Archive for พฤศจิกายน, 2008
ผม…เกย์ ไบ รับ ถุย ถุย
Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 29-30 พ.ย. 2008
เดาว่า น่าจะเป็นผู้หญิงญี่ปุ่น เห็นหน้าขาวผ่องเป็นยองใย แล้วพนักงานก็พาพวกหล่อนนั่งลงตรงโซฟาถัดจากโต๊ะของผมกับเพื่อนไป นารีทั้งสี่ไม่ได้แสดงสีหน้า ตกตื่นอะไรกับความอะร้าอร่ามที่นักแสดงอะโกโก้คนหนึ่งเพิ่งจะงัดมันออกมาโชว์อยู่บนเวที ดูท่า น่าจะเป็น “พวกขาประจำ”
ผมพยักเพยิดให้ “อรรณพ” มองตามเหล่าแขกต่างชาติที่เพิ่งเข้ามาในร้าน แต่เพื่อนรุ่นน้องตัวดีของผมคนนี้ทำหน้าเฉยๆ เขาคงไม่รู้สึกสะทกสะเทิ้นเขินอายอะไรอีกแล้วที่มีผู้หญิงเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับเขา
และกำลังจะทำแบบเดียวกับที่เขากำลังจะทำ ก็แค่เลือกผู้ชายซักคนบนเวที แล้วก็พาออกไปข้างนอก
เขาบอกว่า มาเที่ยวแบบนี้ สนุกดี รวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องนั่งแชท ไม่ต้องคอยโทรจีบ ไม่ต้องโทรนัดกินข้าว หรือเข้าโรงหนัง เมื่อไหร่ที่อยากขึ้นมา ก็แวะมาสอยเอา อ้อ อีกอย่าง ไม่ต้องรักและผูกพันอะไรหลังกิจกรรมเสร็จสิ้นจังหวะของมันลง
อรรณพอายุสามสิบเศษๆ เขาคิดว่า เขารับผิดชอบตัวเองได้แล้ว และนี่ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะมาเที่ยว แต่ที่น่าทึ่งก็คือ เขามีกฎประจำตัวด้วยนะครับ ลูกค้าอย่างเขาจะไม่โทรนัด “เด็ก” ให้มาพบส่วนตัว เขาจะมาหาเองถึงที่ จ่ายเงินให้ทางร้าน เพื่อจะปลดปล่อย “น้อง” สักคน เขาทำตามระบบที่ไม่มีใครกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ราวกับสัตยาบัน อีกอย่าง เขาชอบอะไรที่คุ้นเคย
แต่วันนี้ น้องที่คุ้นเคยไม่อยู่ สงสัย เพราะไม่ได้แวะมาทีนี่ซะตั้งนาน ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่า มาเที่ยวที่ร้านนี้ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่ผมก็ยังจำหน้าบางคนได้ บนเวที
“น้องเคน กลับต่างจังหวัดน่ะ” มาม่าซังผมแดงใส่เสื้อสูทบอกเเขา อรรณพทำหน้ามู่ทู่เป็นคำตอบ มามาซังคนนี้ คงเพิ่งมาใหม่ แล้ว “โปรโมเตอร์” คนเดิมที่รู้ใจ กัน หายไปไหนแล้ว หรือ หล่อนอำลาวงการ?
“มีตัั้งหลายคนอยู่บนเวที ถูกใจน้องคนไหนบอกได้เลยนะครับ” มาม่าซังหัวแดงคะยั้นคะยอ
“ไม่ถูกใจซักคน” อรรณพตอบตรงๆ พลางกวาดสายตาดูหนุ่มหุ่นปึ้กกับกางเกงขาสั้นจุ๊ดบนเวทีอีกครั้ง เผื่อพลาดอะไรไป แต่นี่เราสองคนส่องกันอยู่ตรงนี้เกือบสองชั่วโมงแล้วนะ
“เอ่อ…ผมชอบน้องที่เป็นเกย์น่ะ ไม่เอาผู้ชาย ไม่เอาสาว ไม่เอาหน้าหวาน อยากได้ แบบรับเก่งๆ คุยเก่งๆ มีเปล่า…?”
มามาซังโพล่งออกมา “มีอยู่คน หุ่นดี เพิ่งเล่นกล้าม บริการดี แต่…มันมีเมีย”
“ไม่ชอบครับ อยากได้เกย์ ไม่อยากได้ผู้ชายไง” อรรณพย้ำ ผมกวาดสายตาไปรอบๆ อีกครั้ง ส่วนใหญ่แล้วคุณผู้อ่าน ในบาร์อะโกโก้ผู้ชาย ไม่ว่าที่ไหน จะมีผู้ชายเป็นพนักงานบริการเกินกว่าครึ่งแทบทั้งนั้น ถึงได้มีลูกค้าผู้หญิงมาร่วมใช้บริการด้วยไง ผมคิดเสมอว่า ผู้ชายไปเที่ยวซ่อง ไปอาบ อบ นวด แล้วก็นาบได้ แต่ผู้หญิงไม่ค่อยมีที่ไป เกย์ยังดีซะกว่า มีที่ให้ปลดปล่อยอารมณ์งุ่นง่านออก
แต่อรรณพ ไม่ค่อยชอบมีอะไรกับผู้ชาย เขาชอบเกย์ด้วยกัน
มาม่าซังเริ่มจับทางได้ “แต่น้องคนนี้ มันชอบมากนะ เวลาโดนเ…็ดน่ะ รับรองถูกใจคุณน้อง” หล่อนพูดพลางหัวเราะชอบใจ
“ไหนล่ะ อยู่ไหนบนเวทีเหรอ?”
“เปล่า ไม่ได้ให้ขึ้นเวทีหรอก”
“อ้าว ทำไม”
“มันตัวเตี้ย”
ผมขำแทน ส่วนอรรณพถอนหายใจ พอเห็นลูกค้าออกอาการเซ็งๆ มามาซังรีบส่งเสริมยอดขายทันที
“คุณน้อง คนที่พี่จะแนะนำให้น่ะ รับรองถึงใจ ตัวเล็กๆ อย่างนี้สิดี พลิกคว่ำตะแคงหงาย ได้หมดหมดทุกท่า รับรองสนุก เชื่อพี่สิ”
เขาทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดออกไปแบบเสียไม่ได้ “คนไหนล่ะพี่ ไม่ต้องเรียกมานั่งนะ แค่บอกว่าคนไหน”
หล่อนแล่นปรู๊ดไปยังประตูทางเข้าด้านหน้าตรงเคาร์เตอร์บาร์ ณ จุดนั้น พนักงานบริการชายหลายคนนั่งเรียงรายอยู่ หล่อนกวักมือหยอยๆ ทำท่าชี้ๆ ให้ดู โหย คนเยอะจะตาย ผมบอกอรรณพ มองไม่เห็นหรอก มืดอีกต่างหาก
“สงสัยจะเตี้ยจริง” อรรณพบอก แล้วก็ลุกขึ้น พุ่งตรงไปทันที เขาคงค้นพบอะไรเข้าแล้ว เห็นหายไปนาน
ในเวลาต่อมา “น้องศักดิ์” ก็เป็นสมาชิกใหม่ที่โต๊ะของเราด้วยความสูง ไม่น่าจะเกิน 160 ผิวสองสี มัดกล้ามที่แขนของเขาทำเอาเสื้อเชิ้ตตึงเปรียะ ดูแล้ว ภายใต้กระดุม น่าจะมีแผงหน้าอก ริมฝีปาก ใบหน้าคม และท่าทางกระตือรือร้นทำให้เขาดูน่ารักขึ้นเป็นกอง แต่น้องเป็นผู้ชายนะ มีเมียแล้วอีกต่างหาก ผมกระซิบหรอก หลังเขาจ้องน้องตาเป็นมัน
“พี่ชอบรุกน่ะครับ เรารับได้จริงเหรอ?” อรรณนพ ถามผู้มาเยือน
“ครับ ครับ ผมได้หมดครับ แล้วแต่พี่จะชอบ” เขาให้คำตอบ
“มีเมียยัง?” ผมช่วยสัมภาษณ์
“ยังครับ” เขาตอบยิ้มๆ
“ก็เห็นมามาซัง บอกว่า น้องมีเมียแล้วนี่” ผมมองหน้าเขาอย่างคาดคั้น
“อ๋อ แฟนน่ะครับ พอดีเค้าไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด”
แล้วผมก็ปล่อยให้เขาสองคนค้นหากันและกันต่อไป เพื่อดับความเขิน แต่เดาว่า เดี๋ยวอีกแป๊บ คงแก้ผ้ากันแล้ว จะคุยนานๆ ไปทำตุ้มอะไร ผมสังเกต อรรณพน่าจะพึงพอใจไม่น้อย และไม่ออกอาการหงุดหงิดใส่ผมหากเขาต้อง”กลับบ้านมือเปล่า”
