Archive for ตุลาคม, 2007

พฤติกรรมผู้ซื้อ ความรู้สึกผู้ขาย

reader.jpg
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 27-28 ต.ค. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

ไม่ได้คาดคิดมาก่อนล่ะครับว่า ปีนี้จะได้ “ออกบูธ” กะเค้าด้วย ผู้คนที่ไปงานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์เลยได้พบเห็นบูธหน้าใหม่ “ไซเบอร์ฟิช มีเดีย” และเห็นหนังสือเกี่ยวกับชายรักชาย หญิงรักหญิง รวมถึงหนังสือที่ผู้หญิงเขียนถึงความรักของผู้ชายละลานตาเต็มบูธไปหมด

“มีอย่างนี้ด้วยเหรอ?” เสียงคุณน้าผู้หญิงคนหนึ่งหันไปพูดกับคุณน้าผู้ชายที่เดินมาด้วยกัน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ผมเห็นคุณน้าผู้ชายก็ทำหน้าฉงนไม่แพ้กัน ทั้งสองหยุดดู กวาดสายตาไปตามหนังสือต่างๆ ทั้งซีดี วีซีดี และอื่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะที่คลุมด้วยผ้าปูโต๊ะสีชมพูสด มองไปทางด้านหลังบูธ ก็จะเห็นป้ายสีขาวขนาดใหญ่ มีตัวหนังสือบ่งบอกว่า เราคือกลุ่มเครือข่าย LGBT (lesbian, gay, bisexual, and transgender) หรือกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ

บางคนเห็นแล้ว ก็เดินงงๆ จากไป บางคนก็มอง แล้วยิ้มๆ

หญิงคู่หนึ่งในวัยทำงาน กำลังเดินผ่านเราไป ฝ่ายหนึ่งหยุดกึ้ก หันมาดู จึงทำให้อีกฝ่ายหยุดดูด้วยเช่นกัน สองคนมองมาที่บรรดาชื่อหนังสือต่างๆ ที่เรามีอยู่ แล้วคงสะดุดไปที่ “สามีฉันเป็นเกย์”? พวกเธอหัวเราะกิ๊กกั๊กขบขัน ชี้ชวนให้กันและกันดู อาการเช่นเดียวกันนี้เกิดกับกลุ่มเด็กผู้ชายที่มากันสองคน หรือสามคนบ้างเป็นบางครั้ง พวกเขาหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เว้นแต่ผู้ใหญ่บางคนที่ชักสีหน้า และมอบแววตาแปลกๆ มาใส่เรา

“พี่ ผมเบื่อจัง มีคนหัวเราะ มีคนทำหน้าอย่างนี้อีกแล้ว อยากจะตะโกนใส่หน้าจังว่า ไม่เคยหนังสือเกย์กะเลสเบี้ยนบ้างหรือไง” น้องผู้ช่วยผมพูดกระแทกกระทั้น รายนี้เป็นคนโผงผางตามนิสัย

ผมกับน้องคนอื่นๆ ที่มาช่วยกันออกร้านมักจะส่งยิ้มให้ผู้คนต่อไป ทำตัวเป็นปกติเหมือนที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้รับสายตาตั้งคำถาม และสายตาแปลกๆ เราจะร้องทักทาย และเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาเลือกชมหนังสือเหมือนกับที่บูธอื่นๆ ทำ แบบว่า… ฉันมาแล้ว นายเจอฉันแล้ว ว่าไง?

แต่จริงๆ บางครั้ง เรากำลังสงสัยว่า ลึกๆ แล้ว เรารู้สึก “เจียมตัว” หรือเรารู้สึกว่า “แตกต่าง” จากชาวบ้านเขากันแน่? เมื่อมาอยู่ในงานลักษณะนี้ งานที่มีประชาชนมากมาย หลากหลายความคิด หลากหลายทัศนคติ มันไม่เหมือนไปวิวากับบรรดาคนใจแคบ และเกลียดเกย์บนเว็บ ตอนนี้เราเจอหน้ากันจริงๆ เห็นตัวเป็นๆ ใครล่ะจะเข้มแข็งกว่ากัน?

ในบริเวณนั้น (โซนซี 1) บูธทางด้านซ้ายมือเป็นบูธหนังสือทั่วไป มีทั้งหนังสือสอนทำกับข้าว หนังสือตำราต่างๆ บูธฝั่งตรงข้ามเน้นแบบเรียนนักเรียน อุปกรณ์การศึกษา และเกมส์สำหรับนักเรียน ส่วนบูธทางด้านขวานั้นเป็นหนังสือธรรมะ

วันแรกๆ ผมรับรู้ถึงความสงบร่มเย็น-ยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ใจส่วนหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่า บูธเพื่อนบ้านของเรามองพวกเรายังไง แต่คงเป็นเพราะต่างคนต่างยุ่งกับการเตรียมร้านที่วุ่นวายตั้งแต่วันแรก เลยแทบจะไม่มีโอกาสทักทายกัน แต่ผมสังเกตเห็นว่า มีพนักงานหญิงในร้านฝั่งตรงข้ามบางคนชอบส่งยิ้มมาให้พวกเราบ่อยๆ

เพื่อนบางคนของผมที่แวะมาหา พอเห็นเพื่อนบ้านของเราทั้งสามด้านก็อดถามไม่ได้ว่า ทำไมบูธของเราถึงมาอยู่ในแถวนี้ได้ ใครเลือกโลเกชั่น (ฟะ?)

เขาใช้วิธีจับสลาก ผมตอบไป

แล้วใครเป็นคนจับ?

