Archive for มกราคม, 2009

“สุขภาวะทางเพศ” ของคุณ ดีปล่าว?

craig_horner_200812_10_1Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 24-25 ม.ค. 2009

ถามอะไร? งง? คุณอาจกำลังถามตัวเองแบบนี้ ส่วนผมเองก็อยากจะบอกว่า กำลังถามตัวเองด้วยคำถามนี้เหมือนกัน

แล้วสุขภาวะทางเพศของฉัน ดีปล่าว?

ที่จริงคำว่า สุขภาวะทางเพศไม่ใช่คำใหม่แกะกล่อง แต่เป็นคำที่หูคนยังไม่ค่อยคุ้น กระทั่งเจ้าหน้าที่ในระบบสาธารณสุขเองก็เถอะ อาจจะยังไม่รู้จักเลย บางคนอาจรู้แล้ว แต่ไม่เข้าใจ

ส่วนเราๆ ท่านๆ พอได้ยินคำว่า “เพศ” ทีไร ก็นึกถึงเรื่องบนเตียง จริงๆ แล้ว เรื่องบนเตียงเป็นแค่กระผีกหนึ่งของสุขภาวะทางเพศ เท่านั้นเอง สุขภาวะทางเพศจึงมีความหมายมากกว่าเรื่องบนเตียงจนคุณต้องตกเตียง ถ้ารู้

วัยรุ่นชายได้ยินเพื่อนคุยกันว่า ผู้หญิงชอบของใหญ่ และต้องอึดๆ อีกอย่างถ้ายัง “ทำไม่เป็น” จะเสียชาติเกิดเพราะฉะนั้นไม่ได้ต้อง “กรูต้องหัดทำ เดี๋ยวนี้”

หญิงสาวคนหนึ่งไปวัดกับคุณแม่ เธอกำลังก้าวเข้าไปในโบสถ์ คุณแม่ร้องห้าม “ไม่เห็นป้ายเหรอลูก เค้าเขียนว่า ผู้หญิงห้ามเข้า” คุณลูกงง แต่ก็ทำตามคุณแม่บอก

นี่นาย “เกย์ออกสาวต้องเป็นเมีย ส่วนเกย์แมนๆ ต้องเป็นผัว ใช่มั๊ย” เพื่อนคนหนึ่งถาม “แล้วที่เห็นออกสาวทั้งคู่ เป็นแฟนกัน ใครเป็นผัว ใครเป็นเมียล่ะมรึง กรูงง?”

ผู้หญิงคนหนึ่งเห็นทอมกะดี้เดินผ่านหน้าไป หล่อนกระซิบกับเพื่อนทันที “เกลียดจัง ทำไมต้องทำเดินอาดๆ ทำมาดเป็นผู้ชาย อุ๊ย อุบาทว์”

“สถานที่นี้ กะเทยห้ามเข้า” ป้ายตัวเบ้อเริ่มหน้าผับแห่งหนึ่ง

“ไม่มีรักแท้ในหมู่เกย์หรอก เชืื่อดิ” เพื่อนย้ำ

“นี่เธอ เคยเอากระจกส่องจิ๋มดูบ้างหรือเปล่า?” “ต๊าย ทะลึ่ง บ้าเหรอ ใครจะกล้า!”

“หนูไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเจ้านายชอบแต๊ะอั๋ง พูดจา ส่งสายตาให้หนูอยู่เรื่อย หนูแต่งตัวเซ็กซี่ไปหรือเปล่า?”

คุณผู้อ่านคงเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาบ้าง ได้ยินมา คนรอบข้างพูดบ้าง แต่คงไม่ได้ตั้งคำถาม บางคนก็ปล่อยให้ผ่านๆ เลยไปเพราะเคยๆ ชิน ก็เคยได้ยินมาแบบนี้ เคยเจอแบบนี้ หรือเคยโดนแบบนี้ จะให้ทำยังไงล่ะ?

ถึงเวลาแล้วที่คนในสังคมไทยควรจะหันมาสนใจ และปฏิวัติการใช้ชีวิตด้านสุขภาวะทางเพศ หรือ Healthy Sexuality เสียที เพราะสุขภาวะทางเพศ ไม่ใช่แค่เรื่องเพศ แต่ส่งอิทธิพลใหญ่หลวงต่อการดำรงชีวิตของคนเรา ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การตัดสินใจในแทบทุกเรื่อง ฯลฯ

และเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการทำงาน เพราะที่ผ่านมา ปัญหาความรุนแรงทางเพศ ปัญหาการสื่อสารระหว่างมนุษย์ต่างๆ เพศ ปัญหาเพศในหมู่วัยรุ่น ปัญหาการติดเชื้อเอช ไอ วี ปัญหาการถูกจำกัดสิทธิทางเพศ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศทั้งสิ้น

อย่ามองแค่เรื่อง ทำยังไงให้คนใช้ถุงยางอนามัย? ทำไมนะบอกไปแล้วให้ใช้ถุงทุกครั้ง แต่เหล่าผู้หญิงก็ยังยอมให้ผู้ชายไม่ใช้ สิ่งเหล่านี้มันสะสมหมักหมม ถูกสั่งสอนให้เชื่อตาม และไม่ตั้งคำถามกันอยู่ ในหัวสมองของเราหลายๆ คน จริงๆ แล้ว เราไม่รู้หรอกว่า สุขภาวะทางเพศที่ดี คืออะไร?

pic07-1

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นผลผลิตจากการรากเหง้าที่เราไม่รู้เรื่อง สุขภาวะทางเพศของเราเลย!

แล้วจะมองยังไงให้เข้าใจ?

ในชีวิตคนเรา สุขภาวะทางเพศมีส่วนประกอบสามอย่างหลักๆ

อย่างแรกคือ บรรดาความคิด-ความเชื่อ-การแสดงออก-พฤติกรรมทางเพศ เรียกรวมๆ ว่า “เพศวิถี” อย่างเช่น เชื่อว่าผู้หญิงชอบของใหญ่ เกย์ กะเทย ทอม ดี้เป็นพวกโรคจิต วิปริต ผิดธรรมชาติ โลกนี้ไม่มีหรอก ความหลากหลายทางเพศ ฯลฯ

ส่วนประกอบอย่างที่สองคือ ผู้ชายต้องเป็นอย่างงั้น ผู้หญิงต้องเป็นอย่างงี้ เกย์ก็ต้องเป็นแบบนี้สิ กะเทยก็เป็นอย่างโง้น หรือเรียกรวมๆ ว่า “เพศสภาวะ” ซึ่งตีกรอบให้คนเราต้องเดินอยู่ในกรอบ ซึ่งเป็นกรอบหญิง-ชาย โดยที่มีผู้ชายเป็นกุมอำนาจในแทบทุกเรื่อง ผู้ชายเป็นใหญ่ ลองมองดู สังคมนี้ควบคุมโดยใคร?

