Archive for กรกฎาคม, 2008
She Bangs! เจ๊กบ ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ เมโทรไลฟ์ วันเสาร์-อาทิตย์ 26-27 กรกฎาคม 2551 vitayamail@gmail.com
ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนเราะจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ผมกำลังพูดถึง คนๆ หนึ่งที่เคยใช้ชีวิตในรูปแบบหนึ่ง และแล้ววันหนึ่ง ก็มีบางสิ่งบางอย่างทำให้วิถีโคจรของคนๆ นี้ไม่เป็นเช่นเดิมอีกแล้ว เมื่อ…สุนัขตัวหนึ่งโดนรถชน
“เจ๊กบ” หรือที่ใครๆ ในตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอ เมือง จ. สมุทรปราการ พากันนับหน้าถือตาอย่างเต็มภาคภูมิ มีชื่อเต็มๆ ว่า นายชูชาติ ดุลยประภัทศร (อ่านว่า ดุล-ยะ) ในวัย 46 คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตเธอแล้ว ที่พบกับความสุข
เมื่อปลายเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา เธอเข้ารับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ หลังจากได้รับคะแนนโหวตท่วมทันพันกว่าๆ เฉือนคู่แข่งสองคนที่เป็นผู้ชายอย่างขาดลอย
ผมไม่แน่ใจว่า เธอเป็นสาวประเภทสองคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านของประเทศไทยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เธอเป็นหนึ่ง ไม่เคยเป็นรองใครในแบบฉบับของเธอ โดยเฉพาะอาการ “สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง” และ “ฆ่าได้ หยามไม่ได้”
“สมัยนั้นเป็นคนชอบแต่งตัว แล้วก็ชอบวางตัว (เรียกว่า ทำตัวหยิ่ง หัวสูงว่างั้นเถอะ-เธอยอมรับ)
แล้วเราก็ คงจะคิดไปเองด้วยมั้งว่า ตัวเองสวย (หัวเราะ) เวลาไปเที่ยว ก็ไม่อยากให้ใครมาข้องแวะ หรือมายุ่ง ถ้ามีคนเข้ามาหา หรือมาแซวคนในกลุ่ม เราก็ไม่ชอบ เราก็จะพูด บอกเค้าไปก่อน”
แต่ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องล่ะ?
“ปิดประตูตีกันน่ะ ก็เคยทำมาแล้ว เละกันไปข้างเลยล่ะ” เธอหัวเราะ
ตอนที่เป็นเด็กเที่ยวอยู่นั้น เรื่องท้าตีท้าต่อยเป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะเป็นคนไม่ยอมใคร เพื่อนๆ รู้ดี เรียกว่า อย่ามาหือกับคนนๆ นี้ แต่ก็ไม่เคยตีกับผู้หญิงหรือกะเทยด้วยกัน เองหรอก เจ๊กบจะมีปัญหากับผู้ชายกวนๆ ที่เข้ามาอย่างไม่เป็นมิตร
“ตอนเป็นวัยรุ่น ชอบเที่ยวมาก ผับ เธค ที่ไหนไปหมด โตขึ้นทำงาน ที่ร้านก็ขายดีนะ ร้านก๋วยจั๊บ ทำงานเก็บเงิน พอตกเย็น เพื่อนๆ ก็ชวนออกไปเที่ยว บางที กลับมาเกือบเช้า บางทีไม่ได้อยากไป ขัดใจเพื่อนไม่ได้ ก็ไปนั่งหลับก็มี กลับมาเข้านอน ตื่นมา ทำงาน แล้วก็ออกไปเที่ยวอีก ชีวิตเป็นอย่างนี้มานานจนรู้สึก…เบื่อ”

แล้วคุณล่ะ เคยเบื่อชีวิตมั่งมั๊ย? เจ๊กบถามพวกเรา
“เบื่อแบบว่า เห็นอะไรๆ เห็นใครๆ ก็เบื่อไปหมด เบื่อแม้กระทั่งคนในบ้าน เบื่อโลก เบื่อสังคม เคยคิดอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะมันเบื่อ”
แล้ววันหนึ่ง สุนัขข้างถนนตัวหนึ่งก็ทำให้เธอหายอาการนั้นไปเมื่อมันถูกรถชน
สุนัขขาหัก วิ่งไปไหนไม่ได้อีก นอนกองอยู่พื้นถนน รถคงต้องทับมันจนได้ และแล้วบางสิ่งก็ดลบันดาลให้เจ๊กบเห็นเจ้าตูบน่าสงสารนั่น เลยเข้าไปช่วย
“เคยคิดนะว่า ถ้าวันนั้น เราเกิดตายไปก่อนแล้ว เจ้าหมานั่น ก็คงตายไปกลางถนน คงไม่มีใครอยากจะไปช่วยมัน”
ปัจจุบันนี้ บ้านเธอเลยกลายเป็นสถานรับเลี้ยงสุนัขถูกทอดทิ้ง นับสิบตัว
