คนพ่นสเปรย์ใน “Hairspray”

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 4-5 ส.ค. 2007 เซคชั่น MetroLife จาก นสพ. ผู้จัดการรายวัน วันเสาร์ 

 


หนังเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเกย์ แต่เหล่าเกย์คงไปดูกันตรึม ผมคิดว่า คงเป็นเพราะ (1) เป็นหนังเพลง (2) เป็นหนังคุณภาพ และ (3) คงต้องมีคนอยากรู้แน่ๆ ว่า หนุ่มห้าวกวนบาทาชื่อ “จอห์น ทราโวลต้า” ไหง ยอมรับหญิงร่างยักษ์ในเรื่อง แล้วมันจะออกมายังไง?

“Hairspray” (ชื่อไทยว่า โอ๊ะโอ๋! คนจะดัง…ขวางไม่อยู่) เคยเป็นหนังมาก่อนเมื่อปี 1988 ต่อมาเป็นละครเพลงบรอดเวย์กวาดรางวัลมโหฬารในปี 2002 ปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่ แต่คนดูเริ่มซาๆ แล้ว พอมาเป็นหนังอีกครั้งและดังเปรี้ยงปร้าง ไม่ต้องเดาเลยล่ะครับ ตอนนี้ผู้คนแห่ไปดูละคร ต่อชีวิตโปรดักชั่นนี้ออกไป
อีกอย่างน่ายินดี

เรื่องราวย้อนยุคไปในปี 1962 ณ เมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ (เมืองที่มีมหา’ ลัย John Hopkins) สาวน้อยวัยใสร่างปุ้มปุ้ยคนหนึ่งชื่อ “เทรซี่” ฝันอยากเป็นนักเต้นในรายการทีวีแดนซ์ระห่ำภาคกลางวันของวัยรุ่น ในยุคนั้นคนดำยังถูกกีดกัน และเป็นประชากรชั้นสอง คุณแม่ “เอ็ดนา” ของเธอเองก็ยังไม่สนับสนุนเทรซี่ลูกสาวสุดที่รัก พร้อมคอยเตือนว่าหนูควรดูสังขารตัวเองไว้นะลูก และหัดเจียมตัวเอาไว้

ในเรื่องนี้คุณจอห์นเล่นเป็นคุณแม่คนนั้น เป็นผู้หญิง ไม่ได้เป็นกะเทย ในหนังเวอร์ชั่นแรก บทนี้ก็แสดงโดยนักแสดงชายซึ่งเป็นที่รู้จักกันในวงการ เพราะเขาชอบบทแรงๆ หลุดโลก “คุณดิไวน์” (Divine) ซึ่งปกติก็ชอบแต่งหญิงเป็นประจำ ในเรื่องเดียวกันนี้คุณดิไวน์ยังรับบทผู้ชายอีกด้วย คุณคนนี้ แกมีจุดเด่นคือน้ำหนักตัวมหึมา และเพราะโรคอ้วนนี่แหละ ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงก่อนเวลาอันควร 

เรื่องนักแสดงชายแปลงกายเป็นหญิง ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหม่ คุณผู้อ่านคงจำคุณเอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์ นักแสดงผิวหมึกที่แปลงร่างเป็นคุณยายร่างยักษ์มาก่อนได้ แต่การนำนักแสดงชายมารับบทหญิงก็ถือเป็นการตลาดที่เยี่ยมยอดไม่น้อยนะครับ โดยเฉพาะการจับนายจอห์น ที่เคยเล่นบทโหดบทห้าวมาก่อนมาแต่งหญิง

ใน Hairspray ผู้ชมทั้งหลายก็ยังคงกังขาอยู่ดีว่า ทำไมถึงเลือกจอห์น ทราโวลต้า? ซึ่งจริงๆ แล้ว ตัวเขาเอง ก็ตั้งคำถามนี้เหมือนกันว่า ทำไมต้องเป็นตูมารับบทนี้? 

ผมก็สงสัยเหมือนกัน ถ้าเป็นผู้หญิงร่างยักษ์ตัวจริงมารับบทนี้ จะทำให้หนังเรื่องนี้ มีอะไรแตกต่างออกไปหรือเปล่า?

จากรายงานข่าวต่างๆ คุณจอห์นเล่าว่า เขาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีกับสองเดือน ครุ่นคิดให้รอบคอบว่าจะเอายังไงดี เขาเจรจาต่อรองไปมาจนในที่สุด เขามานั่งคิดดู ก่อนหน้านี้ เขาเคยปฏิเสธบทนำในเรื่อง Chicago ละครเพลงบรอดเวย์อีกเรื่องที่มาทำเป็นหนังเพลงจนได้รางวัลออสการ์ และทำให้ฮอลลีวู้ดหันมาทำหนังเพลงอีกหลังจากซบไปนาน 

