Archive for พฤษภาคม, 2009
American Idol การเมืองเรื่องเพศในสีสันมายา

วิทยา แสงอรุณ www.vitayas.wordpress.com 29 May 2009
เสียงส่วนใหญ่จาก “หนึ่งร้อยล้านโหวต” ผ่านจอทีวี คือมติเอกฉันท์ให้คริส อัลเลน หนุ่มน้อยหน้าใสไร้วี่แววจะดัง เอาชนะหนุ่มหน้าสวย อดัม แลมเบิร์ต ในการขับเคี่ยวดวลไมค์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี American Idol
รายการทีวีประกวดร้องเพลงงานนี้ ซึ่งเพิ่งจบลงไปเป็นปีที่แปดทำเอาคนดูประหลาดใจไม่หายว่า เต็งหนึ่งอย่างอดัมแพ้ไปได้ยังไง?
กระทั่งผู้ชนะเองก็ยังไม่เชื่อเลยว่า เขาเหนือกว่าอดัม “อดัมสมควรได้รางวัลนี้” คริสพูดขึ้นทันทีหลังพิธีกรประกาศชัยชนะของเขา
หรือกระทั่งคอมเม้นเตเตอร์จอมโหดอย่างไซมอน คาวล์์ ก็ยังงงๆ กับผลโหวต ที่กำลังสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่สิ้นสุดในขณะนี้ คนดูและสื่อมะกันหลายแขนงต่างก็จับจ้องและตั้งข้อสงสัยว่า
คงเป็นเพราะ อเมริกายังไม่พร้อมที่จะมี American Idol เป็นเกย์
ก่อนหน้านี้ บนเวทีออสการ์ เหตุการณ์คล้ายๆ กันเกิดขึ้น หากคุณผู้อ่านจำได้ อเมริกาก็ยังไม่พร้อมที่จะมีภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นหนังเกี่ยวกับเกย์เช่นกัน
อัง ลีคว้ารางวัลออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมในปี 2005 แต่หนังของเขา Brokeback Mountain ที่สะท้อนภาพชีวิตเกย์กับการต่อสู้ภายในและการเอาตัวรอดในสังคมอย่างถึงแก่น ซึ่งเป็นตัวเก็งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้นกลับพลาดให้กับ Crash จนเกิดเสียงวิพากษ์์วิจารณ์อย่างถล่มทลายถึงอาการเกลียดกลัวเกย์ที่ยังฝังลึกในสังคมอเมริกัน
บรรดานักวิจารณ์แนวอนุรักษ์นิยมออกโรงโต้ว่า “มันไม่เกี่ยวกับการเมืองเรื่องเพศหรอก เพราะความจริงก็คือ Crash ก็เป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน”
ฝ่ายตรงข้ามก็สวนทันควันว่า ความจริงก็คือ Brokeback Mountain ก็เป็นหนังดีอีกเรื่อง
แต่เป็นหนังเกี่ยวกับเกย์ไง!
