Archive for กันยายน, 2009
ข่าวลือเกย์กับคนดัง
หน้าม่านมายา 15 ก.ย. 2009 วิทยา แสงอรุณ

ยังไม่มีใครนับให้ชัดๆ ลงไปว่า เฉพาะในสื่อสิ่งพิมพ์มีสัดส่วนข่าวคราวเกี่ยวกับดาราหรือนักร้อง ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเกย์อยู่ร้อยละเท่าไหร่ของบรรดาข่าวบันเทิงทั้งหมด
แต่หากจะประเมินคร่าวๆ คุณผู้อ่านคงจะไม่ปฏิเสธว่า เห็นและได้ยินอยู่แทบทุกวัน
ขณะที่ข้อสงสัยในทำนองเดียวต่อคนดังที่เป็นสตรีมีน้อยกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด และเนื้อหาที่นำเสนอ ส่วนใหญ่จะเป็น “…ควงสาวหล่อ” ซึ่งแท้จริงแล้ว มีคนดังที่ควงคนดังและมีสัมพันธ์แบบเพศเดียวกัน โดยที่ทั้งคู่เป็นสาวสวย แต่ผู้คนก็มองไม่ออก เลยไม่เป็นข่าว
นั่นนะสิครับ ใครจะมาพาดหัว “นักร้องสาว…ควงสาวสวย?
นอกจากนี้ เมื่อใดที่เกิดข่าว “ควงสาวหล่อ” คุณอาจจะสังเกตได้ว่า เนื้อหาของข่าวจะไม่เจาะลึก รุมเร้า กระแทกกระทั้น หรือเป็นข่าวซ้ำๆ ติดๆ กัน เท่ากับฝ่ายชายหากตกพวกเขาเป็นเป้าหมาย
เราจะฟันธงลงไปได้เลยหรือไม่ว่า “ข่าวลือเกย์” มักจะได้รับความสนใจจากคนอ่านมากกว่า “ข่าวลือสาวหล่อ”?
ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะ ข่าวบันเทิง มีผู้อ่านเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย?
และสาเหตุที่โดนใจผู้อ่านหญิงมากกว่า ก็เป็นเพราะดาราชายที่โดนลือว่าเป็นเกย์ ไม่ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจต่อผู้ชมที่เป็นชาย แต่ผู้หญิงจะรู้สึกเดือดร้อนทุกที เมื่อมีข่าวลือเกย์ พวกเธอคงรู้สึกผิดหวัง
“ข่าวลือเกย์” จึงขายได้เสมอ
แต่น่าเสียดาย “ข่าวลือเกย์” ส่วนใหญ่ที่ได้รับรายงานไม่ได้ทำหน้าที่อื่นๆ ที่ควรจะทำ แต่ทำสิ่งซ้ำๆ กันอยู่ไม่กี่อย่าง
“ข่าวลือเกย์” ทำหน้าที่ “จับผิด” โดยต้องการจะบอกผู้อ่านว่า ดาราหรือคนดังคนนั้น “กำลังแอ๊บแมน” การ “แอ๊บแมน” จึงไม่ต่างอะไรกับการกระทำที่เข้าข่าย “หลอกลวง” “แหกตา” หรือ “ลวงโลก”
ผู้ที่นำเสนอ “ข่าวลือเกย์” กำลังทำตัวเหมือนผู้้ตรวจตราสอดส่อง และแจ้งเตือน “ด้วยความปรารถนาดี” โดยเฉพาะให้กับสาวๆ แฟนคลับว่า นักร้องหรือดาราคนนี้เค้า “เป็น” นะตัวเอง อย่าไปหลงเพ้อละเมอหาเข้าล่ะ!
“ข่าวลือเกย์” ในอีกมุมหนึ่ง ก็ทำหน้าที่สนับสนุนข่าวรักๆ ใคร่ๆ ที่มีอยู่แล้วให้มีสีสัน “น่าเม้าท์” ยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข่าวคุณป. ชวนคุณณ. นักร้องดังไปเที่ยวผับ คุณต. แอบควงคุณช. ไปห้าง คิดๆ ดูนะครับ ถ้ามีแต่ข่าวดาราหรือคนดังชายควงสาวๆ ไม่ซ้ำหน้า หรือข่าวรักๆ เลิกๆ ของคนใดคนหนึ่ง ข่าวบันเทิงก็จะดูเหมือนๆ กันหมด
การนำเสนอ “ข่าวลือเกย์” ในที่นี้จึงช่วยให้ข่าวบันเทิง “บันเทิง” ขึ้นไปอีก
คำถามตรงนี้ก็คือว่า ในเมื่อมันเป็นข่าวบันเทิง เราจะมองมันแค่เรื่อง “บันเทิง” แบบ “ชิลๆ” ไม่ต้องคิดมาก ได้หรือไม่?