เขาเล่าให้ผมฟังว่า น้องๆ ส่วนใหญ่ที่เขาเจอจะแนะนำโรงแรมเล็กๆ หรือไม่ก็ม่านรูด จ่ายเงินเป็นรายชั่วโมง พวกเด็กๆ จะไม่ชอบตามแขกกลับไปที่พัก เท่าที่เขาเจอมา ส่วนใหญ่ น้องจะไม่อยากเสียค่ารถขากลับ ถึงแขกให้ค่ารถก็เถอะ แต่ถ้าบ้านแขกไกล ก็ไม่คุ้ม เสียเวลาเดินททาง ผมเดาเอาว่า การไม่คุ้นกับสถานที่น่าจะเป็นอีกปัจจัย ม่านรูดเป็นสิ่งที่พนักงานบริการคุ้นเคยมากกว่า แต่ถ้าไปที่พักของแขก เขาคงไม่รู้สึกว่าเป็นที่ของเขา
นอกจากจะมีเงื่อนไขเรื่องสถานที่แล้ว อรรณพเผยให้ผมฟังว่า น้องศักดิ์สุดหล่อชอบดูหนังโป๊
“ที่ม่านรูด มีหนังโป๊เกย์ด้วยเหรอ” ผมโพล่ง
“บ้าเหรอ หนังโป๊ผู้ชายผู้หญิงโว้ย” อรรณพทำคิ้วขมวด
คืนวันนั้น หลังจากเปิดห้อง จ่ายเงิน และอาบน้ำแล้ว ศักดิ์ก็หยิบรีโมททีวีถึงพบว่า บนจอมีแต่ช่อง 3-5-7-9 ศักดิ์ยกหูโทรศัพท์ “พี่ปล่อยหนังมาให้หน่อย” ไม่นาน หนุ่มตัวเล็กวัยยี่สิบสอง (อายุตามที่่อรรณพถามมา จริงเปล่าไม่รู้) ก็เพลิดเพลินกับเสียงผู้หญิงญี่ปุ่นบนจอ หล่อนครวญครางปานจะขาดใจ มีผู้ชายร่างท้วมกำลังอยู่บนร่างกายหล่อน
“แล้วแก ไม่รำคาญ แกมีอารมณ์เหรอ ดูหนังโป๊แบบนั้น”
“ก็เห็นน้องเค้าแข็งขึ้นมาทันทีเลย คงได้อารมณ์ แต่เราไม่สนอยู่แล้ว ขอคนรับได้เป็นพอ”
ต่อไปนี้ คุณผู้อ่าน เป็นซีนอีโรติค ผู้อ่านอายุต่ำกว่า 18 ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง
อรรณพสาธยายว่า น้องศักดิ์จูบเก่งมาก เขาจูบอย่างมาราธอน จนอรรณพเคลิ้มลิ้น ตอนที่ผลัดกันซุกไซร้ซอกคอ ไล่มาถึงยอดอก แล้วก็หน้าท้อง ทำเอาเขาซี้ดซ้าด ไม่เป็นส่ำ เสียงครางประสานกับเสียงจากทีวี แผ่นหลังของศักดิ์แน่นมาก ไม่ต้องพูดถึงแผ่นอก มันเป็นแผงนูนกำลังพอดี วิดีโอโป๊ก็กำลังวนๆ ทำหน้าที่ของมันไป พร้อมเสียงผู้หญิงญี่ปุ่นครางอย่างมาราธอน อรรณพบอกว่า ฟังแล้ว ดูแล้ว น่ารำคาญอยู่เหมือนกัน แต่ศักดิ์ออกอาการ…ชอบมาก
อรรณพหยิบถุงยาง และเจลหล่อลื่นจากหัวเตียงออกมา เขาเตรียมไปเอง แล้วอีกไม่กี่อึดใจ เขาก็ได้ทำในส่ิงที่เขาอยากทำ
“มันส์มั๊ย” ผมว่า
“สุดยอด มามาซังว่าไว้ ไม่มีผิด” อรรณพยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ “แต่แปลกดีว่ะ”
เขาเล่าว่า เขาถามน้องศักดิ์ตอนเสร็จกิจว่า ถามตรงๆว่า ตกลง เราเป็นอะไรกันแน่ “เป็น เกย์ เป็นไบ หรือเป็นผู้ชาย?”
ศักดิ์บอกอย่างรวดเร็ว ผมว่า “ผม เป็น…เกย์ ไบ รับ”
โอ้วแม่เจ้า ผมเกาหัวแกรกๆ ก็เคยได้ยินมาแหละคำนี้ และเคยได้เห็นคนประกาศอย่างนี้เหมือนกันในบอร์ดต่างๆ แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจ
อรรณพเล่าต่อว่า “เราว่า น้องมันเป็นเกย์ ไบ รับอย่างว่าแหละ พอตอนเราเอาเค้าอยู่นะ ตาเค้าก็มองที่ทีวี แถมยังบอกอีกว่า ชอบดูหนังโป๊
ตอนผู้หญิงโดน ชอบดูหน้า ดูหุ่น แล้วจะยิ่งดี ถ้าโดนเอาไปด้วย”
อดไม่ได้ ต้องถามแบบนี้ ขออภัยท่านผู้อ่านที่ไม่สุภาพ แต่เรื่องนี้ It’s a must – ต้องถาม
“แล้วน้องมันแตกมั๊ย?”
“แหงล่ะสิ ก่อนซะอีก ตอนโดนโซ้ยอยู่นั่นแหละ” อรรณพเล่า ไม่มีปิดบัง
ผมขมวดคิ้ว พยายามคิดตามกับคำนิยาม “เกย์ ไบ รับ”
แล้วไงอีก มีไรประทับใจอีกมั๊ย อดไม่ได้ล่ะครับ ถามแล้วถามเลย เดี๋ยวจะหาว่า ไม่สู่รู้
“รายนี้มาแปลกว่ะ เวลาไซร้ๆ กัน น้องมันชอบ…ถุยน้ำลาย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อดไม่ได้ครับ “บ้า จริงดิ นายไม่ได้อาบน้ำหรือเปล่า คงเค็มน่ะ”
“อาบโว้ย รู้มะ น้องมันถุยน้ำลายที่พื้่นรอบเตียงเลย ถุยแล้ว ถุยอีก ไอ้เราก็ว่า เฮ้ย ถุยทำไมวะ ถุยจนไม่กล้าเหยียบลงพื้นเดินเข้าห้องน้ำเลย สงสัยมันติดนิสัย หรือไม่ชอบเรา เลยลองถามไปตอนเสร็จเรียบร้อยว่า ตอนโดนพี่เอาอยู่ คิดถึงใคร”
“ไปถามเขาทำไม”
“รู้ปะ ไอ้นี่ปากหวาน น้องตอบว่า ก็คิดถึงพี่สิ ไม่งั้นจะแตกเหรอ”
ผมหัวเราะ น้องน่าจะตอบว่า “คิดถึง กระโถน”
“แล้วทำไม ไม่ให้น้องมันถุยน้ำลายลงบนตัวซะเลยล่ะ”
“ไอ้บ้า”อรรณพหัวเราะชอบใจ
แชะ! แชะ! แล้วหล่อนก็ไม่ทำให้บรรดา “สาวก” ผิดหวัง ไคลีย์ มิน็อกระเบิดความมันส์ให้แฟนๆ ได้ชมกันในคอนเสิร์ตอาทิตย์ที่แล้ว เปิดโชว์ตรงเวลา เลิกตรงเวลา พร้อม “encore” อีกสามสี่รอบ ไม่เคยเบื่อหล่อน เพลงส่วนใหญ่มาจากอัลบั้มใหม่ ยังไม่ค่อยคุ้น แต่สาวกได้เพลินกับบรรดาแดนเซอร์ ถ้าไม่เรียก “ตัวแม่” ก็ไม่รู้จะเรียกอะไร ยิ่งชุดแดนเซอร์กะลาสีเรือ ทำเอาได้เฮกันสนั่น บัตรเกือบเต็มทั้งฮอลล์ ข้างบนราคาไม่แพงยังพอเหลือ ดูๆ แล้วเก้งกวางไทยมีตังค์พร้อมจ่ายหมดตัว จากผลสำรวจคร่าวๆ ผู้ชม 70% เป็นเหล่าเก้งกวางแน่นอน ส่วนคุณผู้หญิงน่าจะสัก 10-20% ไม่เกินนั้น และไม่ได้มากะเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน ก็ควงมากะเก้งกะกวางนั้นแล แชะ! แชะ! อย่าพลาดMV ใหม่ของ Boyzone (อัลบั้ม ฺBack Again…No Matter What) สตีเฟน เกทลีย์ประกบคู่จิ๊จ๊ะกับนายแบบหนุ่ม ขณะเพื่อนร่วมวงก็ควงนางแบบสาว สตีเฟน “เลิกแอบ” ตั้งแต่ปี 1999 และตอนนี้มีแฟนแล้ว เขาเล่าว่าก็มันไม่ใช่น่ะ ถ้าจะให้เขาควงนางแบบใน MV แบเพื่อนๆ ทำ ไป YouTube เซิร์ชด้วยคำว่า Boyzone Better แล้วดูกันให้จะจะ สตีเฟนทำอะไร อ้อ อย่าลืมคลิกคลิปที่เป็น Behind the scences ด้วยนะ เด็ดซะไม่มี แชะ! แชะ! ขาเที่ยวยังพอมีเวลา หากยังไร้โปรแกรมวันหยุดยาวห้าธันวา ทริปสเม็ด เสร็จแน่ๆ ราคาประหยัด น่าไปมากๆ คลิก www.bankgokrainbow.org แชะ! แชะ!