“ก็มานั่งคิดๆ ดู ชีวิตที่ผ่านมา มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เราไม่เคยเห็นคุณค่าของตัวเราเลย”
เจ๊กบ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเอง เริ่มต้นด้วยการขออำลาตำแหน่ง “ตัวแม่” ประจำกลุ่มเพื่อนๆ ที่เที่ยวด้วยกันอย่างเงียบๆ
“ต้องบอกว่า ต้องหัดฝืนใจ ไม่ไปเที่ยวเวลาเพื่อนชวน แล้วเพื่อนๆ ก็ค่อยๆ เลิกเที่ยวกันไปเอง บางคน ก็เลือกทำงานมากขึ้น”
ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อได้เข้ามาคลุกคลีกับสังคมของชุมชนของที่บ้าน แล้วก็เลิกเที่ยวอย่างเด็ดขาด ต่อมา เธอก็ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ด้วยความที่เป็นที่รู้จักในชุมชน ใครๆ ก็เรียกเธอว่า เจ๊กบ เธอเลยใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ด้วยการช่วยคนอื่นๆ และเธอก็ไม่ใช่กบนักเลงคนเดิม
“มันผิดกันไปเลย อย่างคนแก่ คนเฒ่า ก็ต้องพยายามเข้าใจเขา เข้าให้ถึงเขา เหมือนเราเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านเขา เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยเป็นคนแบบนี้ รู้ตัวว่าเหมือนคนละคน ”
จากชีวิตเด็กคนหนึ่ง เกิดย่านสะพานควาย เคยวิ่งขายพวงมาลัยที่สี่แยกประดิพัทธ์ พอย้ายมาอยู่กับมารดาที่สมุทรปราการ ก็เที่ยวหัวราน้ำ ตอนนี้ เธอเป็นเจ๊กบ ผู้ใหญ่บ้านอัธยาศัยดี ที่บรรเทาทุกข์ของลูกบ้าน บางทีก็เรียกเธอว่า เจ้าแม่กบ ก็มี ลูกบ้านส่วนใหญ่ต่างก็รักเธอแทบทุกคน
“อย่างเมื่อเย็นนี้ เค้าก็แจ้งมา ลูกบ้านเจอตัวเงินตัวทอง ตัวใหญ่ มาปีนกำแพงบ้านเค้า ก็ต้องไปช่วยเอามาลง ไม่ได้ทำคนเดียวนะ นอกจากมีผู้ช่วย ก็มีทีมงานอาสาไปช่วยด้วยน่ะ”
เวลาออกงาน ลงพื้นที่ เจ๊กบ แต่งตัวยังไง? พวกเราสงสัย
“ก็แต่งตัวสบายๆ จริง ๆ ก็แต่งได้ (แต่งหญิง) แต่ไม่แต่งเลย คือ ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกขาสั้นมั่ง ส่วนเรื่องหน้าเนี่ย ก็ยังมีบ้าง แต่งอยู่ แล้วก็เรื่องน้ำหอม ยังไม่เลิก เพราะมันบ้าไง”
“ทำงานดีกว่านะคนเรา ถ้าเราทำงานไป แล้วเกิดสนุกไปงานนั้นๆ ก็ดี ถ้าเราทำแล้ว เบื่องาน ก็จะออกมาไม่ดี”
แชะ! แชะ! เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น แล้วแลนซ์ เบสส์อดีตสมาชิกวง ‘N Sync ก็พบรักใหม่ ข่าวซุบซิบจากมาลิบู เม้าธ์แหลก หนุ่มคนนั้นเป็นเทรนเนอร์สอนออกกำลังกายชื่อ Sebastian Leal และเคยแต่งงานมาแล้วเก้าปี ตอนนี้สองหนุ่มกำลังจี๋จ๋ากันอยู่ แต่ผมล่ะ ยังอดเสียดายหนุ่มนักบินคนก่อนไม่ได้ ไม่รู้ปล่อยไปได้ยังไง แชะ! แชะ!ถ้าฮีธ ยังไม่ตาย คงได้เห็นเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับยอดรายได้หนังแบทแมนที่ทะลุทะลวงตามความคาดหมาย เรื่องนี้โจ๊กเกอร์เป็นแบทแมนตัวจริง เอ๊ะ พระเอกเรื่องนี้ ใครอ้ะ คริสเตียน เบลล์อยู่ไหน? แชะ! แชะ! ทนไม่ไหว ทนไม่ไหว หลังจากเห็นซีรีย์ดังทางทีวีกลายเป็นหนังใหญ่โกยเงินนับไม่ถ้วนอย่าง Sex and the City หรือ The X File (จะมีภาคต่ออีกตอนฉายเร็วๆ นี้) gay.com เลยทำโพลล์ซะเลยว่า เหล่าประชาชีมนุษย์สีรุ้งอยากดูซีรีย์ร้อนๆ อย่าง Queer As Folk บนจอโรงหนังหรือเปล่า คำตอบก็คือ แน่นอน ไปดูแน่ แล้วก็จะซื้อ DVD สะสมไว้อีกตะหาก เว้นแต่ว่า ตัวละครในจอเงินต้องเหมือนกับในจอทีวี เอ แต่โพลล์ไม่ได้บอกว่า แล้วถ้าในจอเงินเปลือยมากกว่าจอในทีวีล่ะ จะยอมมั๊ย แชะ! แชะ!