คำตอบก็คือ ก็น่าจะได้ เพราะมันเป็นแค่ข่าวบันเทิง แต่ในความเป็นจริง มันก็เป็น “ข่าว” ด้วย ซึ่งมีผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดของสาธารณชน ถ้าเราบอกว่า มันเป็นแค่ข่าวบันเทิง ก็ไม่ต้องคิดมากหรอก เรากำลังหมายความว่า แล้วข่าวบันเทิงก็ไม่ต้องมีจริยธรรมในการนำเสนอ อย่างนั้นเหรอ?
สำหรับผมมองว่า “ข่าวลือเกย์” ซึ่งอยู่ในหน้าบันเทิงกำลังทำหน้าที่ตรวจตรา สอดส่อง หรือจ้องจะ “แฉ” ก็แล้วแต่ กำลังส่งสัญญาณว่า การปกปิด หลอกลวงว่า ตนเป็นชายทั่วไป (ไม่ใช้คำว่า ชายแท้) ไม่ได้เป็นชายเกย์ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสังคม สมควร “ถูกแฉ”
ทว่า หากมองในมุมกลับกัน ถ้าคนดังคนนั้นไม่ได้ปกปิด แต่กลับเปิดเผยคู่รัก หรือคนรัก หรือความรักของเขา แล้วสังคมจะยอมรับได้มั๊ย? แล้วต่อไปพวกเขาจะยังคงรับบทพระเอกตบจูบ เจ้าชู้ยักษ์ หรือมาดบู๊นักเลงโตต่อไปอีกได้หรือไม่?
ถ้าคำตอบคือ “ไม่” บุคคลเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้อง “ถูกแฉ” เพราะคนดูต้องการให้พวกเขาเป็นในสิ่งที่คนดูต้องการจะให้เป็น คนดูต้องการเชื่อในสิ่งที่เห็น
คนดูถูกละเลย และไม่เคยได้รับการบอกเล่า หรือตอกย้ำจากสื่อเลยว่า เป็นเกย์ ก็ไม่เป็นไร ยังทำงานบันเทิงเหมือนเดิมได้ การยอมรับตัวเอง ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และต่อคนอื่นต่างหาก นั่นแหละเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง
___________________________
วิทยา แสงอรุณ เป็นคอลัมนิสต์อิสระ กับเพื่อน จัดรายการอยู่คลื่น FM102 ทุกวันอาทิตย์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน
ฟังรายการย้อนหลัง www.nationradio.co.th หรือดูที่ http://bangkokradioformen.hi5.com
อีเมล์ vitayamail@gmail.com
22 comments 0 กันยายน 18, 2009
ชายชู้ประตูสีม่วง (ไม่ค่อยชอบสีม่วงเท่าไหร่ แต่เอาเหอะ…)

สวัดดีครับ แฟนๆ บล็อค
พอได้รับแจ้งว่า ตีสิบจะเอาเทปสัมภาษณ์เกย์คนหนึ่งที่จัดงานแต่งงาน
ที่อัดไว้นานแล้วมาออกรายการก็รีบโทรแจ้งเพื่อนๆ ทันที ให้ดู
ดูตัวอย่างก่อนหน้า รู้สึกอัดใจยิ่งหนัก เพราะภาพหนุ่มในสองนั่น
โดนทำเบลอ อะไรนะเนี่ย ไหงต้องเบลอด้วย
พอถึงรายการจริง ก็เข้าใจ ที่เบลอเพราะอีกหนึ่งหนุ่ม
เค้าไม่ได้แสดงความจำนงว่าจะมาออกรายการด้วย
แต่เพราะเขาเป็นคู่กรณีกัน
ได้ฟังสัมภาษณ์ก็อึดอัดใจเล็กน้อย (ไม่น้อยล่ะ จริงๆ มาก)
ทำไม เหมือนรายการแฉ เลยล่ะ เหมือนพูดฝ่ายเดียว
แล้วจริงๆ คุณพี่เป้ เธอทำอะไรมาบ้าง หรือไม่ได้เล่าอะไร
ถึงได้เจอเรื่องราวร้ายๆ เช่นนี้ ไม่ได้ล่ะ อยากสัมภาษณ์เอง
ทุกเม็ด
ต้องขอบคุณโปรดิวเซอร์และเจ้าหน้าที่รายการตีสิบ
นะครับที่ช่วยติดต่อให้ รู้สึกเป็นพระคุณยิ่ง
สามทุ่ม ครึ่ง หนุ่มหน้ายิ้ม อารมณ์ดี ก็มาที่สถานี
เราพูดคุยซักถามกันให้แน่ก่อนว่า จะถามอะไรได้
จะถามอะไรแล้ว ไม่อยากตอบ ก็เพราะมันรายการสด
อ้ะนะ พลาดอะไรไป แก้ไขไม่ได้ล่ะครับ
เค้าตอบทุกเรื่อง!