บางครั้ง เราก็มักสับสนไปอ้างว่า เป็นวัฒนธรรมไทยกำหนด ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีการอธิบายหรือรับรองว่ามันเป็นวัฒนธรรมไทยอะไรหรือเปล่า

จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวัฒนธรรมชาติใดทั้งสิ้น แต่เป็นวัฒนธรรมแห่งการหล่อหลอม สร้างความเป็นหญิง ความเป็นชายเพื่อสนับสนุนให้ “สังคมชายเป็นใหญ่” ดำรงอยู่ และ”เอื้ออำนวยให้เกิดการใช้อำนาจเหนือกว่าเพราะเกิดมาเป็นเพศชาย”

ส่วนประกอบอย่างที่สามคือ สิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะไกลตัว ยากจะเข้าใจ แต่จริงๆ แล้ว ก็คือ เรื่องสิทธิที่พลเมืองพึงมีพึงได้นั่นแหละ และสิทธิการเป็นมนุษย์คนหนึ่งทีี่ต้องการความเท่าเทียม การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และความเคารพในการเป็นมนุษย์เหมือนกัน

ทั้งสามอย่างเกี่ยวข้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน จนเรางง แยกแยะไม่ออกว่า อะไรคืออะไร แต่ความจริงแล้ว ปรากฏการณ์ หรือเหตุการณ์ต่างๆ นั้น นำเรื่องสุขภาวะทางเพศ มาอธิบายได้แทบทั้งหมด เช่น กรณีที่เกริ่นให้ฟังข้างต้น

วัยรุ่นชายได้ยินเพื่อนคุยกันว่า ผู้หญิงชอบใหญ่ๆ และต้องอึดๆ อีกอย่างถ้ายัง “ทำไม่เป็น” จะอายหญิง เพราะฉะนั้นไม่ได้ต้อง “กรูต้องหัดทำ” (เกิดจากชุดความคิด-ความเชื่อ และการหล่อหลอมเรื่องเพศ)

เร่ื่องจริงก็คือ อวัยวะเพศหญิงลึก 5-8 เซนติเมตร ผู้หญิงไม่สนหรอกว่าจะใหญ่ยาวพิศดารมาแต่ไหน ถ้าลีลาห่วย หรือไม่รู้จัก “สื่อสารทางอารมณ์” คู่นอนคนนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอประทับใจ นั่นแหละห่วยของจริง

ส่วนกรณีที่มารดาห้ามบุตรสาวเข้าโบสถ์เพราะเห็นป้ายบอกผู้หญิงห้ามเข้า ก็คือการส่งต่อชุดความคิด ความเชื่อผิดๆ ให้ผู้หญิงอีกคนรู้สึกว่า ตัวเองเป็นประชาชนชั้นสอง จะเหยีบย่ำเข้าไปข้างในไม่ได้ ส่วนหนึ่งคงมาจากความเชื่อว่า เนื้่อตัวร่างกายหญิงสกปรก เดี๋ยวโบสถ์หมอง

เสียดายคุณแม่ก็อธิบายอะไรคุณลูกไม่ได้ เพราะถูกคุณยายบอกมาอีกที

gay_couple_on_mont_royale

มามองกรณีเกย์สาว-เกย์แมนข้างต้น ที่บอกว่า “เกย์ออกสาวต้องเป็นเมีย ส่วนเกย์แมนๆ ต้องเป็นผัว ใช่มั๊ย” เพื่อนคนหนึ่งถาม “แล้วที่เห็นออกสาวทั้งคู่ เป็นแฟนกัน ใครเป็นผัว ใครเป็นเมียล่ะมรึง กรูงง?”

คนถามไม่ผิดหรอกที่ถามอย่างนั้น เพราะเขาเข้าใจแค่นั้นว่า ในความสัมพันธ์คนหนึ่งต้องรับบทผัว อีกคนต้องรับบทเมีย น่าเศร้าที่เหล่าเกย์ก็ติดกรอบความคิดแบบนี้เหมือนกัน พยายามเอากรอบหญิง-ชาย และการใช้อำนาจ “ที่บกพร่อง” มาบริหารความสัมพันธ์ แล้วในหลายๆ กรณี มันก็ล่ม ก็เลยชอบสรุปว่า “ไม่มีรักแท้ในหมู่เกย์” เบื่อจัง คำนี้

“กะเทย ห้ามเข้า” ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และกำลังเป็นกรณีถกเถียงกัน นอกจากคนห้ามมีอคติทางเพศรุนแรงแล้ว ซึ่งเป็นส่วนประกอบจาก “เพศวิถี” ยังเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

ถ้ามองดูโดยรวมแล้ว เราๆ ท่านๆ ต่างพบกับความยากลำบากในการมี “สุขภาวะทางเพศ” ที่ดี คุณอาจเป็นผู้ชายที่หล่อเหล่า สาวๆ รุม แต่กลับไม่มีความสุขในชีวิต คิดไม่ออกว่า เพราะอะไรทั้งๆ ที่มีคนมาเสนอให้เลือกเยอะแยะ

คุณอาจจะเป็นผู้หญิงเก่ง รวย สวย เปรี้ยว แต่คุณก็ค้นหาอยู่ว่า ความสุขที่แท้่จริงของฉันคืออะไร? ทำไมแฟนของฉันถึงไม่เข้าใจฉันเลย?

สุขภาวะทางเพศจึงไม่ใช่แต่เรื่องเพศสัมพันธ์กันทั้งนั้น แต่รวมถึงพฤติกรรม การสื่อสาร การอยู่ร่วมกัน ความเสมอภาคเท่าเทียม มีความยุติธรรม ไร้อคติทางเพศเรื่องความหลากหลายทางเพศ ฯลฯ

สังคมประกอบไปด้วยคน และสังคมควรมีระบบที่ช่วยเสริมสร้างให้คนในสังคมมีสุขภาวะทางเพศที่ดี รู้เท่าทัน รู้จักตัวเอง รู้จักบอกว่า “ไม่” รู้จักจะบอกว่า “ฉันต้องการอะไร”

สังคมไทยคงถึง “จุดเปลี่ยน” เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลง “ฐานความคิดเรื่องเพศ” ของคนในสังคมเสียใหม่

เมื่อถึงเวลานั้น เราคงเข้าใจดีว่า การประกาศปาวๆ เพียงแค่ว่า “ให้รักนวลสงวนตัว” เด็กผู้หญิงก็ยังท้องก่อนวัยอันควร เราประกาศปาวๆ ว่า “ให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง” ก็รู้ๆ กันอยู่ แจกถุงยางก็แล้ว แต่อัตราติดเชื้อเอช ไอ วี ก็ดูจะไม่ลด เราประกาศปาวๆ ว่า “อย่าฉีดเจ้าโลก ทำหัวแฉก หรือฝังมุก” วัยรุ่นก็ยังอยากให้มันใหญ่ ให้มันแปลก หวังว่าจะเสริม “ความเป็นชาย” หรือทำให้ผู้หญิงถึงใจ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เกี่ยวข้องเชื่อมโยงหล่อหลอมมาจากฐานคิดเรื่องเพศแบบเดิมๆ ที่ไม่เท่าทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ถ้าคุณคิดจะมีสุขภาวะทางเพศที่ดี และมีความสุข ลองหันมาพิจารณาเรื่องราว ประสบการณ์ในชีวิตคุณดู แล้วดูซิว่า เราจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเราได้อย่างไร?

