Archive for เมษายน, 2008
ชื่น ฉ่ำ แฉะ เอาซี้

ปิดต้นฉบับล่วงหน้าไปสองหนน่ะครับคุณผู้อ่าน ตอนนี้กลับมาส่งต้นฉบับตามวาระปกติ คือล่วงหน้าห้าวัน แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ถ้าไม่ได้เขียนย้อนถึงเรื่องสงกรานต์ที่ผ่านมา…มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ใครได้เปียก…ใครไม่ได้เปียก ที่แน่ๆ คนรอบๆ ตัว เพื่อนๆ ผม ต่างเปียกปอนฉ่ำแฉะกันเป็นแถ้ว
คนไปเล่นที่ข้าวสารเล่าให้ฟังว่า นโยบายห้ามเล่นแป้งลดดีกรีความมันส์ลงไปบ้าง แต่ก็ยังสนุกอยู่เหมือนเดิม บรรดามนุษย์สีรุ้งก็พลาดไม่ได้หรอกครับไปกันคลาคล่ำ พลาดไม่ได้อยู่แล้ว พอได้ที่หอมปากหอมคอก็มาต่อกันที่สีลมยามค่ำๆ ถึงดึกๆ บ้านหลังที่สองที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ณ สีลม เจ้าหน้าที่ปิดถนนให้ ทั้งถนนเลยกลายเป็นงานปาร์ตี้ “orgy” สายน้ำฉ่ำแฉะที่ผู้คนล้น ล้นจริงๆ อยากเห็นภาพตระการตาคงต้องไปดูกันเองนะปีหน้า อย่าพลาด
พิเศษสุดๆ จากปากคำของเพื่อนผมสองคน “ปิ่นปิ๊น” และ “พี่โหนก” เขาทั้งสองยืนยันว่า ที่สีลมน่ะ “มันส์กว่าข้าวสารเยอะ” เพราะนอกจากจะได้เล่นแป้งแล้ว ยังมีรถดับเพลิงของเขตมาคอยบริการเอาน้ำฉีดตัวล้างหน้าล้างแป้งจนสะอาดเอี่ยม พร้อมลงสนามสงครามฉีดน้ำต่อได้อีกหลายรอบแน่ะ แถมโรงแรมดุสิต เปิดให้ใช้ห้องน้ำด้านนอกอีกตะหาก พี่โหนกฝากขอบคุณมา
ใครไม่เคยไปสีลมตอนสงกรานต์ก็ไม่ต้องแปลกใจ พื้นที่ต้นถนนสีลมซึ่งเหล่าชรช. เคยยึดครองมาตลอดตั้งแต่ซอยสองยันซอยสี่ ถึงเวลานี้ คงต้องถอยให้กองทัพชรญ. และญรช. (ก็หญิงชายทั่วไปนั่นแหละ) ยึดไป เหล่ามนุษย์สีรุ้งซึ่งเคยเป็น “คนส่วนใหญ่” ในย่านนี้ เมื่อถึงเวลาเล่นน้ำ ก็กลายเป็นประชากรส่วนน้อยไปในบัดดล
“ผู้ชายผู้หญิงทั้งนั้นเลยนะที่มาเล่นน่ะ พวกเรามีจุดรวมตัวกันสองที่ ที่เห็นๆ ก็มีตรงปากซอยฟรีแมนเก่า (ซอย 2/1) ตรงร้าน Noodie และอีกที่ก็เลยขึ้นไปตรงซอยสอง แถวเบอร์เกอร์คิง แต่เหมือนปีที่ผ่านมา ซอยสอง ห้ามเล่นน้ำ แห้งผากเลย
พอมีผู้ชายผู้หญิงมาเล่นเยอะๆ ที่สีลม ไอ้เราก็เอ๊ะ…ชักไม่แน่ใจว่า คนไหนน่าจะใช่ หรือไม่ใช่ แต่ก็แอบ ‘ปิ๊ง’ มาคนนึงล่ะพี่ แหะ แหะ ได้เบอร์มาด้วย” ปิ่นปิ๊น หนุ่มก้ามปูเล่า แล้วยังบอกต่อด้วยนะว่า หนุ่มคนนั้นที่เค้าขอเบอร์ไปน่ะ ก็ “ก้ามปู” เหมือนกานน
แต่ปริมาณหญิงชายมากมายเกินเกย์นั่นไม่ได้เป็นปัญหาของพี่โหนกเลยล่ะครับ เพราะพี่แก…ลุยได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว พี่โหนกเล่าว่า วันสงกรานต์สนุกสุดๆ เพราะได้ประแป้งคนหล่อๆ ทั้งนั้น จะเกย์หรือไม่เกย์ ก็อยู่ในสนามแล้ว “เล่นได้หมด” ประหน้าแล้วลากมาประหน้าอกต่อ “อุ๊ย ชอบบบ”
ความรู้สึกนี้ เหมือนกับเพื่อนสนิทผมอีกคน “นายเอ้” ที่บอกว่า “โหย มันส์มากๆ ได้ประแป้งหนุ่มหล่อๆ ทั้งนั้นเลย ต้องเรียกว่าวันดีเดย์ของเกย์ไทย 555”
ฟังดู เหมือนขบวนการ “หื่น” อาละวาดก็ไม่ปานนะครับ แต่ฟังคนนี้ก่อน “พี่ๆ ผมล่ะเบื่อ มีแต่ผู้หญิงมาประแป้งผม” น้องหนึ่ง หนุ่มเกย์วัย 24 บ่น ผมก็บอกน้องเค้าไปว่า “ทีเรายังประผู้ชายเลย ทำไมจะให้ผู้หญิงมาประมั่งไม่ได้ เจ๊าๆ กันนะ”
จากบนถนน มาเข้าตึกกันบ้าง ใครไปงาน ปาร์ตี้แดนซ์อลังการของ “gCircuit” มามั่ง? เขาจัดสามวันรวดคือ 12-13-14 วันแรกที่ Zen วันที่สองที่ตึกออฟฟิศ CentralWorld วันที่สามแถวราชดำริ
คำนวณดูแล้ว ที่เห็นๆ น่าจะสองพันคนอย่างที่เจ้าของงาน “พี่อุ้ย” ประมาณไว้ พอขาแดนซ์ดูโชว์ที่ซอยสองเสร็จ ก็แล่นมาที่ Zen อย่างรวดเร็ว เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน คนไทยที่ไปน่าจะสัก 20-30% ผมเดาๆ เอาจากที่ยืนๆ ดูอยู่