จะเป็นใครไปได้ล่ะครับ ก็ตูเองแหละ บางที ผมก็นึกโทษตัวเองนิดๆ นะที่ “มือไม่ดี” จับสลากได้บูธในตำแหน่งนี้ แต่เดี๋ยวก่อนสิครับท่าน! ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับสลากมาอยู่ตรงนี้เองนี่นา ลองคิดดูสิ บูธอื่นๆ ก็เหมือนๆ กัน เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะจับสลาก เพื่อมาอยู่ข้างๆ เราเหมือนกัน

วันต่อๆ มา พวกเราในบูธเริ่ม “ชิน” มากขึ้นกับสายตาและคำถามแปลกๆ บางครั้งก็มีคนตรงเข้ามาถามเลยถึงที่ ผมรู้สึกดีใจที่มีคนสนใจ มีคนมาถามเกี่ยวกับหนังสือที่เรานำเสนอ บางท่านก็ชวนพูดคุย และถามต่อไปอีกเรื่องเกย์และเลสเบี้ยนในสังคมไทยในหัวข้อที่หลากหลาย

คุณแม่คนหนึ่งบ่นๆ ว่า กะเทยหรือเกย์ที่ดูสาวๆ ยังพอดูออก แต่เกย์ที่เหมือนผู้ชายดูไม่ออก กลัวจะมาหลอกลูกสาว เห็นหลอกไปแต่งงานบ่อยๆ แล้วคุณแม่ก็หัวเราะเบาๆ

ผมมองไปที่น้องสาวคนสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอแต่ตัวเหมือนทอมบอย เธอกำลังเลือกซื้อหนังสือสารพัดในร้านของเราอย่างเพลิดเพลิน

“แม่…งบหมด ขอตังค์หน่อย เดี๋ยวไม่ได้มาอีก”

คุณก็แม่ควักเงินให้ ตอนซื้อเสร็จสรรพ คุณแม่กับคุณลูกกำลังจะเดินจากไป คุณแม่อารมณ์ดีถามคุณลูกว่า ตกลง จะเป็นอะไรกันแน่เนี่ยเรา?

ผมได้ยินเสียงแว่วๆ จากคุณลูกตอบว่า “เดี๋ยวก็รู้ แม่”

ถึงแม้บางคนจะไม่ได้ซื้อหา แต่เขาก็แสดงความสนใจ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ดีกว่าผู้คนที่เดินไปเดินมาแล้วส่งสายตา “ไม่สบอารมณ์” ที่เห็นพวกเรา คนเรา ถ้าไม่เข้าใจ ทำไมไม่ถามนะ?

จะว่าไปแล้ว ผู้คนที่มองเราแบบแปลกๆ มีจำนวนน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับผู้คนที่มองเราแล้วเฉยๆ และไม่ได้แสดงอาการอะไร มีคู่หญิงรักหญิงหลายคนเลยทีเดียวที่แวะมาหาเรา และซื้อหนังสือของ กลุ่ม “สะพาน” และของสำนักพิมพ์ที่มุ่งมั่นผลิตงานดีๆ เพื่อหญิงรักหญิงอย่าง “สำนักพิมพ์เล็ก-เล็ก” ไปหลายเล่ม

หนุ่มหลายคนโผเข้ามาแล้วแสดงอาการดีใจที่เห็นหนังสือที่เขามองหาอยู่ เขาบอกเราว่า ตามหาตั้งนานเล่มนี้ บางคนยังแสดงอาการขัดเขินบ้าง แต่ที่เห็นบ่อยๆ ก็คือ อาการ “ไม่พูด ไม่จา” พวกเขาจะรีบมองหาหนังสือ เปิดๆ อ่าน แล้วก็รีบๆ ซื้อ แล้วก็รีบๆ เดินจากไป เหมือนคนในเครื่องแบบคนหนึ่งที่มาซื้อเล่มหนึ่งแล้ว รีบจากไป (ไม่ทันได้ขอเบอร์เลย)

พอผมเจอกรณีนี้เอง ผมจะบอกไล่หลังเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพสุดๆ ว่า ไว้แวะมาใหม่นะครับ

แต่จริงๆ แล้วผมอยากจะบอกเขาจากใจเลยว่า น้องครับ พี่ก็เกย์เหมือนกัน เราเป็นพวกเดียวกันนะครับ เรามีมากมาย ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอาย เราไม่ได้ทำอะไรผิด และนี่เป็นโลกยุคใหม่แล้ว

เราทั้งหลายคงถูกกำหนดให้มาอยู่ในที่เดียวกันเองโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ ก็ต้องอยู่กันต่อไปตรงนี้ ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่ใช่เหรอ? ผมอยากให้บูธเราไปอยู่ที่สีลมจัง แต่ชีวิตเรา ไม่ได้อยู่ที่สีลมตลอดเวลานี่นะ ก็เหมือนในแต่ละวัน เกย์และเลสเบี้ยน ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก เราอยู่ร่วมกันคนอื่น ๆ ที่เขาก็มีความหลากหลายทางความคิดเหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับว่า ใครกันแน่ที่สามารถมองทะลุ “เห็นแก่นแท้” ผ่านอคติในใจตน

วันต่อๆ มา หลังจากที่น้องคนหนึ่งในบูธ ติดป้ายไว้บนหนังสือเรื่อง สามีฉันเป็นเกย์ ว่า “เรื่องจริง ที่ผู้หญิงควรรู้” เขาบอกผมว่า ดีใจจังเลยพี่ คนที่หัวเราะๆ เขาไม่หัวเราะๆ แล้ว