ยกเว้นเรื่องที่ทำงาน เพราะเริ่มโดนเพ่งเล็ง
ส่วนน้องคู่กรณี น่าจะเรียกว่า แฟนเก่า คนนั้นก็ยังทำงาน
อยู่ในพื้นที่สนามบินเหมือนกัน แล้วสองคนก็ยังเจอหน้ากัน
ทุกวัน แต่ทำเป็นเห็นอากาศธาตุ ไม่รู้ว่า มันเป็นยังไง
แต่มันคงยากมากๆ ที่เห็นคนเคยรัก เดินผ่านมา
สัมภาษณ์ถามหมดทุกเรื่องที่ใจอยากถาม
และคิดว่า ครอบคลุมดีแล้วล่ะครับ
พอกลับบ้าน ยังไม่ง่วง ก็เลยหยิบหนังสือ
ที่ผู้ให้สัมภาษณ์มอบให้ มาอ่าน อ่าน อ่าน จนจบตอนตีสาม
ต้องบอกว่า ผู้ชายคนนี้ อาจจะรักพี่เป้อยู่บ้าง แต่คงเป็นขณะสั้นๆ
และดูเหมือนเค้าจะพยายามจะรัก แต่เค้าไม่อาจทำได้
เพราะเค้าเป็นคนไม่นิ่ง ไม่พอ ไม่ค่อยมีสติ ไม่คิด
(สงสัย ไม่กินปลา เหมือนที่ในหนังสือเขียน เลยไม่มีโอเมก้า 3)
ใครยังไม่ได้ฟังคลิป โหลดไปเลยครับ
ส่วนใครอยากรู้เรื่องราว เหลือเชื่อว่า มีคนแบบนี้ในโลก
(หมายถึงทั้งสองคนนะ) ก็ไปหาอ่านได้ ร้านนานอินทร์
หรือไม่ก็รอแป๊บ ที่ 7-11
(เล่มนี้ เจ้าตัวควักเงินพิมพ์เอง และตอนแรกบอกว่า
จะตั้งชื่อว่า ชายชู้ประตูหลัง แต่มีคนบอกว่า แรงไป
เดวเข้าร้านหนังสือไม่ได้)
โหลดไปฟังเลย คนที่รักแล้วช้ำ คนที่บอกว่า
ไม่มีรักแท้ ลองฟังดู…
สัมภาษณ์พี่เป้ (คุณพัฒน์ สุวรรณโรจน์) เรื่องราวความรัก
ที่จบลงไปพร้อมบทเรียนชีวิตเล่มโต
ช่วงที่1
http://www.mediafire.com/?inxu4utfykz
ช่วงที่ 2
http://www.mediafire.com/?wxzwmzyhwhz
10 comments 0 กันยายน 8, 2009
แสดงออก? ไม่แสดงออก?

หน้าม่านมายา 1 ก.ย. 2009 วิทยา แสงอรุณ
“คุณแสดงออกหรือเปล่า?”
“ผมไม่แสดงออกนะ!”
