Archive for กุมภาพันธ์, 2009

A Moment of Truth

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 21-22 ก.พ. 2009 MetroLife Section หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันเสาร์

hunk_4

ในหนังสือดังเล่มหนึ่ง…

The Velvet Rage: Overcoming the Pain of Growing Up Gay in a Straight Man’s World ผู้เขียน ดร. Alan Downs บอกไว้ว่า “การเลิกแอบ” หรือที่ฝรั่งใช้คำว่า “Coming out of the closet” เป็นกระบวนการขั้นหนึ่งและสำคัญในการปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ไปในทางที่ดีขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญและยากที่สุด

สิ่งที่สำคัญและยากกว่านั้นคือ การเอาชนะความรู้สึก “ละอายใจ” (Shame) หรือความรู้สึกอับอาย ให้ได้ ไม่ว่าในขณะไหนสถานการณ์ไหน กับใคร!

ความรู้สึกละอายทีี่ว่านี้ มีอยู่ในตัวคนเป็นเกย์แทบทุกคน จะมีมาก มีน้อยต่างกันไปขึ้นอยู่กับประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กที่คนๆ นั้นเคยเผชิญมา

เด็กบางคนเคยถูกล้อ ถูกเหยียดหยามซึ่งๆ หน้า เด็กบางคนเคยได้ยินคนรอบข้างพูดถึงเกย์ กะเทย เลสเบี้ยนในแง่ลบ เหตุการณ์นี้มักจะเกิดใกล้ตัว ก็ในบ้านนี่แหละ เป็นแม่พูด เป็นพ่อพูด หรือเป็นพี่น้อง หรือคุณยายในบ้านพูด ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่า ตัวเราเป็น แต่การพูดถึงบุคคลอื่น และพูดจาเหยียดหยามให้ยินได้ฟังนั้น ทำเอารู้สึกเจ็บและละอายได้เหมือนๆ กัน มันส่งผลต่อๆ มาเพราะ เกิดอาการ “ฝังใจ” กับสิ่งที่ยินมา

เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เหล่ามนุษย์สีรุ้งมักไม่รู้ตัวหรอกว่าได้สะสมเอาความรู้สึกนี้ติดตัวมาเรื่อยๆ ความรู้สึกละอายใจหรือความรู้สึกด้านลบต่อสิ่งที่ตัวเองเป็น กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ และเงื่อนไขในการดำรงชีวิตอย่างไม่รู้ตัว

หลายๆ ครั้งมันกลายเป็นกำแพงที่ขังตัวเราไว้ข้างใน หลายๆ ครั้งมันกลายเป็นความลึกลับดำมืดที่เราหาคำตอบก็ไม่ได้ซักทีว่า ทำไมคนที่เราคบหาอยู่ด้วย ผ่านมาตั้งหลายคนแล้ว มันถึง “ไปไม่รอด” หลายๆ ครั้งมันคือ คำถามที่ว่า สิ่งที่ฉันสร้าง สิ่งที่ฉันไขว่คว้า หรือสิ่งที่ฉันทำอยู่ ทำไมมันถึงไม่ทำให้ฉันมีความสุข “ที่แท้จริง”?

แม้กระทั่งคุณได้ “เลิกแอบ” แล้วก็ตาม เพราะการเลิกแอบหมายถึง คุณเลิกหวาดกลัวกับสิ่งที่คุณเป็น ไม่ได้หมายถึงว่า คุณไปป่าวประกาศอะไร แต่การที่คุณเลิกแอบแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า

การเดินทางค้นหาความหมายของชีวิตของคุณนั้นสิ้นสุดลง มันแค่เริ่มต้น ในทิศทางใหม่…

14533504

ในกล่องรับอีเมล…

ผมได้รับจดหมายของคุณผู้อ่านอยู่เสมอๆ ดีใจที่ทุกครั้งที่มีคนเขียนมาคุยด้วย และจะดีใจมากๆ ที่มีคนเขียนมาเล่าให้ฟังว่า ได้เลิกแอบแล้วกับใครต่อใครบ้าง ไม่ว่ากับเพื่อน กับครูที่โรงเรียน หรือสุดยอดกว่านั้นคือ กับที่บ้าน

มีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่งเล่าว่า เขาเริ่มรู้สึกดีกับสิ่งที่เขาเป็น หลังจากได้พยายามทำความเข้าใจตัวเอง เข้าใจ “sexuality” หรือวิถีทางเพศของตัวเองมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว เลิกหันหลังให้กับคำถาม หรือแกล้งลืมมันไป

แต่มีอย่างหนึ่งที่รู้สึกอึดอัด และยังหาคำตอบไม่ได้

ครั้งหนึ่ง ท่านผู้อ่านผู้นี้ไปฟิตเนส ปกติเขาเล่นฟิตเนสได้โดยไม่ต้องมีเพื่อน หรือไม่ต้องมีก๊วน หรือต้องไปจับกลุ่มคุยกัน อาจเป็นเพราะเขารู้สึกไม่จำเป็น หรือยังรู้สึกแปลกแยก ก็ไม่ชัดเจน

และแล้ววันหนึ่งขณะนั่งพัก มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุมากกว่าเขาเข้ามาทักทาย ชวนเขาพูดคุยเรื่อยเปื่อย เขาเข้าใจว่า ผู้หญิงคนนั้นคงแค่อยากจะคุย ไม่ได้จะมา “เข้าหา” เพราะดูเหมือนเธอจะแต่งงาน มีลูกสาวแล้วหนึ่งคน เขาเคยเห็นสองคนเดินด้วยกัน และคิดว่าน่าจะเป็นคุณแม่คุณลูกกัน

ในขณะหนึ่ง…ขณะที่บทสนทนาพาไปเรื่อยๆ น้าผู้หญิงคนนั้นถามถึงว่า มีแฟนหรือยัง? เขาก็ตอบว่า มีแล้ว จากนั้น เขาก็พยายามชวนพูดคุยในเรื่องอื่นๆ แทน แต่ดูเหมือนคุณน้าจะสนใจเรื่องที่เขามีแฟนซะมากกว่า หล่อนคอยแวะเวียนวกถามเรื่องแฟนของเขาอยู่หลายครั้ง ราวกับกำลังสอบสัมภาษณ์เพื่อไปทำลูกเขย จนเขารู้สึกอึดอัดและเบื่อหน่าย เขาขอตัว และทิ้งความรู้สึกบางอย่างเอาไว้เบื้่องหลัง

วันต่อมา เขาคอยระวังตัว ไม่อยากข้องแวะกับคุณน้าผู้หญิงคนนั้นอีก

posterthai02

ในโรงหนัง…

ผมเพิ่งดูหนังเรื่อง “a MOMENT in June” จบ ตอนแรกคิดว่าจะไปดูที่พารากอน แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ผมอยากดูที่ลิโด้มากกว่า โรงหนังใหญ่ๆ อย่างนั้น ที่นั่งสบายกว่าที่ลิโด้แน่นอน แต่ความรู้สึกว่า โรงหนังเล็กๆ จะอยู่ได้ ก็ต้องมีคนไปดูเหมือนกัน ผมตีตั๋วเข้าไปนั่งดูอย่างตั้งใจ เพราะอยากดู “ชาคริต” เล่นเป็นเกย์ ไม่ได้เล่นเป็นผู้ชายแต่งหญิง หรือแกล้งเป็นกะเทย

ฉากแรกคือ ฉากที่ชาคริตกับนักแสดงหนุ่มอีกคน (นภัสกร มิตรเอม) กำลังลากันอย่างอึดอัดในโบกี้รถไฟ แรกๆ คนดูที่อาจไม่รู้มาก่อนว่า เรื่องนี้มีคู่ชายหนุ่มที่รักกัน ก็คงงงๆ กับสิ่งที่ทั้งสองคนพูด แต่บทสนทนาก็พาค่อยๆ พาไป และเผยให้เห็นว่า จริงๆ แล้วสองคนนี้ไม่ได้เป็นเพื่อนมาส่งเพื่อน แต่เป็นคนรักที่กำลังมีปัญหาอะไรบางอย่าง และพยายามร่ำลากันอย่างไร้เยื่อใย

หนังเรื่อง “a MOMENT In June” (ชื่อไทย ณ ขณะรัก) มีคู่รักอีกสองคู่ ซึ่งนับรวมแล้ว มีสามคู่ แต่จริงๆ แล้วคู่หนึ่งเป็นตัวแทนของอีกคู่หนึ่ง จึงกลายเป็นสองคู่ แต่ลึกไปกว่านั้นคือ ทุกๆ คู่ กลายเป็นตัวแทนของกันและกัน เพราะผูกโยงทุกคนไว้ด้วยเรื่องราวของความรัก และการให้โอกาส ที่อาศัยการเล่าเรื่องสลับไปมา

ผู้กำกับ คุณโอ ณัฐพล (บางที่ก็เขียนนัฐพล) วงศ์ตรีเนตรกุล ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า หนังเรื่องนี้ “ไม่ใช่หนังเกย์”

นี่คงเป็นอีกครั้งที่คุณผู้อ่านที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว และพอได้ยินคำว่า หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์ คงอยากตั้งคำถามว่า แล้วหนังเกย์ กับหนังไม่เกย์ มันต่างกันยังไง? คำว่า ไม่ใช่ “หนังเกย์” มีความหมายในประโยคบอกเล่าธรรมดาๆ เฉกเช่นเดียวกับประโยคที่ว่า หนังเรื่องนี้ ไม่ใช่หนังผี หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรัก หรือหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่หนังฆาตกรรม

หรือเปล่า?