แชะ! แชะ! เกรียวกราวกันอีกครั้ง เมื่อแม่มดสาวตัวจริง เจ. เค. โรลลิ่ง เปิดเผยอย่างสบายอารมณ์ว่า ตัวละครสำคัญ-อาจารย์ใหญ่แห่งสำนักเวทมนตร์ “”อัลบัส ดัมเบิลดอร์” ในหนังสือแฮรี่ พ็อตเตอร์เป็นเกย์ และเคยมีคนรัก ทั้งยังเคยเจ็บช้ำจากรักอีกด้วย ขณะที่ผู้อ่านและแฟนๆ ในนิวยอร์คที่ฟังเธอเฉลยต่างปรบมือ เป่าปากกันใหญ่ ผู้อ่านชาวไทยหลายๆ คนโดยเฉพาะในกระทู้ใหญ่ๆ อย่างพันทิปดอทคอมก็แสดงอาการโมโหโกรธาไม่น้อยราวกับตัวละครเกย์ตัวหนึ่งจะส่งเวทมนต์มาทำให้คนอ่านอยากเป็นเกย์ขึ้นมางั้นแหล่ะ? เจ. เค ยังบอกต่อไปว่า เธอรู้ดีว่า หนังสือของเธอไม่ได้ทำให้ทุกคนพอใจหรอก อ้ะนะ เหล่าเกย์ทั้งหลายครับ…โปรดจำไว้ สิ่งที่เราเป็นไม่ได้ทำให้ทุกคนพอใจเช่นกัน แต่มันเป็นสิ่งที่เราเป็น แชะ! แชะ!
-end-

16 comments 0 ตุลาคม 30, 2007

อย่าพลาด “BOYFRIEND” แฟนผมเป็นผู้ชาย การ์ตูนไทยอินดี้หัวใจสีรุ้ง!

showimgmov.jpg
ยังไม่ได้มีโอกาสไปติดตามชมเลยล่ะครับ แต่มาแนะนำกันไว้ก่อน ใครไปดูแล้ว มาเล่าให้ฟังด้วยล่ะ ข้างล่างนี้เป็นรายละเอียดจากน้องบีที่ช่วยรวบรวมและส่งมาให้อย่างเรียบร้อย นำมาเผยแพร่ทั่วกัน
ฝากผลงานคนตั้งใจทำงาน และผลิตงานดีๆ ให้กับวงการอีกคนละกัน

ฉายแค่ 8 รอบเท่านั้น รายละเอียดและรอบฉายมาให้แล้วนะคะ แนะนำให้ไปดู เพราะต้นฉบับการ์ตูน 4 ช่องที่พี่โน๊ตเคยเอาลงพันทิพเรตติ้งดีมาก ขึ้นกระทู้แนะนำทุกตอนเลย

BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย
ครั้งแรกของภาพยนตร์การ์ตูนไทยอินดี้เต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์
ซึ่งจะเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ house RCA แบบจำกัด เพียง 8 รอบเท่านั้น พลาดแล้วจะเสียใจ!!!

เรื่องย่อ
“เต้ย” เด็กหนุ่มจากเชียงใหม่ ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯตามลำพัง เขาได้รู้จักกับเด็กหนุ่มเกเรชื่อ “เอก” ซึ่งเข้ามาตีสนิทกับเขาด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง จนวันเวลาผ่านไป ได้มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นกับทั้งสองมากมาย ทำให้เกิดรู้สึกผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง แต่ทว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ถูกจับตามองโดยเหล่าเพื่อนๆในโรงเรียน เต้ยกับเอกจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต…

ความเป็นมา
ภาพยนตร์เรื่องนี้ เดิมเป็นการ์ตูนภาพนิ่ง ที่คุณ สราวุธ อินทรพรหม วาดขึ้นและโพสต์ลงเว็บ PANTIP.COM โดยใช้นามแฝงว่า แมลงปิศาจ การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง มีคนนำการ์ตูนเรื่องนี้ไปโพสต์ต่อในเว็บอื่นๆ จนเป็นที่รู้จักในหมู่คนเล่นอินเตอร์เน็ตมากมาย

จากกระแสความนิยมนี้เอง คุณสราวุธจึงได้ไอเดีย นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปสร้างใหม่อีกครั้ง ในรูปแบบภาพยนตร์การ์ตูน เพื่อนำออกฉายในวงกว้าง โดยเนื้อหาบางส่วนจะแตกต่างจากเวอร์ชั่นที่โพสต์ลงในเว็บ PANTIP โดยมีการเพิ่มเติมรายละเอียดใหม่ๆ ลงไป

คุณสราวุธ เป็นนักเขียนและผู้กำกับหนังสั้นที่มีผลงานมาแล้วหลายเรื่อง ผลงานสร้างชื่อคือหนัง ANIMETION แก่เรื่อง “D2B ANGELS” และ “ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก” จากงานประกวดหนังสั้น FAT FILM 2 และ 3 นอกจากนี้ ยังทำงานเป็นผู้ช่วยเขียนบทภาพยนตร์ให้กับหนังไทยหลายเรื่อง และเคยเป็นคอลัมนิสต์ นิตยสาร HAMBURGER

ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ สร้างขึ้นโดยเทคนิคขั้นพื้นฐานดั้งเดิม นั่นคือ วาดด้วยมือทีละเฟรม โดยมิได้ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์ช่วยแต่อย่างใด ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่จะทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบเรียบง่ายที่สุด และต้องถือว่า นี่เป็นภาพยนตร์การ์ตูนที่สร้างขึ้นโดยคนเพียงคนเดียว วาดเพียงคนเดียว ไม่มีทีมงาน ไม่มีเงินทุน และใช้เวลาทำเกือบหนึ่งปีเต็ม

วันฉาย 20 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2550 ฉายเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์

20 – 21 ต.ค. ฉายเวลา 18.15 น.
27 – 28 ต.ค. ฉายเวลา 18.15 น.
3 – 4 พ.ย. ฉายเวลา 14.15 น.
10 – 11 พ.ย.. ฉายเวลา 14.15 น.
ราคาบัตรเข้าชม 100 บาทเท่านั้น

16 comments 0 ตุลาคม 24, 2007

เราต่างกำลังตามหาบางสิ่ง

man12.jpg

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 20-21 ต.ค. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

“จิตร” เป็นคนหนึ่งที่รักชีวิตอิสระ ไม่ว่าใครที่ผ่านเข้ามา หากถูกใจ เขาก็จะเปิดประตูต้อนรับเสมอ ในช่วงเหงาๆ ขอแค่มีใครสักคนมาปลดปล่อยอารมณ์อันรุ่มร้อนงุ่นง่าน…ก็แค่นั้น แต่หากเกิดคุยกันถูกคอ จะเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ก็ได้ เขาเรียกสิ่งนั้นว่าเป็นโบนัส

