Archive for กรกฎาคม 7th, 2008
สามปีที่รอคอย
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ vitayamail@gmail.com Metro Life 5-6 July 2008
“ชัยชนะ” เป็นหนุ่มหน้าตาปานกลาง ไม่ถึงกับ “บ้านๆ” แต่ด้วยหุ่นล่ำ เพราะเล่นเวท และมาดแมน เพราะเป็นธรรมชาติโดยแท้ของเขา สิ่งที่เขามีภายนอกจึงกลายเป็นเสน่ห์อันร้ายกาจที่เขารู้สึกภาคภูมิใจยิ่งนัก
เขาเคยมีแฟนแล้วคนหนึ่ง เป็นผู้หญิง เคยมีอะไรกันแล้ว แต่ชัยชนะเพิ่งมารู้ตัวว่า มีอะไรกับผู้ชายคือ “สิ่งที่ใช่” มากกว่า มันเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขากับเพื่อนสนิทคนหนึ่งยอมปลดปล่อยตัวตนให้กันและกันในค่ำคืนหนึ่ง
“มันรู้สึกไม่เหมือนกันน่ะครับ มันเหมือนบางสิ่งที่ขาด ได้รับการเติมเต็ม แรกๆ ก็รู้สึกแปลกอยู่บ้าง แต่นานๆ ไป ก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาเวลาที่ผมมีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน”
คุณผู้อ่านเคยเป็นเหมือนเขาไหมครับ? เกิดมาก็เป็นเด็กผู้ชายทั่วไป คบหากับเพื่อนผู้ชาย กินเหล้า เตะบอล เพื่อนผู้ชายต่างก็อวดแฟนหญิง คุณก็เลยต้องมีแฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกับชาวบ้านเหมือนกัน?
แต่ทำไม ตัวคุณเองไม่เคยรู้สึก “สวีทจี๊ดจ๊าด” กับแฟน หรือรู้สึก “เติมเต็ม” เหมือนชาวบ้านเค้าซะที?
ส่วนคุณผู้อ่านที่เป็นชายหญิงทั่วไป อย่าเพิ่งงงนะครับ ชัยชนะ ไม่ได้ “กลายเป็น” เกย์ เพราะไปมีอะไรกับเพื่อนผู้ชายคนนั้น ผมไม่รู้ว่าคุณคิดยังไง แต่ผมคิดอย่างนี้…ว่า…การเป็นเกย์ ไม่ได้มาจากประสบการณ์ หรือสภาพแวดล้อม ซึ่งในความจริงแล้ว การพยายามตั้งคำถามว่า มันมาจากไหน ก็คงเป็นคำถามที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะมันไม่ได้มาจากไหน มันเกิดมาพร้อมกับการเกิด
หลังจากคบหากับผู้ชายไปได้พักหนึ่ง ชัยชนะรู้ว่า เขาจะบริหารเสน่ห์ของเขายังไงดี แล้ววันนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อเขาพบกับ “วิน” ใครๆ ในกลุ่มเพื่อนก็ต่างหมายปองวิน เพราะวิน เป็นหนุ่มหน้าตาดี
“ดีในแบบที่ว่า ผมไม่มีวันเทียบติด หน้าตา รูปร่างของวิน ขึ้นปกนิตยสารได้เลย”
เขาเล่าต่อ เขารู้ตัวดีว่าวิน คงไม่มีวันสนใจตัวเขา แต่ก็อยากลองสักตั้ง เพราะอยากเอาชนะ ที่สำคัญอยากให้เพื่อนๆ ในกลุ่มรู้ว่า เขาสามารถทำให้วินมาเป็นแฟนเขาได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