-end-
10 comments 0 กรกฎาคม 27, 2008
แค่อยากจะบอกว่า…ก้อมันไม่ใช่
วิทยา แสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์ vitayamail@gmail.com 12-13 July 2008
เบื้องหน้าของ “ต่อ” คือ ชายร่างสูงเกือบ 180 ซม. ใบหน้ามีเคราเขียวจางๆ ผมปัดเป๋ เขาไม่ได้ดูอ้วนลงพุง เส้นผมบนศีรษะก็ไม่ได้บางลงเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ของต่อที่แต่งงานและมีลูกแล้ว
ขอบใจนะที่มา “จร” พูดแล้วนั่งลง พลางมองไปรอบๆ เขาคงไม่รู้จักใครเลยที่ร้านอาหารแห่งนี้ และที่กรุงเทพฯ นี่คงไม่มีใครรู้จักเขา ดีจริง เขาเรียกพนักงานมาสั่งเบียร์
“ไม่น่าเชื่อเลย ใช่มั๊ย? ถ้าวันนั้น เราไม่ไปสาย คงไม่ได้เจอนายที่นั่น” ต่อเปิดบทสนทนาแล้วยิ้มให้ อดไม่ได้ที่จะแอบสังเกตรายละเอียดบนใบหน้าของจรยามเมื่ออยู่ใกล้ๆ ผ่านแก้วเบียร์ของเขาที่ยกขึ้นซด และใช้บังสายตาเขาตอนนี้
สองปีที่แล้ว ต่อกำลังจะเดินทางไปมาเลเซีย ส่วนจรกำลังจะกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด ตอนนั้นสุวรรณภูมิยังไม่ได้แยกเที่ยวบินในประเทศกลับไปอยู่ดอนเมือง ทั้งสองคนหันมาเห็นกันโดยบังเอิญที่เคาน์เตอร์ของสายการบินตอนเช็คอิน
จังหวะนั้น สองคนแทบจะกระโดดเข้าใส่กัน แต่เพราะต่อกำลังจะตกเครื่อง จึงทำได้เพียงร้องทักทาย “เดี๋ยวเราขอที่อยู่นายกับที่บ้านนายนะ” ต่อตระโกนบอกก่อนจะกุลีกุจอหอบกระเป๋าวิ่งหน้าตั้งไปด่านตรวจ
สิบกว่าปีมาแล้วที่สองคนไม่ได้เห็นหน้ากันเลย บางครั้งต่อก็นึกอิจฉาจรเหมือนกัน ทั้งๆ ที่พ่อของทั้งสองก็ทำมาหากินมาคล้ายๆ กัน แต่ฐานะทางบ้านของจรดีกว่าต่อหลายขุมนัก
ตอนประถมหนึ่ง เขาอยู่กันคนละห้อง ต่อจำได้ว่า เขาเรียนดีกว่าจรหลายเท่า แต่คนเรียนเก่งมักจะสู้ผู้ชายอีกคนไม่ได้ตรงความฮ็อต ประเด็นนี้ปรากฏชัดเจนขึ้น เมื่อโรงเรียนชายล้วนที่เขาเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก มีนักเรียนหญิงมาเรียนร่วมด้วยตอนเขาทั้งสองขึ้น ม. 4
“ผมน่ะ ไม่เคยเรียนห้องเดียวกับมันเลยนะ ตอนประถมถึงมัธยม ก็เห็นๆ หน้ากันอยู่ ไม่ค่อยชอบหน้ามัน ไงก็ไม่รู้ แต่พอดีพ่อผมกะพ่อมันเป็นเพื่อนสนิทกัน จะได้คุยกันก็ตอนพ่อมันพาบ้านมันมาออกไปกินข้าวกับบ้านผม พอเห็นอยู่โรงเรียนเดียวกัน ก็จับให้เรานั่งด้วยกัน ให้คุยกัน แต่ผมก็คุยกันไปงั้นๆ ตอนนั้นน่ะ ผมรู้ตัวแล้วล่ะว่า ผมเป็นเกย์ ผมคงรู้สึกเหมือนมีอะไรแตกต่างระหว่างเราอยู่เยอะ” ต่อเล่า
แต่ตอนมัธยม บางสิ่งบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ผู้หญิงวิ่งเข้าหาจรให้ตรึมในฐานะหนุ่มหล่อของโรงเรียน
“มันก็จีบหญิงไปดะนะพี่ ไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนผม พอดีเพื่อนผมคนนี้ หน้าตาดี เป็นสาวลูกครึ่งไทยเดนมาร์ค เหมือนนางแบบเปี๊ยบเลย ใครๆ ก็มารุมรัก มันได้เปรียบกว่าคนอื่น เพราะมีผมนี่แหละที่เป็นสะพานให้มัน น่าจะเรียกว่าเป็นทางด่วนซะมากกว่า” ต่อหัวเราะ
จรกับเพื่อนของต่อกลายเป็นคู่รักที่ใครๆ ทั้งโรงเรียนต่างพากันอิจฉา เวลามีเรื่องทะเลาะกัน ก็มีนายต่อนี่แหละคอยช่วยประสานรอยร้าว จรมารู้ทีหลังว่า ต่อเป็นเกย์ ก็จากปากแฟนสาวคนนี้ แต่ทำยังไงได้ ถ้าไม่ได้นายต่อ จรคงไม่ได้เป็นแฟนกับหล่อน
“ทะเลาะกันที มันก็ต้องวิ่งมาหาผม ผมล่ะเซ็ง มันก็ไม่คิดอะไรนะที่ผมเป็นเกย์ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ค่อยชอบเกย์ กะเทยเท่าไหร่ คงเป็นเพราะเห็นกันมานาน แต่จริงๆ มันจะคิดยังไงกับผมเหรอ? ไม่ชอบผมเหรอ? ผมไม่แคร์หรอก”
ทั้งจรและเพื่อนคนสวยของต่อคบกันมาจนถึง ม. 5 ก็ต้องแยกย้ายกันไป หล่อนสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ส่วนจร ที่บ้านส่งไปเรียนต่ออเมริกาตั้งแต่นั้น และแล้วในวันนี้ เพื่อนสองคนก็ได้เจอหน้ากันอีกในวัยสามสิบต้นๆ
“ตอนเราโทรไปบ้านนายปีนั้นน่ะ หลังจากที่เราเจอนายที่สนามบิน ที่บ้านบอกว่า นายกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงฝรั่ง เป็นไงบ้างล่ะ แล้วนี่ เมียนายไปไหน ไม่บินกลับมาเยี่ยมบ้านด้วยกันเหรอ?”