เรื่องผูกพัน? เขาไม่ต้องการ เพราะใจเขาเองก็ยังไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ที่อยากจะหยุด

แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ตัดใจเชื่อว่า “ไม่มีรักแท้ในหมู่เกย์” หรอกนะ เขาคิดว่า สิ่งนั้นคงจะมี และคงจะรอเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ และคงไม่ใช่เดี๋ยวนี้ เพราะในเวลานี้ เขาแค่ต้องการไออุ่นจากร่างกายของใครสักคนอีกสักครั้ง เพื่อให้ตัวเขาโล่งโปร่งสบายในยามเช้าอย่างนี้

“พอดีเมื่อคืน หาใครไม่ได้น่ะครับ เลยอยากลองช่วงเช้าดู เผื่อฟลุ้ค”

สิ่งที่เขาเล่าให้ผมฟังทำให้ผมนึกถึงอาการของเพื่อนบางคนที่ชอบซื้อหวย พวกเขาจะออกอาการกระวนกระวายใจ งุ่นง่าน เหมือนกันไม่มีผิด แต่คนซื้อหวยจะงุ่นง่านเป็นเวลาๆ ไปนี่นะ

เช้าๆ วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ไม่น่าจะมีใครมาโพสต์ในเน็ต หรือเล่น “เอ็ม” กันหรอก แต่จิตรกลับแปลกใจที่พบว่า มีคนตื่นเช้าพอๆ กับเขามากมายหลายคน แต่ละคนก็มองหาสิ่งเดียวกันทั้งนั้น แล้วคนไหนน่ะ? ตอนนี้ เขารู้สึก “ตื่นตัว” ขึ้นมาทันที

เวลาที่พิมพ์ๆ บนเน็ตผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้ตัว เกือบจะเที่ยงแล้ว และความตั้งใจค้นหาของเขาเกือบจะหมด แต่กลับมีข้อความหนึ่งสะดุดตาอย่างแรง “หาเดี่ยว หมู่ ทำอะไรหนุกๆ ว่างไปหาได้” ผู้โพสต์ระบุอายุ ใกล้ๆ กับเขาเลย “28″

“ท่าจะแรงไปหน่อย” เขาไม่แน่ใจ…ไม่เอาดีกว่า แต่ทว่า…ความกระหายอยากรู้ทวียิ่งขึ้น เขาไม่เคยเจอใครแรงๆ อย่างนี้มานานแล้ว ใช่สิ เขานึกขึ้นมาได้ ก็คนอย่างนี้ไม่ใช่เหรอที่เขาต้องการ? คนที่มองหาใครอีกคนมาช่วยปลดปล่อยทางกาย แต่ไม่ต้องการผูกมัดทางอารมณ์?

เขาแอดอีเมลของหนุ่มคนนั้นทันที ในชั่วพริบตา ทั้งสองก็เริ่มคุยกันราวกับรู้จักกันมาก่อน คงเป็นเพราะ “เล็ก” ก็ต้องการเหมือนกับจิตรในเช้าวันนี้ เล็กส่งรูปของเขาให้จิตรดู หลังจากคำถามมาตรฐานของนักแชท ผ่านไป (อย นน สส และ และ ‘แบบไหน’ – รับ หรือ รุก)

“เขาดูดีมากครับพี่ หน้าคมเข้ม ผมอยากได้เขาเลยล่ะครับ ก็คิดเหมือนกัน หวังว่าตัวจริงของเขาคงไม่ต่างจากรูปเท่าไหร่ มีเยอะนะครับ ถ่ายรูปแล้วดูดีกว่าตัวจริง ถึงเดี๋ยวนี้มีกล้องก็เหอะ เจอมาเยอะแล้ว ตัวจริงกับในกล้องยังกะฟ้ากะเหว” จิตรหัวเราะ

ทั้งสองพบกันที่ห้างดังแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้ขอให้เล็กมาที่ห้องพักของเขาเลยทันที เพราะไม่แน่ใจว่า จะถูกใจหรือเปล่า อีกอย่าง เขาอยากจะดูหนังเข้าใหม่เรื่องหนึ่ง และอีกอย่าง ถ้าคุยกันไม่ถูกคอ ก็เซย์กู้ดบายหลังหนังเลิกนั่นเลยแหละ อย่างน้อย ก็ยังมีคนดูหนังเป็นเพื่อน

นายเล็กดูตัวเล็กกว่าในรูป แต่รอยยิ้ม และรูปร่างกำยำสมส่วนของเขานั่นแหล่ะทำให้จิตรไม่อยากจะดูหนังอีกต่อไปแล้ว เขาอยากจูงมือเล็กกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลย

เล็กรู้อยู่แล้วว่า จิตรกำลังมองหาอะไร เขาไม่สนว่า จิตรมีใครอยู่หรือไม่ เพราะตอนนี้ เขาก็ต้องการเช่นกัน หนังจบลงแล้ว เล็กตามจิตรไปยังที่พักของเขาแต่โดยดี

“สุดยอดครับพี่ เขาเก่งมาก ผมแทบขาดใจ” จิตรเล่าอย่างลิงโลด

หลังจากนั้นอีกสองสามวัน เล็กเป็นฝ่ายโทรมาจิตรแทบตลอดทั้งวัน และบ่นอยากเจอเขาอีก ร่ำร้องที่จะแวะมาหา “ก็อยากมาอยู่เป็นเพื่อน” เล็กส่งเสียงออดอ้อนลอดมาตามสายอย่างเคย แต่จิตรไม่คิดอย่างนั้น เล็กควรเหมือนคนอื่นๆ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อย่ายึดติด จิตรพยายามบอกตัวเองอย่างนั้น แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างประหลาด

“ไม่รู้สิครับพี่ ผมรู้สึกตัวเองแปลกๆ หรือว่า มันคงเป็นแค่อาการปลื้มๆ ใครบางคนที่เราเพิ่งรู้จักน่ะครับ”

จิตรพยายามรั้งตัวเองไว้ต่อไป และคอยเตือนตัวเองว่า เขาไม่ได้รักผู้ชายคนนี้หรอก เราแค่รู้จักกัน และรู้จักมากขึ้นไปอีกนิดบนเตียง แต่เขาก็ยังคงสงสัยไม่หายว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาเลยขอนัด เขาอยากจะพูดอย่างเปิดอก

“เล็ก เราเพิ่งเจอกันนะ ก็อย่างที่เล็กเขียนประกาศไว้ในบอร์ดนั่นไง อยากหาอะไรทำหนุกๆ หมู่ เดี่ยว ยังไงก็ได้…แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องมาทำดีกับผมขนาดนี้?”

