเขา http://didier-zheng.blog.phoenixtv.com
บอกต่อกันไป : คอลัมน์เลิกแอบเสียที เตรียมรวมเล่มแล้วเป็นครั้งที่สาม จากสำนักพิมพ์มาร์ส ติดตามความคืบหน้าต่อไป
-end-
10 comments 0 สิงหาคม 18, 2007
“เลิกแอบเสียที ทำบุญ 9 วัด” เสาร์ที่ 1 ก.ย. นี้ พบกัน

ได้รับแรงเชียร์จากท่านผู้อ่านว่า อยากมีกิจกรรมดีๆ ร่วมกันอย่างเช่น ทำบุญ
ได้พบปะกันบ้าง ได้พูดคุย ได้พบเพื่อนใหม่ๆ พี่วิทยาเลยคิดโปรแกรมเล็กๆ
แบบอบอุ่นมานำเสนอ ดังนี้ครับ
เดินทางด้วยรถตู้วีไอพี จากกทม. ไปอยุธยา
เสาร์ที่ 1 ก.ย. ไปเช้าเย็นกลับ
รายละเอียดการเดินทาง
รถออกจาก Central ลาดพร้าว เวลา 06.00 am
รัับประทานอาหารเช้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ติ่มซำ ที่หน้าวัดใหญ่ชัยมงคล
เริ่มไหว้พระวัดแรกที่วัดใหญ่ชัยมงคล และเคารพบูชาองสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เดินทางต่อไปยัง วัดพนัญเชิง ซึ่งเป็นวัดที่ 2
เดินทางต่อไปยัง วัดมเหยงค์ ซึ่งเป็นวัดที่ 3
เดินทางต่อไปยัง วัดมเหยงค์ ซึ่งเป็นวัดที่ 4
เดินทางต่อไปยัง วัดสมณโกฐาราม ซึ่งเป็นวัดที่ 5
เดินทางต่อไปยัง หน้าพระเมรุ ซึ่งเป็นวัดที่ 6
เดินทางต่อไปยัง วัดมงคลบพิตร ซึ่งเป็นวัดที่ 5 รับประทานอาหารเที่ยงที่ตลาดหน้าวัด
เดินทางต่อไปยัง วัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งเป็นวัดที่ 7
เดินทางต่อไปยัง วัดกษัตราธิราช ซึ่งเป็นวัดที่ 8
เดินทางต่อไปยัง วัดท่าการ้อง ซื้อของที่ระลึก และบูชาเช่าพระ ซึ่งเป็นวัดที่ 9
ค่าใช้จ่าย 350 บาท ไม่รวมค่ารับประทานอาหาร
แต่รวมค่าธรรมเนียมการเข้าชมโบราณสถาน
จำนวนผู้ร่วมเดินทาง 10-14 คน
สอบถามเพิ่มเติมที่ vitadam2002@yahoo.com แล้วพบกันนะครับ
Add comment 0 สิงหาคม 18, 2007
40 กว่าๆ ยังแอ๊บ + ยังเวอร์…จิ้น!