บนเวที Amercan Idol ความจริงของอดัม แลมเบิร์ตที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ อดัมไม่เคยยอมรับตรงๆ ว่า ตนเป็นเกย์
เขาเคยตอบคำถามสื่ออย่างคลุมเครือว่า “ผมรู้ตัวว่า ผมเป็นใคร” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีคนปล่อยภาพที่เขากำลังจูบปากกับผู้ชายอีกคนทั่วเน็ต งานนี้ทำเอาสาวๆ แฟนคลับออกมาโวยลั่นว่า อดัมไม่ได้เป็นเกย์ และคนในภาพนั้นไม่ใช่อดัมแน่ๆ แต่ต่อมาเขาก็ยอมรับว่า เป็นเขาเองในภาพนั้น แต่ไม่เคยยอมรับว่า ตนเป็นเกย์

นอกจากภาพถ่าย ก็ยังมีภาพเคลื่อนไหวมากมายที่หาดูได้ไม่ยากในยูทูป หลายๆ คลิปนั้น อดัมแสดงความสามารถทั้งร้องทั้งเต้นตามสถานที่ต่างๆ ในรูปลักษณ์ของนักร้องชายที่โยกย้ายไปมาด้วยลีลาพริ้วสะบัดอย่างผู้หญิง ใครๆ เห็น ก็คงไม่เช่ื่อว่า อดัมเป็นนักร้องผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ผมดูลีลาการเต้น ท่าทาง และการแต่งตัวของอดัมแล้ว อดนึกถึงบอย จอร์จนักร้องอังกฤษแห่งวงคัลเจอร์ คลับไม่ได้ ด้วยใบหน้าสวยคมได้รูป หุ่นอวบๆ สูงใหญ่และการแสดงออกถึงพลังทางเพศของผู้ชายผสมกับความอ่อนไหวของผู้หญิงอย่างไม่กลัวเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมสิ่งนี้เองที่ทำให้บอย จอร์จดังเป็นพลุแตกในยุค 80

อดัมคงไม่คิดจะออกเดินบนถนนสายดนตรีด้วยการเลียนแบบบอย จอร์จ เขาเป็นตัวของตัวเอง แต่เพิ่งจะรู้ตัวว่า ตัวเองได้กลายเป็นมาตรวัดอารมณ์ของคนอเมริกันยุคนี้ต่อเรื่องโฮโมเซ็กช่วลไปแล้ว เพราะในช่วงนี้ที่สหรัฐ นอกจากเศรษฐกิจ อีกเรื่องที่ลากยาวเป็นข่าวได้ทุกวัน ก็คือ กระแสเรียกร้องและกระแสต่อต้านการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันตามรัฐต่างๆ

อดัมคือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่กล้าท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ เขาโฉ่งฉ่าง ร้อนแรง มีสีสัน ส่วนคริส คือหนุ่มน้อยบ้านนอกวัย 23 ที่แต่งงานแล้ว รักชีวิตแสนสงบ ชอบดีดกีตาร์ร้องเพลงรักหวานๆ เวลาที่สองหนุ่มสองคนนี้ขึ้นเวทีพร้อมกัน ช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งน่าดูชม และสิ่งนี้เอง ก็คือภาพสะท้อนอารมณ์ของคนอเมริกันในยุคนี้ว่าจะอยู่อย่างเดิม? หรือจะยอมเปิดใจให้กับความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงในสังคมที่เกิดขึ้น?
สำหรับอดัมเองแล้ว หากมองเขาในอีกมุมหนึ่ง ผมคิดว่า หลายๆ คนคงอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าผู้เข้าประกวดคนนี้ยอมรับตรงๆ ต่อหน้าสาธารณชนว่า ตนเป็นเกย์ เขาจะตกเวทีก่อน ไปถึงดวงดาวในรอบสุดท้ายหรือเปล่า?