เล็กมองหน้าจิตรครู่ใหญ่ เขาเผยว่า “ผมไม่ได้เขียนอย่างที่ว่า วันนั้น เพื่อนผมมาบ้าน มันเห็นที่ผมเขียน มันหัวเราะใหญ่ มันบอกว่า เขียนอะไรอย่างนั้น ไม่มีใครมาแอดคุยด้วยหรอก มันเลยเขียนให้ใหม่เป็นข้อความที่เห็นนั่นแหละ”

“แล้วจริงๆ นายเขียนว่าอะไร”

“ผมเขียนว่า ผมกำลังตามหาความรักครับ”

แชะ! แชะ! งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 12 เริ่มแล้วนะครับ ใครที่ตามหนังสือ “เลิกแอบเสียที” พบกันได้ที่โซน C1 บูธ N49 (ไซเบอร์ฟิช มีเดีย) หนังสือแนวเดียวกันทั้งชายรักชาย หญิงรักหญิง ลดราคากระหน่ำ และภาพยนตร์เรนโบว์บอยส์ เดอะมูฟวี่ ในรูปแบบวีซีดี และดีวีดี 17-28 ต.ค. นี้ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แชะ! แชะ! หนุ่มคนหนึ่งโทรไปปรึกษากับคลินิกชรช. บอกว่า สงสัยผมจะเป็นหนองในครับ เจ้าหน้าที่สอบถามอาการและว่า มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ป้องกันหรือไม่ เขายืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์อย่างแน่นอนที่สุด ถามไปถามมา ก็มาสะดุดตรงที่ “แล้วเวลาทำออรัลเซ็กซ์ล่ะ?” เจ้าหน้าที่ถาม “ผมคิดว่า คงไม่ติดโรคอะไร เลยไม่ได้ใช้” แชะ! แชะ! ช่วงเทศกาลกินเจ ใครๆ ก็กินเจกัน ไม่เว้นแม้แต่เหล่าชรช. ที่ดีเจ สเตชั่น เหล่าตี๋ไทย ตี๋ฮ่องกง ตี่สิงคโปร์ก็ยังคงเนืองแน่น เห็นดริ๊งค์น้ำเปล่ากันเป็นแถว ก็แดนซ์ได้ใจเหมือนเดิมจนถึงดีเจปิดตอนตีสาม แชะ! แชะ!

-end-

11 comments 0 ตุลาคม 21, 2007

หลักสูตรเลิกแอบเปิดแล้ว

gemeos.jpgเลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 13-14 ต.ค. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเป็นคนใจบุญ ความจริง ชีวิตเขาทั้งชีวิตอุทิศให้กับการสร้างบุญกุศล เขายังเป็นคนรักการศึกษาเรียนรู้ และชอบคิดค้นอะไรใหม่ๆ

ครั้งแรกที่ผมเจอเขา ผมอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ที่ได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ จากเขา เรื่องราวที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนพูดถึง มันทำให้ผมรู้ว่า ชีวิตย่อมมีทางออก ถ้าเราเลือกที่จะค้นหามัน และลงมือทำ

“ซี” เป็นนักบรรยายมืออาชีพ คงเป็นเพราะเขาได้รับเชิญไปบรรยายหลายๆ ที่ เขาจึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และตอบคำถามยากๆ ได้อย่างถึงแก่น แต่สิ่งที่เขาชอบทำมากที่สุดก็คือ จัดหัวข้อการบรรยายที่เขาเลือกเอง เรื่องที่เขาโปรดปรานมากคือ เรื่องเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน

ครั้งล่าสุดที่ผมได้ยินมา เขาจัดรายการ ปูเสื่อบรรยายในสวนสาธารณะ เขาเรียกสิ่งนั้นว่า กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

บนสนามหญ้าสีเขียว ใต้ร่มไม้ใหญ่ (บางครั้งก็มีฝนตก) มีทั้งชายรักชาย และหญิงรักหญิงมานั่งคุยกัน ซีต้องนั่งรถมาในระยะทางไกลแสนไกลเพื่อพบปะคนเหล่านี้ที่รอคอยเขาอยู่ เขาจะจัดเตรียมหัวข้อต่างๆ เรียงลำดับ เป็นขั้นตอน บางครั้งเขาก็มีโจทย์ฝากไปให้แต่ละคนคิดเป็นการบ้าน การได้ออกไปพบปะผู้คนและได้พุดคุยเรื่องที่สนใจร่วมกันทำให้เขามีความสุข และดูเหมือนจะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำๆ

เมื่อสองสามปีก่อน ผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้เป็นประจำคงจะจำได้ ผมกับเพื่อนสองสามคนจัดพบปะกันขึ้นและประกาศเชิญชวนให้บรรดาท่านผู้อ่าน “ที่ไม่มีเพื่อน” มาเจอหน้ากัน เพื่อจะได้เป็นเพื่อนกัน หลังจากที่ผมได้รับอีเมลหลายๆ ฉบับบ่นๆว่า พวกเขาไม่มีเพื่อนเกย์ที่ไปเที่ยวด้วยกัน ใช้เวลาด้วยกัน หรือคุยเรื่องในใจลึกๆ อย่างเข้าใจกัน