“ไม่หรอก เรากลับมาคนเดียว เราไม่ได้มาเยี่ยมบ้านนะ” จรตอบ สีหน้าเขาสลดลง “เราเลิกกันแล้วล่ะ” เขาก้มหน้าลง
“อ้าว!?!”
“ลูกเรา ก็ให้เค้าเลี้ยงไป เราจ่ายค่าเลี้ยงดูอยู่ตอนนี้ เรามาอยู่บ้านสามสี่เดือนแล้วนะ ตอนนั้นน่ะ ถ้านายอยู่อเมริกา ไม่ว่าตรงไหน เราจะบินไปหานายเลยนะ เราไม่รู้ว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง เรามีเรื่องจะบอกนาย แต่…นายอย่าบอกใครนะ เราไม่มีใครแล้ว”
แล้วลูกผู้ชายหน้าหล่อตรงหน้าก็เริ่มสะอึกสะอื้น ต่อแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า เพื่อนของเขากำลังร้องไห้ออกมา เขาส่งสายตาปลอบโยนไปให้ และพยักหน้าตั้งใจรับฟัง จรกระดกแก้วเบียร์ แก้วที่เท่าไหร่ไม่รู้ อีกครั้ง
“เราไม่ได้อยากเลิก แต่มันจำเป็นน่ะ ตอนอยู่ที่โน่น เรากับเค้าก็อยู่ด้วยกันดีๆ แต่ปีที่แล้ว บริษัทส่งเราไปสัมมนาอีกเมือง ตอนนั้นเราต้องไปกับเพื่อนร่วมงาน เราก็รู้ว่า ไอ้หมอนั่นมันเป็นเกย์ แต่เราก็ไม่คิดอะไร สัมมนาเสร็จเราก็ไปดื่มกัน แล้วคืนนั้น เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ เรากับผู้ชายคนนั้น มีอะไรกัน”
ต่อสังเกตจรเริ่มหายใจขัด ใบหน้าที่เคยขาวใสของเขา ตอนนี้เริ่มแดงจัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์เบียร์หรือเพราะสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมา จรเริ่มขยับเก้าอี้อีกครั้ง เขาหันรีหันขวางเหมือนเก้าอี้มันกำลังบีบรัดให้เขาทนนั่งอยู่ไม่ได้ ถ้าวิ่งออกไปได้ ต่อคิด จรคงหายวับไปแล้ว
“นายแน่ใจเหรอ มันก็แค่ครั้งเดียว อย่าคิดมาก คงเพราะนายเมามั้งวันนั้น”
“พอเรากลับบ้าน นายรู้เปล่า อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไป เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราทำอยู่มันไม่ใช่ เราไม่รู้สึกอยากมีอะไรกับเมียเราอีกเลย กับคนนั้นก้อ…มันก็ไม่ได้วิเศษอะไรตอนเราทำไป แต่มันรู้สึกแปลกๆ น่ะ นายเข้าใจมั๊ย มันเกิดขึ้นได้ยังไง? มันเกิดขึ้นกับเราได้ยังไง? เรามีลูกแล้วนะ ลูกเราน่ะขวบนึงแล้ว” จรละล่ำละลัก
ตอนนี้น้ำตาของเขาเอ่อล้นออกมาอย่างไม่อายใครอีกแล้ว ต่อรู้สึกสงสารจับใจ แล้วจะให้เขาทำยังไง? เขาทำอะไรไม่ถูกแล้ว ก็เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่า ที่เพื่อนนัดมาวันนี้เพื่อจะพูดเรื่องนี้กับเขา หรือจะส่งกระดาษทิชชู่ให้เขา เอาจังหวะนี้เลยเหรอ?
“ที่บ้านเราน่ะ เค้าดีใจนะ ที่เรากลับมาบ้านจะได้ทำกิจการที่บ้าน รู้มั๊ย เค้าบอกว่ายังไง ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวป๋ากับแม่จะหาใหม่ให้ อยู่บ้านเราแหละดีแล้ว บ้านเราเค้าไม่รู้หรอกว่า เราเป็นอะไร เรารู้สึกยัไง เราจะบอกกับพวกเค้าได้ยังไงล่ะ บางครั้งมันก็อ้างว้างมากเลยนะต่อกับการไม่มีใคร นายเข้าใจที่เราพูดมั๊ย”
จรเล่าอีกว่า สองเดือนก่อนเขารู้จักผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่จังหวัดติดๆ กัน หนุ่มคนนั้นไม่ได้ปิดบังอำพรางใครในชีวิตว่าตัวเองเป็นเกย์ พอคบกันสักพัก จรก็ตัดสินใจบอกว่า “เราอยู่กับคนพวกนี้ไม่ได้หรอก ทำไมต้องแสดงออกอะไรกันด้วย”
ต่องงๆ กับสิ่งที่ได้ยิน “ผมก็ยังไม่แน่ใจนะพี่ว่า มันเป็นเกย์หรือเปล่า หรือมันเข้าใจอะไรผิดๆ ไป มันจะเป็นเกย์ได้ยังไง” ต่อเล่า
หลังจากดื่มไปอีกแล้ว จรเริ่มจ้องหน้าต่อ เขานิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาว่า “ต่อนายยังไม่ใครใช่มั๊ย นายว่า…เรากับนายเป็นแฟนกันได้มั๊ย” จรโพล่งออกมา
หา? ให้ตายเถอะ ต่อคิดในใจ ตอนนี้ เขาไม่แน่ใจว่า ใครสับสบกว่าใคร ความคิดของจรที่อยากเป็นแฟนกับเขา มันมาจากไหน?