-end-
15 comments 0 พฤศจิกายน 30, 2008
วันหลากหลายทางเพศแห่งชาติ
Hiding No More วิทยา แสงอรุณ 22-23 พ.ย. 2008 เมโทรไลฟ์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน เสาร์-อาทิตย์
คิดถึง “เจ๊เดย์” เม้าธ์และลิปซิงค์มันส์ๆ อยากดูลีลานาย “กั๊ก” กับละครเวที อยากฟัง “อ. เสรี” พูด อยากเจอ “อ. วิโรจน์” ตัวเป็นๆ ศรัทธา อ.วิทิต มันตาภรณ์ นักกฎหมาย อยากรู้ว่านพ.สุกมล วิภาวีพลกุลมาพูดเรื่องอะไร มาพบกันครับ งานนี้ งานเดียว ไม่เสียตังค์อีกต่างหาก
งาน “วันสิทธิความหลากหลายทางเพศ” หรือชื่อภาษาปะกิตยาวเหยียดแบบไม่ยอมให้ท่องจำ “The 1st National Human Rights Day for Sexual Diversity” วันเสาร์ 29 พ.ย. ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ยัน 5 โมงเย็น ที่ลิโด สยามสแควร์ ใจกลางเมืองเลย ไม่ต้องไปจัดแอบๆ ซ่อนๆ หลบๆ อยู่ซอกตึก และไม่จำเป็นต้องไปเดินพาเหรด หรืออยู่กันแค่สีลม
โปรดบอกต่อๆ กันไป อย่าเก็บไว้คนเดียว รายละเอียดอื่นๆ ดูเว็บ www.sapaan.org
แว่วว่า ถ้ามีคนไปเยอะๆ คนจัดงานจะกระตือรือร้น เสนอขอทางการบรรจุลงปฏิทินการท่องเที่ยว เป็น “วันหลากหลายทางเพศแห่งชาติ” ซะเลย ถ้าขอการท่องเที่ยวฯ ไม่ได้ ผมว่า ก็น่าจะลองขอกทม. ดูก็ดี เพราะมีหน่วยงานสนับสนุนการท่องเที่ยวเหมือนกัน
ลอนดอน และเมืองหลวงหลายๆ แห่งของโลกเขาก้าวไกล จัดโปรโมทกิจกรรม และการท่องเที่ยวสำหรับคนกลุ่มนี้ตั้งนานแล้ว ทั้งซื้อแอดลงนิตยสาร รวมถึงอบรมเจ้าหน้าที่ให้รู้จักบริหารจัดการ และต้อนรับนักท่องเที่ยวสีรุ้งอย่างเป็นกันเองสุดๆ
ผู้บริหารกทม. น่าจะศึกษา และเตรียมตัวไว้
ไม่ได้พูดเล่นๆ ต่อไปมันจะเป็นเรื่องธรรมดา งานแบบนี้ ไม่ต้องตื่นตกใจไป ก้อทำไมล่ะ? ประชาชนชาวโลกจะได้รู้ไงว่า ประเทศไทย สังคมไทย คนไทย เมืองหลวงของไทย ใจกว้างอย่างแท้จริงๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดต่อๆ กันมา ที่มาจากปากนักท่องเที่ยวที่มาเดินสีลมสองวัน หรือนั่งทัวร์ไปดูโชว์ทิฟฟานี อัลคาซ่าที่พัทยา แล้วบอกว่า กะเทยบ้านเราสวย จริงๆ สวย ฉลาด และน่าสนใจอีกตะหาก
ถึงเวลาแล้วที่สังคมเราต้องยอมรับความจริงว่า ประชาชนในประเทศไม่ใช่มีแต่เฉพาะชายกะหญิง ยังมี เก้ง กวาง บ่าง (หน้าตาเป็นไง?) ชะนี กะเทยหัวโปก กะเทยมีนม กะเทยผมยาว น้องเตย สาวห้าว ดี้สวย ทอมหล่อ สาวประเภทสองผ่าแล้ว และยังไม่ผ่า คนรักสองเพศ รวมถึงคนที่ยังสับสนตนเอง ไม่รู้ว่า ชอบอะไรกันแน่
ซึ่งคนกลุ่มนี้เอง เรียกรวมๆ กันว่า ความหลากหลายทางเพศ หรือ Sexual Diversity ประเทศไหนๆ เขาก็เรียกกันอย่างนี้ มีแต่คนบางคนในประเทศไทยที่ยังไม่เปิดหู ไม่เปิดตา แต่หลับหู หลับตา เรียกอยู่ได้ว่า “กลุ่มเบี่ยงเบนทางเพศ” (Sexual Deviation)
ฟังแล้วกลุ้มน่ะครับ ยิ่งเป็นคนจากภาครัฐ หรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นอาจารย์ เป็นครูสอนคน เวลาได้ยินทีไร ผมล่ะอายแทน
ทีหน้าทีหลัง ผมว่า เห็นหน้าคนที่พูดว่า “เบี่ยงแบน” แล้ว โปรดร่วมใจกันมองหัวจรดเท้า แล้วมองหน้าอีกที ตีสีหน้าใส่บอกไปเป็นนัยว่า “นี่คุณ ไปอยู่ไหนมาจ๊ะ” แต่ถ้าคุณใจดีและมีเวลาพอ ไม่กลัว “งานเข้า” บอกออกไปเลยว่า “สมัยนี้เค้าเรียก ว่า ‘พวกหลากหลายทางเพศ’ น่ะ คำว่า ‘เบี่ยงเบน’ เขาเลิกใช้กันตั้งนานแล้ว”
เอ้า ยังไม่เข้าใจอีกว่า หลากหลายทางเพศ มันคืออะไร มันหน้าตาเป็นยังไง ก็ขอเชิญไปงานนี้
ที่เขาจัดกันเนี่ย ไม่ใช่อยากจะเอา “มันส์” มันมีเหตุ
คืองี้ วันที่ 29 พ.ย. ถูกเลือกให้เป็น “วันสิทธิความหลากหลายทางเพศ” เนื่องจากวันนี้ เป็นวันที่กลุ่ทคนทำงานด้านหลากหลายทางเพศ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีกระทรวงกลาโหม ไม่ยอมแก้ไขข้อความในใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกิน (สด. 43) ที่ได้ออกไปแล้วสำหรับบุคคลข้ามเพศ หรือสาวประเภทสองที่เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าประจำการ และถูกบันทึกไว้ในใบสด.43 ว่า
เป็น “โรคจิต” “โรคจิตวิปริต” “โรคจิตถาวร” ผลก็คือว่า สาวประเภทสองที่โดนบันทึกด้วยคำเหล่านี้ มีปัญหาในการดำรงชีวิตตามมาเป็นทอดๆ คิดดูสิ ไปสมัครงานที่ไหน เขาเห็นในสด. 43 ระบุว่า หล่อนเป็นโรคจิต จิตวิปริต หรือบางคนโดนอย่างจัง เป็นโรคจิตถาวร ใครจะรับเข้าทำงาน?
“29 พ.ย. ครบรอบสองปีพอดี คดีความก็ยังไม่ตัดสิน ยังอยู่ที่ศาลปกครอง ฟ้องศาลไปแล้ว ก็ต้องถือว่า งานวันสิทธิความหลากหลายทางเพศเป็นการจัดงานเพื่อทบทวนการทำงาน และดูความคืบหน้าประเด็นต่างๆ และให้ประชาชนทั่วไปรับทราบว่า มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นบ้างในบ้านเรา” คุณไพศาล ลิขิตปรีชากุล (ลี้ –โสด + น่ารัก) ผู้ประสานงาน เล่าให้ฟัง
พอไม่ยอมแก้ไข ก็ต้องทำเรื่องฟ้องกันไปล่ะครับ เป็นขั้นตอนปกติ อีกเหตุหนึ่งในการจัดงานก็คือ ในภูมิภาคเรา มีการเรียกร้องให้เคารพสิทธิความหลากหลายทางเพศ ซึ่งถึงเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง มีการลงนามร่วมกัน เรียกว่า หลักการ “ยอกยาการ์ตา (The Yogyakarta Principles)” ซึ่งว่าด้วยการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในประเด็นวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ
อ่านแล้วอย่าเพิ่งงง ชื่ออะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ผมเองก็จำไม่ได้หรอกครับ แต่ก็ให้พอผ่านๆ หูไว้ ก็ดี
ตกลง ไปงานนี้แล้วได้อะไร?