แชะ! แชะ! เป็นเรื่องอีกครั้งที่พระ เณรเป็นเกย์/กะเทยในร่มพระพุทธ พระธรรม แต่ทำตัวไม่เหมาะสม เรื่องนี้เคยถูกหยิบยกมาหนหนึ่ง แล้วก็เงียบใหม่ การออกมาตีฆ้องร้องป่าวอีกครั้ง ถึอว่าดึงความสนใจของส่วนรวมได้ดี แต่การให้ภาพว่าพระเกย์ เณรเกย์ทั่วไปประเทศจะมีพฤติกรรมอย่างนั้นไปหมด จะกลายเป็นการตีตราตอกย้ำคนชายขอบอย่างชายรักชายให้สังคมมองอย่างเหยียดหยาม และต่อไป คงมีการออกมาตรการอะไรออกมาเพื่อให้แน่ใจว่า วัดเป็น homo-free zone แชะ! แชะ! ไรเนี่ย? บิช็อปเกย์คนเก่ง จีน โรบินสันเป็นหนึ่งในคนที่พูดในงานรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ แต่สถานีเอชบีโอตัดส่วนนี้ออกไปเฉยเลย ทางทีมงานโอบามาบอกว่าเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ อย่างนี้ต้องรอดูกันต่อว่า ประเด็นเกย์ในรัฐบาลใหม่นี้จะมีผลอย่างไรในอเมริกา และทั่วโลกแชะ! แชะ!สวัสดีตรุษจีน…

6 comments 0 มกราคม 26, 2009

หัดหยุดคิดซะบ้าง เป็นมั๊ย?

6a00d8341bf8ea53ef010536995e63970b-600wi

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 17-18 ม.ค. 2009

นึกว่าจะไม่ไหว แต่ก็มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว หน้าเครื่องคอมพ์ตอนตีสี่กว่าๆ เสียงไก่ขันสามบ้านแปดบ้านแทบทุกชั่วโมง หริ่งหรีดยังกรีดๆ กันอยู่ ได้ยินเสียงสายน้ำไหลซู่ๆ อยู่ไกลๆ อากาศเย็นยะเยียบ ไม่รู้ต่ำลงไปกี่องศา มือไม้แข็งไปหมด แต่ใจยังอยากจะพิมพ์

ย่างเข้าวันที่เจ็ดแล้วครับคุณผู้อ่านที่ผมมาอยู่ที่แม่ริม เชียงใหม่ หน่วยงานสำคัญแห่งหนึ่งจัดรายการศึกษา การเรียนรู้เรื่องเพศ โครงสร้างเรื่องเพศ และเพศวิถีอย่างเจาะลึกถอนรากถอนโคน ยาว 10 วันรวด

ชอบสิครับ เกิดมา ผมยังไม่เคยมาอยู่เชียงใหม่นานๆ ขนาดนี้ และมีเวลาสำรวจเรื่องนี้ร่วมกับคนอื่นอีกหลายชีวิตนานๆ

แต่วันนี้เราจะไม่พูดเรื่องเพศ หรือเพศวิถี หรือเรื่องเชียงใหม่ แต่อยากจะชวนคุณผู้อ่านทุกๆ เพศให้มา “หยุดคิด”

คนเราหาโอกาส “หยุดคิด” กันได้อยากโดยเฉพาะคนเมือง และคนที่มีภาระวุ่นวายรับผิดชอบจนตารางชีวิตเต็มเอี้ยด ผมก็คนหนึ่งละครับที่เคยคิดว่า หยุดพักผ่อนยาวๆ หรือไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ มันเยียวยาได้ แต่เอาเข้าจริงๆ พอไม่ได้ไปคนเดียว ไปเป็นก๊วน มีเรื่องวุ่นวายเยอะแยะ คนโน้นเอางี้ คนนี้เอางั้น แถมขากลับรถติดยาวเหยียด เครียดกันเข้าไปอีก

นั่งอยู่ริมชายหาด นอนฟังเสียงคลื่นคนเดียว แต่ใจยังคิดเรื่องงาน เรื่องคน เรื่อง “เค้า” คนนั้น และตั้งคำถามสารพัด เค้าคิดกะเรายังไง ทำไมเค้าทำอย่างนี้ ใจเราเลยไม่ได้พักจริงๆ

ผมเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า “พักจริงๆ” ก็ทริปนี้แหละ

6a00d8341bf8ea53ef0105369f7f04970c-600wi

ที่นี่ คุณจะตื่นกี่โมงก็เรื่องของคุณ แต่ข้าวเช้าจะตั้งรอตอนแปดโมงถึงแปดโมงครึ่ง จากนั้นทำธุระส่วนตัว หรือจะโทรศัพท์คุยงาน คุยเล่น ก็ทำไป พอเก้าโมงครึ่งพร้อมกันทุกคนที่ห้องเรียน ซึ่งเป็น “ศาลา” มุงจาก ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแอร์ ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีโต๊ะ

นั่นคือห้องเรียน รอบๆ ศาลาเป็นร่องผัก ไร่สวน ต้นไม้ วัชพืช และแสงแดด

บนศาลา มีเสื่อ และมีเบาะรองนั่งพร้อมพนักพิงเตี้ยๆ ใครใคร่นอนเรียน นอนฟัง จงทำไป แต่อย่าหลับ ของว่างมีวางอยู่แล้ว อยากกิน อยากดื่ม หยิบเอง ชงเอง ไม่ต้องให้ใครมาเสิร์ฟ ตอนไหน จะลุกไป ก็ไม่ว่ากัน

พักอาหารกลางวันตอนเที่ยงครึ่ง เดินไปและเริ่มรับประทานพร้อมกัน ระหว่างเดินไป ตักอาหาร มานั่งกับพื้น ไม่พูดกัน ให้เคี้ยวช้าๆ อย่างมีสติทุกๆ คำ อ้อ…อาหารทุกมื้อเป็นพืชผักมาจากที่ปลูกไว้ หมู ไก่ เนื้อ และมาม่าไม่ว่ารสใด ไม่มี

เป็นคุณ อยู่ได้มั๊ย แบบนี้?

ครูและเจ้าของสถานที่ซึ่งเป็นคนเดียวกันบอกว่า กระบวนการเรียนรู้แบบนี้จะช่วยผู้เข้าร่วมได้มากให้ “ได้พัก” จริงๆ มีหลายองค์กรชวนไปทำกิจกรรมการเรียนรู้ในหลายๆ หัวข้อ จัดตามโรงแรม อย่างเช่น จัดสองวัน หนึ่งคืน คนมาฟัง 70 คน อย่างนี้ เธอบอก “ไม่เอาหรอก ไม่ได้ผล เราไม่ไป”

เห็นจะจริงอยู่นะครับ ลองคิดดู คุณผู้อ่านที่ไปสัมมนาต่างจังหวัด แล้วกะจะพักผ่อนไปด้วยในตัว เอาเข้าจริง เรียนเครียดๆ กันในห้อง ตกเย็นจับไมค์ร้องเพลง นั่งก๊งกัน บ้างก็เล่นไพ่ นอนดูละคร ดูข่าว เหมือนอยู่บ้านเปี๊ยบเลย อย่างนี้ คงไม่ได้พัก เพราะตื่นมาอีกวัน ก็เข้าห้องสัมมนา กินๆ จบกลับบ้าน ไม่มีอะไรงอกเงย หรือเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมคงเดิม เปลี่ยนแค่สถานที่

แต่ก็ขึ้นอยู่กับหัวข้อและเป้าหมายล่ะครับ ไม่ได้บอกว่า สัมมนาแบบนั้น ไม่ดี

ส่วนในแบบที่พวกเรามาร่วมเรียนรู้ ผู้จัดตั้งเป้าหมายให้หัดเปลี่ยนแปลงตัวเอง และค้นพบตัวอง มาลองอยู่อย่างเรียบๆ ง่าย ๆ ไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีวิทยุ ไม่มีทีวี ไม่มีอินเตอร์เน็ต ก็ดีไปอย่างนะครับ เลยไม่ต้องคอยห่วงว่าใครมา “hi5” กะเรา หรือจะมา “เล่นเอ็ม” ด้วยวันนี้