“ต่อ นายน่ะไม่มีใครดูออก แล้วก็ไม่มีใครดูเราออก บ้านเรากับบ้านนายก็สนิทกัน เราคงไปไหนมาไหนด้วยกัน เข้าออกบ้าน ไม่มีคนสงสัย พอใครๆ ถามว่า ทำไมเราไม่แต่งงานใหม่ เราก็บอกได้นี่ว่า ต่อมันยังไม่เห็นจะแต่งเลย นะ…นายเป็นแฟนเรานะ”
แชะ! แชะ! เตรียมตัวดูหนังเกย์จากอาร์เจนติน่า “เซ็กซ์…บาป…และแรงปรารถนา” (UN ANO SIN AMOR) หรือ บันทึกปีที่ไร้รัก เมื่อนักเขียนคนหนึ่งติดเชื้อ HIV และมีชีวิตอยู่ได้หนึ่งปี เขาเลือกเดินทางสู่มุมมืดของชีวิต และคิดไปว่าจะได้พบความรักใน “sex club” หนังได้รางวัลใหญ่ๆ มาแล้วเริ่มฉาย 24 ก.ค. นี้ ที่ House RCA. แชะ! แชะ!
30 comments 0 กรกฎาคม 20, 2008
15 หนังสั้นร้อน สะท้อนความหลากหลายทางเพศ
วิทยา แสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์ vitayamail@gmail.com 12-13 July 2008
มาถึงครึ่งทางแล้วครับกับการจัดประกวดหนังสั้นเกี่ยวกับเกย์ เลสเบี้ยน และเพศที่หลากหลายอื่นๆ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากโครงเรื่องที่ส่งเข้ามาประกวดจำนวน 107 เรื่อง คณะกรรมการคัดกรอง เลือกสรรร ถกกัน และตัดใจ เลือกมาได้ 27 เรื่อง มากกว่าที่ตั้งใจไว้ 2 เรื่องเพื่อเข้าสู่รอบสอง
พอถึงวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค. 2008 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เช้า การพิจารณารอบสองก็เริ่มต้นขึ้นเพื่อคัดเลือก 15 เรื่องที่ “ครีม ครีม” เท่านั้น
ผู้จัดเขิญผู้เข้ารอบทั้ง 27 ทีมมานำเสนอแนวความคิดของพวกเขา เปิดโอกาสให้ชี้แจงความตั้งใจ และระบุความพร้อมของการถ่ายทำให้ชัดเจน และแล้วเราก็ต้องหนักใจอีกครั้ง เมื่อเห็นความตั้งใจของผู้สมัครทุกๆ คน และทุกๆ ทีม อยากจะบอกว่า ถ้างบฯ มีพอ อยากจะให้ทำทั้งหมดเลย 27 เรื่องนั่นแหละ
คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า ใครกันบ้างที่มาเข้าร่วมโครงการ?
บอกไปคงไม่เชื่อล่ะครับ นอกจากคนที่เป็นเกย์ เลสเบี้ยน ไบฯ สาวประเภทสองแล้ว ก็ยังมี ผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กมัธยมที่สนใจ อายุน้อยที่สุด ก็คือนักเรียนชั้นมัธยม 3 จากโรงเรียนเซ็นฟรังก์ฯ เดี๋ยวนี้ โรงเรียนมัธยม ก็มีชมรมทำหนังสั้นกันแล้วนะครับ ทีมมัธยมอีกแห่งมาจากโรงเรียนทิวไผ่งาม
วันนั้น น้องๆ เซ็นฟรังก์ฯ ในชุดนักเรียน แห่กันมาเกือบสิบคน ที่น่าประทับใจมากๆ ก็คือ พวกเขามีแนวความคิดที่น่าสนใจ และนำเสนอการวางแผนแบ่งงานเสร็จสรรพราวมืออาชีพ ผมคิดว่า นอกจากเล่นเกมคอมพ์แล้ว การทำหนังสั้นก็เป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่เด็กๆ น่าจะทำได้
อีกรายเป็นคุณน้าสองคนที่ชอบหนังสั้นมาก ถึงขนาดทำเป็นงานอดิเรก ทำมาหลายเรื่องด้วย เดาว่า คงเบื่องานเก็บค่าเช่าบ้านซึ่งเป็นงานหลัก ส่วนผู้เข้าสมัครจากต่างจังหวัดก็มีครับ อยากจะขอปรบมือหลายๆ คนที่อุตส่าห์เดินทางไกล บางรายมาจากเชียงใหม่ เพื่อมาพรีเซนท์งานให้ครอบคลุมทุกประเด็นในเวลา 10 นาที
ตกเย็น กรรมการฯ ก็ต้องคุยกันต่อว่า จะเป็นเรื่องไหนบ้างที่เข้ารอบ เราได้คำตอบแล้วล่ะครับ และต่อไปนี้คือ เรื่องย่อๆ ของ15 เรื่อง ที่มีเนื้อหาตรงกับชีวิตคุณ! (เรื่องต่อไปนี้ ไม่ได้เรียงตามลำดับความชอบของผู้เขียน)

ชั้น 12 A ทศกำลังไปงานเลี้ยงส่งเพื่อนที่จะเรียนต่อเมืองนอก ลิฟท์โดยสารนำเขาสู่ชั้น 12 A พร้อมกับหญิงสาวลึกลับคนหนึ่ง บทสนทนาของทั้งสองทำให้ความลับบางอย่างถูกเปิดเผยขึ้น
หนึ่งในดวงใจ ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งดูพิธีกรสัมภาษณ์นักร้องชายคนดังที่กำลังมีปัญหากับแฟนสาว เมื่อนักร้องร้องเพลง ‘หนึ่งในดวงใจ’ เพื่อง้อแฟนสาว ชายคนนั้นกลับค้นพบความจริงอะไรบางอย่างของชีวิตตัวเอง
รักร่วมเพศ ตอนกลางวันเขาคือนักศึกษาชายชื่อคมสัน ภาระหนักอย่างหนึ่งของเขาคือ ดูแลมารดาที่ล้มป่วยเพราะเป็นอัมพาต พร้อมๆ กับเรียนหนังสือมิได้ขาด ความเหนื่อยยากและอุปสรรคนานาลุล่วงไปได้เมื่อเขากลายเป็น จอย เด็กสาวอีกคนหนึ่ง
ผู้เลือก ธีรวุฒิ ทำหน้าที่สอบสัมภาษณ์พนักงานใหม่ ทรงพลผู้สมัครเพรียบพร้อมด้วยคุณวุฒิ ประสบการณ์ และทัศนคติ แต่เขาเป็นเกย์ เพราะหัวหน้าของธีรวุฒิเคยประกาศไม่รับเกย์หรือกะเทยเข้าทำงาน เขาจะตัดสินใจอย่างไร?