งานนั้นมีชื่องานที่ฟังดูน่าสงสารว่า “รวมพลคนไม่มีเพื่อน” มีคนสนใจราวยี่สิบคน หลายๆ คนก็ยังแอบอยู่ และส่วนใหญ่ก็ไม่มีเพื่อนที่เป็นเกย์เลย แต่ก็มีบางคนนะครับ (ผมมารู้ทีหลัง) ว่ามีเพื่อนเป็นโขยง แต่ก็ยังอยากจะมีเพื่อนเพิ่มอีก ความรู้สึกอ้างว้างดึงดูดคนให้เขาหากันได้ง่าย และพยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อเวลาผ่านไป หลายๆ คนในกลุ่มนั้นที่ยังไม่เคยเปิดเผยตัวตนของเขากับใครมาก่อน ก็เริ่มเลิกแอบกับคนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทที่โรงเรียน หรือกับเพื่อนร่วมงาน และค่อยๆ ขยายวงไปสู่คนในบ้าน คนล่าสุดในกลุ่ม เพิ่งเลิกแอบกับคุณแม่ไปเมื่อเดือนที่แล้วเอง (หลังจากคุณแม่เห็นลูกชายกุ๊กกิ๊กที่หน้าบ้าน กับผู้ชายที่เดินมาส่ง)

ความรู้สึกของพวกเขาที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ความรู้สึกอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น และความกล้าหาญที่พาตัวเราก้าวพ้นจากบ่วงพันธนาการแห่งความกลัวได้แสดงผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ ทำให้ผมมั่นใจยิ่งขึ้นว่า การพบปะกัน และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ได้รับฟังเรื่องราวทุกข์ใจของผู้อื่น ได้ลิ้มรสความปิติที่ได้รับจากการเลิกแอบจากเพื่อนในกลุ่ม เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ดี และน่าจะทำต่อๆ ไป

แต่ผมก็ไม่ได้จัด “รวมพลคนไม่มีเพื่อน” อีกแล้ว และซี ก็ไม่ได้จัด นัดพบในสวนสาธารณะอีกแล้ว ขณะที่ผมเริ่มหันเหความสนใจไปทุ่มเทให้กับงานส่วนตัวเรื่อยๆ ซีกลับนั่งคิดค้น และพัฒนาหลักสูตรของเขาที่เก็บเกี่ยวข้อมูลจากประสบการณ์ในการบรรยาย และถกเถียงในมวลหมู่มิตรสหาย

เขาบอกผมว่า เขาพร้อมแล้วที่เปิดหลักสูตร “การเรียนรู้ตนเอง เพื่อค้นพบศักยภาพภายใน ด้วยกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์”

เราคุยกันเล่นๆ ว่า หลักสูตร “เลิกแอบ” ที่เขาคิดค้นขึ้น ต่อไปน่าจะทำเป็นคู่มือหรือตำรา และปั้น “ผู้นำ” เพื่อให้นำไปเผยแพร่ต่อๆ กันทั่วประเทศ

ตอนนี้มีผู้สมัครมาแล้วจำนวนครึ่งหนึ่ง เราตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดรวม 15 คน ขนาดกำลังพอดี ห้องเรียนนี้จะเปิดต้นเดือนพฤศจิกายน พบกันทุกวันอาทิตย์ รวมแปดครั้ง เรื่อยไปจนถึงก่อนคริสต์มาสปีนี้ รวมระยะเวลาสองเดือน

ผู้สมัครมีคุณสมบัติแสนจะง่ายก็คือ เป็นเกย์ หรือชายที่รู้สึกตัวเองว่าชอบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ตั้งใจเรียนรู้ อยากปลดปล่อยตัวเอง สามารถเข้าร่วมการอบรมได้ตลอด 8 ครั้งในวันอาทิตย์ มีที่พักในเขตกทม. หรือปริมณฑล เพื่อความสะดวกในการเดินทางของตัวเอง (มารถไฟฟ้าใต้ดินได้) ไม่ได้ต้องการมาหาแฟน มาเพียงคนเดียว ที่ไม่ต้องชวนเพื่อนหรือคนรู้จักมา มีเหตุผลคือ ไม่ต้องการให้ติดเพื่อน แต่ให้เปิดตัวเองเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น อีเมล์ แจ้งชื่อ ชื่อเล่น เบอร์โทรศัพท์ มาได้ที่ผมได้ครับ vitadam2002@yahoo.com

แชะ! แชะ!นายเอ็ม หนุ่มนวด ประกาศบริการของเขาในราคา 800 บาท (และแจ้งว่า “ทำได้หมด”) หนุ่มอีกคนหนึ่งขอแชทด้วย พอเห็นหน้าตาของเอ็มผ่านหน้าจอ เขาบอก “พอดีผมมีบัดเจ็ทแค่ 500” เค็มชะมัด…เอ็มคิด แต่ก็ตกลงไปเพราะเสียงเขา “หล่อดี” เอ็มปรากฏตัวขึ้นตามเวลานัด ณ หน้าห้องของลูกค้า เอ็มพบว่า ตัวจริงของลูกค้าก็ “หล่อ” ไม่เบา การนวดจบด้วยลีลาอันเร่าร้อน ก่อนกลับ บางอย่างดลใจ เอ็มบอกออกไปว่า “ขอผมกลับมาอีกได้มั๊ย ส่วนค่านวดไม่รับแล้วกัน” แชะ! แชะ! “หนูเอ” เกย์สาวอารมณ์ดี บางทีก็เฟอะฟะ นัดเพื่อนไว้ที่สตาร์บัคส์ ด้วยความที่มาสาย มองซ้ายมองขวา ก็พุ่งถลาเข้าไปทักเพื่อนทันที กอดเพื่อนจากด้านหลัง ปากก็พร่ำ “เป็นไง ไม่ได้เจอตั้งนาน คิดทึ้ง คิดถึง” แล้วก็ระดมจูบข้างหู ซ้ายที ขวาที มารู้อีกที ก็ตอนเพื่อน (ตัวจริง) ส่งเสียงมาทางข้างหลังว่า เอ…ชั้นอยู่นี่ หนูเอ แก้สถานการณ์ทันใด บอกหนุ่มหน้างงๆ ที่โดนหอมไปหลายฟอดว่า “เมื่อสักครู่ เป็นบริการใหม่ของสตาร์บัคส์สาขานี้ค่ะ เพื่อให้เราได้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น ลาล่ะค่ะ” แล้วหนูเอก็หายวับไป “นี่แก ชั้นไม่ไปสตาร์บัคส์ร้านนั้นอีกแล้วนะ” หนูเอบอกเพื่อนๆ แชะ! แชะ!
-end-