เรื่องนี้่คงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ความคลุมเครือในคำตอบของเขาเป็นเครื่องมือชั้นเลิศที่สร้างความน่าตื่นเต้นเร้าใจให้กับวงการมายา ไม่ว่าจะยุคไหน ประเทศไหน
คุณผู้อ่านที่เป็นแฟน Academy Fantasia คงอดนึกถึง อาการใกล้ชิดสนิทสนมจนน่าฉงนของผู้เข้าแข่งขัน“นัท-ต้อล” ไม่ได้ ไม่มีใครคอนเฟิร์มหรือฟันธงว่า สองคนนี้เป็นเกย์หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ผู้ชมทางบ้านกำลังถูกกระทำให้“อยากติดตาม” ตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
ภาพคลุมเครือคือการตลาดชั้นดี เรื่องนี้ นักร้องคุณภาพอย่าง เป๊ก-อ็อฟ-ไอซ์ และแกรมมี่เจ้าของค่ายรู้ดีที่สุด เพราะเป๊ก-ออฟ-ไอซ์ ก็ไม่ใช่ “ความคลุมเครือ” แรกๆ ของค่ายที่บริหารจัดการเพื่อความบันเทิง ที่ผ่านมา คนทำงานบันเทิงต่างรู้ดีว่า คนดูหรือแฟนส่วนใหญ่ของศิลปินที่คลุมเครือ ก็รู้อยู่เต็มอกว่า ศิลปินที่ตนรักเป็นโฮโมฯ แต่พวกเขาก็ไม่เคยคาดคั้นอะไรอยู่แล้ว
แต่ในทางกลับกัน ก็เป็นเรื่องน่าเปลกไม่น้อยที่แฟนๆ หลายๆ คนของนักร้องหรือนักแสดงคนนั้น ต่างพากันบอกว่า รักและเทิดทูนบูชา แต่กลับไม่คิด หรือจะสร้างความเชื่อมั่นให้คนที่ตัวเองรัก ได้เป็นตัวของตัวเองทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ปลดปล่อย และยอมรับความจริงของตัวเองอย่างภาคภูมิ
เหตุผลหนึ่งซึ่งมักอ้างกันอยู่ก็คือ ดาราศิลปินคือแบบอย่างที่ดี เดี๋ยวเด็กๆ จะเลียนแบบ ทั้งๆ ที่ทางการแพทย์บอกไปแล้วว่า การเป็นเกย์ หรือไม่เป็นเกย์ ไม่ได้เป็นแฟชั่นหรือเลียนแบบกันได้
ถ้าจะถามว่า ใครในสังคมบ้างที่กำลัง “กดทับ” คนอีกกลุ่มหนึ่งโดยไม่รู้ตัวอยู่ละก้อ คำตอบก็คงชัดเจนอยู่แล้ว
ในเรื่องความคลุมเครือนี้ บรรดาข่าวซุบซิบบันเทิงเลยได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะรู้มากกว่าใคร แต่ก็ยังต้องเล่นบทแอ๊บต่อไปว่า ฉันไม่รู้ เพื่อจะรายงานข่าวซ้ำๆ ต่อไปอีกว่า ดาราหรือนักร้องคนไหนน่าจะ “แอ๊บ”
คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะชินกับข่าวที่มีเนื้อเรื่องเดิมๆ มุมเดิมๆ แต่เปลี่ยนชื่อคนไปเรื่อยๆ เพราะมันคือกระแส การปิดบังอำพรางและสร้างภาพจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นของนักแสดง และเป็นมหรสพไม่มีวันจบ และดูเหมือนคนดูจะไม่มีวันเบื่อ
สำหรับอดัมเองแล้ว ยังไม่มีใครถามเขาว่า เขาตั้งใจสร้างภาพความคลุมเครือ หรือเป็นเพราะมีโปรดิวเซอร์โยงใยอยู่เบื้องหลังเพื่อหวังเรตติ้ง?
ย้อนกลับไป หกปีที่ผ่านมา American Idol ยังไม่เคยมีผู้ชนะการแข่งขันที่เป็นเกย์ทั้งๆ ที่น่าจะมีผู้เข้าแข่งขันที่เป็นเกย์อยู่หลายซีซั่น“เคลย์ เอคิน” ลูกเป็ดขี้เหร่่กลายเป็นเจ้าชายสุดหล่อขวัญใจมหาชนชั่วข้ามคืนในซีซ่ันสองของรายการเมื่อปี 2003
เขาไม่ได้เป็นผู้ชนะการแข่งขัน เขาเป็นที่สองหลังโหวต แต่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง หลังจากออกอัลบั้มของตัวเองและดังจน “อยู่ตัว” ขึ้นแท่นแล้ว เคลย์ก็เพิ่งจะยอมเปิดปากกับสาธารณชนว่า ตนเป็นเกย์ หลังโดนตั้งข้อสงสัยมาตลอด และ เขาก็ปฏิเสธตลอด

การเป็นที่สองของอดัม คงไม่ได้ทำให้เขาพลาดโอกาสออกผลงานของตัวเอง แต่หากเขายอมรับกับใครๆ ว่าเขาเป็นเกย์ก่อนออกอัลบั้ม คงเสี่ยงเกินไปสำหรับเขา ดั้งนั้น ความคลุมเครือต่อไปจึงเป็นทางออกที่ดี และสามารถสร้างอะไรๆ ให้ยั่งยืนเพื่อความบันเทิงต่อไปได้

4 comments 0 พฤษภาคม 29, 2009
กะเทยอิสาน “ผู้สาว” นี้มีแต่ให้?