คำว่า “เกย์” ในที่นี้ หมายถึงอะไร? ประเภทของหนังชนิดหนึ่ง? เนื้อหาของหนัง? ตัวละครที่พูดในหนัง? ประเด็นที่หยิบยกมาในหนัง? หรือแท้จริงแล้ว คนพูดทำนองนี้กำลังกลัวว่า คำว่า เกย์ จะทำให้หนังติดลบในจิตใจคนฟังก่อนจะไปดูหนัง?

ในหนังเรื่องนี้ ไม่ใครพูดว่า เกย์ ซักคำ และต้องบอกว่า เป็น “ความเนียน” ที่คุณโอ ซึ่งกำกับและเขียนบทนี้เองทำได้เนียน จนต้องยกน้ิวให้

บนรถไฟสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ คุณเดือนเต็ม สาลิตุล รับบทเป็นนักเขียนชื่ออรัญญา ได้พบกับคุณนภัสกร รับบทเป็น “พล” แฟนหนุ่มหน้าเศร้าของชาคริต เมื่อคุณน้าผู้หญิง พบกับชายหนุ่มโดยบังเอิญ และด้วยรถไฟติดขัด จนต้องพักการเดินทาง เลยเปิดโอกาสให้ทั้งสองพูดคุย แลกเปลี่ยนกัน คุณน้าผู้หญิงไม่ได้กำลังตามหาลูกเขยให้ลูกสาวของหล่อน

คุณน้าผู้หญิงกลับถามชายหนุ่มถึงเรื่องความรักของเขาและแฟนของเขา ในบทสนทนาภาษาไทย เราจะพบความเนียนของผู้กำกับและผู้เขียนบท เพราะคนดูไม่รู้หรอกว่า ตกลงแล้ว ชายหนุ่มได้บอกคุณน้าผู้หญิงคนนี้ด้วยหรือเปล่าว่า แฟนของเขาเป็นผู้ชาย แต่ในซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ คุณน้าผู้หญิงใช้คำว่า “he” เป็นสรรพนามแทนในภาษาไทย ซึ่งเธอได้ใช้คำว่า “เค้า” ในการพูดถึงแฟนของชายหนุ่มในบทสนทนา แล้วคนดูอย่างผม ก็เลยเข้าใจได้ว่า คุณน้าผู้หญิงรู้ดีว่า ชายหนุ่มคนนี้มีแฟนเป็นผู้ชาย คุณน้าไม่ได้ทำหน้าตกใจแล้ว หรือต้องทำหน้า “เหวอ” หรือพูดว่า “อะไรนะ?”

“ความเนียน” อีกครั้งเกิดขึ้น ตอนที่คุณสุเชาว์ พงษ์วิไล (หุ่นดีมากๆ อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับคนมีอายุ ในกางเกงชั้นในสีขาว) ได้มาปรากฎกายขึ้นที่โรงละคอนเพื่อพบกับชาคริต ซึ่งกำลังกำกับละคอนเรื่องใหม่อยู่ แล้ว “คุณพ่อ” ก็ถาม “คุณลูก” ว่า “แล้วพลล่ะ” โดยที่คนดู ไม่ต้องตั้งคำถามอีกเลยว่า คุณพ่อรู้หรือเปล่าว่า คุณลูกมีแฟนเป็นผู้ชาย

ในกล่องรับอีเมล…

ผมคงจะเขียนตอบหนุ่มคนนั้นที่เขียนมาเล่าถึงความอึดอึดที่เกิดขึ้นที่ฟิตเนสว่า ฟังดูมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ที่เราเพียงแค่เดินหลบหน้าไป หรือโชคดีที่ไม่ได้เจอน้าผู้หญิงคนนั้นอีก หรือเราเองพยายามไม่นึกถึงมันอีก แต่มันจะเวียนกลับมาในที่สุด และทำให้เราต้องตั้งคำถามตัวเองอีกว่า เราเป็นอะไรไป ในเมื่อได้เลิกแอบแล้ว เรายังคงมีความรู้สึก “ละอาย” อยู่อีกล่ะหรือที่ต้องบอกใครๆ เวลาโดนถามเพื่อที่อยากจะบอกว่า ความรักของคุณคือผู้ชายอีกคน

ผมจะบอกเขาอีกว่า ไปดูหนังเรื่อง “a MOMENT In June” แล้วดูซิว่า ต่อไปนี้ เวลาคุณพูดกับใครถึงตัวตนของคุณ หรือใครคนนั้นของคุณ คุณจะแค่ทำให้มัน “เนียน” ไปกับชีวิตคุณแบบในหนังได้มั๊ย?

แชะ! แชะ! ใครสนใจจะเป็นผู้สื่อข่าวรายการทีวีรายการใหม่ เกี่ยวกับเพศศึกษา รับผู้จบนิเทศฯ วารสาร หรือสื่อสารมวลชน เป็นชาย หญิง หรือเพศใดก็ได้ที่บุคลิกดี เป็นตัวของตัวเอง และสนใจเรื่องเพศศึกษา อายุระหว่าง 22-25 ปี ส่งอีเมล ประวัติส่วนตัว และจดหมายแนะนำตัว พร้อมรูป สอบถามรายละเอียด หรืดส่งข้อมูลมาได้ที่เมล์เดียวกันนี้นะครับ vitayamail”แอท”gmail.com แชะ! แชะ!

14 comments 0 กุมภาพันธ์ 23, 2009

คู่รักคนดัง

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 14-15 ก.พ. 2009 MetroLife Section หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันเสาร์

คนมีความรักน่ะ ส่วนใหญ่ก็อยากประกาศให้โลกรับรู้ทั้งนั้นแหละ ยิ่งในช่วงที่คุณ “อินเลิฟ​” โลกของคุณจะมีแต่ “เรา” คุณไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น นอกจาก “เรา”

ในโลกสีรุ้งที่ใครๆ พากันบอกว่า “ไม่มีรักแท้” ผมขอยืนยันอีกทีว่า “มี” แต่คุณอาจจะยังไม่เจอ หรือคุณเจอแล้ว มีอันต้องเจออุบัติเหตุ และต้องปล่อยให้เขาหรือเธอคนนั้นของคุณหลุดมือไป เพราะข้อจำกัด ความไม่ลงตัว ยังต้องแอบอยู่ หรืออื่นๆ

แต่คุณเชื่อเถอะครับ ความรักเกิดขึ้นในใจทุกๆ คนไม่ว่าเพศอะไร ไม่ต้องสนใจใครบอกว่า ห้ามรักคนไหน หรือมันเป็นไปไม่ได้ และรักแท้มีอยู่จริง

สัปดาห์นี้ขอพูดถึงคู่รักคนดังชายรักชายที่ไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ จนนักข่าวสายบันเทิงต้องคอยถามคอยจี้ว่า ควงอยู่กับใคร หรือต้องคอยดักซุ่มในลานจอดรถจะได้รู้ว่า ใครมาพร้อมกัน แล้วกลับกันไปยังไง ดูเหมือนว่า พาดหัว “ใครควงใคร” จะเป็นประเด็นอันดับหนึ่งในสื่อบันเทิงที่ต้องแข่งขันรายงานกันไปอีกนาน แทนที่จะตั้งคำถามว่า การแสดง และงานที่ทำเป็นยังไง แต่สื่อไทยมักบอกว่า คนอ่านอยากรู้ว่า ใครมีอะไรกับใครมากกว่า