กิจกรรมของผมเองก็คือ ตั้งใจว่าจะตื่นตีห้า มาเขียนหนังสือ หรือมาบันทึก คุณชอบเขียน คุณต้องเขียนทุกวัน

พอหกโมงเช้า แสงแดดอุ่นๆ หน่อย ท้องฟ้าพอสว่าง เห็นทาง ก็คว้าจักรยาน ออกไปปั่นรอบๆ หมู่บ้าน คุณเอ๋ย สวรรค์ยามเช้าเลยล่ะ สองข้างทาง ปลูกผัก ทำไร่ ทำนา ยิ่งผ่านไปย่านที่มีร่องผัก ใบเขียวอ่อนๆ อยากจอดแล้วจิ้มน้ำพริกตรงนั้น สูดอากาศเย็นๆ เข้าปอด เหมือนได้ดมภูเขาที่อยู่ลิบๆ โน้น

แถวนี้มีตลาดอยู่หลายแห่ง ผมก็ตระเวณไปทั่วละครับ ปั่นจักรยานตอนเช้าทุกวันให้พอได้เหงื่อสักหนึ่งชั่วโมง กลับมาก็ออกกำลังกาย ตอนนี้เน้นซิทอัพ เพราะก่อนปีใหม่ ไม่ค่อยได้ออกกำลัง และสวาปามตามใจปาก จากไม่เคยมีพุง ตอนนี้ มันดูกลมๆ เหมือนคนท้องอ่อนๆ

แต่อาทิตย์หนึ่งไปแล้ว มันค่อยๆ ยุบอย่างอัศจรรย์ คงเป็นเพราะอาหาร ข้าวกล้อง น้ำพริก และ
บรรดาผักสวนครัวสารพัด ไม่รู้ชื่ออะไรบ้าง ทุกๆ มื้อ ก็มีแต่เมื่อคืน ตอนมื้อเย็น นึกว่าไม่รอดแล้ว กินน้ำเต้าหู้ กับผลไม้ เท่านั้น จริงๆ ไม่ได้ดอดเอาขนม หรือมาม่าซ่อนไว้

คนไม่เคยอดข้าวเย็น เห็นแล้วคงหวาด แต่ก็รอดมาได้ ไม่เห็นทรมานอะไร

ระหว่างวัน หลังเลิกศาลาตอนสี่โมงกว่าๆ เขามีโปรแกรมเล่นโยคะ อันนี้ชอบมากเพราะได้เหงื่อดี ดีกว่าปั่นจักรยานด้วยซ้ำในอากาศหนาวๆ อย่างนี้ ใช้เวลา 45 นาทีให้จิตใจ และร่างกายได้พักผ่อนไปพร้อมๆ กัน จากนั้นพักสักครู่ รับทานมื้อเย็น พักผ่อนตามใจ ยังไม่จบ ตอนสองทุ่มตรง พบกันอีกครั้ง เพื่อ “นั่งภาวนา”

ตรงนี้แหละครับที่ผมคิดว่ายากสำหรับคนที่ไม่เคย และคนที่มีเรื่องวุ่นวาย กวนใจมาตลอด การนั่งภาวนาของที่นี่ออกแบบมาสำหรับคนทุกศาสนา คุณเป็นมุสลิม ก็นั่งภาวนาได้

จริงๆ สำหรับตัวเอง เคยฝึกหัด นั่งสมาธิมากะเค้าบ้าง นานมาแล้ว ใช้ได้ผลที่สุดก็ตอนสอบเอ็นทรานซ์ สมองโปร่งโล่งดี และไม่กังวล

คราวนี้ ไม่ต้องนั่งหลับตา ภาวนาว่า พุทโธ หรือ ยุบหนอ พองหนอ คุณจะภาวนาอะไรก็เรื่องของคุณ จะนับเลข นับแกะ นับห่าน หรือจะลุกเดินไปรอบๆ ห้อง ก็ไม่มีใครว่า หรือคุณจะนั่งหลับตา มองหลังคา มองเสื่อ มองเทียนไข หรือนั่งมองใบหน้าคนนั่งรอบๆ ห้องไปด้วย ก็ไม่ผิดกติกา

แต่ขอให้ผ่อนคลาย ไม่ให้ส่วนใดของร่างกายตึง หายใจเข้าออกให้ลึก และที่สำคัญที่สุดที่ผมคิดว่ทำได้ยากมากๆ สำหรับตัวเองก็คือ หยุดคิด ปล่อยวางความคิดทั้งมวลที่เข้ามาในสมองของเรา

“เวลาเราคิด อยากจะหยุดคิด แต่เราดันคิดว่า จะหยุดคิด เรียกว่า เอาความคิด ไปหยุดคิด อย่างนี้ ใจก็ไม่ว่างแล้ว” ครูบอก

วันๆ คนเราคิดอะไรได้มากมายเรื่อยเปื่อย เรียกว่าคิดฟุ้ง ฟุ้งมากๆ มันก็ซ่าน ซ่านไปซ่านมา ไม่ได้อะไรกลับมา

แต่พอเราหยุดคิด หัดวางความคิดให้เป็น ใจมันโล่ง โปร่งสบาย ความวิตกกังวลอะไร ก็ค่อยๆ คลาย ตรงนี้แหละครับที่ช่วยได้ เพราะเมื่อจิตว่างจริงๆ จะเกิดพลังภายในอย่างที่คุณไม่เคยรู้สึกมาก่อน ไม่ยินดี ยินร้ายกับเรื่องที่เกิดขึ้น มีปัญหาเกิดขึ้น คุณจะคิดได้ทะลุ ไม่เอาอารมณ์เข้าไปจัดการแก้ปัญหา

4989224-zbigniewlisicki

ผมเองเป็นคนไม่ชอบสวดมนต์ หรือนั่งนิ่งๆ หลับตา เพราะหลับตาทีไร ก็เห็นภาพผู้ชายหล่อๆ ทั้งที่เคยได้กัน และยังไม่เคย แต่อยากได้ รวมทั้งเคยได้แล้ว อยากได้อีก เข้ามาซะทุกทีนอกจากคิดเรื่องงานที่ทำ เรื่องคนใกล้ตัว มันปนกันอีรุงตุงนังไปหมด จริงๆ พอนั่งภาวนาไป มีภาพเหล่านี้ขึ้นมา ก็ให้เห็นว่า เป็นเรื่องปกตินะครับ ค่อยๆ วางความคิดและภาพเหล่านั้น จดจ่ออยู่กับความว่างเปล่า

คุณผู้อ่านที่ไม่ได้สวดมนต์หรือฝึกสมาธิภาวนาอะไร ก็ลองหาเวลาระหว่างวัน ตอนขับรถ รอรถติดไฟแดง ตอนนั่งรถเมล์ ยืนรอรถ อยู่ในยิม ยกเวท หรืออาบน้ำ เข้าคิวทำอะไรก็แล้วแต่ ปล่อยจิตให้
ว่างๆ ลองหัดไม่คิดอะไร นับหนึ่งถึงสิบ แล้วนับหนึ่งถึงสิบอีกทีก็ได้ คุณจะรู้ว่า ความว่าง ความนิ่ง ทำให้คุณปิติ ผ่อนคลาย มีพลัง และมีความสุขขึ้น

ทำบ่อยๆ แล้วจะชิน

อาทิตย์นี้ ไม่มีเซคชั่น “แชะ! แชะ!” นะครับ เพราะไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ได้ตามข่าวในเน็ต และไม่ได้ดูทีวี