สิ่งที่ชัยชนะทำก็คือ ตามตื้อ และคอยเป็นห่วงเป็นใย ส่วนสิ่งที่วินทำก็คือ กลั่นแกล้ง ด่าทอต่อว่า และทำให้ชัยชนะรู้สึกว่า ตัวเองต่ำต้อย ไม่คู่ควร เวลาผ่านไปนานวันเข้า ชัยชนะก็ยังอยากเอาชนะอีกฝ่ายอยู่ไม่วาย
“ผมอดทนมากครับพี่ ไม่รู้ว่า ตัวเองทำไปได้ยังไง คงเป็นอารมณ์ที่ว่า ถ้าได้มีแฟนหล่อ คงมีคนอิจฉาผม แล้วผมก็คงรู้สึกดีละมั้ง”
เวลาผ่านไปเป็นปี สิ่งที่ทั้งสองคนทำก็ตรงข้ามกันตลอดเวลา ชัยชนะพยายามเอาอกเอาใจวินสารพัด ส่วนวิน ก็พยายามทำให้ชัยชนะเกลียด และไปให้พ้นๆ
จนในที่สุด ความดี ความเอาใจใส่ ทำให้อีกฝ่ายปราชัย วินตกลงลองเป็นแฟนกับชัยชนะ ท่ามกลางความงงของเพื่อน ทั้งสองคบกันไปได้ระยะหนึ่ง และในเวลานั้น ชัยชนะเล่าว่า
“ผมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน กับการพยายามเอาชนะให้ได้ ผมตามใจเขาทุกอย่าง แทบจะไม่เหลือตัวตนของผมแล้ว แล้วผมก็ได้เขามา แต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรอย่างที่เคยอยากจะรู้สึก”
วินเดินทางบ่อย และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพลิกผัน เมื่อวินออกต่างจังหวัดนานหลายวัน เขาตากแดด ตากฝน จนดูโทรม
“กลับมาอีกที เขาเหมือนเป็นคนละคนเลยล่ะครับ ดำอึ้ด…ดูไม่จืดเลย ผมเลยบอกเลิกเขาดื้อๆ ซะอย่างนั้น แล้วผมก็หายหัวไป”
ความจริงก็คือ ชัยชนะรู้สึกหมดแรงมาพักหนึ่งแล้วกับการวิ่งไล่ ตามหา พยายามทำสิ่งที่เขาไม่มีความสุขที่จะทำเพี่อวิน ขณะที่ความรู้สึกของวินกลับเจริญงอกงามให้กับผู้ชายหน้าตาธรรมดาคนนี้ เพราะเขาคนเดียวที่คอยเอาอกเอาใจสารพัด แล้วจู่ๆ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหายไปจากชีวิตของเขาอย่างกะทันหัน
“เขาคงงงน่ะครับพี่ แต่ตอนนั้น ผมคิดว่า เป็นโอกาสอันดีที่ผมจะชิ่ง ผมไม่รู้สึกอยากเอาชนะอะไรอีกแล้ว”
ทั้งสองไมได้ติดต่อกันนานมาก และต่างฝ่ายก็รับรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายผ่านแวดวงเพื่อนฝูง ชัยชนะรู้ว่า วินแทบเสียศูนย์เลยทีเดียว ที่เขาหายตัวไปอย่างไร้เหตุผล
ชัยชนะคบหากับอีกหลายคนต่อมา และแต่ละครั้ง เขาก็รู้สึกว่า ตัวเองต้องคำสาปของวินที่เคยแช่งไว้ว่า เขาจะพบแต่ความทุกข์กับความรักทุกๆ ครั้ง จากประสบการณ์ของเขา เขาเชื่อว่า นั่นคงได้กลายเป็นจริงแล้ว เขาคบกับใครไม่ได้นาน คบไปพักหนึ่ง ก็เลิก
แต่แล้ว วันหนึ่ง ชัยชนะได้รับโทรศัพท์จากวิน