ได้เจอหนุ่มไต้หวันกลุ่มใหญ่ด้วยล่ะ เขาบอกว่า มากันแค่ 15 คนเอง และหลายๆ คนในนั้น ไม่เคยมาเที่ยวงานสงกรานต์ประเทศไทยมาก่อน แต่ที่ผ่านมา เพื่อนๆ ที่เคยมาแล้วบอกว่า ติดใจมากๆ เลย
อยากกลับมาอีก
วันแรก ขาแดนซ์ฉ่ำใจกันไปตามๆ กัน เพราะคราวนี้ผู้จัดจำกัดพื้นที่ให้แคบลงด้วยผ้าดำผืนยักษ์ ต่างจากการจัดเมื่อเดือนตุลาฯ ปีที่แล้วที่เตรียมพื้นที่อย่างมโหฬาร แต่ดูหลวม รอบนี้นักเที่ยวชอบใจเพราะพื้นที่แคบๆ มีเวทีให้ยืนเป็นขั้นบันได เรื่องยืนบนเวทีเนี่ย ชอบกันนัก ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ เวลาเดินไปเดินมา เนื้อเบียดเนื้อ เหงื่อเปื้อนเหงื่อ มันส์กันเป็นที่สุด
วันที่สอง ตกเป็นข่าวกันในหมู่นักเที่ยวล่ะครับ เพราะตำรวจแวะมา ให้ปิดงานก่อนเวลา เรื่องนี้ เจ้าของงานเล่าให้ฟังต่อมาว่า เป็นความจริง
“คือมีคนร้องเรียนไปน่ะครับว่า แสงเลเซอร์เราไปรบกวนชาวบ้าน ก็คงจะใช่ เราอยู่บนยอดตึกอย่างนั้น ก็พยายามอธิบายเค้านะ แต่ผู้ใหญ่ท่านก็ขอมาว่า ให้ปิดงานดีกว่า ผมก็ทำตาม แต่ความจริง เรื่องงานเนี่ย ขออนุญาตเรียบร้อยนะครับ ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎ ในงานก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวด พอปิดงานไป วันที่สามนึกว่าคนจะไม่มา ก็มากันน่ะครับ เป็นวันเล่นน้ำสนุกมากๆ”
ใครอยากไปลองเที่ยวงานของ gCircuit จัดโดยคนไทยและอยากให้คนไทยไปร่วมงานเยอะๆ ก็รออีกรอบปลายปีนี้ ช่วงคริสต์มาสปีใหม่ ใครที่คิดว่า ตัวเองจะเหงาๆ เตรียมลาความเหงาที่ต้องอยู่คนเดียวได้
สนุกไม่น้อยกับกิจกรรมฮิตยามสงกรานต์อีกงานก็คือ “โฟมปาร์ตี้” งานประเภทนี้ ต้องไปในซาวน่าเท่านั้น ขึ้นชื่อลือชาถึงความสนุก และถึงใจ ก็ต้องยกให้บาบิลอนเค้าล่ะครับ ใครไม่อยากพลาดต้องไปจองบัตร “ล็อกเกอร์” ล่วงหน้านะ เพราะคนไปสนุกสนานกันเยอะจริงๆ ไปช้า นั่น นั่งรอไปเลย สองสามชั่วโมงกว่าล็อกเกอร์จะว่าง ไปหาความสนุก แล้วก็อย่าลืม “Safe Sex” นะครับ
แชะ! แชะ! หนุ่มปินอยวัย 39 โอดโอยขณะถูกเข็ญเข้าโรงพยาบาลในฟิลิปปินส์ เพราะมี ‘วัตถุแปลกปลอม’ เข้าไปอยู่ในบั้นท้ายของเขา บรรดาหมอและพยาบาลต่างช่วยเหลือกันยกใหญ่ พร้อมมี ‘มือดี’ บันทึกวิดีโอด้วยมือถือตอนดึงเอา “กระป๋องสเปรย์ขนาดหกนิ้ว” ออกมา พอสำเร็จทั้งห้องก็โห่ฮิ้วไชโยกัน แต่คนไข้ ขำไม่ออกเมื่อเห็นคลิปวิดีโดถูกโหลดขึ้น YouTube เลยจัดทนายฟ้องแพทย์และพยาบาลทั้งคณะ ทนายไม่ได้เล่าว่าเจ้ากระป๋องสเปรย์เข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง แต่บอกว่าลูกความเมาเละตอนมีเซ็กซ์กะผู้ชายคนหนึ่ง แชะ! แชะ!
-end-
8 comments 0 เมษายน 28, 2008
Thai Boys Life
วิทยา แสงอรุณ 19-20 April 2008 เมโทรไลฟ์ วันเสาร์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน vitayamail@gmail.com
คุณผู้อ่านเคยดูดีวีดีหนังสั้นรวมฮิตอย่างชุด “Boys Life” มั๊ยครับ? น่าจะออกมาถึงชุดที่ 6 แล้ว เป็นผลงานของค่าย Strand Releasing เริ่มผลิตชุดแรกสู่สายตาชาวโลกเมื่อสิบกว่าปีก่อน และล่าสุด ทำออกมาเป็น DVD Box ซะเลย รวม 20 เรื่องเด็ด ผมล่ะชอบจริงๆ
หลายๆ เรื่องเป็นประสบการณ์ชีวิต ให้แง่คิดดีๆ ไม่รู้ว่าเป็นจินตนาการหรือเรื่องจริง แต่หยิบเอามาดูกี่อีกครั้ง ก็พบอะไรใหม่ๆ ดูไปก้อ…อ้ะนะ นั่งคันไปน่ะครับ คันไม้คันมือ…อยากทำมั่ง ถ้าเป็นรวมฮิต Thai Boys’ Life ล่ะ เป็นไง? ระหว่างนี้ เลยเตรียมตัวไปพลางๆ ก่อนด้วยการสะสมเรื่อง
ลองอ่านดูก่อนมั๊ยครับ? ชอบเรื่องไหน โหวตได้ และถ้าอยากมาร่วมแสดง บอกมาเล้ย!