นอกจากจะมีบูธ งานออกร้านต่างๆ มีทอล์คโชว์ มีละครเวที มีปาฐกถา มีหนังสั้นให้ดู มีของให้ซื้อแล้ว เขายังเตรียมแจกร่มแสนสวยสีรุ้งอีกต่างหาก งานนี้ไม่เหมือน “เกย์พาเหรด” นะคุณที่อยากสนุก ต้องแต่งตัวไปเต้นตามท้องถนน หลายๆ คนเห็นแล้วไม่สบายใจ คิดว่า เป็นพวกเลียนแบบฝรั่ง
สำหรับงานนี้ เขาจะแจกร่มอย่างน้อย 300 คัน ถ้าคุณสนับสนุนสิทธิมนุษยชน ก็เดินถือร่มไปกัน อย่าเพิ่งแอบหนีบกลับบ้านไป เดินถือร่มสีรุ้ง จากลิโด้ ไปศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ใกล้ๆ กันนั่นแหละ เพื่อให้ปวงประชาได้เห็นความพร้อมเพรียง และตระหนักว่า สังคมเรา มีคนที่แตกต่างอยู่ เดินขบวนถือร่ม ไม่ได้แสดงตนว่า เข้าข้างสีเหลือง หรือสีแดง เพราะร่มนี้ มีหลากสี
“กลัวร่มไม่พอครับพี่ แต่ไม่เป็นไร ถ้าใครยังไม่มีร่ม ก็ขอไปเข้าร่ม เดินไปด้วยกันก็ได้ ไม่ผิด
กติกา เพราะเราอยู่ร่วมกันได้ทั้งนั้น”
งานวันสิทธิความหลากหลายทางเพศ “จนกว่าจะถึงวันฟ้าใส”
29 พฤศจิกายน 2551 เวลา 9.00 -17.00 ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ สยามสแควร์ กรุงเทพฯ
9.00 น. นิทรรศการ/กิจกรรมจากบูธขององค์กรร่วมจัด และองค์กรทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ
10.00 – 10.15 น. ต้อนรับทักทาย กิจกรรมบนเวที เล่นเกม แจกของที่ระลึก
10.15 – 10.30 น. การแสดงละครสั้นเปิดงานโดย คุณวรรณศักดิ์ ศิริหล้า (กั๊ก)
10.30 – 11.00 น. พิธีเปิด
คุณกมลเศรษฐ์ เก่งการเรือ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์ ประธาน กล่าวเปิดงาน
รศ.ดร. เสรี วงศ์มณฑา ปาฐกถาเรื่อง “สิทธิความหลากหลายทางเพศบนสื่อไทย”
ศจ.วิทิต มันตาภรณ์ กล่าวถึงหลักการ “ยอกยาการ์ตา”
คุณอลิสา พันธุ์ศักดิ์ กล่าวถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 30
11.00 – 11.30 น เวทีสีรุ้ง 1 ตั้งกระทู้ “คำนำหน้านามสำหรับฉันสำคัญไฉน” โดย ตัวแทนชุมชนคนข้ามเพศ
11.30 – 11.45 น. การแสดงบนเวที โดยเยาวชนเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ
11.45 – 12.15 น. เวทีสีรุ้ง 2 ตั้งกระทู้ “รักแห่งสยาม บทเรียนเพื่อความเข้าใจลูก” โดย นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล และตัวแทนเยาวชนคนที่มีความหลากหลายทางเพศ
12.15 – 12.30 น. กิจกรรมบนเวที และเล่นเกม
12.30 – 12.45 น. การแสดงบนเวที โดย เยาวชนเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ
12.45 – 13.15 น. เวทีสีรุ้ง 3 ตั้งกระทู้คุยกันเรื่อง “กฎหมายจดทะเบียนคู่คนรักเพศเดียวกัน” โดย คุณกิตตินันท์ ธรมธัช คุณฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ คุณรริศิวพร เปงเฟย
13.15 – 13.45 น. การแสดง Talk Show หัวข้อ “ชีวิตที่เลือกได้” โดย เจ๊เดย์ (ฟรีแมน)
14.00 – 15.10 น. เสวนาเรื่อง “สังคมไทยจะไปทางไหน กับอดีต ปัจจุบัน อนาคต ของสิทธิของความหลากหลายทางเพศ” โดย คุณสุวรรณี หาญมุสิกวัฒนกูร ผู้ประสานงาน คอนซอร์เทียม คุณดนัย ลินจงรัตน์ ผู้อำนวยการสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย คุณนิรุตติ์ สระบัว แกนนำเยาวชนเพศศึกษา-อาชีวศึกษา ผู้อำนวยการ สำนักงานกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ
รศ.ดร. กฤตยา อาชวนิจกุล** สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
15.10 – 15.40 น. ชมภาพยนตร์สั้นจากโครงการประกวดหนังสั้นสีรุ้ง (Thai queer short film) เรื่อง เป็นใคร? โดย ชลธิชา ตั้งวรมงคล, เรื่อง เสียงในใจ โดย ทศพล ทิพย์ทินกร
15.40 – 16.00 น. แจ้งกำหนดการการเดินขบวนร่มสีรุ้ง
16.00 – 16.15 น. เตรียมพร้อมการเดินขบวนร่มสีรุ้ง “ร่มสีรุ้งจากวันนี้ ถึงวันฟ้าใส” นำโดย อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์
16.15 – 16.45 น. เดินขบวนจากโรงภาพยนตร์ลิโด้ ถึงศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพฯ
16.45-17.00 น. การกล่าวคำปฏิญาณจากตัวแทนชุมชนความหลากหลายทางเพศ
17.00 น. เสร็จสิ้นงาน
13 comments 0 พฤศจิกายน 24, 2008
น้ำลงที่กระบี่
Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ เสาร์-อาทิตย์ 15-16 Nov 2008 เมโทรไลฟ์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน
ตอนที่เขียนต้นฉบับนี้ ผมกำลังอยู่ที่สุโขทัยครับ มาถึงที่จังหวัดนี้ก่อนหน้าวันลอยกระทง วันที่เหลือ ตั้งใจว่าจะแวะไปเชียงราย และปิดท้ายด้วยเชียงใหม่
แต่จริงๆ แล้ว พักร้อนประจำปีนี้ของผมเริ่มต้นที่กระบี่ ต้องมีจังหวัดนี้อยู่ในโปรแกรมด้วยเพราะมี ‘รีเควส’ มาจากแดนไกล
เพื่อนสนิทของผมพาแฟนตาน้ำข้าวที่อยู่ด้วยกันมาเกือบแปดปีมาเยี่ยมเมืองไทย เพื่อนคนนี้ย้ายนิวาสถานไปอยู่เมืองซานฟรานฯ เกือบจะยี่สิบปีแล้วละมั้ง และคงไปโม้ไว้เยอะจนคุณแม่ของแฟนลั่นว่า อยากมาด้วย หล่อนอยากเห็นชายหาดสวยๆ ลงเรือ ชมปะการัง และว่ายน้ำ อยากรู้นักว่า จะต่างจากฟลอริดาบ้านของเธอยังไง ทริปนี้คุณแม่ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการเดินทางออกนอกประเทศ เป็นครั้งแรกในชีวิตผู้หญิงวัยแปดสิบกว่าๆ
ผมไม่เคยเดินทางไกลๆ “เป็นครอบครัวเกย์” แบบนี้มาก่อนเลยล่ะครับ เลยรู้สึกแปลกๆ และต้องไปกระบี่อีกครั้ง จะมีอะไรให้ตื่นเต้นมั๊ย?
คนที่เคยไปเที่ยวกระบี่ คงจะสังเกตว่า จังหวัดนี้มีแต่ฝรั่งนักท่องเที่ยวชาวยุโรปส่วนใหญ่ เราจะไม่ค่อยเห็นหน้าคนญี่ปุ่น จีน แขกขาว แขกดำ หรือชาติเอเชียอื่นๆ และนักท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นคู่สามีภรรยา ทั้งรุ่นหนุ่มสาว และรุ่นสูงอายุ หรือไม่ก็เป็นครอบครัวใหญ่ๆ มีลูกเดินกันมาเป็นขบวน อยู่กันเป็นอาทิตย์ๆ
สามวันที่กระบี่ ลงเรือ เที่ยวเกาะ กินอาหารทะเล ซื้อของ เดินเล่นตามชายหาด ทำให้นึกอยากไปเสม็ดแทนซะรู้แล้วรู้รอด ไม่ใช่ว่าหาดไม่สวย น้ำไม่ใส อากาศไม่แจ่ม แต่เพราะมันไม่มีเหล่ามนุษย์พันธุ์สีรุ้งให้คอยส่งสายตาวิบๆ หรือขอแค่เหลือบมอง เพื่อจะบอกว่า “รู้กัน”
ไหนใครพูดว่า สมัยนี้เกย์เยอะ ไปที่ไหนๆ ก็เจอ?
ปีที่แล้ว ราวๆ ต้นปี มากระบี่แล้วหนหนึ่ง คราวนั้น ต้องบอกว่า โชคดีมากที่อย่างน้อย เดินเจอบาร์เกย์ให้นั่งเล่น มันเป็นร้านเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในย่านบาร์ทั่วไป บรรยากาศบาร์คล้ายๆ ในซอยที่พัฒน์พงษ์ หรือซอยคาวบอยที่สุขุมวิท แต่ตอนนี้ สำรวจดูอย่างถ้วนถี่ ย่านที่ว่า ซึ่งอยู่ในดงบาร์ตรงอ่าวนาง มีการปรับปรุงพื้นที่กันยกใหญ่ ร้านรวงสำหรับนั่งดริงค์ หายไปเกลี้ยงทั้งแถบ ทั้งแถบเลยจริงๆ ไม่ต้องเดาเลยก็รู้ว่า บาร์ที่เคยมีธงสีรุ้งสวยๆ แห่งนั้นติดอยู่ คงหายไปตลอดกาล
“ที่กระบี่นะพี่ หาพวกเราไม่เจอหรอก เหล่าเก้งกวางที่พี่อยากเห็นน่ะ ยากส์ นักท่องเที่ยวเค้ามากันเป็นครอบครัว อย่างผมเลิกคิดจะหาแล้วล่ะ คงมีอยู่บ้างนะ แต่ดูไม่ออกหรอกครับๆ คนที่เป็นเกย์ที่นี่ ก็ไม่ค่อยทำตัวให้ใครรู้หรอก”
“อิน” หนุ่มนิสัยดีเล่าให้ฟัง เขาเป็นคนสงขลา ไปเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ แทบตลอดทั้งชีวิต แต่ย้ายมาทำงานที่กระบี่สองปีแล้ว
ตอนย้ายมาทำงานที่นี่ใหม่ๆ แฟนของอินเป็นห่วงเขามาก ถึงขนาดเดินทาง “ลงพื้นที่” สำรวจแทบทุกซอกทุกมุม เออ ก็ดูๆ เค้าเป็นห่วงเป็นใยดีนะ ผมว่า
“ดีใจหายเลยล่ะพี่ พอลงมาดูแล้ว เขาบอกโอเคๆ เลย ชอบมาก เพราะไม่ค่อยมีเกย์แถวนี้ เขาห่วง ผมจะเจอใครน่ะครับ”
แต่ดูเหมือนนายอินจะไม่เดือดร้อนที่ไม่มี ‘gay scene’ ให้กระดี๊กระด๊า เพราะวันเวลาหมดไปกับการทำงานเช้ายันมืด ผมถามตัวเองว่า ถ้าเป็นผม มาทำงานที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เหมือนเขา จะทำได้หรือเปล่า?