ในวงการหนัง เพลง กีฬา มีคู่รักต่างชาติคนดังอยู่หลายคู่ ฮ็อตๆ และคบกันนานก็มีเยอะ เว็บไซต์ดังอย่าง www.afterelton.com ถึงต้องรายงานเรื่องนี้สองรอบ เพราะหลังจากไปไล่เก็บข้อมูลมารายงาน ก็พบว่า หลายคนไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน และส่วนใหญ่ ขณะที่คนหนึ่งเป็นคนดังที่เป็นเกย์ อีกคนหนึ่ง กลับเป็นคนอยู่นอกวงการที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก พวกเขาเป็นใคร? พบกันอย่างไร? และมีทัศนคติชีวิตคู่อย่างไร? บางคนคุณอาจจะไม่เคยคุ้นหูหรอกนะ แต่ผมเชื่อว่า คุณเองก็อยากรู้ว่า ใครเป็นใคร

George Michael & Kenny Goss
george-michael-kenny

คุณรู้สึกยังไงที่แฟนของคุณดังคับโลก และทำตัว “เลอะเทอะ” ให้ชาวโลกได้รับรู้อยู่บ่อยๆ เรื่องนี้ต้องถามคุณเคนนี่ แฟนของนักร้องดังจอร์จ ไมเคิล คงจำได้ว่าคุณจอร์จมีคดีพัวพันยาเสพติด และที่ดังสุดๆ ก็คดีไปโดนตำรวจนอกเครื่องแบบที่รัฐแคลิฟอร์เนียอ่อยให้จนโดนจับในห้องน้ำสาธารณะ และเป็นที่มาของการ เลิกแอบของเขาอย่างเป็นทางการในปี 1998 โดยมีมิวสิควิดีโอเพลง “Outside” ที่จับคนในเครื่องแบบมาจูบกัน เป็นผลงานสร้างสรรค์แสบๆ คันๆ ถึงนายจอร์จจะเอาเรื่องวุ่นวายมาเข้าบ้านบ่อยๆ คุณเคนนี่ก็ยังคงเป็นแฟนของเขาอยู่ ตามประวัติ คุณเคนนี่ไม่ได้ตกถังข้าวสาร เขาทำมาหากินจนร่ำรวยด้วยธุรกิจขายอุปกรณ์เชียร์ลีดเดอร์ เคยเป็นโค้ชเชียร์ลีดเดอร์อยู่ด้วย ตอนนี้ทั้งคู่ทำงานการกุศลทางศิลปะด้วยกันผ่าน The Goss-Michael Foundation ที่ดัลลัส มิน่าถึงมีแรงเชียร์คุณจอร์จอยู่ตลอดเวลา แม้ในช่วงชีวิตลำบาก

Matthew Mitcham & Lachlan Fletcher
matthew-lachlan

คงไม่ต้องบอกว่าคู่นี้เป็นใคร เพราะเคยเขียนถึงก่อนหน้านี้แล้ว หนุ่มแมท นักกระโดดน้ำดาวรุ่งวัย 20 ปี จากออสเตรเลียที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิคที่ปักกิ่งครั้งล่าสุด เขาทำเอาสาวไทยหลายคนต้องทึ่ง เพราะแฟนเขาเป็นผู้ชาย นายแล็กลัน แฟนหนุ่มคอยอยู่เคียงข้างแมทตลอดแม้ตอนที่ท้อแท้ อยากเลิกเป็นนักกีฬา ทั้งสองคบกันมาสองปีก่อนหน้าที่แมทจะไปโอลิมปิค และด้วยการสนับสนุนของเหล่าองค์กรสีรุ้ง และบรรดาเกย์ เลสฯ ที่ใจดี เลยช่วยกันลงขัน ส่งตังค์ให้แฟนหนุ่มได้ไปอยู่ข้างสระ คอยเป็นกำลังใจ และต้องกลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อแมทคว้าชัยชนะได้สำเร็จเข้าเข้าไปสวมกอดและจูบแฟนของเขา แต่ ทีวีมะกันดั้นตัดช็อตนี้ออกไป จนโดนประท้วง และบก. ต้องออกมาขอโทษขอโพย ตอนนี้หนุ่มแล็กลันกำลังเรียนทางด้านมาร์เก็ตติ้ง

Tom Ford & Richard Buckley
tom-ford-richard

คู่รักวัยต่างวัยทำเอาหลายๆ คนอิจฉา เพราะอยู่กันมายี่สิบปี ตอนที่เริ่มคบกัน คุณทอมอายุ 27 ส่วนคุณริชาร์ด 40 คุณๆ คงรู้จักดีไซเนอร์คนเก่งนายทอม ฟอร์ดคนนี้ดีนะครับ เพราะเขาคือคนที่ฟื้น Gucci ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง และตอนนี้เขาก็มีแบรนด์ “Tom Ford” เป็นของตัวเอง โดยมีตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์ หล่อๆ อย่างนี้จะเป็นใครไปล่ะ? คุณริชาร์ดก็อยู่ในแวดวงเดียวกันนี่แหละ เคยเป็นบรรณาธิการของ Vogue Hommes International ตอนนี้ทั้งคู่กำลังคิดอยากจะมีลูก แรกๆ คุณริชาร์ดไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้เริ่มใจอ่อนแล้ว

Randy Harrison & (แฟนเก่า) Simon Dumenco
randy-simon

แฟนๆ ซีรีส์เกย์ที่คงไม่มีวันฉายได้ในโทรทัศน์บ้านเราอย่าง Queer As Folk เวอร์ชั่นอเมริกัน คงอยากจะมีแฟนอย่าง “จัสติน” หนุ่มหน้าใส หัวใจรักจริง ที่รับบทโดยคุณแรนดี้ แฮร์ริสัน แรนดี้พบรักกับคุณไซมอน ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์หลังจากที่คุณไซมอนได้รับมอบหมายงานจากบก. ให้สัมภาษณ์แรนดี้ ก็ไม่รู้ว่าไปสัมภาษณ์กันอีท่าไหน จริงๆ แล้วผิดหลักการ เพราะนักข่าวและแหล่งข่าว ไม่ควรจู๋จี๋กัน ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2002 ที่บรุ้คลิน นิวยอร์ค (แต่ข่าวล่ามาเร็วเพิ่งบอกมา เลิกกันเสียแล้ว…น่าเสียดายจัง)

Mark Feehily & Kevin MaDaid
mark-kevin_westlife

วงการบันเทิงต้องตะลึง เพราะสองคนนี้เป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ทั้งคู่ คุณมาร์คสังกัดวงไอริชชื่อดัง Westlife ส่วนแฟนของเขา คุณเควิน มาจากวงที่ไม่ค่อยดังเท่าไหร่จากอังกฤษชื่อ V. ต้องยกนิ้วให้ทั้งสองที่ทั้งเปิดเผยตัวเอง และเปิดเผยความรักที่มีให้กันอย่างสุดซึ้ง พวกเขาเล่าว่า ไปปิ๊งกันที่งานการกุศลแห่งหนึ่ง และตอนนี้อยู่ด้วยกันมาสี่ปีแล้ว และถือว่า เป็นความสัมพันธ์ที่ยืนยาวที่สุดที่ทั้งสองเคยมีมาในชีวิต คุณเควินบอกด้วยว่า อย่าเรียกพวกเขาว่า “คู่เกย์” (gay couple) เรียกว่า คู่กัน จะดีกว่าครับ

Darren Hayes & Richard Cullen
darren-richard

นักร้องบอยแบนด์อีกคนที่เลิกแอบ คุณดาร์เร็นจากวง Savage Garden ในวัย 36 เขามีความสุขมากๆ หลังจากแต่งงานกับคุณริชาร์ดที่ลอนดอนในปี 2006 นับจากนั้นมาคุณดาร์เร็น ก็ออกมาเดินสายทำกิจกรรมเคลื่อนไหวสนับสนุนให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ เพราะเวลาเดินทางไปออสเตรเลียด้วยกันทีไร คุณริชาร์ดซึ่งถือพาสปอร์ตอังกฤษ ไม่ได้เข้าประเทศในฐานะคู่ของเขาแต่ในฐานะแขกคนหนึ่ง ทำให้ดาร์เร็นรู้สึกไม่พอใจรัฐบาลออสเตรเลียมาก เนี่ย เรียกว่า ไม่เจอกับตัวเอง ไม่รู้สึก เหมือนๆ กับประเด็นอื่นๆ ที่เรามักจะบอกว่า ไม่เกี่ยวกับชั้น แต่ถ้าวันไหน คุณได้เจอคนที่ใช่ การแต่งงาน อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณกำลังคิด ตอนนี้ คุณริชาร์ดทำงานด้านสร้างสรรค์ให้กับดาร์เร็น ทั้งคู่อาศัยอยู่ในลอนดอน