ครับ…ได้ทุกอย่าง
เหลืออีกห้านาที ก็ต้องออกจากบ้านแล้ว “เอกพล” กุลีกุจอจับเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าที่มียี่ห้อของฟิตเนสแห่งหนึ่ง คว้ารองเท้าผ้าใบ เหลือบดูนาฬิกาอีกที เพื่อให้แน่ใจว่า สายแน่ๆ แน่นอนเขาสายประจำ เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยเตรียมตัวอะไรล่วงหน้า แต่…‘ไม่เป็นไรหรอก’ เขาบอกตัวเองอีกครั้งเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง
อย่างเช้านี้ก็เหมือนกัน เขาเปิดคอมพ์ก่อนจะแปรงฟันด้วยซ้ำ ไม่ได้คิดว่าจะแชท แต่แล้วก็นั่งแชทๆ ไปพักหนึ่ง วันนี้ หนุ่มน้อยไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะเจอคนถูกใจในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ คงเป็นโชคละมั้ง หนุ่มคนนั้นในหน้าต่างคอมพ์กำลังบอกเขาว่า “ทำได้ทุกอย่าง ขอให้แวะมาหาเถอะ”
“เป้าหมาย” อยู่ละแวกบ้านนี้เอง และเพิ่งจะสิบโมงเช้าเอง เขารู้สึกคึกคักมาทันทีหลังจากที่ไม่ได้มีอะไรกับใครมานาน งวดนี้แหละ ต้องให้สุดๆ ไปเลย เขาบอกตัวเอง เพราะเริ่มเบื่อ “www” แล้ว ทั้งผ่านกล้องหรือไม่ผ่าน (หมายถึงช่วยตัวเอง…ภาษาเน็ต มาจากคำว่า ชักว่าว คำนี้เป็นคำไทย น่าจะไม่ ‘ลามกอนาจาร’) เอกพลอยากมีอะไรให้ครบเต็มสูตร เพราะเขาเป็นหนุ่มรุกอย่างแท้จริง
เป้าหมายของเขาพักอยู่ในอพาร์ตเมนท์ขนาดกะทัดรัด เจ้าของดูผอมกว่าในรูปที่ส่งให้ดู แต่หน้าตาไม่ได้ต่างมากนัก “ไม่เปิดแอร์เหรอครับ ในนี้ร้อนนะ” ไม่พูดพล่ามทำเพลง เป้าหมายจู่โจมผู้มาเยือนทันที ดีนะ เขาอาบน้ำมาแล้ว…ทั้งสองเริ่มบรรเลงตามลีลา เจ้าของสถานที่ดูจะมีความสุขมากเมื่อเอกพลเริ่มซุกไซร้ไปตามซอกคอ “มีถุงยางมั๊ยครับ” เขาถาม แต่เจ้าของสถานที่ทำหน้าเฉยเมย ในใจคิดว่า วันนี้จะ ‘รุก’ ให้มันส์สะใจไปเลย เขาจึงตอบไปว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมพกมาด้วย แหะๆ” ขณะที่เขาเอื้อมไปเปิดกระเป๋า เป้าหมายก็จับแขนเขาไว้ “ไม่ต้องใช้หรอก เดี๋ยวเรามาช่วยกันชัก”
“อ้าว ก็ไหนคุณบอกว่า ได้ทุกอย่าง?”
สองเรา
แถวบ้าน “กฤษณะ” แวะร้านเซเว่น อีเลฟเว่น คว้าสปายวายคูลเลอร์มาสี่ห้าขวด พร้อมขนมขบเคี้ยว เขาไม่ลืมที่จะซื้อถุงยางอนามัย ถึงเคาน์เตอร์จ่ายตังค์ เขาคิดว่า คนขายจะมองหน้าเขา แล้วส่งสายตาเป็นนัยเหมือนจะถามว่า “คราวนี้จะไปฟันใคร?” แต่ก็เปล่า ดูเหมือนกฤษณะจะไม่ได้รับความสนใจในครั้งนี้ เอ๊ะ…หรือทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เวลาเขาซื้อถุงยางอนามัย เขาคิดไปเองว่าคนขายจะคิดอย่างนั้น?