วิทยา แสงอรุณ published 21 May 2009 
ในดินแดนที่ราบสูง ถิ่นอิสาน ย่านหมอลำ เมื่อใดที่ผู้ชายเรียกกะเทยว่า “ผู้สาว” กะเทยผู้นั้นจะมีความสุขล้นเหลือ
ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า รูปลักษณ์ภายนอกของเธอยังคงห่างไกลจากการเป็นสาวสคราญ และรู้ดีว่า เสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ก็ไม่อาจปิดบังความกำยำในร่างผู้ชายของเธอได้
แต่การที่ถูก “ผู้บ่าว” เรียกว่าเป็น “ผู้หญิง” กะเทยไหนๆ ก็รู้สึกอ่อนระทวยไปตามๆ กัน
ในงานรื่นเริงของท้องถิ่นอิสานที่มีการแสดงหมอลำเป็นตัวดึงดูด เราจะพบเห็นกะเทยอิสานแต่งตัวแต่งหน้าประกวดประชันกันอยู่ทั่วไป พวกเธอจะร้องรำกันอย่างมีความสุขตรงด้านหน้าของเวที ซึ่งกลายเป็นพื้นที่เปิดให้ “แสดงตัวตน” ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องสนใจสายตาของใครๆ
เพราะในตอนกลางวัน หลายคนต้องทนทุกข์อยู่ภายใต้ความกดดัน บ้างก็ถูกหน้าที่การงาน หน้าตา และสถานะทางสังคมบังคับให้แต่งตัว ทำตัว และแสร้งเป็นผู้บ่าว เดินไปตามบรรทัดฐานที่ถูกสร้างขึ้น

สวัสดิ์ จันทมนตรี อาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งผู้่มีประสบการณ์ในอาชีพครูมากว่า 20 ปี ในจังหวัดมหาสารคามเล่าให้ฟังว่า
ช่วงห้าปีแรกที่เริ่มทำงาน รู้สึกต้องทุกข์ทรมานมาก เพราะในใจรู้ตัวดีว่า เป็นกะเทย แต่ต้องวางตัวมาดแมน เป็นที่เคารพ และต้องทำให้ใครๆ ไม่สงสัยในทุกฝีก้าว
“อย่างเวลาขานชื่อนักเรียน เชื่อมั๊ย ชื่อนักเรียนที่มีตัว ‘สระอา’ จะวิตกมาก กลัวจะลากเสียงยาวผิดปกติ เค้าจะจับได้ อย่างชื่อ ‘สมชาย’ เนี่ย กลัวมาก กลัวว่านักเรียนจะรู้ว่าครูไม่ใช่ผู้ชาย ท่าเดินก็ต้องระวัง ซึ่งปกติเราจะเป็นคนเดินส่ายหน่อยๆ” อาจารย์สวัสดิ์ เล่าให้ฟัง
หลังเลิกงาน อาจารย์สวัสดิ์จะทุ่มเทให้กับสิ่งที่ตัวเองชอบ คือ ตัดเย็บเสื้อผ้า และแต่งตัวให้กับหุ่น จนต่อมาเปิดร้าน “เลิศค่ะ” ให้เช่าเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว และรับจัดงานแสดงต่างๆ ในท้องถิ่นเป็นเวลาหกปีแล้ว และเป็นที่ยอมรับทั่วไปในความสามารถ ปัจจุบันร้านของอาจารย์ ก็กลายเป็นศูนย์รวมของกะเทยในย่านนั้น และตอนยังเป็นวัยรุ่น เขาและเพื่อนก็เป็นแฟนหมอลำเช่นกัน
เมื่อถึงหน้าเทศกาลและมีการแสดงหมอลำ ก็ถึงเวลาที่เหล่ากะเทยจะออก “ล่าผู้ชาย” อาจารย์เล่าให้ฟัง