8 comments 0 มกราคม 18, 2009

คืนเหงา…เคาท์ดาวน์

165j9648copy

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 10-11 ม.ค. 2009

ผ่านปีเก่าเข้าปีใหม่แล้ว แต่ความรู้สึกของ “ธันว์” ยังคงติดค้างอยู่ในปี 2008 ในคืนเหงาที่สุดของปีวันนั้น เขาไม่ได้ไปฉลองกับใคร เพื่อนๆ ต่างแยกย้ายไปก่อนหน้านี้แล้ว หลายคนกลับต่างจังหวัด

เขาไม่ได้ยินอะไร ไม่มีพลุ ไม่มีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีต้อนรับปีใหม่ ในคืนนั้น เขานั่งเอนกายอยู่บนโซฟาที่เดิม สายตาจับจ้องไปที่เข็มนาฬิกาที่ค่อยๆ หมุนไปอย่างช้าๆ

29 ธันวาคม

ห้าโมงเย็น ใครๆ ก็พากันกลับเกือบหมดก่อนเวลาเลิกงาน เขาเริ่มเก็บข้าวของ พร้อมโบกมือทักทายเพื่อนร่วมงานที่ค่อยๆ เดินออกไป ทุกคนดูมีความสุขเต็มหน้า พวกเขาคงไปหาคนที่รัก และทำวันพักผ่อนช่วงหยุดยาวให้คุ้มค่าที่สุด ส่วนเขา อยากจะรู้เหลือเกินว่า จะมีใครมั๊ยที่จะอยู่เป็นเพื่อนในคืนที่จะถึง ใครจะเป็นคนนั้น?

“มาหาตอนนี้เลยเหรอครับ? ผมอยู่ร้านเน็ต” เขาพิมพ์โต้ตอบไปอย่างเบื่อๆ

“ไม่มีรูปเหรอ บายนะ” เป็นข้อความสำหรับอีกคนที่ผ่านเข้ามา แล้วผ่านไป เขาอยู่ที่นี่มาชั่วโมงกว่าแล้ว มีคนมา “ขอแอด” ด้วยแปดคน นึกอยากจะให้รางวัลเว็บบอร์ดนี้จริงๆ ที่ส่งคนสารพัดแบบมาคุยกับเขาหลังโพสต์ข้อความไปไม่ถึงห้านาที

“เพิ่งเลิกกับแฟนวันนี้เองครับ” เป็นข้อความจากหนุ่มคนหนึ่งที่บอกว่า ทำงานอยู่แถวอโศก และตอนนี้คงไปหาไม่ได้

“อั้ม” เล่าต่อในเอ็มว่า เป็นคนบอกเลิกแฟนเอง และคืนนี้ เพื่อนๆ จะพาเขาไป “เมา” ที่ผับแห่งหนึ่ง

ธันว์ไม่สนว่า ทำไมถึงเลิกกัน เขาไม่ได้คิดอาสาจะดามอกใคร หรือแทนที่ใคร เขาแค่ต้องการใครซักคนมาอยู่เป็นเพื่อน หรือกระทั่งมีอะไรกัน เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา เขาบอกว่า แค่ไม่อยากอยู่คนเดียวในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านแห่งปีที่แสนจะเงียบเหงาและทรมาน

ไม่นาน ทั้งสองแลกรูปกัน อั้มดูแสนจะธรรมดา แต่ธันว์ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่านั้น เขาเลิกตั้งเงื่อนไขร้อยแปด หวังไปว่าต้องได้เจอคนหน้าตาดีๆ เท่านั้น มันฝืนความเป็นจริงบนโลกแห่งความเป็นจริง

หลังจากทั้งสองคุยต่อไปสักพัก อั้มบอกว่า กำลังจะเลิกงาน จะไม่ได้ใช้คอมพ์แล้ว “ขอเบอร์ได้มั๊ย”

อั้มเป็นคนที่สี่ที่ขอเบอร์จากธันว์ในวันนี้ เขาไม่ปฏิเสธ อีกไม่กี่อึดใจ ทั้งคู่ก็ได้ฟังเสียงกันและกัน และโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกดีๆ ก็ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

“เขาพูดจาสุภาพมากครับพี่ ไม่โอ้อวดว่าทำงานบริษัทใหญ่โตชื่อดัง ดูเขาก็คงพอใจผมเหมือนกัน เราคุยถูกคอกันมาก ๆ เหมือนรู้จักกันมานานแล้ว ตอนเขาไปนั่งรอเพื่อนที่เอกมัย ผมก็โทรไปคุยกับเขา กลัวเขานั่งเหงานะครับ” ธันว์เล่า

แต่คืนนั้น หลังจากแชทไปสองสามชั่วโมง ธันว์ก็กลับบ้านคนเดียว ถึงแม้เขาจะแจกเบอร์ไปแล้วหลายคนด้วยซ้ำ แต่ในใจกลับคิดถึงคนๆ เดียวอย่างบอกไม่ถูก

สายๆ ของวันรุ่งขึ้น โทรศัพท์ของเขามี missed call หนึ่งสาย

“เมาหรือเปล่าครับ โทรมาเมื่อคืนตอนตีหนึ่งครึ่งน่ะ คิดถึงผมเหรอ?” เขาล้อ

“เปล่า อั้มแค่อยากคุยด้วย ไม่รู้ว่านอนไปยัง” อั้มพูดเบาๆ

น่าแปลกนะครับคุณผู้อ่าน อะไรทำให้คนสองคนดึงดูดเข้าหากันได้ หน้าตาก็ยังไม่เคยเห็น หรือเป็นเพราะจินตนาการที่สร้างมโนภาพสวยงาม คอยมอบหวัง และคอยเย้ายวนให้เราอยากค้นหาต่อ

ธันว์ตัดสินใจเอ่ยปากบอกความต้องการของเขาทันที “เอ่อ คืนวันที่ 31 ทำอะไรเปล่าครับ ไปเที่ยวกันมั๊ย”

อั้มรับปากอย่างรวดเร็วจนธันว์คิดไม่ถึง เขารู้สึกถึงความเปิดเผยตรงไปตรงมาของคู่สนทนา ไม่ใช่สิ คู่เดทของเขา เขาเลยคิดว่า เขาก็ควรเปิดเผยตรงไปตรงมาเหมือนกัน “คืนวันที่ 31 ผมอยากมีคนอยู่ด้วยน่ะครับ มีใครซักคนไว้นอนกอดกัน”

อีกครั้ง อั้มไม่ปฏิเสธ หรือเป็นเพราะเพิ่งเลิกกับแฟน? หรือเพราะอะไรกันแน่? ธันว์ได้แต่บอกตัวเองว่า เขาโชคดีแท้ๆ ที่ได้มีคนอยู่เป็นเพื่อนในคืนเคาท์ดาวน์ในที่สุด แต่นั่น ก็ตั้งอีกสองวัน

cdfh

30 ธันวาคม

ธันว์ไม่แน่ใจว่า เขาดูดีหรือยัง เขาเดินเข้าห้องน้ำเพื่อส่องกระจกอีกครั้ง เขารอให้ถึงวันที่ 31 ไม่ไหว เขาอยากรู้เหลือเกินว่า คู่เดทที่จะร่วมเดินทางนับเวลา “ข้ามปี” ของเขา หน้าตาจะเป็นยังไง เขาเลยโทรไป และอดแปลกใจไม่ได้ที่อั้มเอ่ยปากชวนเขาไปดูหนัง

ชายหนุ่มตัวเล็ก ผิวคล้ำ สะพายกระเป๋าใบโต พร้อมรองเท้าหนังหัวแหลม ดินตรงมาที่เขา ทั้งสองแลกยิ้มให้กันและกัน อั้มดูไม่เหมือนในรูปที่โชว์ในเอ็มเลยแม้แต่น้อย ตัวจริงเขาไม่ได้หล่อ แต่ดูมีสไตล์ มีเสน่ห์ ที่สำคัญ ดูน่าทนุถนอม ธันว์อยากจะเข้าไปกอดทักทายระดมจูบคู่เดทของเขาตรงนั้นเลย
ในโรงหนัง เขาบอกว่า หนังไม่สนุกหรอก เพราะมือของอั้มสนุกกว่า ทั้งคู่เหลือบมองหน้ากัน และนิ้วมือของทั้งสองประสาน และเขี่ยกันไปมาอยู่ตลอด

“มันอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกน่ะครับพี่ จับมือกันตลอด เหมือนเขากอดมือของผมไว้ ผมไม่รู้ว่า เขาหรือผมกันแน่ที่รู้สึกเหงา หรือเพราะเขาคิดถึงแฟนเก่า?”