“ผมไม่ชอบ คนแสดงออก”
คำว่า “แสดงออก” ข้างต้น ไม่เคยถูกใช้ในหมู่ชายหญิงทั่วไป แต่ในหมู่เหล่าเกย์แล้ว คำๆ นี้ มักได้ยินกันบ่อยๆ ทั้งในโทรศัพท์ ออนเอ็มฯ (MSN) หรือบนกระดานประกาศต่างๆ โดยที่เหล่าชายรักชายเองหลายๆ คน รวมทั้งผมด้วย ก็ยังงงๆ อยู่ทุกๆ ครั้งว่า คนพูดกำลังหมายถึงอะไรกันแน่?
จนต้องย้อนถามกลับไปว่า “เอ่อ…คุณครับคุณ ที่คุณบอกว่า คุณไม่แสดงออก หมายถึง
1) คนมองไม่ออกว่า คุณเป็นเกย์? หรือ 2) คุณไม่ได้ออกแนว “สาว”? หรือ 3) คุณไม่ต้องการบอกใครๆ หรือยอมรับกับใครๆ ว่า คุณเป็นเกย์ หากถูกถาม?
มันช่างคลุมเครือโดยแท้ แต่มีข้อน่าสังเกตก็คือว่า คนที่ใช้คำนี้กับคนอื่น มักจะเป็นเหล่าเกย์ที่แลดูเหมือนผู้ชายทั่วไปที่ไม่ได้มีจริตของหญิง ไม่มีการแต่งตัว หรือมีสัญลักษณ์ใดๆ ที่จะทำให้คนทั่วไปรู้ได้ว่า ตนเป็นเกย์
และเกย์ที่บอกว่า ตนเอง “แมนๆ” เหล่านี้ จะเลือกที่จะไม่คบค้า หรือเดินไปไหนมาไหนด้วยกับคนที่ “ออกสาว” พวกเขาจะใช้คำถามสั้นๆ กับอีกฝ่าย ก่อนจะพบกัน หรือนัดเจอว่า “’คุณออก’ หรือเปล่า?”
แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
ในภาพใหญ่ เมื่อสังคมยังไม่ได้เปิด และยังมีผู้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศอยู่มาก จะพบว่า มีบางคนที่ไม่เข้าใจแต่ก็จะไม่ “แสดงออก” ว่า ไม่เห็นด้วย หรือแสดงอาการดูถูกดูแคลน แต่ก็มีบางคนที่ “แสดงออก” ว่า รังเกียจและไม่อยากคบค้าสมาคมคนที่เป็นเกย์
ผู้ชายที่เป็นเกย์ส่วนใหญ่ และไม่ได้มีจริต “สาว” จึงมักจะระมัดระวังตัว กลัวคนจะรู้ว่า ตนเป็นเกย์ คำว่า “ไม่แสดงออก” ของคนกลุ่มนี้ จึงมีความหมายรวมไปถึง ไม่มีใครรู้หรอกว่า ผมเป็นเกย์ และอีกนัยหนึ่งก็คือ จะไม่ให้เกย์คนอื่นที่ถูกมองรู้ว่าเป็นเกย์ เข้าไปใกล้ๆ ตัวเขา เพราะเขากลัวสายตาของสาธารณชน
เมื่อเป็นดังนี้ จะบอกได้ไหมว่า การที่เกย์ “ออกแมน” ไม่ยอมรับตัวตนและการแสดงออกของเกย์ “ออกสาว” จึงกลายเป็น “การกีดกันทางเพศซับซ้อน”
นอกจากสังคมใหญ่จะมีความรู้สึกกีดกันความแตกต่าง และไม่ยอมรับเรื่องความหลากหลายทางเพศ รวมถึงสิทธิทางเพศแล้ว ในหมู่เกย์เอง ก็มีการแบ่งแยก และรู้สึกกีดกันกันเองเช่นกัน เช่นเดียวกับเกย์บางคนที่ไม่ชอบกะเทย
“การแสดงออก” หรือ “การไม่แสงออก” จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเข้าใจในตัวเอง ระดับการยอมรับตัวเองของคนเป็นเกย์ โดยเฉพาะเกย์ที่คนมองไม่ออกว่า เป็นเกย์
ส่วนเกย์ที่ออกสาว (feminine gays) นั้น พวกเขาก็ไม่ได้ความตั้งใจจะออกสาว ให้คนหันมามอง แล้วขมวดคิ้ว ผมเดาเอาเองว่า คงเป็นธรรมชาติของพวกเขาที่ทำให้เขาแสดงออกเช่นนั้น พวกเขา “แสดงออก” ในสิ่งที่พวกเขารู้สึก แล้วมันผิดตรงไหน?