ตลอดไป หญิงสาวไม่เข้าใจว่า เหตุใดแฟนหนุ่มของเธอจึงตีจากเธอไป แล้วหันไปคบกับผู้ชาย จนกระทั่งเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง เธอพบคำตอบนั้น
เรื่องยังไม่มีชื่อเรื่อง ก. หนุ่มเกย์กรุงเทพฯ ลงใต้เพื่อไปเป็นครู เขากลับรู้สึกดีที่ได้ใส่ผ้าโสร่งไปสอนหนังสือ ส่วน ล. สาวทอมจากใต้ ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อประกอบอาชีพเดียวกัน ประสบการณ์ชีวิตของทั้งสองสวนทางและมีอะไรบางอย่างเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ
ป่าในหัวใจ แก้มเฝ้ารอคอยความรักจากพิม เพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งๆ มีใจให้กัน แต่บ้านของแก้มต้องการให้เธอย้ายมาอยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน เธอจะตัดสินใจอย่างไรกัเพื่อนรักคนนี้
รักไม่รู้จบ หญิงชายสี่คนเข้ามาเกี่ยวข้องกันและเกิดความสัมพันธ์ขึ้นโดยแต่ละคนไม่รู้ตัว
พระจันทร์เป็นพยาน ความฝันใฝ่ของหมูโบว์ก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปคือ ได้พบรักและได้แต่งงาน แต่จะทำยังไงดี เมื่อชายคนรักของเธอไม่รู้มาก่อนว่า เธอเคยเป็นผู้ชาย
กาลครั้งหนึ่ง เมื่อฉันถามชื่อแก เด็กสาวสองคนรักกัน และคบกันเป็นแฟนตั้งแต่อยู่ชั้น ม. 2 ในวัยยี่สิบต้น ๆ ของวันปัจจุบันทั้งสองมองย้อนกลับไปเพื่อค้นหาว่า อะไรนะทำให้ฉันกับแกยังคงอยู่ด้วยกัน
ตู้ปลาที่ไม่มีปลา (ตุ๊ด) อยู่ในตู้ ชายสามคนพบกับประสบการ์ณเลี้ยงปลาทองที่มีพฤติกรรมเหลือเชื่อ
ไม่มีชื่อ คือความรู้สึก ในวิชาจิตรกรรม ชายคนหนึ่งกำลังวาดรูปนู้ดของผู้ชาย เขาได้รับคะแนนยอดเยี่ยมเพราะเขาวาด ‘ตรงนั้น’ ได้สุดยอด จนเพื่อนๆ เริ่มสงสัย ไม่เว้นกระทั่งตัวเขาเอง
The Inconvenient Truth จีเป็นทอมสาว ที่ทางบ้านไม่ว่าอะไรกับสิ่งที่เธอเป็น จนกระทั่งเธอไปพบกับแอน สาวใหญ่
ถ้าโลกนี้ไม่มีผู้ชาย ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้ชายที่เธอคบถึงบอกเธอว่า “เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น” เธอตื่นขึ้น และเริ่มพบว่า อะไรๆ รอบตัวเธอ มันแปลกๆ
(S) He ก้องเป็นชายทั่วไป บอลเป็นเกย์ ทั้งสองคนต้องตั้งคำถามว่า ความเป็นเพื่อนมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ถ้ายังคงต้องอยู่ด้วยกัน
ผู้เข้ารอบมีเวลาทำหนังประมาณ เดือนเศษ หนังจะฉายให้ชมกันราวเดือนกันยายน สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้ารอบ คิดงานดีๆ รอประกวดปีหน้าไว้นะครับ เพราะเจ้าของโครงการกระซิบว่า มีแนวโน้มจะได้ทุนเพิ่มขึ้นและโครงการจะขยายตัวยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และทัศนคติที่ลดความเป็นลบในสังคมกันต่อไปด้วยสื่อภาพยนตร์คุณภาพ!