เขารอคอยมานาน ในที่สุดวันนี้เขาจะได้พบกับ “บุญสม” รูปร่าง หน้าตา น้ำเสียง …เขารู้สึกพอใจหลังจากได้คุยทางเน็ต และทางโทรศัพท์มานับครั้งไม่ถ้วน บุญสมเป็นคนใจเย็น คุยสนุก และท่าทางจะโรแมนติกมากๆ กฤษณะชอบคนพูดหวานอยู่แล้ว และเขาก็ตั้งความหวังไว้ว่าจะได้แฟนที่ทำให้เขารู้สึกโรแมนติกที่ได้ทำอะไรด้วยกันเหมือนหนุ่มคนนี้ ทั้งสองพยายามนัดเจอกันหลายครั้ง แต่ต่างก็อยู่ไกล เวลาไม่ค่อยจะตรงกันเลย
บุญสมขับรถไปรับกฤษณะจากปากซอยเข้าบ้าน เบื้องหน้าของกฤษณะเป็นบ้านไม้สองชั้น “พอดีพี่สาวไม่อยู่น่ะครับ ผมเลยมาพักช่วงเสาร์ อาทิตย์ จริงๆ แล้ว ก็แทบจะไม่ได้มาอยู่เลยนะที่นี่” บุญสมช่วยเอาข้าวของไปเก็บ ‘อือ เหมือนมีแฟนขึ้นมาเลย ไปซื้อของด้วยกัน แล้วก็กลับบ้านด้วยกัน’ กฤษณะยิ้มให้กับความรู้สึกดีๆ ที่ได้เจอบุญสมตัวเป็นๆ เขาอยากเข้าไปกอดหนุ่มคนนี้ เข้าไปจูบ เข้าไปซุกที่ซอกคอ แล้วก็เสร็จกิจซะตรงนี้ เดี๋ยวนี้เลย…ในห้องครัวนี่แหละ
“กฤษณ์ครับ พอดีช่วงนี้ ห้องรกๆ หน่อยน่ะครับ อย่าว่าไรนะ” บุญสมส่งยิ้มโรแมนติกให้
“ไม่เป็นไรครับ ห้องผมก็รกเหมือนกัน ยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย”
บุญสมเดินผ่านเขาไปด้านหลังครัว โผล่ออกมาอีกที พร้อมยื่นสิ่งหนึ่งให้
“เดี๋ยวกฤษณ์ช่วยเอาไอ้นี่ ไปชุบน้ำให้หน่อยนะ แล้วเจอกันข้างบน”
แขกผู้มาเยือนรับเอาม็อบถูพื้นกับถังน้ำมาอย่างงงๆ
ผมเป็นสิวน่ะครับ
วิรัชรู้ตัวว่า เป็นคนต้องการมาก แต่เขาก็พยายามแบ่งเวลาระหว่างการเรียนในชั้นปีที่สอง เล่นเกมคอมพ์ และมีเซ็กซ์
คิ้วของเขาพันกันต่อหน้ากระจก เขาสิวขึ้นอีกแล้ว อยากจะทุบกระจกทิ้งจริงๆ หรือเขาควรทุบหน้าตัวเองทิ้งดี? เขารู้สึกอิจฉาเพื่อนบางคนที่ไม่ต้องแวะไปคลินิกรักษาสิวเหมือนเขา หมอที่รักษาประจำก็ดันย้ายร้านอีก คราวนี้เขาต้องนั่งรถไปไกลแทบจะข้ามจังหวัด ถ้าไม่ต้องไปคลินิก เขาคงมีเวลาเล่นเกม และทำอย่างอื่นที่ใจอยาก
แต่การเดินทางไปหาหมอครั้งนี้จุดประกายความหวังให้เขาอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เขาจะไปฟันหมอ แต่…หลังจากคลินิก
“เฮ้ย กูเจอพี่คนหนึ่งว่ะ หล่ออิ๋บอ๋าย ในก้องนะ ไม่รู้ตัวจริงเป็นไง แต่ก็เอาวะ ไหนๆ จะไปถึงหลักสี่แล้ว เดี๋ยวหาหมอเสร็จจะแวะไปหาพี่เค้าดู” วิรัชคุยโทรศัพท์กับเพื่อนขณะนั่งรถแท็กซี่ข้ามทางด่วนไป
ที่หน้าคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่ง…ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก “เข้ามาสิครับ” หนุ่มล่ำ อกสวย ในชุดเสื้อแขนกุดมาเปิดประตูให้ วิรัชสำรวจใบหน้าของพี่ชาย ไม่ได้หล่อเหมือนในรูป แต่ไม่เป็นไร หุ่นเปรี๊ยะขนาดนี้ เขาก้าวเข้าไป ยิ้มทักให้และออกตัว “พี่ไม่ว่าไรใช่มั๊ยครับ ที่หน้าผมเป็นสิว พอดีในรูป มองไม่เห็นหรอกครับ กำลังหาหมอรักษาอยู่น่ะ”
พี่ชายวัยสามสิบยิ้มน้อยๆ ให้
เขาจัดเตรียมทุกอย่างไว้รับแขกพร้อมสรรพแล้ว หลังจากคุยกันสัพเพเหระ ทั้งสองก็มุ่งไปที่เตียง พอพี่ชายถอดเสื้อและกางเกงออก วิรัชแทบจะอดใจไว้ไม่อยู่กับสิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงในสีขาว เขาพร้อมแล้วและอยากให้เจ้าสิ่งนั้นเข้าไปอยู่ในตัวเขา ‘ท่าพี่เขาจะอึดน่าดู’ วิรัชคิดในใจ
การเล้าโลมผ่านไปอย่าง ช้าๆ แต่ครบถ้วนทุกส่วนสัด เขาเริ่มสงสัย ทำไมน้องชายของพี่ชายไม่ตื่นตัวซักที?
วิรัชเริ่มวิตกกังวล ‘หรือพี่คนนี้ เป็นพวกนกเขาไม่ขัน?’ เขาประกบริมฝีปากกับพี่ชายอีกครั้ง พี่ชายดูแข็งขืน แต่ก็ยอมตาม ส่วนมือของเขาก็ปฏิบัติการเคล้นคลึงส่วนสำคัญของรุ่นพี่เพื่อให้พร้อมได้แล้ว
ในที่สุด เขาก็ทำสำเร็จ แม้จะใช้เวลาเริ่มต้นนานไปหน่อย วิรัชได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว หลังจากทำความสะอาด อาบน้ำ และใส่เสื้อผ้า เขาอยากจะจูบพี่ชายใจดีอีกครั้งเพื่ออำลา แต่คราวนี้ พี่ชายถอยห่าง
วิรัชรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว “เมื่อกี้ เรายังมีความสุขอยู่ด้วยกันนี่ครับ?” เขาประท้วง
ด้วยความรู้สึกขุ่นๆ ที่พุ่งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนตัวอะไรสักอย่าง วิรัชกระแทกเสียง
“พี่น่ะ กว่าจะแข็ง ทำเอาผมเหนื่อยโคตรๆ สงสัยพี่ต้องใช้ไวอะกร้าแล้วละมั้ง” หน้าของเขาเชิดใส่
ใบหน้าเจ้าของบ้านเจื่อนลง เขานิ่งไปพักหนึ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ แต่แล้วก็สวนขึ้นว่า “เราน่ะ ต้องไปหาหมอฟันด้วยนะ ปากเหม็นโคตรๆ”
-end-
8 comments 0 เมษายน 20, 2008
ลองเปลี่ยนตัวเองซะบ้าง

วิทยา แสงอรุณ 12-13 April 2008 เมโทรไลฟ์ vitayamail@gmail.com
นึกว่าจะมีแต่คนอย่างผมอยู่ไม่กี่คน แต่จริงๆ มีเยอะ คืออยากไปเที่ยวผับบาร์บ้างน่ะ แต่แพ้ควันบุหรี่
ตั้งแต่ควันบุหรี่หายไป ผมว่า มันน่าเที่ยวขึ้นเยอะเลยนะ ต่อไปนี้จมูกจะมีไว้หายใจเป็นหลัก ไม่ได้ไว้กรองควัน พอกันทีเส้นผมเหม็นๆ ที่สะสมเศษอากาศอับๆ กางเกงยีนส์ตัวเก่ง รอดแล้วล่ะ จากนี้ไป เจ้าไม่ต้องคอยซับเหงื่อผสมความเหนียวอัปยศของบุหรี่จนคันขาหนีบยุกยิก
ใครบางคนยังบอกผมอีกว่า จำนวนคนเที่ยวดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นด้วย ไม่น่าเชื่อใช่มั๊ยล่ะครับ?