มันออกจะ… แห้งแล้งเหมือนช่วงน้ำลง เหลือชายหาดเปลือยๆ เอามากๆ
ลึกๆ แล้ว ผมคิดว่า ถ้าหากผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับชีวิตและผู้คนที่ค้นพบแล้ว ไม่รู้สึกอยากจะรู้ว่า คนอื่นๆ ใช้ชีวิตกันยังไง สิ่งรอบตัวจะเป็นยังไงก็ช่าง ผมคงรอวันแห้งเหี่ยวอับเฉา และเมื่อถึงเวลาก็ลาจากโลกนี้ไปอย่างจืดชืดที่สุด
คุณผู้อ่านคิดว่า มาเที่ยวกระบี่แล้วน่าจะดีใจแล้วนะ อากาศดี ทะเลสวย น้ำใส ผู้คนสดชื่น แต่จะบอกว่า ขาดสาร “อาหารตา” อย่างที่สุด บอกเว่อร์ๆ ก็คือ ทรมานจัง ไม่มีไรให้ดู
ผมก็แค่อยากเห็นคนอื่นๆ ที่เหมือนกับผม ได้มองหน้ากัน ส่งสายตาให้กัน หรือจะสื่อสารล้ำลึกถึงกันว่า ชั้นเห็นแกแล้วนะ ยิ่งถ้ามียิ้มโปรยให้ แม้เพียงนิด มันก็ดีไม่ใช่เหรอ?
ผมถามอินต่อไปอีกว่า ยังไงๆ คนเราก็ต้องกิน “ต้องใช้” เวลาของขึ้นขึ้นมา เขาก็ต้องมองหามั่งล่ะ ถึงแม้ที่นี่จะดูร้างไร้ความตื่นเต้นในชีวิตอย่างบอกไม่ถูก เขาทำยังไง ?
“จะบอกให้นะพี่ มันหายากมาก ๆ เวลาอยากๆ น่ะ แล้วถ้าเกิดทำใจดีสู้เสื้อ เห็นใคร เข้าไปจีบ มีอยู่สองอย่างที่จะได้”
อะไร? รุกกับรับเหรอ?
“เปล่า ไม่ ได้ ‘ค..ย’ ก็…’ตีน’” เขาหัวเราะร่า
“คนใต้ไม่เหมือนคนภาคอื่นหรอกพี่ คนภาคอื่นๆ ค่อนข้างจะรับได้กับการเป็นเกย์ หรือเป็นกะเทย ถึงไม่ชอบแต่ก็ไม่แสดงออกว่าไม่ชอบ แต่คนใต้ไม่ได้เลยนะ เค้าจะแสดงความไม่ชอบออกมาให้เห็น ผมรู้สึกเลย ครอบครัวก็เหมือนกัน ผมว่า ครอบครัวคนใต้เค้าจะใกล้ชิดกันมาก เป็นพวกพ้องกันมาก บ้านไหนมีอะไร บ้านอื่นรู้หมด” นายอิน ซึ่งเคยคบคนเหนือ คนภาคกลาง คนภาคอิสานทั้งอิสานใต้ และอิสานกลาง และอิสานเหนือ รวมถึงคนใต้ให้ความเห็น
แล้วหนุ่มใต้ที่เคยได้มา โรแมนติคมั๊ย?
“น้อยมากถึงที่สุดล่ะพี่ แฟนเก่าผมคนเหนือ กับคนอิสาน คนละเรื่องกับตอนคบคนใต้เลย ความเห็นส่วนตัวผมนะ หนุ่มใต้ ไม่ค่อยโรแมนติก เวลามีอะไรกัน ก็จบๆ ไป ไม่ค่อยรู้สึกอย่างอื่นร่วมกันเท่าไหร่”
คุณผู้อ่านที่เคารพครับ ไม่ได้จะเขียนทำความแตกแยกให้ประชาเกย์นะครับ ข้างบน เป็นความเห็นส่วนตัว ส่วนตัวครับส่วนตัว
ส่วน “ไกร” หนุ่มวัยสามสิบกว่าๆ ยังรู้สึกว่า ชีวิตเขายังไม่ต้องการหยุดพัก เขาเป็นคนหนึ่งที่ยังคงค้นหาคนที่ใช่ต่อไป ชีวิตของเขาเปิดเผยอะไรมากไม่ได้ที่กระบี่ บ้านเกิดเขาเอง เขาคิดว่า จะหาเวลาเที่ยวดีๆ เวลาเป็นส่วนตัวดีๆ ต้องไปหาที่ถิ่นอื่น แดนไกลปู้น
“ถ้าไม่ไปไกลๆ เลยอย่างกรุงเทพฯ ก็ไปหาดใหญ่ ไปภูเก็ต ถ้าไปกรุงเทพฯ จะไปดูโชว์ แล้วก็ไปบาร์อ็อฟเด็ก”
ผมว่า สามสี่วันที่กระบี่สำหรับผมคงพอแล้ว เพื่อนๆ ผมพอเห็นอาการเซ็งๆ ที่ไม่มี ‘gay scene’ ให้สนุกบอกว่า ไม่ได้รู้สึกอยากไปบาร์เหมือนผมหรอก เพราะรู้อยู่แล้วว่า ที่นี่คงไม่มีอะไร แต่ก็รู้สึกอดเสียดายไม่ได้ว่า บาร์เล็กๆ แห่งนั้นหายไป
และถ้างั้น ถ้าที่นี่ไม่มีอะไร ก็น่าจะทำให้มันมี เพื่อนคนหนึ่งร้องบอก
“ไว้ชั้นมาเปิดรีสอร์ต แล้วติดต่อเรือครุยส์ ขนเกย์มาเต็มลำ ขึ้นบกที่กระบี่ แล้วจัดแดนซ์กระจายก็แล้วกัน เออ ทำเขาวงกตตรงริมชายหาดเลยก็ดีนะ ไม่เคยมีใครทำ”
ก็ไม่เลวนะครับ
แต่ผมว่า ปล่อยกระบี่ให้เป็นกระบี่อย่างนี้แหละ เราไปซ่าส์ที่เสม็ด ก็แล้วกัน
แชะ! แชะ! โอบามาชนะ แต่เกย์ชาวแคลิฟอร์เนียแพ้หลุดลุ่ย ในที่สุด ผลโหวตคนในรัฐ ชี้ชัดว่า ไม่อยากเห็นเกย์แต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมายในรัฐนี้ ผลนับคะแนนออกมาในวันเดียวกันกับผลเลือกตั้งประธานาธิบดีนั่นแหละ เกย์นักเคลื่อนไหว ก็ออกมาชุมนุมกันเป็นพันๆ ตามจุดต่างๆ ตอนนี้ ไม่มีใครรู้แน่ๆว่า ที่แต่งๆ กันไปเป็นหมื่นๆ คู่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาน่ะ จะเป็นโมฆะหรือเปล่า แล้วจะแก้เกมครั้งนี้กันยังไง โอบามาสนับสนุนเกย์อยู่แล้วตั้งแต่ลงสมัครตำแหน่งประมุขสูงสุดของประเทศ แต่โอบามา ก็ไม่เชื่อเรื่องการแต่งาน เขายังเชื่ออยู่ว่า การแต่งงานหมายถึง คู่ชายหญิง แต่เขาสนับสนุนให้มีกฎหมายรองรับคู่รักที่เป็นเกย์ในด้านต่างๆ แชะ! แชะ! (เพิ่มเติม…)
15 comments 0 พฤศจิกายน 16, 2008
ใครอ้ะ “Harvey Milk”?
Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยาแสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการฉบับ 8-9 พฤศจิกายน 2551
ตอนแรกว่าจะเขียนถึงคุณไคลี มีโนก ที่กำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราทำเอาชาวสีรุ้งคึกคักกันถ้วนหน้า แต่แล้ว…เปลี่ยนใจ เดี๋ยวค่อย “ลัน ลัน ลา” เกี่ยวกับเธอก็ได้ เพราะเรื่องของเขาคนนี้ เอาไม่ออกจากหัวซะที!