การจับ “คู่ความสัมพันธ์” มักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้บ่าวซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็น “เด็กน้อย” หรือวัยรุ่น เริ่มเงินหมด แต่ยังต้องการซื้อเหล้ามาเติมความสนุก ความสนุกของเหล่ากะเทยก็เริ่มต้นขึ้นในจุดนี้ เมื่อเหล่าเด็กน้อยหันเข้ามาทักทายชวนพูดชวนคุย และเริ่มเรียกพวกหล่อนว่า “ผู้สาว”
เมื่อพูดคุยถูกคอแล้ว กะเทยก็รู้ว่า เป็นหน้าที่ที่จะจัดหาซื้อเหล้าให้ หรือไม่ก็ หยิบยื่นเงินให้เด็กน้อยเหล่านั้น เติมความสนุกของพวกเขาต่อ ในความสัมพันธ์ลักษณะนี้ จึงไม่อาจบอกได้อย่างชัดเจนว่า กะเทยได้ออกไป “ล่าผู้ชาย” หรือผู้ชายได้ “ล่ากะเทย” เพื่อเอาเงินมาซื้อเหล้ากันแน่
เพราะทั้งสองฝ่าย มีสิ่งต่างตอบแทนให้กัน นอกจากกะเทยจะได้เป็น “ผู้สาว” ต่อหน้าหนุ่มน้อยขี้เมาแล้ว อาจจะได้มีเพศสัมพันธ์กับหนุ่มน้อย ไม่ว่าจะในระดับไหน ผู้สันทัดกรณีเล่าให้ฟังว่า เพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอาจอยู่ในระดับทำออรัลเซ็กซ์ ไม่ถึงขึ้นสอดใส ่ และในวงหมอลำ กะเทยจะมีความสุขมาก เพราะผู้ชายจะเป็นฝ่ายเข้าหา

ในท้องถ่ินอิสาน ผู้ชายหลายคนไม่ได้คิดว่า การมีเพศสัมพันธ์กับกะเทยเในงานรื่นเริงอย่างหมอลำเป็นเรื่องแปลก เพราะมองเห็นว่ากะเทยก็คือผู้หญิงในอีกลักษณะหนึ่ง และอีกอย่างการมีเพศสัมพันธ์ก็ไม่ใช่เรื่องสกปรก แต่เป็นเรื่องที่สนุกด้วยกัน
“งานหมอลำจึงเป็นสัญลักษณ์ แสดงถึงความรู้สึกแห่งตัวตน อีกนัยหนึ่ง ในทัศนะของกะเทย หมอลำคือ เทศกาลแต่งหญิง ซึ่งในความหมายนี้ หมายถึง การปลดปล่อยทางเพศ ที่เปิดโอกาสให้กะเทยและผู้บ่าวเข้าใกล้กันได้” อาจารย์พรเทพ แพรขาว อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ทำงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในชุมชนอิสาน เล่าให้ฟัง
ในทัศนะของอาจารย์ การจับคู่ความสัมพันธ์ของกะเทยและผู้ชายในงานมหรสพอย่างหมอลำ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด และไม่อาจเรียกได้ว่า ใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ หรือ ใครเป็น “ผู้ล่า” หรือ “ผู้ถูกล่า” เพราะต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