Stephen Gately & Andrew Cowles
stephen-andrew

เอาซะให้ครบ พลาดไม่ได้คนนี้ อีกหนุ่มบอยแบนด์ที่ต้องพูดถึง เขาเป็นข่าวบ่อยๆ คุณสตีเฟน เกทลีย์ สมาชิกวงบอยโซนที่มีคุณโรแนน คีตี้งส์เป็นนักร้องนำสุดหล่อคู่กัน เขาพบกับคุณแอนดรูว์ ในปี 2003 หนุ่มคนนี้ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอินเตอร์เน็ต หลังจากนั้นสามปีก็แต่งงานกัน ผลงานล่าสุดที่สตีเฟ่นและวงของเขาทำเอาหลายๆ คนปลื้มไปตามๆ กัน ก็ในเพลง “Better” ที่สตีเฟนคลอเคลียกับหนุ่มหล่ออีกคน ในบทบาทและลีลาที่ออกแบบมาเท่าเทียมกับเพื่อนๆ ในวงที่คลอเคลียกับเพศตรงข้ามในเอ็มวีเพลงเดียวกัน

George Takei & Brad Altman
takei-brad

สุดท้าย (แต่จริงๆ มีอีกเยอะ) ใครเป็นแฟนสตาร์เทรค ซีรีย์ดังหลายเวอร์ชั่น คงคาดไม่ถึงว่า หนุ่มอเมริกันหน้ายุ่นในห้องบังคับยานอวกาศ ที่มักมีสีหน้าเรียบเฉย แต่มีเสียงต่ำเป็นกังวานไพเราะในบท Sulu ก็เป็นอีกคนที่รักเพศเดียวกัน และก็เป็นอีกคนที่ไม่ได้แอบแล้ว เขาเป็นข่าวดังขึ้นมาเมื่อประกาศแต่งงานกับแฟนที่อยู่ด้วยกันมา 21 ปี คุณแบรดทำธุรกิจร่วมกับคุณจอร์จมานาน ทั้งคู่ออกมาสนับสนุนอย่างขันแข็งให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ การที่ได้แต่งงานกับจอร์จนั้น คุณแบรดบอกว่า “ผมเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก”

แชะ! แชะ! อย่าพลาดไปดูบทบาทชาคริต แย้มนามอีกครั้งในบทท้าทายอีกครับ A Moment in June วันก่อนได้ดูสัมภาษณ์คุณโอ ผู้กำกับฯ รู้สึกอยากดูขึ้นมามากๆ หนังรักเรื่องนี้คงโดนใจคุณในช่วงเวลาแห่งความรัก แชะ! แชะ! ปลายเดือน รออีกเรื่อง MILK ย้ายแล้วย้ายอีก หนังเกี่ยวกับนักการเมืองท้องถิ่นอเมริกันที่ปลุกกระแสสิทธิมนุษยชนจนเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของโลก แชะ! แชะ! บางอันก็ขำ บางอันก็ไม่ค่อยขำ เมื่อนักสร้างสรรค์จากอังกฤษ แนะนำ ตัวอักษรภาษาอังกฤษในแนวใหม่ อย่างB ไม่ใช่ B-Boy นะครับ แต่เป็น Brokeback Mountain และ K ก็กลายเป็น Kylie ส่วน Q แน่นอนอยู่แล้ว Queer เปิดไปดูอักษรตัวอื่นๆ กันได้ที่เว็บยูตู้ปป http://www.youtube.com/watch?v=c5sfwm-DqEA หรือค้นหาด้วยคำว่า The Gay Alphabet แชะ! แชะ!

22 comments 0 กุมภาพันธ์ 15, 2009

ฺBrokeback บุกจอทีวี (ช่อง 7) สี่ทุ่มครึ่ง

r218479_854702

วันวาเลนไทนส์นี้ Big Cinema ช่องเจ็ด เลือก “Brokeback Mountain”
เป็นตัวแทนความรัก!!! Teaser Big Cinema ย้ำ “ความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ”
ใครอยู่บ้านคืนวันเสาร์ ห้ามพลาด 22.30 น. ช่องเจ็ดสี
(คิดถึงฮีท อยากกอดเจค!!!)

ภาพยนตร์ฝรั่ง เรื่อง “หุบเขาเร้นรัก” (BROKEBACK MOUNTAIN)
นำแสดงโดย : ฮีธ เรดเจอร์ / เจค จิลเลนฮาล / แอนน์ แฮธาเวย์

(ข้อความจากเว็บช่องเจ็ด – edited คำว่า รักร่วมเพศ ออกไป แทนด้วยคำว่า รักเพศเดียวกัน)

จากเรื่องสั้นของ อี แอนนี พรูซ์ ถูกดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี โดยฝีมือการเขียนบทของ ไดอานา ออสซานา และแลร์รี แมกเมอร์ทรี พร้อมกับได้ผู้กำกับชาวจีน อั้งลี่ มาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการผลิตในทุกขั้นตอน ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง “หุบเขาเร้นรัก” (BROKEBACK MOUNTAIN) สามารถคว้ารางวัลจากเวทีออสการ์ ครั้งที่ 78 ประจำปี 2006 ได้ถึง 3 รางวัล ได้แก่ ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

ไม่เพียงแค่นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังกวาดรางวัลจากสถาบันต่างๆ อีกมากมาย อาทิ รางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 63 ประจำปี 2006 สาขาภาพยนตร์ดรามายอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเพลงประกอบยอดเยี่ยม / รางวัลบาฟตา ประจำปี 2006 สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (เจค จิลเลนฮาล) รวมถึง รางวัลสิงโตทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในเทศกาลหนังเมืองเวนิซ อีกด้วย

“หุบเขาเร้นรัก” (BROKEBACK MOUNTAIN) เป็นเรื่องราวความรักต้องห้ามของ 2 ชายหนุ่ม ในช่วงยุค 60 ที่สังคมยังต่อต้านกลุ่มรักเพศเดียวกันผ่านบทบาทการแสดงของ 3 นักแสดงคุณภาพ เจค จิลเลนฮาล แอนน์ แฮธาเวย์ และ ฮีธ เรดเจอร์ นักแสดงหนุ่มผู้ล่วงลับ

ในฤดูร้อนปี 1963 แจก ทวิสต์ และเอนนิส เดลมาร์ ได้รับการว่าจ้างให้เป็นคนงานในฟาร์มเลี้ยงแกะแห่งหนึ่งใกล้เทือกเขาโบรกแบ็กในเมืองไวโอมิง เมื่อทั้งสองคนได้พบกันกลับไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเห็น แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกัน กลับทำให้แจกและเอนนิส กลายเป็นเพื่อนรักอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปไกลกว่าที่ทุกคนคิด

ผ่านพ้นช่วงฤดูร้อน แจก และเอนนิส กลับลงมาจากหุบเขาโบรกแบ็ก ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเอง และตัดสินใจที่จะลืมทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้น โดยเอนนิส แต่งงานกับ อัลมา แฟนสาว และมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไวโอมิงจนมีลูกด้วยกัน ในขณะที่แจกแต่งงานกับ ลูรีน สาวสวยประจำเมืองแห่งหนึ่งในรัฐเทกซัส และมีลูกกับเธอหนึ่งคน

4 ปีผ่านไป แจกได้เดินทางไปเยี่ยม เอนนิสในฐานะเพื่อนเก่า การพบกันครั้งนี้ทำให้ แจก และเอนนิส รู้ใจตัวเองว่าพวกเขาทั้งคู่ยังคงรัก และให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายเสมอ เวลา 4 ปีที่ผ่านไปไม่ได้ทำให้ความรักของ แจก และ เอนนิส ลดลง แต่ทั้งคู่กลับถูกดึงดูดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆ!