พอรู้ว่า สามีเก่าคุณมาดอนนาคือ คุณฌอน เพนน์ อดีตแบดบอยจะมารับบทเป็นฮาร์วีย์ มิลค์ ผมก็นึกภาพไม่ค่อยจะออก แต่พอเห็นตัวอย่างบางฉากในหนัง อ้ะนะ…ดูละม้ายทีเดียว แม้เค้าโครงหน้าจะไม่ใช่ แต่ผมเผ้า เสื้อผ้า เวลายิ้ม ถอดออกมาได้ใกล้เคียงตัวจริงมากๆ
คงไม่ค่อยมีใครรู้จักเขาหรอก นายฮาร์วีย์ มิลค์ นี่เป็นใครกัน? แต่สิ่งที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างใหญ่หลวง ไม่ใช่แค่ในอเมริกา แต่ที่อื่นๆ ทั่วโลก
เขาเป็นนักการเมืองคนแรกของประเทศที่เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นเกย์ และทำให้ใครๆ รู้ว่า คนเป็นเกย์ไม่จำเป็นต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่าง และเป็นเหยื่อของสังคม
คนรุ่นหลังน่าจะได้ศึกษา ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ต้องเป็นเกย์ก็ได้ เพราะมันเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เรื่องใกล้ตัวที่เรามักจะลืม
ปลายเดือนที่แล้ว หนังเรื่อง “Milk” (ผู้สร้างทีมเดียวกับ Brokeback Mountain) ฉายเปิดตัวที่ซานฟรานฯ และได้รับคำชื่นชมอยู่ไม่น้อย แต่ในบ้านเรา ไม่รู้ว่าจะได้เข้ามาฉายหรือเปล่าเพราะดูแล้ว ห่างไกลจากความสนใจชาวไทยกระแสหลักเสียเหลือเกิน แต่ไม่แน่ อาจได้ชิงออสการ์ เพราะนักวิจารณ์หลายคนบอกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังฟอร์มเล็กเรื่องนี้มาแรง
คุณฮาร์วีย์ เป็น “role model” หรือแบบอย่างที่ดีของคนหัวก้าวหน้าในยุค 1970 ที่กล้าต่อสู้เพื่อคนไร้สิทธิ์ไร้เสียงในสังคม ไม่ใช่เพื่อเกย์เท่านั้น
เขาเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้จบกฎหมายจากเยล ฮาร์เวิร์ด หรือแสตนฟอร์ด เกิดและเติบโตที่นิวยอร์ค เคยเป็นครูโรงเรียนมัธยม ทำงานมาหลายอาชีพ เขาเคยย้ายจากนิวยอร์คมาอยู่ซานฟรานหนหนึ่ง แล้วก็ย้ายกลับ แต่ต่อมาเขาตัดสินใจ กลับมาอีก เปิดร้านขายกล้องถ่ายรูปในแคสโตร ย่านเกย์ชื่อดังของอเมริกากับแฟนหนุ่มซึ่งเพิ่งได้งานบริหารละครเวทีในเมืองซานฟรานฯ ตอนนี้แหละที่เขาลิ้มรสเสรีภาพแห่งความเป็นมนุษย์คนหนึ่งอย่างแท้จริง
ก่อนหน้าจะมาอยู่ซานฟรานฯ เขาก็ยังแอบๆ อยู่เหมือนหลายๆ คน ตั้งแต่เล็กจนโต ตัวฮาร์วีย์เองก็สนใจเรื่องราวทางสังคม แต่เป็นสังคมในภาพใหญ่ เขาเป็นคนหนึ่งที่คอยตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะสิ่งที่รัฐบาลบอกให้ทำ
พอเขาเริ่มรู้จักคนมากขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เขาจึงได้พบว่า อิสระที่แท้จริงก็คือ การเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เล่นซ่อนแอบไปวันๆ และไม่ต้องปิดบังใครอีกแล้ว
ย้ายมาซานฟรานฯ ครั้งที่สองนี้ ฮาร์วีย์ก็เริ่มเปิดตัวเองมากขึ้น ตอนนี้เขาเป็นตัวของตัวเองทั้งในที่ลับและในที่แจ้งอย่างแท้จริง เรียกว่า หนึ่งเดียวคนนี้ แหละยุคนั้น ก็ลองคิดดูสิสิครับ ในช่วงเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา แทบจะไม่ชายเกย์คนไหนกล้าเปิดเผยตัวกับสาธาณชน แล้วบอกจะลงเล่นการเมือง
ตัวจุดประกายให้เขาเริ่มสนใจเล่นการเมือง ก็เพราะคดีประวัติศาสตร์ฉาวโฉ่ของอเมริกานั่นเอง คดีวอเตอร์เกตในช่วงต้นปี 1970 เป็นคดีที่รัฐบาลโดนจับได้ว่าเข้าไปจารกรรมข้อมูลของคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม และในที่สุดประธาธิบดีริชาร์ด นิกสันต้องลาออก
ฮาร์วีย์คิดว่า เขาน่าจะทำอะไรให้สังคมได้บ้าง เลยลงสมัครชิงเก้าอี้สภาที่ปรึกษาของเมือง และตำแหน่งทางการเมืองอื่นอีกหลายครั้ง สอบตกตลอด แต่เขาก็ไม่ท้อ เพราะคนยังไม่รู้จักเขา กระทั่งเกย์ด้วยกัน จนในที่สุด รอบที่สี่ เขาได้รับเลือกเข้าไปในนั่งในฐานะที่ปรึกษาสภาเมืองสมใจ เป็นนักการเมืองตนแรกของอเมริกันที่เป็นเกย์อย่างเปิดเผย สง่างาม
ด้วยลีลาและลูกเล่นในการหาเสียง และใช้สื่อเป็น และการที่เขาเปิดเผยในที่สาธารณะว่า เขาเป็นเกย์ ทำให้คนเริ่มสนใจตัวเขามากขึ้น ชุมชนเกย์ในซานฟรานฯ เทคะแนนให้เขาอย่างท่วมท้น จนได้รับสมญานามว่า นายกเทสมนตรีแห่งแคสโตร ซึ่งจริงๆ ตำแหน่งนี้ ไม่มี ผู้สื่อข่าวจะชอบเขามาก เพราะเขาเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ที่สร้างสรรค์ตลอด
เขาเสนอแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหลายฉบับ คุณผู้อ่านรู้หรือเปล่าว่า ในอเมริกายุคนั้น ถ้าเกย์คนหนึ่งโดนฆ่าตาย แล้วคนฆ่าบอกว่า โดนเกย์ลวนลามหรือเข้าหาละก้อ คณะลูกขุนและศาลจะค่อนข้างเชื่อทีเดียว และจะตัดสินลงโทษแบบไม่รุนแรง เพราะอะไร? ก็เพราะทัศนคติของคนในยุคสมัยนั้นๆ ล้วนๆ
ฮาร์วีย์เป็นแนวหน้าคนหนึ่งที่พยายามสร้างความเท่าเทียมกันและความยุติธรรมในเรื่องนี้ เขานำเสนอกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายๆ อย่างสำหรับคนกลุ่มน้อยในสังคม อย่างคนชรา และคนผิวสี นอกจากเกย์
ความนิยมของเขาในหมู่ชาวซานฟรานเริ่มเป็นที่ประจักษ์ แต่แล้ว เขาก็มาพบจุดจบอันน่าเศร้า นั่งในตำแหน่งไม่ถึงปี ก็ต้องมาเสียชีวิตลงเพราะโดนยิง
อดีตกรรมการสภาเมืองคนหนึ่งชื่อ แดน ไว้ท์ ซึ่งลาออกไปแล้ว เพราะไม่พอใจเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเกย์ แต่เขาอยากกลับเข้ามาทำงานอีก ขอกลับมา แต่โดนปฏิเสธ เลยวางแผนสังหารทั้งนายกเทศมนตรี ซึ่งเป็นเจ้านายของเขาโดยตรง และฮาร์วีย์ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองของเขา ก่อนเขาจะลาออกไป
นายไวท์ลอบเข้าไปในศาลาว่าการ ที่ทำงานของทั้งสอง ยิงนายกเทศมนตรีก่อนที่ศีรษะหลายนัด และลำตัว แล้วก็ออกมายิงฮาร์วีย์ต่อที่ศีรษะและตามตัวอีกหลายนัดเช่นกัน
อารมณ์ของประชาชนตอนนั้น เรียกได้ว่า ช็อคไปทั้งอเมริกา เพราะเป็นการกระทำที่อุกฉกรรจ์ ไม่น่าเชื่อว่า จะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ เพราะคนยิงไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นนักการเมืองเหมือนกัน ทำให้ใครๆ หลายๆ คนนึกถึงบรรยากาศ ช็อคประเทศคล้ายๆ กันก็คือ การลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดี้ เมื่อ 15 ปีก่อนเลยทีเดียว อันนี้ไม่ได้โม้
หลังจากยิงคนตายไปสอง เมียนายไวท์ ซึ่งมีปัญหากันอยู่ก็พาสามีเข้ามอบตัว การใต่สวนดำเนินไป และกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของอเมริกา เมื่อทนายของไวท์บอกว่า ลูกความของเขา มีสติและอารมณ์ไม่อยู่กะร่องกะรอยในช่วงนั้น เนื่องจากเป็นโรคซึมเศร้า ตกงาน และมีปัญหากับเมีย ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจาก “กิน junk food” มากเกินไป junk food ในที่นี้หมายถึง ขนมชนิดหนึ่งที่นายไวท์สวาปามประจำ เป็นขมมเค้กสอดไส้ครีม
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ ศาลซื้อข้ออ้างนี้ หลังจากมีบรรดานักจิตเวชมายืนยันเข้าข้างหลายคน ในที่สุด เลยตัดสินใว่า นายไวท์ฆ่าคนตายไปสองเพราะ “ไม่มีเจตนา แต่เนื่องจากควบคุมตัวเองไม่ได้” คือ แทนที่จะตัดสินเป็นคดีฆาตกรรม (murder) กลายเป็นคดี manslaughter ซะฉิบ (ฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา)
คดีนี้เลยเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ “Twinkies Defense” Twinkies เป็นชื่อของขนมที่นายไวท์สวาปามเข้าไป
ตลกมั๊ยล่ะ?
พอข่าวออกมาว่า นายไวท์ ได้รับโทษจิ๊บจ๊อย จำคุก 4-5 ปี แทนที่จะโดนตัดสินประหารชีวิตตามที่หลายๆ คนคาดไว้ ก็เกิดความโกลาหล ป่วนทั้งเมืองเลยสิครับ เพราะนอกจากจะมีประท้วงติดต่อกันหลายวันแล้ว ยังมีการจลาจลตามมาอีกหลายระลอก เหตุการณ์นี้ก็มีชื่อเรียกนะครับ เรียกว่า “White Night Riots”
นายไวท์นั้น อยู่ในคุกได้สี่ห้าปีก็ได้รับอิสระ แต่เขารู้สึกทุกข์มาก เพราะหลายๆ เรื่อง ออกมาประมาณปี ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
เริ่มสนุกแล้วสิ ถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้?