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 11-12 ส.ค. 2007 เซคชั่น MetroLife จากนสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

ข้อมูลล่าสุดจากเมืองลุงแซมบอกว่า ยุคสมัยนี้ อายุเฉลี่ยของเกย์ที่ตัดสินใจเลิกแอบอยู่ที่ 13 ปี รายงานดังกล่าวมาจากมหาวิทยาลัย San Francisco State University และได้รับการตีพิมพ์อย่างครึกโครมในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายฉบับ
ไม่มีใครรู้ว่า อายุเฉลี่ยของเกย์-เลสเบี้ยนไทยที่เลิกแอบอยู่ที่เท่าไหร่ เดาคร่าวๆ ก็ไม่น่าจะเป็น 13 หรอกน่ะครับ เพราะเด็กไทยไม่ได้โตเร็ว และไม่ได้เผชิญโลกเร็วเหมือนเด็กอเมริกัน เราอยู่ในระบบครอบครัวอุปถัมภ์
แต่เท่าที่ผมสังเกตดู ในสมัยนี้ วัยรุ่นไทยในระดับมหาวิทยาลัยนี่แหละเปิดเผยกันให้พรึ่บ คำว่า เปิดเผยในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เที่ยวป่าวประกาศนะครับ แต่หมายถึง ไม่ได้ปิดบังอำพราง หรือสร้างภาพลวงตา และที่บอกว่า “เปิดกันให้พรึ่บ” ผมก็ไม่ได้หมายถึงกลุ่มที่นิยมแต่งหญิงนุ่งกระโปรงนะครับ เพราะเด็กที่เป็นกะเทย ส่วนใหญ่แล้วจะส่งสัญญาณ “ฉันเป็นฉัน” ตั้งแต่วัยเยาว์ พวกเขาเป็นที่รับรู้ว่ามีตัวตน ส่วนเด็กชายเกย์และเด็กหญิงเลสเบี้ยนนี่สิ ดูยาก เหมือนมนุษย์ล่องหน
ยิ่งคนเรามองไม่เห็นอะไรที่จับต้องได้ ก็มักจะฟันธงไปว่า คงไม่มีหรอกคนพวกนี้ ลองสังเกตสมาชิกในบ้าน ญาติ หรือเพื่อนข้างบ้านคุณหน่อยสิ ต้องมีอย่างน้อยคนหรือสองคนแน่ๆ
ผมเพิ่งได้คุยโทรศัพท์กับคนๆ หนึ่ง เลยคิดไปถึงรายงานข่าวข้างบนนี้ ถ้า “รักษ์” เกิดที่อเมริกา หรือเพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็คงไม่ทุกข์ใจแบบนี้ อย่างน้อยเขาก็น่าจะสบายใจกว่าที่เป็นอยู่ เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่เติบโตมาในยุคข่าวสารโบราณคร่ำครึที่ว่า เกย์เป็นตัวเชื้อโรค เกย์เป็นพวกวิปริต มันได้หล่อหลอมความคิดของเขาเหมือนใครๆ อีกหลายคนที่บอกว่า ยังเลิกแอบไม่ได้ นั่นแหละ
“ขอโทษครับ คุณวิทยา อายุเท่าไหร่ (ผมบอกไปคร่าวๆ) อ๋อ…อ่อนกว่าผม ตอนนี้ผมสี่สิบ… แล้วล่ะครับ (ผมขอบอกท่านผู้อ่านคร่าวๆ เหมือนกัน) ผมอยากจะปรึกษาเรื่องชีวิตผมน่ะครับ”
รักษ์เล่าว่า ถึงตอนนี้เขาจะอายุสี่สิบกว่าแล้ว เขาก็ไม่มีเพื่อนเป็นเกย์ ไม่มีใครเลยที่เขาจะไว้ใจได้เต็มๆ และบอกเล่าความรู้สึกลึกๆ ที่ฝังอยู่ในใจมานาน เขายังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน ไม่เคยไปอาบอบนวด ไม่เคยเที่ยวผู้หญิง ไม่เคย…ไม่เคย…ไม่เคย…
ผมเกือบจะถามเขาไปแล้วล่ะครับว่า “แล้วไม่เบื่อเหรอที่ต้องทำกิจกรรม ‘โลกสวยด้วยมือเรา’ ให้จบๆ ไป” เวลาต้องการ
เขาคงหัวเราะถ้าผมถามอย่างนั้นจริงๆ เพราะฟังจากเสียงแล้ว ดูเขาเป็นคนอารมณ์ดี สิ่งนี้กระมังทีทำให้เขาอยู่มาได้ โดยไม่อัดใจตายไปซะก่อน
“เพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกับผมก็แต่งกันไปหมดแล้ว เพื่อนบางคน ผมสงสัยว่าต้องเป็นเกย์เหมือนผม ก็ยังแต่งงาน ทำไมผมรู้น่ะเหรอ ก็ผมเคยได้ยินเค้ามีอะไรกันกับเพื่อนอีกคน (แน่ะ เป็นนักฟังที่ดี) ที่บ้านผมก็แต่งกันเกือบหมดแล้ว ผมก็เกือบจะแต่งงานแล้วนะครับ กับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง แต่คิดไปคิดมา ไม่ดีกว่า เหมือนโกหกกัน”
ผมนึกถึงคนอื่นๆ อีกหลายๆ คนที่มักจะบอกว่า ไม่กล้าพูดความจริงของตัวเองออกไป เพราะกลัวถูกปฏิเสธ กลัวถูกดูหมิ่น กลัวเพื่อนรับไม่ได้ กลัวทำให้คนข้างเคียงเสียใจ พวกเขาบางคนกลับมองว่า การที่อดทนเก็บความลับไว้กับตัวเองนั้น เป็นสิ่งที่แสดงความกล้าหาญ อดทน และเสียสละอย่างหนึ่ง
แต่ผมว่า มันคนเรื่องกันเลย
กรณีของรักษ์ คงไม่ได้แปลกพิสดาร แต่ผมก็อดเอากลับมาคิดไม่ได้ ก่อนหน้านี้ เวลามีคนมาถามว่า อยากจะเลิกแอบ แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ และคิดว่าอยากจะรอให้พ่อแม่ลาจากโลกนี้ไปก่อน ถึงจะบอกใครๆ ได้
ผมฟังแล้วก็รู้สึกเข้าใจและเห็นใจนะครับ ผมก็เคยคิดอย่างนั้น แต่ก็อดอยากจะรู้ต่อไปไม่ได้ว่า หากถึงเวลานั้นจริงๆ เวลาที่บุพการีบ๊ายบายลาจากโลกนี้ไปแล้ว พวกเขาจะยังมี “พลังงาน” อะไรเหลืออยู่อีกที่จะ “เลิกแอบ” ผมไม่กล้าจะนึกเลยต่อไปว่า หากคุณพ่อคุณแม่อายุยืนสักร้อยปีล่ะ?
ผมคิดในอีกมุมหนึ่ง คงมีบุพการีอีกหลายๆ คนที่ไม่รู้ความจริงเลยว่า ลูกชายตัวเองเป็นเกย์ จนกระทั่งจากกันไป มันน่าเศร้ามากกว่า เพราะอะไร? ผมคิดว่า เรื่องนี้ต้องพูดกันบ่อยๆ ครับว่า การพูดความจริงกับคนที่เรารักสุดหัวใจน่ะ คือการมอบความไว้วางใจและบอกเขาว่า เรารักเขาแค่ไหน เราถึงไม่มี “อะไร” ในโลกต้องปิดบังเขาอีกแล้ว
“ไม่ใช่เป็นการโยนภาระ หรือทำให้เขาไม่สบายใจ” ลองมองอะไรใหม่ๆ นะครับ
สำหรับรักษ์ พ่อแม่ของเขาจากไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังไม่กล้าจะบอกใครๆ ในครอบครัวซักทีว่า เขาเป็นใคร เขายังคงปล่อยให้มันเป็นคำถามคาใจพี่ชาย พี่สาว น้องสาว น้องชายของเขาอยู่ ไม่มีใครรู้หรอกว่า ภายใจในของหนุ่มโสดคนนี้ มันร้อนรุ่มแค่ไหน เพียงแค่อยากจะบอกใครสักคน อยากมีเพื่อนสักคน
ผมดีใจนะครับ ที่รักษ์เลือกผมเพื่อระบายความจริงเกี่ยวกับชีวิตเขา แม้กระทั่งยอมรับกับผมว่า เขายังเวอร์จิ้นอยู่แม้จะสี่สิบกว่าแล้ว เขาไม่รู้สึกอายที่บอกผมอย่างนั้น เขาไม่รู้สึกอายที่บอกผมว่า อยากจะกอดใครซักคนในชีวิต
ผมกลายเป็นคนที่ล่วงรู้ความลับของใครๆ หลายๆ คน แต่ผมเป็นแค่เพื่อน เป็นแค่คนรู้จักทางหน้ากระดาษ บนเว็บ ฯลฯ ส่วนใหญ่ ผมก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้อ่าน ผมรู้สึกดีใจนะครับที่ทำงานตรงนี้ แต่ผมคิดว่า คนที่จะดีใจมากกว่าหลายร้อยเท่า น่าจะเป็นคนในครอบครัวของเขามากกว่า
ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่แล้วครับ (ผมไม่กล้าถามหรอกว่า คุณยังเวอร์จิ้นอยู่หรือเปล่า เว้นแต่คุณอยากจะบอกเอง) เอาเป็นว่า วันแม่เวียนมาอีกแล้ว ปีนี้ จะมีใครบอกแม่บ้างมั๊ย แล้วมาเล่าให้ผมฟังน่ะ?