6 comments 0 กุมภาพันธ์ 13, 2009

เบียร์สี่ขวดกับ “ป๊อปฯ” สามฟื้ด

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 7-8 ก.พ. 2009 MetroLife Section หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ วันเสาร์

img_4614_4616_rgb

คืนหอนวันหื่นของ “วิบูลย์” กลับมาอีกครั้ง เขาใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที อาบน้ำ แต่งตัว เป่าผม จัดทรงเนี้ยบ เลือกเสื้อยืดที่ดูมีคลาสเข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง และไม่ลืมฉีดน้ำหอมขวดแพงระยับ กลิ่นที่เพื่อนๆ บอกว่า ใครได้ดมแล้วต้องระทดระทวยให้เขา ไม่ใช่เพราะหลงใหลในตัวเขา แต่เพราะวิงเวียน

วันนี้เขามีนัดกับ “สันต์” หนุ่มวัยห่างจากเขาราวห้าปีที่เพิ่งแชทกันไปเมื่อกี้ หลังจากได้พูดคุยล้อเล่นทางโทรศัพท์และสอบถามทางให้แน่ชัด เขาพบว่า อีกฝ่ายเป็นคนอารมณ์ดี ย่ิงนำ้เสียง “แมนๆ” ที่ได้ยิน ย่ิงทำให้เขารู้สึกกระเหี้ยนกระหือรืออยากเห็นหน้า อยากสัมผัสทุกอณูของเค้า

เขารู้จักคอนโดแห่งนั้นในย่านสาทรดี ถ้ามาจากลาดพร้าว บึ่งไปตอนสี่ทุ่มครึ่งแบบนี้ ไม่น่าจะเกินยี่สิบนาที เขาอยากจะบินไปหาซะให้รู้แล้วรู้รอด เขาบอกกับตัวเองพร้อมเช็คอีกทีว่า อุปกรณ์ครบครันทั้งถุงยางสองสามชิ้นและเจล

หมายเลขลิฟต์ไล่เรื่อยขึ้นไปถึงชั้น 18 พอประตูเปิดออก เขามองดูกระดาษในมืออีกครั้ง หมายเลขสี่หลักในนั้นพาเขาเดินไปตามลูกศร เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย พอเห็นห้องที่ประตูเปิดแง้มอยู่ เขาเห็นบางสิ่งอยู่ตรงนั้น เขายิ้มให้ “น่ารักจัง”

ยังหรอกครับ เขายังไม่เจอ “สันต์” แต่เห็นตุ๊กตาหมีพูขนาดย่อม แขวนอยู่ตรงหน้าประตู วิบูลย์บอกว่า เขาก็เป็นคนชอบหมีพูเหมือนกัน

น่ารักพอๆ กันเลย เขาบอกตัวเองพอเจ้าของห้องเปิดประตูออกมา สันต์สูงประมาณ 178 ขาวตี๋ มีไรขนที่หน้าอกเผยให้เห็นทางเสื้อกล้ามสีเทา เขาอยู่ในชุดกางเกงแพรพริ้ว ไม่ต้องมองเลยก็รู้ว่า ไม่มีอันเดอร์แวร์อยู่ในนั้น

“พี่ครับ ไม่ได้โม้นะครับ เขาหน้าตา รูปร่างถูกใจผมมากๆ ถ้าบอกว่าเป็นสจ๊วต ผมก็เชื่อล่ะครับ ต้องบอกว่า ดูดีกว่าในรูปเยอะ แต่ผมว่า เขาคงไม่ได้อายุ 25 หรอกครับ น่าจะต้นๆ เลขสามแล้วล่ะ”

ผมย้ำอีกทีว่า อายุไม่สำคัญ สำคัญที่ลีลา และทัศนคติ แต่ถ้าคิดจะแค่ “one-night stand” แบบที่ผ่านๆ มา ก็คงไม่สำคัญอะไร

นายวิบูลย์ เป็นเพื่อนรุ่นน้องอีกคนที่ชอบบอกผมว่า อยากมีแฟน “พี่หาแฟนให้หน่อย” เป็นคำพูดที่เขาพูดบ่อยแทบจะแทนคำทักทาย แต่ดูเหมือนชีวิตที่ผ่านๆ มาของเขาจะได้มีเซ็กซ์บ่อยๆ มากกว่าได้แฟน คนสุดท้ายที่เขาคบด้วย มีอายุสามเดือน คงเหมือนกับอีกหลายคน จนผมอดคิดไม่ได้ เอ๊ะ หรือมันคือเกณฑ์เฉลี่ยทีี่ใครๆ จะคบไปงั้นๆ แล้วก็เลิก เพราะเลยช่วงโปรโมชั่นพอดี?

“นี่ครับ เบียร์สี่ขวด อย่าเมาก่อนผมนะครับ” วิบูลย์ยื่นถุงใส่เบียร์ พร้อมยิ้มกวนๆ สันต์เก็บเบียร์เข้าตู้เย็นสามขวด อีกขวดรินลงในแก้วบางๆ สองใบ “ผมคอแข็ง ไม่เมาง่ายๆ ให้ใครทำอะไรหรอก” สันต์ยิ้มกวนๆ กลับ

“ขนาดยืนเทเบียร์ ยังน่ารักเลยครับพี่ ผมล่ะอยากให้พี่เห็นจริงๆ ในห้องแสงไฟสลัวๆ เขาเปิดทีวีเบาๆ อากาศเย็นๆ พอเราชนแก้ว ผมก็เริ่มบรรเลงเลยละครับ เขาบอกว่า ให้ไปนั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนเขาก่อน แต่ผมบอกเขาว่า ผมอยากจะกินเขาซะก่อน เบียร์ทีหลังได้”

วิบูลย์เล่าว่า เขาเริ่มบีบนวดให้สันต์ ไล่จากหัวไหล่ ต้้นแขน ลำแขน แผ่นหลัง แล้วก็ค่อยๆ เอาใบหน้าไปซุกตรงข้างแก้ม เพื่อสัมผัสกับเคราสากเขียวครึ้ม และแผ่นอกของเขาก็ได้สัมผัสแนบชิดกับแผ่นหลังของสันต์ มันให้ความรู้สึกดีๆ เหมือนไฟฟ้าช็อตจี๊ดๆ

มือข้างหนึ่งค่อยๆ ลูบไล้ และบีบคลึงไปตามแผงหน้าอก พอแก้มของเขาสัมผัสเคราของสันต์ ถูกันไปมา มันให้อารมณ์อย่างบอกไม่ถูก วิบูลย์บอกว่า เขาชอบผู้ชายมีเคราเขียวๆ มากๆ ยิ่งเป็นหนุ่มตี๋ผิวขาว มีเคราเขียว เซ็กซี่ได้ใจเขามาก

“ปกติ ต้องโกนหนวดบ่อยสิครับ ขึ้นมาขนาดนี้” วิบูลย์พูดพลาง เอามือไล้ไปตาม

“ผมอยากหน้าเกลี้่ยงๆ มากกว่า โกนหนวดเสียเวลาจัง”

วิบูลย์รู้สึกว่า เขาจะใช้เวลาสนทนาพาทีนานเกินไปแล้ว โอเค หมดเวลากับการเล้าโลมแบบเบสิค เข้าสู่ช่วงกลาง ด้วยจังหวะเร่งขึ้น เขาซุกซอนหน้าไปที่ต้นคอขาวๆ ของสันต์ ก่อนจะไล่ไปที่ติ่งหู “ระวังแดงนะครับ อย่าดูดนะ” เจ้าของคอบอก มันคงเป็นคำฮิตที่สุด เวลามีเซ็กซ์

“ผมก็เคยโดนน่ะครับ โดนดูดเป็นจ้ำเลย ผมไ่ม่ทำกับคนอื่นหรอก น่าอายจะตาย ผมก็จะบอกอีกฝ่ายว่า ผมทำเบาๆ ไม่ต้องกลัวเป็นรอย รับรอง เขาจะได้ไม่เกร็ง ไม่วิตก เออ พี่ว่า คนเป็นรับ เค้ากลัวโดนดูดคอทุกคนเลยหรือเปล่า”

ผมจะไปรู้เรอะครับ คุณผู้อ่าน ผมว่า ถ้าบนเตียง คนทำหน้าที่เป็นรับ แต่สลับพฤิตกรรมบ้าง ทำหน้าที่รุก ไม่ได้นอนเฉยๆ กอดจูบลูบไล้ ไซร้ซอกคอเป็นบ้าง ไม่ได้ปล่อยให้อีกฝ่ายทำอยู่คนเดียว ก็คงรู้ว่า จะจูบ จะดูดยังไงให้สุขทั้งสองฝ่าย แต่ที่รู้ๆ มีฝ่ายรับหลายคน นิยมนอนเฉยๆ “ฉันรับอย่างเดียว” ฉันต้องนอนเฉยๆ