คืนนั้น ธันว์ขอไปบ้านอั้ม ยังไม่ทันได้อาบน้ำ ทั้งสองก็สำรวจร่างกายอันเปลือยเปล่า
ของกันและกันแล้ว

“ไม่เค็มเหรอ น้ำก็ไม่อาบ แล้วตกลง…มันส์มั๊ย” ผมถาม

“สุดยอด” คือคำตอบสุดท้ายของธันว์

pic13

31 ธันวาคม

อั้มมาพบธันว์ตามเวลานัดหมาย ทุกอย่างดูราบรื่นดี จนกระทั่ง ก่อนจะเข้าไปในผับ อั้มพูดขึ้น “พอดีเพื่อนสนิทผมสองคนเค้าเพิ่งโทรมา เค้าชวนไปนั่งกินเหล้ากับเค้าน่ะ คืนนี้”

ไม่มีเสียงใดๆ จากคู่สนทนา “โกรธเหรอ” อั้มเพ่งสายตา

“ก็แหงล่ะ ก็เราตกลงกันแล้วไงว่า คืนนี้จะอยู่ด้วยกันนี่ครับ ทำไมอั้มถึงได้รับนัดซ้อน อั้มน่าจะบอกก่อน”

อั้มหน้าสลดลง ความเงียบเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างสองคน ธันว์ไม่อยากทำให้คืนนี้ คืนสำคัญของเขาต้องพัง “เอางี้สิครับ อั้มก็เข้าไปในผับเป็นเพื่อนผม แล้วค่อยไปอยู่กับเพื่อน แต่คืนนี้ ต้องขับรถมาหาผม มาอยู่เป็นเพื่อนผมตามที่สัญญากันไว้นะ”

“มีลิมิต กี่โมง?” อั้มถาม สีหน้ายังคงไม่สู้ดี
“กี่โมงก็ได้ ขับรถดีๆ นะครับ อย่าเมา ผมจะรอนะ” ธันว์ยิ้มให้อย่างฝืนความรู้สึกที่ปล่อยให้อั้มไปหาเพื่อน และทิ้งเขาไว้ตามลำพัง อีกครึ่งชั่วโมงก็จะเคาท์ดาวน์กันทั้งประเทศ อยู่แล้ว แล้วเขาจะเคาท์ดาวน์กับใคร แต่เอาเถอะ อย่างน้อยอั้มก็รับปากแล้วว่า จะมาอยู่เป็นเพื่อนกัน เขาควรดีใจที่ได้เจออั้มล่วงหน้าสองวันก่อนคืนวันที่โหดร้ายที่สุดจะเริ่ม และอีกอย่างทั้งสองก็มีเวลาดีๆ ร่วมกัน

1 ม.ค.

เขาไม่รู้ว่า เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้ว เขาส่งข้อความไปหาสองสามครั้งแล้ว โทรไปแล้วหนหนึ่ง แสงแดดอ่อนๆ เริ่มส่องเข้ามาทางหน้าต่างๆ ธันว์ยังคงนอนลืมตาอยู่อย่างนั้น และได้ยินเสียงหัวใจตัวเองกำลังร้องไห้

travolta_jeffkissแชะ! แชะ! กรมราชทัณฑ์ปิ๊งไอเดียว่า ควรจะมีคุกนำร่อง ลองให้นักโทษหญิงน่าจะใช้พื้นที่ร่วมกับนักโทษชาย เพื่อความเสมอภาคเท่าเทียมกัน กรมฯ มีบุคลากรชายไม่พอดูแลตอนค่ำคืน และอีกอย่าง “จะได้ลดปัญหารักร่วมเพศ” ในคุก ฟังแล้วงงๆ มั๊ย กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ เกาหัวกันเป็นแถว แชะ! แชะ! นักรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมกัน ประเมินว่า ปี 2009 จะมีข่าวเกย์ เลสฯ กะเทย ถูกทำร้ายและถูกกระทำมากขึ้น เพราะสุนทรพจน์ช่วงคริสต์มาสที่ท่านโป๊ปเบเนดิกต์บอกว่า บุคคลเหล่านี้เป็นภัยต่อสภาวะแวดล้อมโลก อย่างนี้เค้าเรียกว่า “hate speech” หรือเปล่า ไหนว่า พระเจ้าสอนให้มนุษย์รักกันไง? แชะ! แชะ! เหตุลูกชายวัย 16 ของจอห์น ทราโวลต้าเสียชีวิตกะทันหัน ยังสงสัยกันไม่หายว่า ใครกันแน่ที่ดูแลเด็กก่อนเสียชีวิต ระหว่างตัวจอห์นเอง หรือพี่เลี้ยงเด็กที่เป็นผู้ชายชื่อเจฟฟ์ ในปี 2006 ปาปารัซซี่แอบถ่ายรูปเด็ดจอห์นกำลังจูจุ๊บกับเจฟฟ์ แต่โฆษกส่วนตัวออกมาบอกว่า จอห์นก็จูบใครๆ แบบนี้อยู่แล้วไม่แปลก แชะ! แชะ!

9 comments 0 มกราคม 12, 2009

พรปีใหม่: ชีวิตจะดี ต้องระวัง “สามหัว” ให้ดีๆ

latin2

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 3-4 ม.ค. 2009

เบื่อ “ตามหา” กันหรือยัง? หรือเบื่อคนข้างๆ จนอยากจะเลิกวันละร้อยหน? ถ้าคิดว่า เลิกแล้วชีวิตจะดีขึ้น ก็เชียร์ล่ะครับ ปิดประเด็น จบข่าวไปเลย ส่วนจะคบต่อเป็นเพื่อนหรือไม่ ก็ต้องทบทวนให้ดีก่อนว่า น่าคบมั๊ยคนๆ นี้ แล้วปีใหม่นี้ คุณจะได้เริ่มต้นใหม่อย่างเข้มแข็งขึ้น

ความจริง รัก เซ็กซ์ และความสัมพันธ์ มันไม่น่าเป็นอะไรที่ลึกลับซับซ้อน แต่พอมีปัจจัยอื่นๆ มารวมด้วย มันมักจะเละตุ้มเป๊ะซะทุกทีเลย รู้สึกอย่างงั้นมั๊ย? หรือยังไม่เคย มือใหม่หัดขับ ไม่ปรับตัว เป็นคนตัดสินใจอะไรไม่ได้ กลัวเสียหน้า กลัวการอยู่คนเดียว เสียดายจีบอยู่ตั้งนาน ลงทุนซื้อตุ๊กตาและข้าวไปตั้งเยอะ? อื่นๆ อีกมากมาย

อ้อ ลืมอีกอย่าง เป็นมนุษย์ที่ยังต้องการไม่สิ้นสุด

เราเลยมักจะตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่า ชีวิตนี้ หรือตอนนี้ ต้องการอะไรกันแน่?