ตอนนั้นจอห์นรู้สึกเสียดายที่ปฏิเสธบทนั้นซึ่งคุณริชาร์ด เกียร์ได้ไป โปรดิวเซอร์เรื่อง Chicago กับ Hairspray ซึ่งเป็นทีมเดียวกันมาเสนอบทใหม่นี้อีก แล้วทำไมจะไม่รับอีกส่วนที่เขายังลังเลก็เพราะเขาไม่ได้เล่นบท “Sing & Dance” มากกว่า 30 ปีแล้ว หลังจากแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในหนังเรื่อง “Grease”

คุณผู้ชมที่ไปดู Hairspray มาแล้ว คงทึ่งในความสามารถของคุณจอห์น ทั้งจริตจกร้าน น้ำเสียง สำเนียงพูด ลีลาการเดิน การเต้น บางมุมผมดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคุณพิกกี้ หมูสาวแสนสวยจากเรื่องหุ่นมหาสนุก (“The Muppet Show” รายการหุ่นมือที่มีกบสีเขียวชื่อเคอร์มิท เป็นตัวเอก) คุณจอห์นบอกว่า ด้วยความที่เติบโตมาในหมู่ผู้หญิงและมีผู้หญิงที่ชื่นชอบอย่างเอลิซาเบธ เทลเล่อร์ เขาจึงไม่รู้สึกลำบากอะไรที่เลียนแบบท่าทางของผู้หญิง 

ความสำเร็จของ Hairspray ภาคนี้ คงทำให้อีกหนึ่งจอห์นมีความสุขไม่น้อย นั่นคือ “คุณจอห์น วอเตอร์ส” (เกย์เปิดเผย) ส่วนผู้กำกับฯ เรื่องนี้คือคุณอาดัม แชงค์แมน (เกย์เปิดเผยเช่นกัน) คุณจอห์น วอเตอร์สเคยกำกับภาคที่แล้ว และในภาคนี้เขาเปิดทางให้คุณอาดัม ทำในสิ่งที่ต้องการโดยไม่ขัดอะไรเลย 

ตอนแรกเลยคุณอดัม ซึ่งอยากกำกับหนังเรื่องนื้มากโดนปฎิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย ทำเอาเขาถึงกับอึ้งและเซ็งสุดๆ เพราะโปรดิวเซอร์เกิดเปลี่ยนใจอยากจะยกทีมบรอดเวย์มาทำหนังเรื่องนี้ซะเลย แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเขา ทีมบรอดเวย์จัดตารางไม่ลงตัว งานชิ้นนี้เลยกลับมาอยู่ในมือเขาอีกครั้ง

ตอนรับโปรเจกต์นี้ เขามีเรื่องใหญ่รออยู่ นั่นคือ จะหาใครมารับบท เด็กน้อยหน้าใสตัวเอกของเรื่อง เขาตั้งโจทย์ไว้ว่าจะต้องเป็นนักแสดงหน้าใหม่ อายุไม่เกิน 18 ร้องเพลง เต้นรำ และตัวอ้วนกลม บอกไปอย่างนี้ ทีมงานก็ส่ายหัวเพราะหายาก หลังจากเปิดออดิชั่นไป วันหนึ่งเขากำลังทบทวนคลิปวิดีโออยู่ ก็ได้พบกับนิกกี้ บรอนสกี้ (Nikki Bronsky) 

ความจริง ชีวิตของนิกกี้กับบทที่เธอรับไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ นิกกี้เป็นสาวน้อยตัวเตี้ยม้อต้อ ที่ฝันอยากเล่นบนนี้มานาน ผู้กำกับบอกว่า เขาชอบนิกกี้ เพราะเป็นสาวตุ้ยนุ้ยที่ภูมิใจและพอใจสรีระของตัวเอง ในหนัง ผมคิดว่าคุณจะพอใจเช่นกัน เพราะท่าเต้นใดๆที่สาวน้อยร่างระหงทำได้ นิกกี้ทำได้หมด บางท่าเซ็กซี่กว่าอีกต่างหาก

นิกกี้เล่าว่า งานนี้คือฝันที่เป็นจริง เธอเคยไปออดิชั่นโปรดักชั่นบรอดเวย์มาก่อน แต่ด้วยความที่อายุยังน้อยเกินไป เลยชวด เธอมารู้ข่าวเรื่องออดิชั่นทางอินเทอร์เน็ต และไม่คิดไม่ฝันว่า ผู้กำกับจะเลือกเธอ วันที่เธอได้รับข่าวการว่างจ้าง เธอยังคงทำงานเก็บตังค์ค่าขนมด้วยการเป็นเด็กตักไอติมอยู่เลย

Hairspray เป็นหนัง “feel good” อีกเรื่องที่ผู้ชมคงสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในตัวมนุษย์ เช่น การเป็นคนอ้วน และไม่เข้าบรรทัดฐานความสวยของสังคม การเป็นคนผิวดำที่ทำให้คนเกลียดกันและกีดกันคนด้วยกัน 
-end-

 All rights reserved.