ก่อนหน้านี้ มีแต่คนพูดว่า หากห้ามสูบบุหรี่แล้วนักสูบ เอ๊ะหรือนักดูด? ก็อาจจะโวยวาย ไม่พอใจและหนีหน้าหายไป แต่เปล่า…พอมี “คนหน้าใหม่” เข้ามาหลังควันหมด บรรยากาศก็สดขึ้น “คนหน้าซ้ำ” ก็พลอยชุ่มชื่นไปตามๆ กัน เพราะได้เจอเป้าหมายใหม่ๆ ให้ส่งสายตาวิบๆ
ผมไม่รู้ว่ามีหน้าใหม่ไปเที่ยวกลางคืนมากขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หลังกฎเหล็กห้ามปล่อยควันฟุ้งเป็นผลในทางปฏิบัติเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่ที่แน่ๆ “เกย์พันธุ์แดนซ์” จะยังคงรักฟลอร์เต้นรำของพวกเขาไปอีกนาน ไม่ว่าจะมีควันหรือไม่มีควันก็ตาม ไม่เห็นต้องดิ้นไปสูบไป
มนุษย์เกย์มีหลายพันธุ์นะครับ ใครว่าเกย์เหมือนกันหมด? บางคนชอบอยู่บ้าน ดูดีวีดี บางคนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ …มันคัน และในกลุ่มมนุษย์เกย์ขาแดนซ์ด้วยกันแล้วเนี่ย ก็มีความชอบและสถานที่ที่ชอบต่างๆ กัน ฟลอร์ของพวกเขาจึงแตกต่างกัน เพลงที่พวกเขาชอบ ถึงแม้จะคล้ายกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว
หากคุณชอบความเป็นไทย หนุ่มไทยหน้าตี๋ ดูดีมีระดับ นักเที่ยวผสมกันระหว่างหนุ่มวัยทำงานกับหนุ่มๆ นักศึกษา บางร้านขึ้นชื่อว่า เป็นดินแดนที่ผู้ใหญ่นิยม “กินเด็ก” และเด็กๆ ก็พร้อมจะ “ถูกกิน” ก็เชิญแวะไปแถวหลังสวนฯ
ถิ่นนี้ที่เคยเป็นของนักเที่ยวชายหญิงเมื่อสักสามปีที่แล้ว แต่หลังจากมนุษย์สีรุ้งเข้าไปเยี่ยมชม ก็ช่วงชิงพื้นที่มาเป็นของตนแล้วหลายร้าน เจ้าของร้านต่างปลื้มไปตามๆ กัน เพราะเหล่ามนุษย์เกย์ ไม่ได้เที่ยวเฉพาะศุกร์-เสาร์เหมือนเหล่าชายหญิงทั่วไป แต่ไปแทบทุกวัน!
หากยังไม่หนำใจ แฟนๆ หลังสวนฯ ก็นิยมไปหาความสำราญต่อกันที่สีลมซอย 4 เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน ย่านนี้คือ “Cosmopolitan” และ “ตำนาน” ของเหล่ามนุษย์สีรุ้งอย่างแท้จริง เพราะเป็นแหล่งรวม “สหเกย์ประชาชาติ” ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา และไทย ที่มี DJ Station เป็น “ตัวแม่” คนรักเพลงฝรั่งแกะกล่อง คนชอบดูลิปซิงค์โชว์แบบอินเตอร์มีระดับต้องแวะไปที่นั่น
ย่านจตุจักร-อตก. เป็นแหล่งรวมขาแดนซ์เด็กแนวพันธุ์เกย์ หน้าละอ่อน พวกเขาจะยกโขยงมาเป็นกลุ่มใหญ่ หากคุณอายุเกิน 25 ก็จะถือว่าอาวุโสมากแล้ว แต่ถ้าคุณรักเด็ก ก็ไม่ต้องวิตกกังวลใดๆ เพราะเด็กๆ บางคนจะเอาอกเอาใจคุณดีที่เดียวแหละ คุณจะได้รับการคาดหวังให้เป็นสปอนเซอร์ค่าเหล้าให้ไง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เลี้ยงน้องๆ เค้าหน่อย
ถัดไปใกล้กัน ย่านรัชดาฯ (ซอย 8) กำลังมาแรง และแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีโปรโมชั่น มีคอนเสิร์ต มีกิจกรรม มีนักร้องดังให้ฮือฮาอยู่ทุกเดือน เรียกว่า กระฉับกระเฉงกว่าย่านใดๆ ทั้งหมด เพราะเจ้าของร้านคอยเสาะแสวงหาความแปลกใหม่มาให้ผู้บริโภคไม่หยุดหย่อน บางแห่งแข่งขันกันด้วย “ห้องมืด” จนฮือฮา แต่ขอแนะนำว่า อย่าเสี่ยงจะดีกว่านะครับ เพราะมันอาจจะพาความมืดมิดมาให้ชีวิตคุณได้ ในความมืดนั้น ถ้าไม่รู้จัก “safe sex”.