วิบูลย์บอกว่า เขา “ไม่มายด์” ถ้าฝ่ายรับนอนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ เพราะเขาชอบ “เป็นผู้กำกับ” บนเตียง เพราะเขาชอบกำหนดทิศทาง และท่าทางไปพร้อมๆ กันโดยที่อีกฝ่าย เป็นฝ่ายยินยอมโดยไร้เงื่อนไข

เหงื่อเริ่มซึมๆ แล้ว ตอนนี้ทั้งสองไร้อาภรณ์ใดๆ สิ่งที่พ่อมาให้มาของวิบูลย์กำลังพร้อมออกรบเต็มที่ ภายใต้กางเกงแพรของสันต์ก็เช่นเดียวกัน วิบูลย์รู้สึกพอใจกับหน้าท้องแบนราบ มีขนรำไรขึ้นอยู่เป็นระเบียบ สวยราวจัดวาง แล้วเขาก็ค่อยๆ เลียมัน

วิบูลย์เอื้อมไปหยิบถุงยางอนามัยที่เขาเตรียมมาเอง เขาชอบกลิ่นผลไม้ คงถูกใจคู่ของเขาแน่ๆ เขาใส่มันอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ลืมบีบปลายไล่ลมก่อน มีหนหนึ่งกับประสบการณ์บนเตียง เขาตกใจสุดขีด เมื่อถอนตัวออกมา แล้วพบว่า ถุงยางของเขาแตก เป็นรอยขาดจากปลายมาเลย เขาทนกลุ้มใจ อยู่หลายวัน รอเวลาไปตรวจ โชคดี เขาไม่เป็นอะไร

เขาไม่ได้ยินเสียงใดๆ อีกแล้ว วิบูลย์ค่อยๆ ยกตัวขึ้นช้าๆ เขาจับศีรษะของสันต์ก้มเข้าหาลำตัวส่วนกลางของเขา แต่เขากลับต้องหน้าเสีย เมื่อได้ยินสันต์บอกว่า “ผมเพิ่งกินยาไป เดี๋ยวของพี่จะชานะ ไม่รู้สึกอะไร”

“ในใจตอนนั้นนะพี่ ผมก็อยากจะบอก อะไรวะ ยาเยออะไร ผมไม่เข้าใจ แล้วมันจะทำให้ผมชาได้ไง ผมล่ะงง ผมใส่ถุงอยู่ ไม่อยากทำให้ก็ไม่เป็นไร”

“ไงล่ะ รมย์เสียเลยเหรอ ยังงี้ก็แย่สิ แค่เริ่มบรรเลงเอง” ผมแทรก

“เปล่าหรอกพี่ เขาอยู่ในกำมือผมแล้ว หล่อ น่ารักอย่างนี้ ผมจะปล่อยเขาไปได้ยังไง ยังไงๆ ผมก็ต้องไปให้ได้”

วิบูลย์เล่าว่า หลังจากโดนปฏิเสธ และไร้การออรัลใดๆ กระทั่งจะทำออรัลให้สันต์ เขาก็ไม่อยากทำให้ เขาเลยตัดสินใจไปถึงจุดหมายโดยไว คว้ามือไปหยิบซองเจลหล่อลื่น แล้วบรรเลงตามขั้นตอนทางธรรมชาติของมัน เขาลุ้นอยู่เหมือนกันว่า สันต์จะปฏิเสธเขาอีกหรือเปล่า แล้วหันไปนั่งกินเบียร์แทน

แต่สันต์ก็ยอมแต่โดยดีในท่านอนหงาย วิบูลย์รู้สึกพอใจเต็มที่ เมื่อเขาถึงจุดเต็มที่ในตัวเขาเองแล้ว เขาก็ค่อยๆ กดมันลงไป

“เค้าคงเป็นรับที่เก่งมากครับพี่ หรือชินแล้วก็ไม่รู้ ดูเขาไม่มีสีหน้าแสดงอาการเจ็บปวด อะไรเลย ตอนผมค่อยๆ ใส่เข้าไปน่ะครับ”

วิบูลย์เริ่มจังหวะช้าๆ ก่อน แล้วค่อยเร่งเร็วขึ้น และแล้วสิ่งหนึ่งที่วิบูลย์เพิ่งจะสังเกตเห็นก็คือ ในมือสันต์ มีขวดเล็กๆ อะไรบางอย่างกำอยู่

“ส้มโอมือ?” ผมถาม

“บ้าดิพี่ ท่าจะเป็นป๊อบฯ (Poppers) มิน่าดูเขาทำหน้าเคลิ้มๆ ฟุ้งๆ ยังไงไม่รู้ พอผมเห็นชัดๆ แล้ว ว่า เป็นป๊อบฯ ผมล่ะแทบหดน่ะพี่ เขาสูดฟื้ดๆ ตอนผมซอยเค้าอยู่ ตั้งสามหน ไม่รู้ก่อนหน้านี้ สูดไปกี่ที ไม่ทันสังเกต เซ็งบรมเลย”

แล้วเขามีอาการยังไง​?

6a00d8341bf8ea53ef01053697db6b970b-600wi

“มานึกๆ ดู เขาต้องสูดไอ้ป๊อบฯ นั่นก่อนผมใส่ถุงซะอีกนะพี่ ไม่รู้เค้าหยิบออกมากำไว้ตอนไหน ตอนเค้าดูดหน้าอกผม เค้าไม่ใช่แค่ดูดนะครับ แทบกัดเลย ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกอะไร เสียวๆ ดี แต่กลับมาบ้าน ถอดเสื้อดู โหยพี่ เป็นรอยช้ำ วงๆ เลย ไม่กล้าถอดเสื้อ ให้ใครเห็นสองสามวัน”

“ก็ดีกว่า โดนดูดคอเป็นจ้ำ ๆ ไม่ใช่หรอ ไม่งั้นต้องพันผ้าพันคอไปสามวันแน่ๆ ตอนนี้ ก็ไม่หนาวแล้วด้วย” ผมหัวเราะ

หลังจากคะยั้นคะยอให้เขาเล่าให้จบ ผมก็ได้ข้อมูลมาเพิ่มอีกว่า วันนั้น สันต์ “ถึงฝั่ง” อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที เสร็จสรรพ สันต์ก็นอนคว่ำหน้า ไม่ใช่จะให้บรรเลงอีกท่านะครับ แต่เพราะดูเขาเหนื่อยอ่อน ส่วนวิบูลย์ยังไม่ถึงฝั่ง เขาเลยเอื้อมมือไปแตะหลังของสันต์ แต่อีกฝ่ายขยับตัวหนี

“ดูเหมือนเขารังเกีียจ หรือรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ครับ เขาไม่ให้ผมแตะตัวเขาอีกเลย ผมได้แต่นอนลงข้างๆ หัวสมองคิดอะไรไม่ออก งงล่ะคับ หรือเพราะป๊อบฯ นั่นก็ไม่รู้ ผมไม่เข้าใจ ผมเลยถามเขาขึ้นมาว่า รู้สึกผิดหรือไงที่มีเซ็กซ์กับผม เขาบอกว่า ใช่ เขาบอกขอโทษ แล้วบอกให้ผมแต่งตัว เขาอยากอยู่คนเดียว​”

แชะ! แชะ! ต้องแสดงความยินดีกับโลกใบนี้นะครับที่มีผู้นำประเทศคนใหม่ เป็นหญิงรักหญิง ในที่สุด โลกก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป “โจฮันนา ซิกูร์ดาร์ดอททีร์ ” วัย 66 เป็น “นายกฯ” แห่งไอซ์แลนด์ แต่ที่ไอซ์แลนด์เขาไม่ได้วิพากย์วิจารณ์อะไรเรื่องที่เธอเป็นหญิงรักหญิง เพราะคงชินแล้วกับเรื่องพวกนี้ และอีกอย่างตอนนี้ประเทศต้องต่อสู้กับวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างหนักเหมือนกับอีกหลายๆ แห่ง แชะ! แชะ! ที่เชียงใหม่ เกย์พาเหรดเดือนก.พ. จะจัดได้หรือไม่ จะต้องพ่ายแพ้เพราะแรง “โฮโมโฟเบีย” จากคนที่เป็นเกย์เองหรือไม่ รอลุ้นดูกัน ล่าสุด มีความคิดประหลาดว่า เกย์ กะเทย ไม่ควรสวมใส่ชุดล้านนา หรือชุดพื้นเมืองเชียงใหม่ เพราะจะทำให้วัฒนธรรมเชียงใหม่ได้รับความเสียหาย อยากรู้จริงๆ ว่า คนพูดแบบนี้ เอาอะไรมาคิด คนอยากเล่นการเมืองไม่ว่าจะเป็นใคร จากไหน เพศใดก็ตาม ไม่ต้องพยายามเอาใจคนอีกฝ่าย สร้างสถานการณ์​ แล้วเหยียบย่ำเงาของตัวเอง แชะ! แชะ!