-end-
12 comments 0 สิงหาคม 12, 2007
ยินดีต้อนรับสู่บล็อคใหม่ สัปดาห์ที่สอง!
บล็อคนี้สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนานของผู้เขียน มีทั้งสาระและไร้สาระ
ไม่ต้องใช้วิจารญาณในการรับชม แต่หากเป็นตัวของตัวเอง และมองโลก
จากหลากหลายจากมุมมองที่ต่างกัน ก็จะช่วยให้โลกนี้สวยงามและยิ้มได้
คลิกฟังคลิปวิทยุ ฟังรายการฮอตไลน์ที่จัดอยู่ทุกวันเสาร์ สนุกสนาน เฮฮา
บ้าๆ บ้างบางครั้ง
……………………………………………………………………..
พลาดไม่ได้ 18 ส.ค. วัน Gay Day ที่ House Theatre
วันนี้เค้าจัดให้เหล่ามนุษย์สีรุ้งได้เต็มอิ่มกับหนังเกย์และเลสเบี้ยนสองโรง ทั้งวัน!
ใครที่พลาดเรื่องไหน มาทีเดียวเก็บตกหมดสต็อค 12.00 Bear Club, 14.00
Mysterious Skin, 16.00 You, I Love, 17.45 Formula 17, 19.45
Eternal Summer, 22.00 Party Monster ส่วนหนังเลสฯ ก็มี
13.00 Blue, 15.15 A Soap (ที่จริงเป็นหนังกะเทยนะ), 17.30
Spider Lilies, 19.15 Clean, 21.45 My Summer of Love
(Trailer Eternal Summer)
เรื่องที่ยังไม่เคยฉายคือ Eternal Summer จากไต้หวัน เป็นเรื่องราว
ของเพื่อนสนิทสามคน สองหนุ่ม หนึ่งหญิง (นักแสดงหญิงคนนี้ หน้าตาเอ๋อมากๆ
แต่เล่นเก่งสุดๆ) ต่างต้องถามตัวเองว่า ต้องการอะไรกันแน่ ฉาก Love Scene
สุดยอด แบบว่า คนดูไม่ทันตั้งตัว เพราะรอลุ้นอยู่นาน! งานนี้เค้าไม่ให้จอง
บัตรล่วงหน้านะ ต้องไปซื้อก่อนหนังฉาย รายละเอียดที่ Houserama.com
ไม่ควรพลาด เทศกาลฉลอง 3 ปี House ตั๋วแสนถูก เรื่องละ 50 บาท
หรือจะซื้อตั๋ววัน ดูได้ทั้งวัน 180 บาทเอง
……………………………………………………………………..
ใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่ ใช่! นักร้องหนุ่มหล่อมาดเข้ม Anthony Callea จาก
งานประกวดร้องเพลง Australian Idol ก็เลิกแอบแล้วเรียบร้อย
ไม่ได้ตั้งใจจะเลิกหรอก แต่มีนักข่าววิทยุคนหนึ่งดั้นพูดออกอากาศพาดพิง แบบว่าไม่ได้ตั้งใจว่าแอนโทนี คอลเลียน่ะ เป็นแฟนเพื่อนของฉันเอง ย้ำ เพื่อนเค้าคนนั้นเป็นผู้ชายและแล้วนักข่าวต่างๆ ก็แห่ไปถามแอนโทนี ซึ่งตอนนี้ ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ก็เลยเล่นตามน้ำและบอกอีกว่า ก็รู้สึกหมดกังวลเรื่องที่ต้องปกปิดมานานแสนนานตอนยังแอบอยู่น่ะเจอคำถามว่าเป็นเกย์มากมาย เค้าจะไม่สบายใจทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ มีครั้งหนึ่งโดนถามบ่อย จนต้องยอมโกหกหน้าตาย (ด้าน ) ไปเลยว่า ผมไม่ใช่เกย์ อ้ะ…นักแสดงไทยคนไหนจะแอบต่อไป ก็โปรดอย่าพูดอะไรมัดตัวไว้นะจ๊ะ โดยเฉพาะที่ชอบควงหญิงกลบข่าวน่ะ ก็ขอให้ตลอดรอดฝั่ง

(หน้าหวานขนาดนี้ แต่ขอโทษ ตอนออกอัลบั้ม เปลี่ยนลุคใหม่ เป็นมาดเข้มได้ละกัน ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน หนุ่มคนนี้ เสียงดี เพลงเพราะ)
“Addicted to Love”
……………………………………………………………………..
คลิก “ฟังคลิปวิทยุ” พบกับบทสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยแง่คิดในการเขียนนิยายสักเล่มหนึ่ง จากนั้นฟังเปิดใจเจ้าของซาว์น่า “ผู้ใหญ่รักเด็ก เด็กรักผู้ใหญ่” ชึีวิตของชายเกย์ที่ต้องแต่งงานไป เป็นอย่างไร เขามาพบกันตอนไหน
1 comment 0 สิงหาคม 12, 2007
สวัสดี สัปดาห์แรก!
………………………………………………………………………………………………………
คู่รักนักร้อง Jason & deMarco อัลบั้มใหม่และชีวิตเค้าบนแผ่นฟิล์ม

เคยเขียนแนะนำนักร้องคู่รักคู่นี้ไปแล้วหนหนึ่ง แต่จำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไหร่ ตอนนั้นเขาทั้งสองก็ดังแล้วนะครับแต่ตอนนี้รู้สึกจะดังขึ้นกว่าเดิมมาก มันไม่ง่ายหรอกที่จะทำงานด้วยกัน เจอหน้ากัน 24 ชั่วโมง ไปตระเวณเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต แต่ทั้งสองก็ทำให้เห็นแล้วว่าทำได้ ยังไม่ได้ฟังเพลงใหม่ จากอัลบั้มใหม่ของเขาเต็มๆ แต่จะลองฟังดู แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะ ตอนนี้ดู Trailer หนังสารคดีของเขาที่คนทำหนังคนหนึ่งติดตามเขาไปเป็นเวลาสองปี แล้วทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา “We are all angles” ได้ฉายในเทศกาลหนังเกย์ และเลสเบี้ยนในปีนี้และดูเหมือนเกย์อเมริกันจะชื่นชอบมากๆ
http://www.myspace.com/jasonanddemarco
………………………………………………………………………………………………………
สัมมนาวิชาการ น่าสนใจ : เศรษฐศาสตร์การเมืองเรื่องเพศ (Political Economy of Gender) 16 – 17 สิงหาคม 2550 ห้อง 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. รายละเอียดคลิก
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=82979
………………………………………………………………………………………………………
6 comments 0 สิงหาคม 4, 2007