“กะเทยบางคน พึงพอใจเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายหรือแค่ได้พูดได้คุยกัน การออกค่าเหล้า หรือซื้อเหล้าให้ก็เป็นหนทางหนึ่งของกะเทยที่จะเข้าถึงผู้ชาย ซึ่งปกติแล้ว สำหรับผู้ชายอิสาน การที่มีใครมาทำดีด้วย ก็จะรู้สึกอยากตอบแทน การมีเซ็กซ์กับกะเทย จึงถือได้ว่า เป็นหน้าที่ที่ ‘ต้องตอบแทน’ หรือเป็น ‘น้ำใจ’ ที่มอบให้กัน” อาจารย์พรเทพอธิบาย
อาจเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจสำหรับบุคคลภายนอก แต่สิ่งเหล่านี้เกิดในท้องถิ่นที่ไม่ได้ใช้บรรทัดฐานความเป็นเพศ หรือกรอบปฏิบัติทางเพศอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมเมืองเป็นตัวกำหนด มันเป็นอีกวิถีหนึ่งของชีวิตที่น่าศึกษา และยังมีเรื่องราวที่น่าเรียนรู้อีกมากมายในความหลากหลายทางเพศ
แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ
Source: คอลัมน์ หน้าม่านมายา จุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วิทยา แสงอรุณ vitayamail @ gmail.com
20 comments 0 พฤษภาคม 21, 2009
สำรวจเกย์ กะเทย etc ถิ่นอิสาน ย่านภูเก็ต เสร็จที่เชียงใหม่

สวัสดีครับ คุณผู้อ่านที่รัก
พี่วิทยาจะไปตะลอนทัวร์ ถ่ายสต็อครายการหัวข้อสำรวจชีวิตเหล่าเกย์ กะเทย etc.
ในสามภูมิภาค อยากจะขอคำแนะนำคุณผู้อ่านในพื้่นที่นิดหนึ่งว่า มีอะไรใหม่ๆ
น่าสนใจ ที่เที่ยว ที่กิน ร้านอาหาร ชีวิตคน ข่าวในพื้นที่ ที่น่าจะไปค้นหามั๊ยครับ?
ได้ตั้งประเด็นไว้แล้วว่า
1. ถิ่นอิสาน
ไปสำรวจดูชีวิตเกย์ กะเทย ในอิสานดูว่า เกย์ในเมือง กับเกย์ในชนบท
ใช้ชีวิตต่างกันอย่างไร วัฒนธรรมท้องถิ่นมีอิทธิพลกับเกย์ กะเทยหรือไม่อย่างไร?
เป้าหมาย: โคราช – ขอนแก่น – มหาสารคาม
เอ้าใครอยู่ในสามจังหวัดนี้ ทักทายกันด้วยนะครับ จะเดินทาง
กำหนดเดินทาง 3-4-5 พฤษภาคม
2. ภูเก็ต
อยากไปดูว่า การท่องเที่ยว gay tourism ในภูเก็ตเป็นอย่างไร
Episode นี้เน้น ท่องเที่ยวล้วนๆ มีเวลา จะถ่ายมาให้หมด ทุกร้านเกย์ในย่านเที่ยวนั้นๆ
แต่ถ้าใครมี ไอเดีย เจ๋งๆ ว่า น่าจะไปค้นหา ก็แนะนำมาได้นะครับ ดีใจจัง ไม่ได้ไปภูเก็ตนานแล้ว
และขากลับจะแวะหาดใหญ่ มีคนกระซิบมาว่ามีของดีให้แวะชม
กำหนดเดินทาง 7-8-9-10
3. เชียงใหม่
ประเด็นนี้ กลุ่มเสาร์ซาวเอ็ดต้องชอบแน่ๆ จะไปเหลียวหลังแลหน้า
เหตุการณ์ประท้วงเกย์พาเหรดว่า มันเกิดอะไรขึ้นแน่ตอนนั้น
กำหนดเดินทาง 14-15-16-17
ViT!
4 comments 0 พฤษภาคม 1, 2009