ย่านรัชดาฯ จะรวมนักเที่ยวพันธุ์ผสม ทั้งคนหาเช้ากินค่ำ นักศึกษา วัยทำงานที่อาศัยในแถบนั้น อายุก็คละเคล้ากันไป ถ้าคุณชอบอะไรที่เป็นไทยๆ ทั้งบรรยากาศ และคนเที่ยว ก็ไม่น่าจะผิดหวัง
ดูเหมือนเกรดจะน้อยกว่านิด เมื่อไปย่านรามคำแหง แยกลำสาลี (ซ. รามคำแหง 89/2) แต่เปล่าเลย ความจริงแล้ว มีคนเที่ยวหลากหลาย แตกต่างกันไปตามแต่ละร้านสี่ห้าแห่งที่กระจุกอยู่ด้วยกันในซอย ต้องบอกว่า มาที่นี่ จะได้พบผู้คนแทบทุกรูปแบบ เพราะย่านนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ละร้านมีจุดขายต่างกันไป ไม่แข่งขันกันเอง
ยังมีที่อื่นๆ อีกนะครับ ที่มนุษย์สีรุ้งชอบไปกัน แต่ไม่ได้กระจุกตัวเป็นย่านดังที่เล่ามา เสียดายล่ะครับที่ผมไม่นิยมนอนดึก เลยไม่สามารถแวะไปทุกๆ ร้าน ในทุกๆ ย่านได้ แต่ความอยากรู้น่ะ มีอยู่ตลอด ไว้จะสรรหามาเล่าอีก
การออกไปแดนซ์ ไปเจอผู้คน ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียหาย หากไม่ได้เสพติด แต่เสียดาย หลายๆ คนไม่ค่อยดูแลสุขภาพ ถ้าคุณยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ก็คงมีพลังงานเหลือเฟือ ฟื้นตัวเร็ว แต่หากพ้นวัยเที่ยว แต่ยังซน ก็ต้องแดนซ์อย่างฉลาดครับ อย่างวันเสาร์ ถ้ารู้ว่าจะไปเที่ยว กลางวันก็นอนซะ ขาแดนซ์ตัวจริงเค้าทำกัน
ในช่วงวันหยุดเทศกาลนี้ ถ้าเหงาๆ ก็อย่าอยู่คนเดียว ออกไปเปิดหูเปิดตา พบปะผู้คน และเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ที่อาจจะไม่ใช่ “วิถี” ของคุณ การทำอะไรแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ถ้าคุณมีความสุขดี ผมก็ดีใจด้วย แต่ถ้ามันเริ่มน่าเบื่อ จำเจ
ซ้ำซากและเป็นกิจวัตรจนเกินไป ลองทำอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่ว่าต้องไปเที่ยวผับ บาร์ ซาวน่า มันแค่เป็นทางเลือกหนึ่ง ชีวิตต้องมีทางเลือก
แชะ! แชะ! เก็บตกจากงานสัปดาห์หนังสือ ในที่สุดบูธของเราที่รวบรวมเอาหนังสือแห่งความหลากหลายทางเพศและหลายประเภทไว้มากที่สุดกว่าเดือนตุลาปีที่แล้ว ทั้งวรรณกรรม สารคดี วิชาการ ประสบความสำเร็จเกินคาดเพื่อนฝูงพี่น้องมาช่วยกัน เราไม่ปิดบัง กระมิดกระเมี้ยนหรือต้องรู้สึกเกรงใจใคร ขอบคุณสมาคมผู้จัดฯ ที่เปิดโอกาส และนักอ่านหลายท่านที่แวะมาและบอกว่า ดีใจ ที่เห็นงานสัปดาห์หนังสือบูธสำหรับหนังสือแนวนี้ให้อ่านซะที แชะ! แชะ! คุณพี่ท่านหนึ่งวัยล่วงห้าสิบ เข้ามามองหนังสือเกี่ยวกับเกย์ แล้วก็บอกว่า “ผมไม่อายแล้วล่ะ โลกเปลี่ยนไปแล้ว” แล้วท่านก็หยิบไปหลายเล่ม แถมหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาบอกว่า อ่านแล้ว เล่มนี้น่ะ น่าจะทำเป็นหนัง แชะ! แชะ! คุณน้องผุ้หญิงหลายคน เห็นหนังสือเรื่องสั้นหญิงรักหญิง ถึงกับยิ้มไม่หุบ “หายเหนื่อยเลยพี่ เดินหามาตั้งนานแน่ะ” แล้วก็แวะมาอีกสองสามครั้ง ไม่ได้มาซื้อเพิ่มหรอก มาดูบรรยากาศ หรือมาดูคนขายที่เป็นผู้หญิงจ๊ะ แชะ! แชะ!