“กินข้าวด้วยกันมั๊ย อยากเจอ” เสียงของวิน ฟังดูอารมณ์ดี ชัยชนะรู้สึกแปลกใจ เวลาสามปีที่ผ่านไป วินน่าจะคงหายโกรธเขาแล้ว…
“งั้นให้เราเลี้ยงข้าว แล้วกันนะ” ทั้งสองคุยกันไปพักหนึ่งเพื่อค้นหาว่า อีกฝ่าย “ยังไม่มีใคร” ชัยชนะก็เชื่อเช่นนั้นว่า วินคงไม่มีใครและเขาทั้งสองอาจลมพัดหวนอีกก็ได้
สองคนนัดเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อรับประทานมื้อกลางวันบุฟเฟต์ วินยังคงเป็นหนุ่มหล่อเหมือนเดิม ส่วนชัยชนะ รู้ตัวดีว่า อ้วนขึ้นและดูไม่มีสง่าราศีเหมือนแต่ก่อน หลังจากทั้งสองทักทายกันพักหนึ่ง ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ
“นี่ก้อ แฟนเราเอง”
ชัยชนะมองหน้าวิน และเริ่มรู้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร ส่วนนายก้อ ทำหน้าประหลาดใจเหมือนไม่คิดมาก่อนว่า จะได้มาเจอหน้าแฟนเก่าของแฟน และแล้วทั้งสองก็แสดงอาการรักใคร่กลมเกลียวให้ชัยชนะสรุปอะไรได้ชัดเจนขึ้น
“ผมหน้าชาไปเลยครับพี่ ไม่คิดว่า เขาจะแก้แค้นผมอย่างนี้ พี่รู้เปล่า มื้อนั้นไม่อร่อยเลย ผมรู้ตัวว่า ผิดที่ทิ้งเขาไปแบบไม่มีเหตุผล ผมสมควรแล้วล่ะครับที่เจอแบบนี้ ตอนผมกลับออกมาแล้ว วินยังโทรศัพท์หาผม แล้วพูดอีกทีว่า ‘นะ คนหน้าตาอย่างวินน่ะ ไม่มีแฟน เป็นไปได้เหรอ?”
ชัยชนะกำลังเดินกลับบ้าน ในหัวเขารู้สึกชัดเจนยิ่งขึ้น เขารู้ว่า สิ่งที่เขาทำมาตลอดได้รับการตอบแทนอย่างสาสมแล้ว
“พี่ครับ ผมว่า ผมกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่”
แชะ! แชะ! เกย์อินเดีย ‘เลิกแอบ’ วันที่ 29 ที่ผ่านมา ประชาอินเดียเองคงงงๆ ที่เพิ่งรู้ว่า มีเกย์เยอะขนาดนี้ เมื่อเกย์และเลสเบี้ยน และผู้ให้การสนับสนุนกว่า 1000 คนออกมาเดินพาเหรดกันในเมืองใหญ่ถึงสามเมือง: New Delhi, Bangalore และ Kolkata ขณะที่ที่นั่นยังมีกฎหมายล้าหลังไม่เท่าเทียมกันอยู่ และการแต่งงานคือสิ่งที่สังคมให้คุณค่า เพราะบางครั้งการแต่งงานหมายถึงธุรกิจของสองครอบครัว แชะ! แชะ! ใครเคยดู Queer As Folk ซีรีย์ดังของเคเบิ้ลอเมริกัน คงจะจำหนุ่มหล่อ “Robert Gant” ได้ คนนี้เล่นเป็นแฟนของไมเคิล ตัวละครนำ โรเบิร์ต ซึ่งเป็นนักแสดงรุ่นใหญ๋ที่เป็นเกย์และไม่ปิดบังตัวเองกำลังจะรับบทใหม่เป็น สายลับเกย์ สุดเซ็กซี่ในเรื่อง Kiss Me Deadly: A Jacob Keane Assignment ทางช่องเคเบิ้ลเกย์มาแรง “here!” Network ลองเสิร์ชดูแล้วจะรู้ว่า หล่อน่ารักแค่ไหน แชะ! แชะ!
19 comments 0 กรกฎาคม 7, 2008