เรื่องราวชีวิตของนายฮาร์วีย์ ไม่ธรรมดา เรียกได้ว่า เป็นจุดหักเหทางสังคมครั้งใหญ่เลยทีเดียว หนังเรื่อง “Milk” นอกจากจะได้นักแสดงคนเก่งอย่างคุณฌอน มารับบทนำแล้ว ยังมีสุดหล่อของหลายๆ คนจากสไปเดอร์แมน คุณเจมส์ ฟรังโก้ มารับบทเป็นชายคนรักของ Milk ด้วย ผลงานผู้กำกับคนเกย์เปิดเผยอีกคน คุณกัส แวง แซงต์ มาโชว์ฝีมืออีกเรื่อง ตอนโน้นที่มีข่าวว่า คุณแมท เดมอนจะมารับบทเป็นแดน ไวท์ แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้มาร่วมงานกัน
ปี 1984 มีหนังเกี่ยวกับฮาร์วีย์ มิลค์ออกมาเรื่องหนึ่งเป็นสารคดี ชื่อ The Times of Harvey Milk ซึ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์สารดียอดเยี่ยมในงานออสการ์มาแล้ว
ถ้าฮาร์วีย์ ยังไม่ตาย เขาคงดีใจมากนะครับที่เห็นความก้าวหน้าเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในสังคม และถ้าเขาไม่ตายเสียก่อน ผมคิดว่า เขาคิดไปไกลถึงสมัครชิงประธานาธิบดี
อ้ะ คุณคิดว่า เป็นไปไม่ได้เหรอ? เมื่อก่อน ใครๆ ก็คิดว่า ไม่มีวันที่เกย์จะจดทะเบียนแต่งงานกันได้ แต่ตอนนี้…ดูสิ ทุกอย่างจะค่อยๆ เปลี่ยนไป ถ้าเราเปลี่ยนตัวเองก่อน
แชะ! แชะ! วันเสาร์ที่ 8 พ.ย. นี้ อย่าลืม ไปร่วมเทศกาลหนังสั้นเกย์และเลสเบี้ยนที่ TK Park ณ อุทยานการเรียนรู้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 โซน D อยู่ได้ทั้งวัน เริ่ม 10.00-19.00 น. และอย่าพลาด หนังปิดเทศกาล หนังซีรีย์ขนาดสั้นเรื่องใหม่ ที่หลายๆ คนถามถึง “Love Audition” จะเป็นหนังปิดเทศกาล เริ่ม 18.00 ไม่ต้องโทรจอง ไม่ต้องซื้อตั๋ว งานนี้ฟรีล้วนๆ อย่าลืมเอาเสื้อหนาวไปด้วย ในโรงหนาวๆ รายละเอียดโปรแกรมการฉาย ดูที่ http://www.thaiqueershortfilm.netแชะ! แชะ!
-end-
12 comments 0 พฤศจิกายน 11, 2008
Love Audition รอบเดียว TK Park เสาร์ที่ 8 พย. นี้
หนังใหม่ที่เคยเขียนถึงครับ เป็นแนวหนังสั้นกึ่งซีรีย์ ความยาว 45 นาที
เป็นหนังปิดรายการ หนังสั้นสีรุ้ง อยากให้ไปดูกัน ฉายฟรี ไม่ต้องตีตั๋ว
ไปถึงดูได้เลย
ถ้าไปอยู่ที่่นั่นทั้งวันก็นั่งดูตั้งแต่เช้า ยันสองทุ่มได้ ถ้าไหว หุ หุ หุ
http://www.thaiqueershortfilm.net
รายละเอียดหนังวันเสาร์ ที่ 8 พ.ย. 2008
กำหนดการงานมอบรางวัลการประกวดหนังสั้นสีรุ้ง ครั้งที่ 1
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา 10.00-19.00 น.
ณ อุทยานการเรียนรู้ (TK Park) อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 โซน D
จัดโดย โครงการหนังสั้นสีรุ้ง Thai Queer Short Film ร่วมกับ
คณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาค
ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
สนับสนุนโดย แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ และ อุทยานการเรียนรู้(TK Park)
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
10.00-10.30 น. ชมนิทรรศการ/ร่วมกิจกรรมตามซุ้มองค์กรที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิ
มนุษยชนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศและองค์กรที่ทำงานด้านการ
ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
10.30-10.45 น. กล่าวต้อนรับ โดย ดร. ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อำนวยการ
อุทยานการเรียนรู้ (TK Park)*
10.45-11.00 น. กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ โดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่
ผู้ประสานงานโครงการหนังสั้นสีรุ้ง
11.00-12.00 น. ฉายหนังสั้น 5 เรื่อง เพื่อให้ผู้ชมลงคะแนนประชานิชม
The Inconvenient Truth โดย สุมน อุ่นสาธิต
หนี่งในดวงใจ โดย สร้างสรรค์ สันติมณีรัตน์
กาลครั้งหนึ่งเมื่อฉันเรียกชื่อแกโดย จิตตรัตน์ วงศ์บูรณะ
พระจันทร์เป็นพยานโดย กัญญพิชญ์ ปวิดาภา
ป่าในดวงใจ โดย นารีรัตน์ สุวรรณ
12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน/ชมนิทรรศการ/ร่วมกิจกรรมตามซุ้ม
13.00-13.30 น. ประกาศผลผู้ได้รับรางวัล/มอบรางวัล 4 รางวัล
รางวัลชนะเลิศ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2
รางวัลประชานิยม
มอบรางวัลโดย คุณหญิงอัมพร มีศุข กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
13.30-14.00 น. สัมภาษณ์ผู้ได้รับรางวัล
14.00-14.45 น. ฉายหนังสั้นที่ได้รับรางวัล 3 เรื่อง
เป็นใคร??(เรื่องของเรื่องที่ไม่มีชื่อเรื่อง) โดย ชลธิชา ตั้งวรมงคล
ชั้นที่ 12 A โดย นภดล พันธา
เสียงในใจ(ผู้เลือก) โดย ทศพล ทิพย์ทินกร
14.45-16.30 น. ฉายหนังสั้นที่ได้รับทุนจากโครงการ 7 เรื่อง
ไม่มีชื่อคือความรู้สึก โดย เมธิณี จงศรี
ความแตกต่างที่ไม่แตกต่าง(ตลอดไป)โดย จริยา สร้อยศรี
(S)he โดย ณัฐพล พลรักษา
คมสัน โดย บรรจง ทานันท์
ถ้าโลกนี้ไม่มีผู้ชาย โดย ประภัสสร อัศวธีระเสถียร
ตู้ปลาที่มีมีตุ๊ด (ปลา) อยู่ในตู้ โดย ปรีชายุทธ แซ่จัง
รักไม่รู้จบ โดย ดวงพร ปิยวรนนท์
16.30-16.45 น.พักรับประทานอาหารว่าง
16.45-17.45 น เสวนา “มนต์แห่งหนังกับการเปลี่ยนสังคม?”
เปรมปพัทธ Jr ผลิตผลการพิมพ์ ผู้กำกับฯ หนังสั้นจำนวนมาก
สุมน อุ่นสาธิต ผู้กำกับฯ เรื่อง The Inconvenient Truth
กัญญพิชญ์ ปวิดาภา ผู้กำกับฯ เรื่องพระจันทร์เป็นพยาน
สร้างสรรค์ สันติมณีรัตน์ ผู้กำกับฯ เรื่องหนึ่งในดวงใจ
ดำเนินรายการโดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่
17.45-18.00 น. กล่าวปิดงานโดย ณัฐยา บุญภักดี ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริม
สุขภาวะทางเพศ
18.00-19.00 น.ฉายหนังสั้นLGBT
ฮะซัน โดย อรรถพล ปะมะโข
เธอไม่หายใจแล้วในวงกลม โดย สายลม บูรณศิริ
เมื่อมันไม่ใช่ โดย พฤทธพล สิริมิตรานนท์
**ซีรี่ส์ Love audition โดย ไซเบอร์ฟิซมีเดีย ภาพยนตร์โดย อนุชา บุญยวรรธนะ**
20 comments 0 พฤศจิกายน 4, 2008
Men’s Health นิตยสารผู้ชาย-งานประกวดผู้ชาย ให้ผู้ชายดู?
วิทยาแสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการฉบับ 1-2 พฤศจิกายน 2551
นิตยสาร Men’s Health จัดประกวดคุณสุภาพบุรุษสุขภาพดี ดูดี และจิตใจดี ภายใต้ชื่อ “Guy’s Challenge” ปีนี้จัดเป็นปีที่สองแล้ว ปีที่แล้ว ผมไม่ได้ไป ปีนี้ ขอไปซึมซับซักนิดก็รู้ๆ อยู่น่ะว่า อะไรเป็นอะไร และอาจจะเจออะไร แต่ก็อยากจะเห็นกับตา และอยากจะรู้สึกอะไรบางอย่าง
จำได้ว่า ผมเองเคยซื้อนิตยสาร Men’s Health เวอร์ชั่นภาษาไทยฉบับปฐมฤกษ์ ตอนเพิ่งวางแผงวันแรกๆ ก็อยากเป็นคนรักสุขภาพกะเค้ามั่ง ว่างั้นเหอะ
งาน Men’s Health ปีนี้ จัดที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ โรงแรมสวย ห้องจัดงานขนาดดกำลังพอดีๆ
จริงๆ ลึกๆ แล้ว ก็อยากไปงานนี้ จะได้รู้ว่าจัดงานกันยังไง? เพราะปกติผมเองเป็นคนชอบดูการจัดงาน ชื่นชมกับส่วนประกอบ ความคิดที่อยู่ในนั้น ตั้งแต่ประตูทางเข้ายันสคริปต์ของพิธีกรไปถึงเลิกงาน งานนี้ถือว่า เป็นอีกงานหนึ่งที่น่าสนใจ โถ…คุณ มีงานประกวดผู้ชายซักกี่แห่งในเมืองไทย? ถ้าไม่นับหนุ่มโดมอน ตอนนู้น หนุ่มคลีโอ ตอนนี้ ก็คงมีตามผับบาร์แสงสีตอนดึกๆ
แต่ก่อนจะไป ก็คิดๆ อยู่เหมือนกันนะครับคุณผู้อ่านว่า งานนี้ท่าทางจะจัดยาก เพราะโจทย์ที่เขาตั้งไว้ สุดหิน!