แต่ถ้าคุณลองมองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะดีหรือจะร้าย การตัดสินใจอะไรๆ ไปในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของคุณ มักจะพัวพันอยู่กับ “สามหัว” อย่างที่จั่วหัวเอาไว้

หัวคิด หัวใจ และหัว…อันนั้นนั่นแหละ

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า ตัวเองต้องการอะไรกันแน่ โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์สีรุ้ง ที่ผมพบเจอๆ มา มักคิดว่า ตัวเองด้อยค่ากว่ามนุษย์คนอื่นๆ อยู่เสมอ คิดว่าตัวเองกำลังชดใช้กรรมอะไรบางอย่าง สารพัดจะคิดให้รู้สึกแย่ สิ่งเหล่านี้ต้องฝึกฝนกันครับ หัดคิดอะไรใหม่ๆ หมั่นสำรวจตัวเราบ่อยๆ จะได้รู้แจ้งและรู้ทันว่า เซ็กซ์ ความสัมพันธ์ และความรัก มันจะจัดการยังไง ในแบบฉบับของเราเอง ให้ลงตัว

นักจิตวิทยาบางท่านแนะนำว่า เซ็กซ์น่าจะจัดการได้ง่ายที่สุด มันดูซับซ้อนน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับความรัก และการสร้างความสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อะไรๆ ยามขึ้นเตียง มันก็ง่ายกันไปหมดนะ ถ้าอีกฝ่ายเค้าไม่เล่นด้วย มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด และถ้าเจออีกฝ่ายเค้าเล่นด้วย แต่ไม่ใช้ถุงยาง โปรดเซย์โน อย่างเดียว

ไหนลองสำรวจตัวเองคร่าวๆ ก่อนสิครับว่า ยามที่คุณต้องการมีเซ็กซ์ อะไรเป็นตัวผลักดันให้อยากมี?

pic02

เขาบอกว่า ให้ถามตัวเองง่ายๆ อย่างนี้ว่า “ฉันมีเซ็กซ์ เพื่อ…”

1. แก้เครียด เลิกกังวล ปี 2009 เศรษฐกิจทรุดลงอีก คงจะมีคนเลือกทางนี้มากขึ้น ไม่แน่ หรือเครียดจนเซ็กซ์เสื่อมไปตามๆ กัน? ภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างหลัง
2. แก้เหงา แก้เบื่อ แก้เซ็ง ยิ่งช่วงปีใหม่ วันหยุดยาวอย่างงี้แหละตัวดี ยังไม่มีใครสำรวจซักทีว่า ซาวน่า ม่านรูด มีแขกเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ อยากรู้มากครับจริงๆ
3. เพิ่มพูนความมั่นใจในตัวเอง เพราะเป็นคนรักสนุกไม่ผูกพัน ข้อนี้ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว เหมือนที่ใครๆ บอกว่า ออกไปเที่ยว ก็ไปเช็คเรตติ้ง ถ้ามันตก ก็อย่าคิดมาก วันนั้น อาจไม่ใช่วันของเรา
4. มีไปเรื่อยๆ เพราะชาตินี้เลิกคิดจะมีแฟนแล้ว มันเหนื่อยเหลือเกิน ขอฟันดะว่างั้นเหอะ
5. เติมเต็มความรู้สึกบางอย่าง เวลามีเซ็กซ์รู้สึกเป็นคนเต็มคน ไม่รู้สึกเกลียดตัวเองที่เกิดมาเป็นเกย์ มีคนมากอด ก็ชอบ
6. แสดงให้เห็นถึงอิสรภาพ และความเป็นไทของตัวเอง เซ็กซ์คือกิจกรรมที่แสดงตัวตนของเราได้อย่างน่าพึงพอใจที่สุด

คุณอาจจะยังไม่ได้คำตอบตอนนี้ และสำหรับบางคนอาจจะสับสน ไม่แน่ใจว่า มีคำตอบสุดท้าย เพียงคำตอบเดียว หรือเปล่า?

สำหรับผม ก็เคยลองถามตัวเองมาเหมือนกันและบ่อยๆ และเพิ่งจะเมื่อเร็วๆ นี้เอง เพิ่งจะรู้ชัดๆ ว่า คำตอบของตัวเองคืออะไร

ทีนี้ ถ้าคุณรู้แล้ว เซ็กซ์สำหรับคุณ มีความหมาย มีที่มาที่ไปยังไง ก็เลิกเสแสร้งซะทีว่า คุณชอบมัน หรือไม่ชอบมัน เอากรอบความคิดเดิมที่ว่า เซ็กซ์เป็นเรื่องสกปรก และทำให้คุณดูส่ำส่อนออกไปซะ ความคิดทำนองนี้ ไม่น่าจะให้คำตอบอะไรแก่คุณได้ และดูโบราณ เซ็กซ์ในยุคสมัยนี้ สำหรับคนๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับนิยามที่บุคคลในอดีตกำหนดให้

คุณควรกำหนดของตัวเอง

ไหนบอกว่า เรื่องเซ็กซ์ไม่น่าจะยาก?

pic03

คุณถึงต้องรู้จักสามหัวนี้ให้ดีไง ตอนนี้ คุณรู้จัก หัวที่สามไปแล้ว และคุณได้ตอบคำถามต่างๆ ไปแล้ว แสดงว่า หัวคิดของคุณยังใช้ได้อยู่ ยิ่งคุณเป็นโสด และกำลังมองหาใครซักคน หรือพบแล้ว แต่เขาคนนั้น ยังไม่แสดงท่าทีว่า จะรับรองตัวคุณว่า เป็นแฟนกะเค้าหรือเปล่า ตอนนี้ คุณต้องคิดให้มากๆ เข้าไว้

เรียกว่า รู้จักชั่งน้ำหนัก และตัดความรู้สึกที่เกิดจากหัวที่สามของคุณออกไปก่อน ดูซิว่า คนที่คุณคบ หรือคนที่เข้ามาหา คุณมีอะไรที่น่าจะ “ไปกันได้มั๊ย”?