9 comments 0 กรกฎาคม 13, 2008
สามปีที่รอคอย
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ vitayamail@gmail.com Metro Life 5-6 July 2008
“ชัยชนะ” เป็นหนุ่มหน้าตาปานกลาง ไม่ถึงกับ “บ้านๆ” แต่ด้วยหุ่นล่ำ เพราะเล่นเวท และมาดแมน เพราะเป็นธรรมชาติโดยแท้ของเขา สิ่งที่เขามีภายนอกจึงกลายเป็นเสน่ห์อันร้ายกาจที่เขารู้สึกภาคภูมิใจยิ่งนัก
เขาเคยมีแฟนแล้วคนหนึ่ง เป็นผู้หญิง เคยมีอะไรกันแล้ว แต่ชัยชนะเพิ่งมารู้ตัวว่า มีอะไรกับผู้ชายคือ “สิ่งที่ใช่” มากกว่า มันเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขากับเพื่อนสนิทคนหนึ่งยอมปลดปล่อยตัวตนให้กันและกันในค่ำคืนหนึ่ง
“มันรู้สึกไม่เหมือนกันน่ะครับ มันเหมือนบางสิ่งที่ขาด ได้รับการเติมเต็ม แรกๆ ก็รู้สึกแปลกอยู่บ้าง แต่นานๆ ไป ก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาเวลาที่ผมมีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน”
คุณผู้อ่านเคยเป็นเหมือนเขาไหมครับ? เกิดมาก็เป็นเด็กผู้ชายทั่วไป คบหากับเพื่อนผู้ชาย กินเหล้า เตะบอล เพื่อนผู้ชายต่างก็อวดแฟนหญิง คุณก็เลยต้องมีแฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกับชาวบ้านเหมือนกัน?
แต่ทำไม ตัวคุณเองไม่เคยรู้สึก “สวีทจี๊ดจ๊าด” กับแฟน หรือรู้สึก “เติมเต็ม” เหมือนชาวบ้านเค้าซะที?
ส่วนคุณผู้อ่านที่เป็นชายหญิงทั่วไป อย่าเพิ่งงงนะครับ ชัยชนะ ไม่ได้ “กลายเป็น” เกย์ เพราะไปมีอะไรกับเพื่อนผู้ชายคนนั้น ผมไม่รู้ว่าคุณคิดยังไง แต่ผมคิดอย่างนี้…ว่า…การเป็นเกย์ ไม่ได้มาจากประสบการณ์ หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งในความจริงแล้ว การพยายามตั้งคำถามว่า มันมาจากไหน ก็คงเป็นคำถามที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะมันไม่ได้มาจากไหน มันเกิดมาพร้อมกับการเกิด
หลังจากคบหากับผู้ชายไปได้พักหนึ่ง ชัยชนะรู้ว่า เขาจะบริหารเสน่ห์ของเขายังไงดี แล้ววันนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อเขาพบกับ “วิน” ใครๆ ในกลุ่มเพื่อนก็ต่างหมายปองวิน เพราะวิน เป็นหนุ่มหน้าตาดี
“ดีในแบบที่ว่า ผมไม่มีวันเทียบติด หน้าตา รูปร่างของวิน ขึ้นปกนิตยสารได้เลย”
เขาเล่าต่อ เขารู้ตัวดีว่าวิน คงไม่มีวันสนใจตัวเขา แต่ก็อยากลองสักตั้ง เพราะอยากเอาชนะ ที่สำคัญอยากให้เพื่อนๆ ในกลุ่มรู้ว่า เขาสามารถทำให้วินมาเป็นแฟนเขาได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
สิ่งที่ชัยชนะทำก็คือ ตามตื้อ และคอยเป็นห่วงเป็นใย ส่วนสิ่งที่วินทำก็คือ กลั่นแกล้ง ด่าทอต่อว่า และทำให้ชัยชนะรู้สึกว่า ตัวเองต่ำต้อย ไม่คู่ควร เวลาผ่านไปนานวันเข้า ชัยชนะก็ยังอยากเอาชนะอีกฝ่ายอยู่ไม่วาย
“ผมอดทนมากครับพี่ ไม่รู้ว่า ตัวเองทำไปได้ยังไง คงเป็นอารมณ์ที่ว่า ถ้าได้มีแฟนหล่อ คงมีคนอิจฉาผม แล้วผมก็คงรู้สึกดีละมั้ง”
เวลาผ่านไปเป็นปี สิ่งที่ทั้งสองคนทำก็ตรงข้ามกันตลอดเวลา ชัยชนะพยายามเอาอกเอาใจวินสารพัด ส่วนวิน ก็พยายามทำให้ชัยชนะเกลียด และไปให้พ้นๆ
จนในที่สุด ความดี ความเอาใจใส่ ทำให้อีกฝ่ายปราชัย วินตกลงลองเป็นแฟนกับชัยชนะ ท่ามกลางความงงของเพื่อน ทั้งสองคบกันไปได้ระยะหนึ่ง และในเวลานั้น ชัยชนะเล่าว่า
“ผมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน กับการพยายามเอาชนะให้ได้ ผมตามใจเขาทุกอย่าง แทบจะไม่เหลือตัวตนของผมแล้ว แล้วผมก็ได้เขามา แต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรอย่างที่เคยอยากจะรู้สึก”
วินเดินทางบ่อย และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพลิกผัน เมื่อวินออกต่างจังหวัดนานหลายวัน เขาตากแดด ตากฝน จนดูโทรม