13 comments 0 ตุลาคม 15, 2007

แดนซ์กระหน่ำ ค่ำคืนแฟนซีกับ “gCircuit”

gcircuit_party1.jpg

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 6-7 ต.ค. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาขาแดนซ์หลายๆ คนคงได้สนุกสนานสะใจกับงานปาร์ตี้ “คุณภาพ” งานหนึ่งที่อีเว้นท์ ออการ์ไนเซอร์กลุ่มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “gCircuit” จัดขึ้นในกรุงเทพฯ งานนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ไม่น้อยทีเดียวจากจำนวนผู้ร่วมงานทั้งหมดที่ผู้จัดบอกว่า มาร่วมๆ 1,500 คน

เดือนตุลาคมนี้จะมีอีกงานหนึ่งที่น่าสนใจครับสำหรับคนชอบแต่งตัวไปงานแฟนซี แต่ถ้าไม่อยากแต่ง ก็ไปสนุกได้เหมือนกัน เขาไม่ได้บังคับ ใช้ชื่องานว่า “Midsummers Dream” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคมนี้ที่ Zen Event Gallery Level 8 เซ็นทรัลเวิร์ด พลาซ่า

“คุณอุ้ยกับคุณทอม” สองหนุ่ม (หล่อทั้งคู่) ผู้ก่อตั้ง “gCircuit” เล่าให้ฟังว่า งานอีเว้นท์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาสร้างความประทับใจให้ทั้งผู้จัดและผู้ไปร่วมงานมาก เพราะทุกๆ คนสนุกสนานและเป็นกันเอง ถึงแม้ gCircuit จะเป็นผู้จัดงานหน้าใหม่แต่ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากในและต่างประเทศในการประชาสัมพันธ์งานนี้เป็นอย่างดี

“งานของเราเปิดกว้างให้ทุกคนน่ะครับ เป็นผู้หญิง ผู้ชาย ใครก็ได้ที่อยากสนุกสนาน คือบางที บางคนชอบแต่งตัวไปงานแฟนซี แต่ไม่รู้ว่า จะแต่งไปไหน เราสองคนก็ชอบงานสนุกสนานรื่นเริงอยู่แล้ว เลยอยากให้มีความสุขกัน” คุณอุ้ยเล่า

ก่อนหน้านี้ มีผู้จัดงานแดนซ์กระหน่ำอยู่รายหนึ่งที่หลายๆ คนคงได้ยินชื่อดี คือ “Fridae.com” พวกเขาเคยมาเขย่าวงการแดนซ์เมืองไทยไปแล้วที่ภูเก็ต แต่ต่อมาฟรายเดย์ไม่อยากจัดงานแดนซ์อีกแล้ว และหันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาเว็บไซต์ให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับแทน

คุณอุ้ยและคุณทอม ซึ่งเป็นแฟนประจำขาแดนซ์ และชอบท่องเที่ยวไปงานต่างๆ ทั้งในตะวันตกและเอเชีย ก็นั่งเศร้าละคราวนี้ เพราะอยากให้มีงานในประเทศไทยอีก และเป็นงานคุณภาพที่ต่างชาติยอมรับในฝีมือผู้จัด สองคนเลยเกิดไอเดียว่า ไม่มีใครจัด…งั้นจัดเองเลยละกัน

“เราเคยไปเที่ยวกันมาเยอะน่ะครับ ไปแล้วก็รู้ว่า คนไปงานชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อะไรทำแล้วเวิร์ค เราก็อยากให้มีงานคุณภาพสักงานในเมืองไทย” คุณทอมเล่าให้ฟัง (เป็นภาษาอังกฤษ หนุ่มหน้าใสคนนี้พูดไทยได้นิดหน่อย)

คุณผู้อ่านครับ คู่หูคู่นี้ไม่ใช่แค่เป็นคู่หูทางธุรกิจเท่านั้นนะครับ แต่เป็น “คู่กัน” รู้จักกัน เรียนรู้ ร้องไห้ มีความสุข ใช้ชีวิตด้วยกันมาแปดปีแล้ว (ห้ามอิจฉา)

ทั้งสองพบกันโดยบังเอิญที่แดนซ์คลับชื่อดัง “Freeman Dance Arena” (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น G.O.D.) ซึ่งน่าเสียดายครับมากครับที่ฟรีแมนปิดไปซะแล้ว เราเลยไม่ได้เห็นลิปซิงค์มีคุณภาพ การแสดงโชว์ที่ซ้อมกันมาอย่างดี และทอค์ลโชว์ ที่กัดคนดูอย่างไม่เกรงอกเกรงใจจากพี่เดย์ ฟรีแมน

ตอนที่พบกันครั้งแรกนั้น คุณทอมยังเรียนป. ตรีอยู่ที่นิวยอร์ค ส่วนคุณอุ้ย ทำงานแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นรักแรกพบหรือเปล่า? แต่ทั้งสองก็ฟันฝ่าจนได้มาอยู่ด้วยกัน