อะไรที่ไปกันได้ หมายถึง คุณสนใจอะไรเหมือนๆ กันมั๊ย คุณให้คุณค่ากับสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ทัศนคติ ค่านิยม พฤติกรรมที่สอดคล้องกันบ้างหรือเปล่า บางคนบอกว่า ความแตกต่างดึงดูดให้คนเข้าหากัน และเป็นแฟนกันได้ แต่ต้องบอกว่า นั่นเป็นกรณีพิเศษจริงๆ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ถ้าคุณเป็นคนนอก คุณก็ไม่มีวันรู้หรอกว่า ไอ้เพื่อนสองคนที่ต่างกันสุดขั้ว และไม่น่าจะเป็นแฟนกันได้ ไหงมาคบกันได้ คือจริงๆ แล้ว คุณก็เป็นแค่คนนอกอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ เค้าคงมีอะไรเหมือนๆ
กัน แต่เค้าไม่บอกเรา เหมือนตอนมันเลิกกัน มันก็ต้องบอกว่า อีกฝ่ายไม่ดี

เพื่อนบางคนถามว่า ผู้ชายกับผู้ชาย มันจะคบหาสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้กันได้ยังไง ผมคิดว่า มันก็ยาก มันถึงท้าทาย แต่ไม่ได้บอกว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะมีหลายๆ คู่ ที่อยู่ด้วยกันได้ แต่เราไม่ค่อยเห็นเท่านั้นแหละ จริงๆ สังคมไทย เพิ่งเปิดรับเรื่องเกย์มาไม่กี่ปีนี้เอง

ผมยังเคยคิดว่า เราอยู่ในช่วง “แสวงหา” ความเป็นตัวตนของเกย์ ภายใต้กฎระเบียบ การตีตรา และการสร้างคุณค่าวัฒนธรรมของไทย เราคงต้องค้นหาต่อไปว่า ความเป็นเกย์ในบริบทสังคมไทย มีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง เสียดาย เรื่องนี้ไม่มีใครสอน ต้องค่อยๆ เรียนรู้กัน

สำหรับผม พอจะได้คำตอบบ้างจากหลายๆ ปีที่ผ่านมา เช่น ในสังคมไทย เกย์ไทย ไม่มีคำว่า “Pride” หรือความภาคภูมิใจ ในสิ่งที่ตัวเองเป็น ถ้าเทียบกับตะวันตก เพราะอะไร เพราะเกย์ไทย ไม่เคยต้องต่อสู้ดิ้นรนกับความกดดันสุดขั้วของ ข้อบังคับทางศาสนา หรือกฎหมาย เราอยู่กันอย่างสบายๆ เพราะฉะนั้น เกย์ไพร์ด หรือไพร์ดพาเหรด มันไม่ได้มีพื้นฐานมาจากอะไร เกย์ไทย ไม่แคร์คำว่า Pride

อีกอย่าง การเลิกแอบ…ขัดแย้งกับคุณค่าบางอย่างในความสัมพันธ์ของผู้ปกครองและบุตร การเลิกแอบ ยังคงถูกมองว่า เป็นภาระให้บิดามารดากังวลใจ สู้เป็นเกย์ต่อไปแบบเงียบๆ อย่างนี้จะดีกว่า เพราะฉะนั้น ผมถึงกระดี๊กระด๊ามากไงครับ เวลาเจอคุณผู้อ่านที่ได้เลิกแอบแล้วอีเมล์มาเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะกับทางบ้าน เรียกว่า ดีใจที่มีคนหลุดพ้นอีกคน

อีกหัวหนึ่งที่ต้องพูดถึง คือ หัวใจ อารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องซับซ้อนมาก คงไม่มีสูตรใด มากำกับ หรือชี้แนะได้ว่า คุณควรทำยังไงดีกับหัวใจของคุณ

แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณมีหัวคิด แยกแยะสิ่งต่างๆ ออกด้วยสติ คุณจะรู้ว่า คุณต้องการอะไรกันแน่ และในเวลานั้นๆ คุณตัดสินใจอะไรไป เพราะอะไร แต่ถ้ามันอธิบายไม่ได้ด้วยหลักเหตุผล คุณคงต้องโทษหัวใจคุณแล้วล่ะครับที่ทำให้คุณได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างนั้น

อกหัก ผิดหวัง เป็นเรื่องธรรมชาติ และธรรมดาโลก ชายหญิงทั่วไป ก็รู้สึกและพบเหมือนกัน อย่าคิดว่า เพราะตัวคุณเป็นเกย์ เลยต้องพบแต่ความผิดหวัง คิดเสียว่า ก็มันไม่ใช่ มันก็เลยไม่ใช่ แล้วยืดอก สูดหายใจลึกๆ รักตัวเองให้มากๆ และก้าวเดินต่อไป

แชะ! แชะ! ไหนว่าคณะรัฐมนตรีใหม่จะมีความแตกต่างหลากหลาย เอาเข้าจริง ทีมบริหารของบารัค โอบามา ก็ไม่มีเกย์หรือเลสเบี้ยนเลยซักคนหลังประกาศตัวครบกันหมดแล้ว ความหลากหลายไม่ใช่แค่สีผิว หรือเชื้อชาตินะคุณโอ แชะ! แชะ! แต่ที่สก็อตแลนด์น่าจะ “มีเยอะ” นายแพทริค ฮาร์วีย์ หัวหน้าพรรคกรีนระบุว่า สมาชิกรัฐสภาของสก็อตแลนด์ มีเกย์และเลสเบี้ยนอยู่หลายคนแต่ไม่กล้าเปิดเผยตัว “ในประเทศนี้ คนเป็นเกย์ หรือเลสเบี้ยนประสบปัญหาความรุนแรงอยู่มากมาย ผมคิดว่า คนเป็นนักการเมืองต้องกล้าเปิดเผย เพื่อจะช่วยกันแก้ปัญหาได้ดีขึ้น”
นายแพทริคตัวเองเป็นไบเซ็กช่วล เป็นไบฯ ก็ดีงี้แหละ แชะ! แชะ! นักร้องหนุ่มคนดังแห่งเกาะอังกฤษ “วิลล์ ยัง” ได้รับเชิญไปร่วมรายการสนทนาปัญหาบ้านเมือง “Question Time” ของสถานี BBC One เพราะเหตุก่อนหน้า เขาพูดเล่นๆ ระหว่างให้สัมภาษณ์ทางวิทยุว่า อยากไปร่วมเวทีในรายการนี้ แล้ว โปรดิวเซอร์ของรายการก็โทรมาเชิญเขา วิลล์เป็นนักร้องที่เปิดเผยตัวในปี 2002 ว่าเป็นเกย์ ในการประกวดร้องเพลงระดับประเทศ Pop Idol ถึงแม้ตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้เกรด 2.2 วิชารัฐศาสตร์ แต่เขาบอก ไม่หวั่น ชั้นจะไป แชะ! แชะ! ชาวคริสต์ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์อารมณ์เสียกันยกใหญ่ เมื่อกลุ่มเกย์และเลสเบี้ยนจัดการแสดงละครฉลองคริสต์มาส
ด้วยการใชันักแสดงสาวประเภทสองแต่งเป็นพระแม่มารี และให้โจเซฟใส่ชุดหนังสีดำ ผู้จัดบอกว่า
ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ต้องโวย และไม่ได้ดูหมิ่นใคร จุดประสงค์คือ อยากประกาศตอกย้ำให้ชาวโลกรู้ว่า เมืองอัมสเตอร์ดัมต้อนรับคนทุกๆ เพศ อย่างแท้จริง ในข่าวไม่ได้บอกว่า นักแสดงคนนั้นถือแส้ด้วยหรือเปล่า แชะ! แชะ! แว่วว่า เรื่อง MILK ที่นายฌอน เพนน์ ทุ่มสุดตัวรับบทเป็น ฮาร์วีย์ มิลค์ นักการเมืองเกย์ที่ถูกยิงเสียชีวิตในออฟฟิศจะมาฉายบ้านเรา ราวๆ 5 กุมภาในชื่อไทยว่า ฮาร์วี่ย์ มิลค์ – ผู้ชายฉาวโลก นึกถึงหนังเรื่อง ชู้รักแชตเตอร์เลย์ ไงก็ไม่รู้ แชะ! แชะ!

7 comments 0 มกราคม 5, 2009


คลังเก็บ

 

มกราคม 2009
อา พฤ
« ธ.ค.   ก.พ. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

หน้า

เรื่องล่าสุด

Links

Blog Stats

Top Clicks