ลองคิดดู…
ประการแรก นิตยสารผู้ชายฉบับหนึ่งที่มีแต่คอลัมน์เสริมเสน่ห์ แนะนำการออกกำลังกาย การกิน การอยู่ ไลฟ์สไตล์ แล้วก็คำแนะนำเรื่องเซ็กซ์เด็ดๆ สำหรับผู้ชายยามจะขึ้นเตียงกับผู้หญิงโดยเฉพาะ เอาให้ชัดๆ เขาตั้งใจทำนิตยสารให้ผู้ชายทั่วไปที่รักผู้หญิงอ่าน ไม่ใช่เหล่า “เก้ง-กวาง” อย่างผมอ่าน อันนี้ พอรู้อยู่ ทิศทางของเขาชัดเจน
ประการสอง ในการรับสมัคร ผู้สมัครก็ไม่จำเป็นต้องหล่อลากดิน เป็นแค่คนธรรมดาสามัญที่สนใจเข้าร่วมโครงการ มันท้าทายมากนะคุณ เอาคนหน้าตาธรรมดา ไม่มี Profile มา Makeover แป๊บๆ แล้วก็ให้สาธารณชนโหวต
นอกจากจะโปรโมทตัวนิตยสารด้วยอีเว้นท์ งานนี้ก็จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ชายรู้จักดูแลเอาใจใส่สุขภาพตัวเองมากขึ้น ตรงนี้เห็นด้วยสุดๆ กับคุณูปการเพื่อสังคมของ Men’s Health เพราะฉะนั้นคนที่ดูดีที่สุด มีพัฒนาการดีที่สุด และได้รับเสียงโหวตมากที่สุด ก็สมควรเป็นผู้ชนะ แฟร์ดี
สรุปแล้ว ยากมั๊ย?
ก็ยากนะครับ เพราะนิตยสาร Men’s Health เค้ามีนโยบายสั่งตรงมาจากเมืองนอกไม่ให้ความสำคัญและสนับสนุนผู้อ่านที่เป็นเกย์ มันเลยยากไงคุณ!
การนำเสนอ และทัศนคติของนิตยสารย่อมสะท้อนให้เห็นได้จากสิ่งที่นำเสนอ อย่างงานปาร์ตี้ประกวดผู้ชาย Guy’s Challenge ที่ผ่านมานี่แหละ ผมละอึ้ง มันมีคำถามตัวโตๆ ลอยมาจากเวทีเลยล่ะ
จัดประกวดไปทำไม?
คุณต่าย นิทรา กิตติยากร ณ อยุธยา บก. อำนวยการ คนเก่ง (และสวยเปรี้ยวมาก) เคยให้สัมภาษณ์ว่า นิตยสารเล่มนี้ ก็มีผู้หญิงอ่านอยู่เหมือนกัน
แต่ผมคิดว่า คงน้อยถึงน้อยมาก เพราะเนื้อหาในนิตยสารจัดทำและกำหนดให้ผู้ชายอ่านอยู่แล้วทั้งนั้น นิตยสารสำหรับผู้หญิงก็เกลื่อนจนล้นแผง จะมีผู้หญิงซักกี่คนที่จะซื้อนิตยสาร Men’s Health เพื่อจะ “เข้าใจ” ผู้ชายของตัว หรือจะหาผัวได้ (ขออภัยคุณผู้หญิง พอดีคำมันสัมผัสลงตัว และคำว่า ผัว ก็เป็นคำไทย)
ที่สำคัญที่สุด จัดประกวดผู้ชาย แล้วจะให้ใครโหวต?
ในเมื่อผู้หญิงก็ไม่ใช่คนอ่านหลักอยู่แล้ว หรือจะให้ผู้ชายทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเกย์ มาโหวต? ก็ไม่น่านะครับ ผู้ชายจะโหวตให้ผู้ชายด้วยกันทำไม มันไม่มันส์
ปรากฏการณ์เรื่องธรรมดาโลกนี้ เกิดมาแล้วกับประกวด “AF” ตั้งแต่แข่งมา กี่ซีซันมาแล้วล่ะคุณ? ยังไม่เคยมีผู้หญิงชนะการประกวดซักครั้ง ทั้งๆ ที่ผู้เข้าแข่งขันผู้หญิงในแต่ละซีซันร้องเพลงดีกว่า แสดงออกดีกว่าอย่างเห็นๆ สุดท้ายมีแต่ผู้ชายได้โหวต ก็ใครล่ะที่ทุ่มเทโหวต ถ้าไม่ใช่ผู้หญิง ผู้หญิงย่อมไม่โหวตให้ผู้หญิงด้วยกันเอง ส่วนเก้ง-กวาง เท่าที่ผ่านๆ มา ก็ไม่โหวตให้ผู้หญิงเช่นกัน
สำหรับ Men’s Health ก็คงเป็นเพราะนโยบาย ในเมื่อเค้าบอกมาแล้วไม่ “target” ผู้อ่านที่เป็นเกย์ และนั่นสิ พอไม่มี “องค์ประกอบเกย์” ในงาน งานมันก็เลย
“จืดชืดมากกกก” ตลอดทั้งงาน ยกเว้น สามอย่าง: อาหาร เครื่องดื่ม และ “ป๊อด
โมเดิร์นด็อก
พยายามนับผู้หญิงในงานดู ก็ไม่น่าจะไม่เกิน 10% และในเมื่อนิตยสารไม่ได้สนใจกลุ่มผู้อ่านเก้ง-กวางอยู่แล้ว แล้วคนในงานน่ะ “เป็นใครกัน?”
เท่าที่สังเกต ผมอาจจะผิดนะครับ คนไปในงาน ก็เพื่อนๆ คนเข้าประกวดนั่นแหละ เสียงกรี๊ดที่พอได้ยิน ก็มาจากเพื่อนคนเข้าประกวดนั่นแหละ แล้วนี่ถ้าคุณเป็นผู้ชาย ถามหน่อยเหอะ คุณจะไปยืนกรี๊ดๆ ผู้ชายด้วยกันมั๊ย? แล้วนี่ ถ้าคุณเป็นเกย์ คุณจะไปกรี๊ดผู้เข้าประกวดมั๊ย? ก็ไม่
เพราะพอดี งานนี้ โดยหลักการ “ไม่ต้อนรับเกย์” ดังนั้น โดยหลักการ “เกย์มีสติ” ก็ไม่น่าจะกรี๊ดในงานนั้น เพราะเดี๋ยวโดนคนมอง และในเมื่อตัวตนของคุณ ไม่ได้รับการรับรู้จากผู้จัดงาน โดยหลักการแล้ว เหล่าเกย์จะไปโหวต จะไปกรี๊ด ทำไม?
พิธีกรสาว ตั้งแต่จุด “red carpet” ยันพิธีกรคนสวยบนเวที ก็มีสคริปต์ที่เรียกว่า “ไม่ได้ให้ความสนใจ” คนดูที่เป็นเก้ง-กวางอยู่แล้ว จากคำถาม คำพูด อารมณ์ มันบ่งชัดเห็นๆ ว่า ที่นี่ “ไม่ใช่ที่ของคุณ”
เอ๊ะ หรือผมคิดไปเอง? กลับมา หลังงาน อีกวัน ลองถามเพื่อนที่พอเห็นๆ ในงาน ก็บอกๆ กันว่า รู้สึกแปลกๆ “ไม่แปลกหรอกแก ก็เค้าเป็นงานของผู้ชาย เก้งกวาง ไม่เกี่ยวไง” เออ เออ พยักหน้ากันหงึกๆ
ในงานวันนี้ พอถึงท่อนกลาง รายการคอนเสิร์ตคั่นเวลาของป๊อดก็จบลง และเริ่มมีรายการประกาศมอบรางวัล ผมก็ขอลา
“ไปดูโก-โก้ บอยที่ จูปีเตอร์มะ?” แล้วผมกับเพื่อน ก็เดินออกไป
แชะ! แชะ! เหงาๆ เราไปแดนซ์กันปีใหม่นี้ งาน gcircuit ไม่ลืมคนไทย คนไทยซื้อในราคาพิเศษ : ตั๋วชุดราคาพิเศษสุดสำหรับเข้างาน 2 วัน gPass combo ticket ราคา 1,600 บาท (ประหยัดกว่าซื้อหน้างาน 1,000 บาท) เริ่มจำหน่าย 14 ตุลาคม 2551 ที่ห้างเซน แผนกลูกค้าสัมพันธ์ ชั้น 6, บาบีลอน, ร้าน CB celebrity Bangkok อตก พิเศษสุดสำหรับ 100 คนไทยแรกเมื่อซื้อตั๋วชุดจะได้รับบัตรสมาชิก Fridae Perk 12 เดือน มูลค่า 1,700 บาทฟรีทันที และ สำหรับ 400 ท่านถัดไป จะได้รับ บัตรสมาชิก Fridae Perks 6 เดือน มูลค่า 1,000 บาทฟรีทันที www.gcircuit.com เข้าเว็บแล้วอีเมลมาบอกว่า ใครมาบอกว่า จะแต่งตัวแบบไหนไปงานวันแรกดี gcircuit แชะ! แชะ!
-end-
19 comments 0 พฤศจิกายน 2, 2008