15 comments 0 กุมภาพันธ์ 8, 2009

เตรียมฉลอง “รัักต้องห้าม” กับสองหนุ่มดอยซ์สุดฮ็อต

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 31 ม.ค. – ก.พ. 2009

screen-capture

ปีที่ผ่านมา สองหนุ่มหล่อ “คริสเตียน” กับ “โอลิ” จาก “Verbotene Liebe” (Forbidden Love) ทำเอาสาวๆ และมนุษย์สีรุ้งจากยุโรป อเมริกา แคนาดา อินโดนีเซีย และหลายๆ คนในประเทศไทยแทบคลั่ง สำหรับปีนี้ได้ยินมาว่า ละครทีวีภาคกลางวันจากเยอรมันชุดนี้จะสนุกสนานและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม หลังจากสองหนุ่มประกาศความรักให้คนทั้งโลกรับรู้ไปแล้ว

ว่าจะเขียนถึงละครทีวีเรื่องนี้มานานแล้วล่ะครับ แต่ว่ายังไม่มีข้อมูล “ถึงใจ” จนไปเห็นนิตยสารอังกฤษ “reFRESH” ฉบับเดือนกันยา/ตุลา ลงบทสัมภาษณ์ยาวเหยียดของนักแสดงหนุ่มสองคน ดูรูปไปแล้ว อ่านบทสัมภาษณ์ไปแล้ว…ปลื้ม คนอะไรทั้งหล่อทั้งฉลาด

ล่าสุดนักแสดงหนึ่งในสองก็เพิ่งมีบทสัมภาษณ์ในเว็บดัง www.afterelton.com อ่านแล้ว ยิ่งปลื้ม

เชื่อหรือไม่ว่าละครทีวีเรื่องนี้เล่นมา 12 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะปีที่แล้วเองที่ผู้จัดเพิ่มตัวละครสองคนเข้าทีมหลักไป พร้อมๆ กับคู่รักคู่อื่นๆ ที่ต้องพบกับปํญหารักๆ ใคร่ๆ ต่างๆ นานา บางตอนก็เน่าซะไม่มี ด้วยเนื้อหาของเรื่อง ก็ตามชื่อเรื่องเลยล่ะครับ

ที่ผ่านมา 12 ปี เขานำเสนอประเด็นเผ็ดร้อนท้าทายสังคมทั้งนั้น ไม่ว่า เรื่องเพศสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ติดยา ติดเหล้า ข่มขืน ท้อง แท้ง ฆาตกรรม มีชู้ และอื่นๆ อีก ปี 2008 ที่ผ่านมา ก็มีรักระหว่างคนเพศเดียวกัน ไบเซ็กช่วล โฮโมเซ็กช่วลนี่แหละที่ทำให้คนดูติดหนึบ

ตอนนี้ละครทีวีภาคกลางวันหลายๆ แห่ง ดูเหมือนจะนำหนุ่มหล่อล่ำมาตกหลุมรักกันแทบทั้งนั้น สองสามปีที่แล้ว ทีวีมะกันก็เริ่มแสดงบทจูบดูดดื่มระหว่างหนุ่มหล่อสองคน แล้วก็อีกสองคน แล้วก็อีกสองคน ยังมีจุมพิตของสองสาวสวยด้วย แรกๆ ก็มีเสียงวิพากย์วิจารณ์บ้าง เพราะตอนกลางวัน เป็นเวลาของคุณแม่บ้านยุคเก่าที่ถูกสังคมบังคับให้ต้องดูแลบ้าน ดูแลลูก แต่ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายดูเหมือนจะไม่บ่นอะไรแล้วกับทีวีของเธอที่มีตัวละครเป็นเกย์ เป็นเลสเบี้ยนมากขึ้น

โทรทัศน์เยอรมันค่อนข้างจะเสรี และยอมรับเร่ื่องโฮโมเซ็กช่วลได้มากกว่าโทรทัศน์ไทยในเรื่องพวกนี้ ลองนึกดู คู่หวานล่าสุดที่คุณคงพอจำได้ ก็นายจอน กับนายทีในรักแปดพันเก้านั่นไง หลายปีมาแล้วนะ หลังๆ นี้ ทีวีบ้านเราก็มีให้ดูประปราย แต่ยังไงก็ไม่โดดเด่น และเฉียบคมเท่าละครของเอ็กแซ็กท์เรื่องนั้น

Forbidden Love เป็นผลงาน “remake” เนื้อหาเลียนแบบต้นฉบับจากออสเตรเลีย เรื่อง “Sons and Daughters” คนดูก็ดูมาเรื่อยๆ ดังอยู่ในเยอรมันกว่าสิบปี แต่เพิ่งมาดังระเบิดไปทั่วโลก ก็เพราะสองหนุ่ม “คริสเตียน” (Christian) กับ “โอลิ” (Olli) นี่แหละ (หากถอดเป็นคำไทยผิด ขออภัยนะครับ)

ต้องขอบคุณใครก็ไม่รู้ใจดี๊ดีที่ทำซับไตเติ้ลอังกฤษใส่ไว้ใน www.youtube.com ลองเสริชคำว่า Forbidden Love หรือ Christian & Oliver ดูจะมีคลิปของสองหนุ่มนี้ให้ดูจนตาแฉะ

เดี๋ยวเล่าเรื่องย่อๆ ให้ฟังนิดหนึ่ง สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเรื่องนี้

gool9img09

คริสเตียนเป็นหนุ่มใจร้อน มีอาการโฮโมโฟเบียอย่างแรง เขามีแฟนผู้หญิงชื่อ โกโก้ สวยเปรี้ยวเชียวล่ะ ส่วนโอลิ ใจเย็น ขี้เล่น เป็นกันเองมากกว่า

จริงๆ นักแสดงที่เล่นเป็นโอลิเคยได้รับการเปิดตัวให้คนดูมาก่อนแล้วในละครเรื่องนี้หลายปีก่อนหน้า แต่เป็นบทที่ไม่สำคัญนัก และตอนนั้นคงไม่มีคนคิดจะให้ตัวละครเป็นไบฯ แต่ในปีพ.ศ. นี้ คนดูใจกว้างมากขึ้น สังคมเปลี่ยนแปลงไปเร็วขึ้น ใครๆ ก็รู้แล้วว่า รักเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติในหมู่มวลมนุษย์ ก็เลยมีสองหนุ่มตกหลุมรักดูดดื่มมาให้ชม

คริสเตียนนั้น เข้าๆ ออกๆ คุกเพราะคดีที่เขาไม่ได้ก่อ ส่วนโอลิ เพิ่งย้ายมาจากอีกเมือง ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ไม่ปกปิดตัวเองว่าเป็นไบฯ ทั้งสามรวมทั้งโกโก้เป็นเพื่อนกัน เรื่องราวเริ่มอลเวงมากขึ้น เมื่อโกโก้ มาสนิทกับโอลิ ยามที่หล่อนมีปัญหา ก็มีหนุ่มโอลินี่แหละคอยปลอบ ด้วยอารมณ์พาไปโอลิก็ประทับจูบโกโก้เข้าให้

คริสเตียนรู้เข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทะเลาะกับโอลิเป็นการใหญ่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร โอลิก็ประกบปากจูจุ๊บกับคริสเตียน พิสูจน์ให้เห็นเสียเลย

ชักจะสนุกแล้วใช่มั๊ย ?

gool9img02

ใครที่เคยมีเพื่อนที่แสดงอาการเกลียดเกย์จนออกนอกหน้า หรือเกินเหตุ จะรู้สึก “คอนเฟิร์ม” ว่า คนที่แสดงอาการเว่อร์ๆ อย่างนั้นนั่่นแหละ เกย์ล่ะ

เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะคริสเตียนเริ่มสับสนตัวเองว่า เป็นอะไรไป คล้ายๆ จะเพิ่งค้นพบตัวเอง ในที่สุด ก็เก็บอาการไม่อยู่ ในฉากดิสโก้ตอนหนึ่ง คริสเตียนเห็นโอลิกำลังสนุกสนานกับหนุ่มหล่ออีกคน เขาก็เกิดอาการหึงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เรียกว่า โดดเข้าไปขวาง จนโอลิเริ่มมั่นใจแล้วว่า อะไรเป็นอะไร

หลังจากทะเลาะมีปากเสียงกัน ก็มีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสอง โอลิกำลังยืนอยู่หน้าประตูที่คริสเตียนล็อคตัวเองไว้ โอลิประกาศ “ผมรักคุณ” และพยายามบอกให้คริสเตียนยอมรับความจริงของตัวเองเสียที ลังเลอยู่พัก ประตูเปิดออก แล้วคริสเตียนก็บอกโอลิว่า “ผมรักคุณเหมือนกัน” หลังจากนั้น ก็เอวัง ทั้งสองก็จูบบบบบบกันอย่างดูดดื่ม และขึ้นเตียงกัน

อ้ะ ยังไม่จบ เดี๋ยวต้องมีคุณผู้อ่านบอกผมแน่ๆ ว่า คล้ายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงเอง

เรื่องราวทวีความมันส์ยิ่งขึ้น เมื่อฝ่ายหนึ่งคือ คริสเตียน ยังยอมรับตัวเองไม่ได้ว่า ตัวเองก็รักผู้ชายได้เหมือนกัน ขณะที่โอลินั้น ไม่มีคำถามอีกแล้วว่า หลงรักหนุ่มเลือดร้อนคนนี้อย่างหัวปักหัวปำ ก็เลยต้อง “เสียสละ” ในเมื่อเปิดเผยให้คนรอบข้างยังไม่ได้ ก็เลยยอมเป็น “คนไร้ตัวตน” หรือทำตัวเป็นแค่ “เพื่อนสนิท” ไปซะงั้น

ทีนี้ล่ะ ใกล้ไคลแม็กซ์ของซีซันปีที่แล้ว เมื่อคริสเตียนตัดสินใจเป็นนักมวย โอ้ล่ะ มันขัดแย้งกับภาพลักษณ์เกย์โดยสิ้นเชิง? โอลิก็สนับสนุนคนรักของเขาอย่างดี โดยสงบปากสงบคำ ไม่ให้คนที่ค่ายมวย โดยเฉพาะคู่แข่งของโอลิรู้ ในการชกนัดสำคัญครั้งนั้น คริสเตียนชนะคู่อริ ที่ล่วงเกิดล่วงรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสอง จนคู่อริรับไมไ่ด้ที่จะให้ใครๆ ตราหน้าว่า “ชกมวยแพ้เกย์” คู่อริเลยหันไปทำร้ายโอลิแทน จนต้องหามส่งโรงพยาบาล สุดท้าย เรื่องค่อยๆ คลี่คลายและคนทั้งหลายก็รู้สึกถึงความรักและทุ่มเทให้กันและกันของหนุ่มทั้งสอง อิ่มยัง?

มารู้จักนักแสดงกันบ้างนะครับ

โอลิ แสดงโดยนักแสดงหนุ่มหน้มคมผมเข้มชื่อ โย วีล (Jo Weil) หนุ่มคนนี้น่าสนใจมากๆ เพราะตั้งแต่เด็ก เขาไม่คิดจะทำอาชีพอื่นเลยนอกจากเป็นนักแสดง ตอนอายุยี่สิบต้นๆ ครูแนะนำให้เขาไปลองสมัครเล่นละครทีวีเรื่องนี้ เขาได้รับบทเล็กๆ มาบทหนึ่ง มีบทพูดสามประโยค สงสัยเพราะหล่อน่ารักทางผู้จัด ก็เรียกใช้งานอีก เป็นอีกบทหนึ่งที่มีบทพูดมากกว่าเดิม สำคัญกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่ใช่บทโอลิอยู่ดี คนดูคงชอบตัวละครนี้มากๆ ผู้จัดเลยเรียกอีก ตอนนี้เสนอบทโอลิให้ ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญ ตอนนี้เขาอายุ 31

ส่วนคริสเตียน รับบทโดย ธอร์ เชอลมันน์ (Thore Schölmann) หนุ่มวัย 24 คนนี้ก็รักการแสดงมากเหมือนกัน จบด้านการแสดงมาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ทำหนังสั้น ก่อนมาร่วมงานกับละครทีวีเร่ื่องนี้ในปี 2006 เขาเล่าว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Brokeback Mountainเลยมั่นใจที่จะรับบทนี้ ทั้งๆ ที่บรรดาเพื่อนๆ ของเขาไม่เห็นด้วยที่จะรับเล่นบทคริสเตียน และต้องจูบ กอด นอนบนเตียงกับผู้ชาย

เขาพูดเล่นๆ ว่า ลองคิดดูสิ เกือบปีแล้วนะที่เขาเล่นบทคริสเตียนแล้วก็ต้องส่งสายตาวิบๆ ให้กับโอลิ “บางทีตอนถ่ายละคร ผมก็เคยรู้สึกนะว่า ให้มีบทนอนบนเตียงกับผู้หญิงบ้างเถอะ แต่ดูๆ ไป โยเค้าก็หล่อ น่ารักดีนะ”

ประสาคนดูล่ะครับ หลายๆ คนก็อยากให้สองหนุ่มนี้เป็นคู่รักนอกจอ แต่ความจริงเป็นไปไม่ได้ ทั้งสองหนุ่มกลายเป็น “เพื่อนซี้” กันไปแล้ว

ด้วยคุณโย ชอบการแสดงมากๆ ผลงานล่าสุดของเขาก็คือ ละครเวทีแนวตลกเบาสมองชื่อ Tough Guys เขาเล่นเป็นหนุ่มมาดแมนที่ต้องแปลงกายเป็นกะเทยกับผองเพื่อนเพื่อแก้ไขสถานการณ์บางอย่าง เขาบอกว่า เป็นผู้หญิงนี่ลำบากมากๆ และคงไม่รับบทแต่งหญิงไปอีกนาน

gool9img08

ผมชอบบทสัมภาษณ์ของนายโย ตอนหนึ่งที่เล่าว่า มีวัยรุ่นคนหนึ่งที่เป็นแฟนละครทีวีของเขาเรื่องนี้ เขียนมาเล่าให้เขาฟังว่า เขาเคยบอกพ่อแม่ว่าเป็นเกย์ แล้วพ่อแม่รับไม่ได้ ไม่ยอมพูดเรื่องนี้กับเขาอีกเลย แต่หลังจาก Forbidden Love ที่คุณแม่เขาติดตามเป็นประจำ นำเสนอความรักของ คริสเตียนและโอลิ พ่อแม่ก็เริ่มเข้าใจว่า ความรักของเพศเดียวกันเป็นเรื่องเป็นไปได้ และเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้หนุ่มน้อยคนนั้นมีความสุขมากขึ้น

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ Forbidden Love และตัวละครทั้งสองโด่งดัง เป็นที่ยอมรับทั่วไปก็คือ เนื้อหานำเสนอเรื่องความรักของคนสองคน ไม่ใช่เกย์หรือไบฯ สองคน คนดูเข้าใจได้ เมื่อเราพูดว่า เราต่างเป็นมนุษย์ด้วยกัน และมนุษย์ย่อมมีความรักให้กัน

แชะ! แชะ! ขอบคุณหนังสือพิมพ์และคนเขียนหลายๆ คนที่เริ่มใช้คำว่า “ชายรักชาย” และ “รักเพศเดียวกัน” ในการนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน รู้สึกสื่อไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แชะ! แชะ! ยินดีกะเค้าหน่อย ดาราหนุ่มใหญ่ฌอน เพนน์ได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากThe Screen Actors Guild the Screen Actors Guild จากบทนักการเมืองเกย์คนแรกๆ ของอเมริกานายฮาร์วีย์ มิลค์ ในหนังเรื่องเยี่ยม “Milk” ได้ข่าวมาว่า ในเมืองไทยหนังเรื่องนี้โดนโรคเลื่อนหรือเปล่า? แชะ! แชะ!

18 comments 0 กุมภาพันธ์ 1, 2009


คลังเก็บ

 

กุมภาพันธ์ 2009
อา พฤ
« ม.ค.   มี.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728

หน้า

เรื่องล่าสุด

Links

Blog Stats

Top Clicks