“กลับมาอีกที เขาเหมือนเป็นคนละคนเลยล่ะครับ ดำอึ้ด…ดูไม่จืดเลย ผมเลยบอกเลิกเขาดื้อๆ ซะอย่างนั้น แล้วผมก็หายหัวไป”
ความจริงก็คือ ชัยชนะรู้สึกหมดแรงมาพักหนึ่งแล้วกับการวิ่งไล่ ตามหา พยายามทำสิ่งที่เขาไม่มีความสุขที่จะทำเพี่อวิน ขณะที่ความรู้สึกของวินกลับเจริญงอกงามให้กับผู้ชายหน้าตาธรรมดาคนนี้ เพราะเขาคนเดียวที่คอยเอาอกเอาใจสารพัด แล้วจู่ๆ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหายไปจากชีวิตของเขาอย่างกะทันหัน
“เขาคงงงน่ะครับพี่ แต่ตอนนั้น ผมคิดว่า เป็นโอกาสอันดีที่ผมจะชิ่ง ผมไม่รู้สึกอยากเอาชนะอะไรอีกแล้ว”
ทั้งสองไมได้ติดต่อกันนานมาก และต่างฝ่ายก็รับรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายผ่านแวดวงเพื่อนฝูง ชัยชนะรู้ว่า วินแทบเสียศูนย์เลยทีเดียว ที่เขาหายตัวไปอย่างไร้เหตุผล
ชัยชนะคบหากับอีกหลายคนต่อมา และแต่ละครั้ง เขาก็รู้สึกว่า ตัวเองต้องคำสาปของวินที่เคยแช่งไว้ว่า เขาจะพบแต่ความทุกข์กับความรักทุกๆ ครั้ง จากประสบการณ์ของเขา เขาเชื่อว่า นั่นคงได้กลายเป็นจริงแล้ว เขาคบกับใครไม่ได้นาน คบไปพักหนึ่ง ก็เลิก
แต่แล้ว วันหนึ่ง ชัยชนะได้รับโทรศัพท์จากวิน
“กินข้าวด้วยกันมั๊ย อยากเจอ” เสียงของวิน ฟังดูอารมณ์ดี ชัยชนะรู้สึกแปลกใจ เวลาสามปีที่ผ่านไป วินน่าจะคงหายโกรธเขาแล้ว…
“งั้นให้เราเลี้ยงข้าว แล้วกันนะ” ทั้งสองคุยกันไปพักหนึ่งเพื่อค้นหาว่า อีกฝ่าย “ยังไม่มีใคร” ชัยชนะก็เชื่อเช่นนั้นว่า วินคงไม่มีใครและเขาทั้งสองอาจลมพัดหวนอีกก็ได้
สองคนนัดเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อรับประทานมื้อกลางวันบุฟเฟต์ วินยังคงเป็นหนุ่มหล่อเหมือนเดิม ส่วนชัยชนะ รู้ตัวดีว่า อ้วนขึ้นและดูไม่มีสง่าราศีเหมือนแต่ก่อน หลังจากทั้งสองทักทายกันพักหนึ่ง ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ
“นี่ก้อ แฟนเราเอง”
ชัยชนะมองหน้าวิน และเริ่มรู้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร ส่วนนายก้อ ทำหน้าประหลาดใจเหมือนไม่คิดมาก่อนว่า จะได้มาเจอหน้าแฟนเก่าของแฟน และแล้วทั้งสองก็แสดงอาการรักใคร่กลมเกลียวให้ชัยชนะสรุปอะไรได้ชัดเจนขึ้น
“ผมหน้าชาไปเลยครับพี่ ไม่คิดว่า เขาจะแก้แค้นผมอย่างนี้ พี่รู้เปล่า มื้อนั้นไม่อร่อยเลย ผมรู้ตัวว่า ผิดที่ทิ้งเขาไปแบบไม่มีเหตุผล ผมสมควรแล้วล่ะครับที่เจอแบบนี้ ตอนผมกลับออกมาแล้ว วินยังโทรศัพท์หาผม แล้วพูดอีกทีว่า ‘นะ คนหน้าตาอย่างวินน่ะ ไม่มีแฟน เป็นไปได้เหรอ?”
ชัยชนะกำลังเดินกลับบ้าน ในหัวเขารู้สึกชัดเจนยิ่งขึ้น เขารู้ว่า สิ่งที่เขาทำมาตลอดได้รับการตอบแทนอย่างสาสมแล้ว
“พี่ครับ ผมว่า ผมกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่”
แชะ! แชะ! เกย์อินเดีย ‘เลิกแอบ’ วันที่ 29 ที่ผ่านมา ประชาอินเดียเองคงงงๆ ที่เพิ่งรู้ว่า มีเกย์เยอะขนาดนี้ เมื่อเกย์และเลสเบี้ยน และผู้ให้การสนับสนุนกว่า 1000 คนออกมาเดินพาเหรดกันในเมืองใหญ่ถึงสามเมือง: New Delhi, Bangalore และ Kolkata ขณะที่ที่นั่นยังมีกฎหมายล้าหลังไม่เท่าเทียมกันอยู่ และการแต่งงานคือสิ่งที่สังคมให้คุณค่า เพราะบางครั้งการแต่งงานหมายถึงธุรกิจของสองครอบครัว แชะ! แชะ! ใครเคยดู Queer As Folk ซีรีย์ดังของเคเบิ้ลอเมริกัน คงจะจำหนุ่มหล่อ “Robert Gant” ได้ คนนี้เล่นเป็นแฟนของไมเคิล ตัวละครนำ โรเบิร์ต ซึ่งเป็นนักแสดงรุ่นใหญ๋ที่เป็นเกย์และไม่ปิดบังตัวเองกำลังจะรับบทใหม่เป็น สายลับเกย์ สุดเซ็กซี่ในเรื่อง Kiss Me Deadly: A Jacob Keane Assignment ทางช่องเคเบิ้ลเกย์มาแรง “here!” Network ลองเสิร์ชดูแล้วจะรู้ว่า หล่อน่ารักแค่ไหน แชะ! แชะ!
19 comments 0 กรกฎาคม 7, 2008