ระดับของการยอมรับตัวเองของคนเป็นเกย์นั้น มีความแตกต่างกันไป บางคนยอมรับว่า ตัวเป็นเกย์ กับแค่เพื่อนสนิท บางคนยอมรับกับคนที่บ้าน แต่ไม่มีวันให้คนในที่ทำงานรู้เด็ดขาด หรือบางคนตรงกันข้าม จะระวังไม่ให้เจ้านาย เพื่อนร่วมงานรับรู้
ชาวต่างชาติหลายคนมาเที่ยวเมืองไทย แล้วไปเดินสีลม ซึ่งเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวไปถูก และรู้จักมากกว่าย่านเกย์อื่นๆ ในกทม. พวกเขามักจะคิดไปว่า เหล่าเกย์ที่เดินอยู่ที่สีลมมากมาย เป็นผู้ที่เปิดเผยตัวแล้ว ถึงกล้ามาเดิน หรือมาเที่ยวกันที่นี่ แต่ในความจริง การปรากฏตัวที่สีลม กับการเปิดเผยตัวที่บ้าน หรือที่ทำงาน เป็นคนละเรื่องกัน เกย์หลายคนที่มาเดินที่สีลม ไม่ใช่ทุกคนนะครับ ไม่คิดว่าจะเจอใครจากทางบ้าน หรือจากที่ทำงานยามมาพักผ่อนที่สีลม พวกเขาจึงไปสีลมได้บ่อยๆ
การแสดงออก หรือไม่แสดงออกเกี่ยวข้องแค่ “การแสดงออกภายนอก” เช่น ท่าทางการเดิน การพูดจา การแต่งตัว จริตจะก้านเท่านั้นหรือไม่?
ผมพบว่า ในบางกรณี คำว่า “แสดงออก” หรือ “ไม่แสดงออก” มันครอบคลุมไปถึง การแสดงออกทางความคิด การแสดงออกทางทัศนคติ หรือสิ่งที่กระทำอีกด้วย
ดังนั้น จึงมีเกย์บางกลุ่ม หรือเกย์บางคนที่ไม่มีใครมองออกว่า ตนเป็นเกย์ รวมถึงเกย์ที่นิยมในมายาคติของ “ความเป็นแมน” และดูแคลน “ความเป็นสาว” จะเป็นกลุ่มคนที่แทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเรื่องราว เหตุการณ์ สิ่งรอบตัวใดๆ ที่เกี่ยวกับเกย์ พวกเขาจะใช้ชีวิตเยี่ยงคนทั่วไปที่เป็นผู้ชายที่รักผู้หญิง ไม่รับรู้ ไม่ติดตามอะไรที่เกี่ยวกับเกย์ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะ พวกเขาบอกตัวเองว่า เขาแค่เป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชาย ก็แค่นั้น
หากจะบอกว่า ในโลกนี้มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “เกย์คัลเจอร์” (Gay Culture – ซึ่งบางคนก็บอกว่ ามี บางคนก็ตั้งข้อสงสัยอยู่ว่า มันคืออะไรกันแน่) คนกลุ่มนี้จะนึกไม่ออกว่า คนพูด พูดถึงอะไร
ความเป็นเกย์คือความหลากหลายอย่างหนึ่ง เกย์ไม่ได้มีแบบเดียว และผมเชื่อว่า เกย์ที่ออกสาว หรือเกย์ที่โดนเกย์สาวเรียกว่า พวก “เก๊กแมน” ก็ไม่ได้มีอยู่แบบเดียว เช่นเดียวกับผู้ชายที่รักผู้หญิง บางคน ก็ “ออกสาว” โดยที่ตัวเอง ไม่ได้เป็นเกย์
___________________________
วิทยา แสงอรุณ เป็นคอลัมนิสต์อิสระ เขาและเพื่อนจัดรายการอยู่คลื่น FM102 ทุกวันอาทิตย์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน ฟังรายการย้อนหลัง www.nationradio.co.th Hi5: http://bangkokradioformen.hi5.com email: vitayamail@gmail.com
-end-
9 comments 0 กันยายน 3, 2009