-end-
6 comments 0 เมษายน 15, 2008
สีสายรุ้งที่บุ๊คแฟร์ 2008

วิทยา แสงอรุณ เมโทรไลฟ์ ผู้จัดการ 5-6 เมษายน 2008
สี่ปีเศษๆ ที่ผ่านมา คอลัมน์ “เลิกแอบเสียที” เชิญชวนคุณผู้อ่านไปเดินซื้อ “หนังสือสีรุ้ง” กันในงานบุ๊คแฟร์ที่จัดขึ้นปลายเดือนมีนาถึงต้นเมษา และเป็นที่มาของชื่อตอน “สีสายรุ้งที่บุ๊คแฟร์”
ในช่วงเวลานี้ของทุกปี บรรดาสำนักพิมพ์และร้านหนังสือต่างๆ คึกคักกันเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ผู้คนมีระยะเวลาเดินทางมาซื้อหาหนังสือกันมากกว่าในช่วงปิดเทอมเล็ก ซึ่งจัดในเดือนตุลาคม ครูและนักเรียนจากต่างจังหวัดเดินทางมากันเยอะ รวมถึงเจ้าของร้านหนังสือในต่างจังหวัดด้วยที่มาเก็บเกี่ยวหนังสือที่อาจคลาดสายตาไป
หลายๆ เล่มไม่ได้วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป เรียกว่า พิมพ์มาในงานนี้ หมดแล้วหมดเลยก็มี
ประมาณคร่าวๆ ว่า มีคนไปงานนี้กว่า 1.5 ล้านคนตลอด 13 วัน นับซ้ำหรือเปล่าไม่รู้นะครับ แต่ที่แน่ๆ หลายๆ คน ก็บอกว่า มาเดินกันสองวันเป็นอย่างน้อย
ในปี 2547 ซึ่งเป็นปีแรกที่คอลัมน์ “เลิกแอบเสียที” กับ Metro Life ปรากฏสู่สายตาท่านผู้อ่าน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เดินสอดส่องหาหนังสือถูกใจจนเมื่อยน่อง สำรวจและควานหาหนังสือสีรุ้งที่ซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ อยากจะมารายงานให้ฟัง และตาลายไปกับบรรดาผู้คนขวักไขว่ (ยกเว้นตอนเดินๆ ไป เจอหนุ่มๆ น่ารัก ก็หายปวดเมื่อยขึ้นมาเฉยๆ ล่ะ)
แต่ในปีนี้ 2551 ผมเปลี่ยนจากคนเดินจนเมื่อยน่อง มาเป็นคนยืนจนเมื่อยสองแก้มไปหมด เพราะมีคนเข้ามายิ้มทักทายที่บูธของเรา (M10 โซน C1 ไซเบอร์ฟิช มีเดีย และ “สะพาน” สื่อสร้างสรรค์เพื่อความหลากหลายทางเพศ)
บูธของเราเป็นสมาชิกหนึ่งในบรรดาสำนักพิมพ์กว่า 400 แห่ง ที่มาร่วมเปิดบูธ รวมแล้ว ก็มี 870 คูหา กินพื้นที่ทั้งศูนย์ประชุมสิริกิต์ เสาร์ที่แล้ว ช่วงบ่ายๆ ต้นๆ ก็ประกาศกันแล้วว่า ที่จอดรถเต็ม ไปรถไฟใต้ดิน เวอร์คสุดนะครับ
ที่ผมอดรู้สึกภูมิใจไม่ได้อีกอย่างในงานนี้ก็คือ เราเป็นบูธที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศในการอ่าน เพียงบูธเดียวในงาน เราได้รวบรวมหนังสือของแทบทุกสำนักพิมพ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เกย์ กะเทย ทอม ดี้ ไบฯ “สาว Y” และบรรดาผู้หญิง-ผู้ชายที่เปิดใจกว้างให้กับความแตกต่างทางเพศในสังคม แต่ต้องเป็นหนังสือที่คัดมาแล้วเท่านั้นนะว่า ไม่ได้ตอกย้ำกระทำซ้ำความเชื่อผิดๆ อย่างที่เคยเป็นมา คนอ่านที่สนใจหนังสือแนวนี้จะได้ไม่ต้องเดินจนเมื่อย ตกหล่นไปบ้าง ไม่ได้เก็บมาหมด ก็มีส่วนน้อย
งานบุ๊คแฟร์ 2008 ประจำเดือนมีนา-เมษานี้ เราทำได้ดีพอสมควรครับกับการรวมรวมสิ่งที่ต้องการ เพราะมีบรรดาสำนักพิมพ์ใหญ่น้อยให้ความสนใจส่งหนังสือมาร่วมบูธจนละลานตาไปหมด และที่น่าประทับใจมากก็คือ มีผู้คนมาหยิบจับ และสอบถามอย่างเปิดเผยมากขึ้น ผมอยากจะกล่าวคำว่า ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ทุกๆ ท่านที่แวะมา
มันทำให้เรา “รับรู้กันและกัน” มันเป็นความประทับใจที่บอกไม่ถูกนะครับ ที่เห็นรอยยิ้มของพวกเขาเวลาเขาเห็นหนังสือเหล่านี้
หากเมื่อเทียบกับเมื่อตอนปิดเทอมเล็กเดือนตุลาคม 2550 ที่เราเพิ่งมีบูธเป็นครั้งแรก รอบนี้สนุกกว่าเยอะ ในตอนนั้น เราวางหนังสือเรื่อง “สามีฉันเป็นเกย์” ไว้ด้านหน้าสุด พอผู้คนเดินผ่านไปมาก็หัวเราะขำขัน ชี้ไม้ชี้มือ พลางบอกคนข้างๆ ว่า “ซื้อดิ ซื้อดิ” หัวเราะอีกที แล้วเดินจากไป
ในใจหนึ่ง ผมรู้สึกว่า คนทั่วไปยังมองชื่อหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องน่าขำ แต่ความจริงข้างในเล่ม คงไม่ขำแน่ หากต้องแต่งงานแบบ “ผิดฝาผิดตัว” โชคดีที่คุณแครอล ผู้แต่ง สามารถสร้างความเข้าใจและปรับตัวให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ไม่คาดฝันได้ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่ไซเบอร์ฟิชผลิตขึ้น และได้รับการตอบรับดีมากๆ เรายังคงวางหนังสือเล่มนี้ไว้ด้านหน้าเหมือนเดิมอย่างภาคภูมิ
การที่มีบูธนี้ในงานหนังสือใหญ่ระดับชาตินี้ เป็นเรื่องพิเศษที่มีความหายนะครับ ไม่ต่างอะไรกับการรับรู้ในสังคมถึงตัวตนของมนุษย์สีรุ้ง ผมอยากจะย้ำคำพูดของกูรูท่านหนึ่งที่ว่า “Visibility is key.” การมองเห็นตัวตนคือสิ่งที่สำคัญ ถ้าเรายังแอบอยู่ ใครจะมารับรู้ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง?
ลองนึกดูนะครับว่า เมื่อผู้อ่านที่เป็นเกย์และเลสเบี้ยนรวมถึงเพศที่แตกต่างหลากหลายอื่นๆ เดินผ่านมาและเห็นหนังสือที่เกี่ยวกับพวกเขา พวกเขาเหล่านั้นจะรู้สึกดีกับผู้จัดงาน และสังคมนี้ขนาดไหนที่เปิดโอกาสให้พื้นที่ รับรู้ตัวตน และเห็นความสำคัญ?