คืนวันนั้น หลังจากพบกันที่ฟรีแมน ก็ไปเจอกันอีกที่ดีเจ สเตชั่น สีลมซอย 2 (ตามสูตรขาเที่ยวในช่วงนั้น) และได้พูดคุยกัน ได้นัดเดทกันในวันต่อมา คิดไปคิดมา ลองเป็นแฟนกันเลยดีมั๊ย? แล้วคุณอุ้ยก็มีโอกาสไปเยี่ยมคุณทอมถึงนิวยอร์ค ต่อมา เลยขอที่บ้านไปเรียนภาษาสองปี ไม่ได้ตั้งใจจะเรียนอะไรหรอก อยากอยู่กะแฟนน่ะ ไปอยู่ที่นั่นก็ทำงานหาเงินใช้เอง ไม่ได้กวนที่บ้าน คุณอุ้ยเรียนจบก่อน ก่อนคุณทอมจะเรียนจบมาทางด้านไฟแนนซ์พร้อมเกียรตินิยม

ช่วงที่รู้จักกันและอยู่ด้วยกัน ก็ระหองระแหงเหมือนคู่อื่นๆ ล่ะครับ เกือบจะเลิกกันแล้วสองสามหนเลยล่ะ เพราะต่างคนต่างก็เรียกได้ว่า “ไม่ต้องง้อกันก็ได้ ฉันมีที่ไป” แต่แล้วก็ต้องกลับมาคืนดีกันอีก คราวนี้สัญญากันว่าจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องจากไป

ตอนนั่งคุยกัน ผมสังเกตเห็นสองคนแสดงความรักต่อกัน มองหน้ากัน มองตากันอย่างรู้ใจว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรอย่างไม่ปิดบัง ก็รู้สึกอดยินดีไปด้วยไม่ได้ล่ะครับ เรียกได้ว่า น่าจะเป็นคู่ตัวอย่างที่ดี โชคดีครับ ครอบครัวของทั้งสองก็ให้ความรักความอบอุ่นกับสองหนุ่มนี้ แต่ละคนก็เปิดเผยตัวกับใครๆ แล้ว แถมยังกล้าที่จะพูดจุดเสียของอีกฝ่ายโดยไม่รู้สึกว่าจะสร้างปัญหาอะไร

สองท่านนี้ฝ่าวิกฤติของชีวิตคู่มาพอสมควร และรู้ดีว่า คนเราไม่ได้เพอร์เฟ็ค แต่ฉันก็เลือกจะอยู่กับคุณ เพราะเราเข้าใจกันแทบทุกเรื่องในชีวิต “เราอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลาเลยล่ะครับ” คุณทอมบอก

ทั้งสองคนเคยเปิดร้านอาหารด้วยกันมาปีหนึ่ง ก่อนจะปิดไปเพราะมีปัญหาบางอย่างกับหุ้นส่วน แต่เขาสองคนก็ไม่ท้อนะครับ หันมาจับธุรกิจที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายทำมานาน แล้วสร้างมันให้ใหญ่โตขึ้น ตอนนี้ พอธุรกิจนั้นเริ่มอยู่ตัว เลยหันมามองธุรกิจเอนเตอร์เทนต์ แต่เขาสองคนก็บอกว่า ยังไม่ได้ทำเพื่อหวังผลกำไรใหญ่โต แต่ทำเพราะ “รักที่จะทำ”

“มันเหมือนงานที่ทำแล้วเราสองคนทำก็สนุกไปด้วยน่ะครับ ปีหนึ่ง จะจัดงานแค่สองหน เท่านี้ก็เหนื่อยแล้วครับ” คุณอุ้ยบอก

(รายละเอียดเกี่ยวกับงาน Midsummers Dream ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.gCircuit.com)

แชะ! แชะ!ต่อจากคอลัมน์ข้างบนนี้นะครับ เผื่อท่านผู้อ่านอยากจะไปเที่ยว “Midsummers Dream” ผมเลยขอบัตรมาให้ร่วมสนุกกัน ส่งอีเมล์มาที่ vitadam2002@yahoo.com ภายในวันเสาร์ที่ 13 นี้ และเขียนมาเปิดอกกันจะจะไปเลยว่า ถ้าได้ไปงานปาร์ตี้แฟนซีสักงานหนึ่ง อยากจะแต่งตัวเป็นอะไร? เพราะอะไร? (ถ้าได้บัตรไป ไม่ต้องแต่งตัวอย่างที่บอกก็ได้นะครับ) จะจับสลากเพียงสองท่าน หนึ่งท่านได้บัตรคอมพลีเม้นทารี เข้างานฟรีสองใบ (บัตรราคา 1,400 บาทต่อใบ) พาคนรู้ใจไปเที่ยวกัน ประกาศผลทางอีเมลวันจันทร์ แชะ! แชะ! เสาร์ที่แล้ว ผู้ร่วมจัดรายการวิทยุท่านหนึ่งของผมคือ “คุณโอปอ” ยินยอมมาเล่าเรื่องความรักและการลาจากจนน้ำตาท่วมสถานี เขาฝากขอบคุณท่านผู้ฟังที่ส่งกำลังใจมาให้นะครับ ใครพลาดฟังเรื่องราวดีๆ คลิกฟังย้อนหลังได้ที่ www.vitayas.wordpress.com รายการออกอากาศทุกวันเสาร์เที่ยงคืน ตอนนี้ฟังสดๆ ได้แล้วอีกช่องทางหนึ่งที่ www.MetroEmotion.com แชะ! แชะ! ใครมีเรื่องเล่าขำๆ สั้นๆ เจ๋ง อยากแบ่งปัน สำหรับลงคอลัมน์ แชะ! แชะ! ส่งเมลมาที่ผมได้ครับ มีของสมนาคุณส่งให้ถึงบ้าน พบกันเสาร์หน้าครับ แชะ! แชะ!

-end-

8 comments 0 ตุลาคม 7, 2007


คลังเก็บ

 

ตุลาคม 2007
อา พฤ
« ก.ย.   พ.ย. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

หน้า

เรื่องล่าสุด

Links

Blog Stats

Top Clicks