ในวันเปิดงาน (26 มีนาคม) มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่คิดไม่ฝันมาก่อน บูธของเราอยู่ในเส้นทางรับเสด็จฯ ตอนแรกๆ ก็เกร็งนะครับ เกรงว่าจะมีใคร หรือผู้ใหญ่ท่านใดในขบวนเสด็จ หรือบรรดาผู้ติดตามทั้งจากคณะผู้จัดงานจะเกิดอาการ “homophobia” ขึ้นมาดื้อๆ หรือเปล่า? แต่ทุกอย่างก็ลุล่วงด้วยดี
สี่ปีที่ผ่านไป ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีครับ มีคนผลิตหนังสือแนวสีรุ้งออกมามากมายเหลือเกิน และคุณภาพการเขียนของนักเขียนไทยก็น่าสนใจขึ้นมาก เปิดมุมมองใหม่ๆ ด้วยเทคนิคการเขียน และการนำเสนอแบบใหม่ๆ
แรงมากๆ ในบูธของเราก็คือ นิตยสารหญิงรักหญิง ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี “@Tom Act” ออกแบบรูปเล่มได้สวยงาม พร้อมเนื้อหาหลากหลายที่เปิดกว้าง ผ่านมุมมองของกองบรรณาธิการที่เรียกได้ว่า มีครบทุกเพศ-จริงๆ เล่มปฐมฤกษ์ขายดีเป็นพิเศษ เพราะหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้แล้ว
หนังสือเรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่านก็มีหลายเล่มนะครับ ขออนุญาตแนะนำ
“She 3 บางทีพรุ่งนี้อาจเปลี่ยนใจ” ผู้หญิงที่มีสามีแล้ว แต่ในใจยังคิดถึงผู้หญิงอีกคน ห้ามพลาด เล่มนี้ เป็นซีรีส์ เรื่องสั้นน่าประทับใจของสำนักพิมพ์เล็ก-เล็กๆ จากความสำเร็จของ She 1 และ She 2 เรียกว่า เป็นเวทีสำคัญของนักเขียนเรื่องสั้นแนวหญิงรักหญิงทีเดียว
“ทางเปลี่ยน” ออกมาสักพักแล้ว แต่คุณผู้อ่านอาจจะยังไม่รู้จัก เรื่องจริงของสาวประเภทสองชื่อดังคนหนึ่งของประเทศจีน ผ่านชีวิตต่อสู้ดิ้นรน ต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส
“จิน สิง” เป็นนายทหารระดับสูงในกองทัพจีน ในวัย 20 กว่าๆ เขาตัดสินใจเป็นผู้หญิง และปัจจุบันเป็นนักเต้น และครูฝึกเต้นที่มีชื่อเสียง ชีวิตของเธอน่าสนใจมากครับ จากเด็กผู้ชายที่ภายใจมีจิตวิญญาณของผู้หญิงเต็มตัว จนเป็นแม่บุญธรรมของเด็กกำพร้า
เธอเขียนไว้ว่า “เราทุกคนย่อมมีสิทธิ์เปลี่ยนทางเดิน เราอาจจะลงจากรถไฟขบวนนี้ไปขึ้นรถไฟอีกขบวนหนึ่งเพื่อจะได้ชมทัศนียภาพที่เจริญหูเจริญตากว่ากัน การที่เลือกเป็นผู้หญิง ก็เท่ากับฉันได้สับหลีกรถไฟ ฉันได้ผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อที่ลำบากลำบน เลือดตาแทบกระเด็น และการมีลูกก็ทำให้ฉันได้รู้จักเส้นทางอีกสายหนึ่ง ชานชาลาสถานีอีกแห่งหนึ่ง….
ใครที่สนใจเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ และสะเทือนใจกับนิยายความรัก “ม่านนางรำ” เล่าเรื่องของ-“หวาน” นางรำชายคนสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยรัชกาลที่เจ็ด กับคนรักทั้งสี่คน
แนวขำๆ อ่านเพลินๆ สไตล์วัยรุ่นต้องยกให้ “Soda Ice Diary” เมื่อนักศึกษาหนุ่มไปฝึกเป็นอาจารย์ฝึกสอนให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง แล้วเกิดตกหลุมรักนักเรียนคนหนึ่งเข้า ขณะที่ไม่รู้ว่า อาจารย์ประจำท่านหนึ่งก็เกิดความประทับใจเขาเช่นกัน แล้วใครล่ะจะเป็นผู้ฝึกสอนความรักที่แท้จริง?
คนที่สนใจแนววิชาการ ก็ติดตามได้จากหนังสือรวบรวมงานวิชาการทั้งผู้หญิงมุสลิม แนวความคิดเรื่องเพศจากมุมมองนักวิชาการไทยสมัยใหม่
การ์ตูนแนวโดจิน แนว Boy’s Love ต้องไปดูที่โต๊ะของ Pigasus เลยครับ แฟนๆ การ์ตูนและรูปวาดของ Pigasus พลาดไม่ได้ เห็นเด็กผู้หญิงมาเลือกซื้อเลือกอ่าน แล้วหัวเราะเริงร่ากัน ผมก็รู้สึกสนุกได้ด้วยล่ะครับ
ส่วนใครรอ DVD เรนโบว์บอยส์ เดอะมูฟวี่ ก็มีให้ซื้อในราคาลดสุดๆ เช่นกันครับ หนังสือทุกเล่ม สินค้าทุกชิ้นลดราคา
คุณไปเดินมาหรือยัง? ยังมีเวลาอยู่ วันเสาร์ อาทิตย์นี้ และต่ออีกวัน วันจันทร์ เป็นวันหยุดชดเชยวันจักรี พบกันที่ บูธ M10 โซน C และเราจะพบกันอีก เดือนตุลาคม สัญญาว่าจะรวบรวมมาให้มากกว่านี้ จนล้นเลยล่ะครับ!
-end-
5 comments 0 เมษายน 6, 2008
