พฤติกรรมผู้ซื้อ ความรู้สึกผู้ขาย

reader.jpg
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 27-28 ต.ค. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

ไม่ได้คาดคิดมาก่อนล่ะครับว่า ปีนี้จะได้ “ออกบูธ” กะเค้าด้วย ผู้คนที่ไปงานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์เลยได้พบเห็นบูธหน้าใหม่ “ไซเบอร์ฟิช มีเดีย” และเห็นหนังสือเกี่ยวกับชายรักชาย หญิงรักหญิง รวมถึงหนังสือที่ผู้หญิงเขียนถึงความรักของผู้ชายละลานตาเต็มบูธไปหมด

“มีอย่างนี้ด้วยเหรอ?” เสียงคุณน้าผู้หญิงคนหนึ่งหันไปพูดกับคุณน้าผู้ชายที่เดินมาด้วยกัน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ผมเห็นคุณน้าผู้ชายก็ทำหน้าฉงนไม่แพ้กัน ทั้งสองหยุดดู กวาดสายตาไปตามหนังสือต่างๆ ทั้งซีดี วีซีดี และอื่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะที่คลุมด้วยผ้าปูโต๊ะสีชมพูสด มองไปทางด้านหลังบูธ ก็จะเห็นป้ายสีขาวขนาดใหญ่ มีตัวหนังสือบ่งบอกว่า เราคือกลุ่มเครือข่าย LGBT (lesbian, gay, bisexual, and transgender) หรือกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ

บางคนเห็นแล้ว ก็เดินงงๆ จากไป บางคนก็มอง แล้วยิ้มๆ

หญิงคู่หนึ่งในวัยทำงาน กำลังเดินผ่านเราไป ฝ่ายหนึ่งหยุดกึ้ก หันมาดู จึงทำให้อีกฝ่ายหยุดดูด้วยเช่นกัน สองคนมองมาที่บรรดาชื่อหนังสือต่างๆ ที่เรามีอยู่ แล้วคงสะดุดไปที่ “สามีฉันเป็นเกย์”? พวกเธอหัวเราะกิ๊กกั๊กขบขัน ชี้ชวนให้กันและกันดู อาการเช่นเดียวกันนี้เกิดกับกลุ่มเด็กผู้ชายที่มากันสองคน หรือสามคนบ้างเป็นบางครั้ง พวกเขาหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เว้นแต่ผู้ใหญ่บางคนที่ชักสีหน้า และมอบแววตาแปลกๆ มาใส่เรา

“พี่ ผมเบื่อจัง มีคนหัวเราะ มีคนทำหน้าอย่างนี้อีกแล้ว อยากจะตะโกนใส่หน้าจังว่า ไม่เคยหนังสือเกย์กะเลสเบี้ยนบ้างหรือไง” น้องผู้ช่วยผมพูดกระแทกกระทั้น รายนี้เป็นคนโผงผางตามนิสัย

ผมกับน้องคนอื่นๆ ที่มาช่วยกันออกร้านมักจะส่งยิ้มให้ผู้คนต่อไป ทำตัวเป็นปกติเหมือนที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้รับสายตาตั้งคำถาม และสายตาแปลกๆ เราจะร้องทักทาย และเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาเลือกชมหนังสือเหมือนกับที่บูธอื่นๆ ทำ แบบว่า… ฉันมาแล้ว นายเจอฉันแล้ว ว่าไง?

แต่จริงๆ บางครั้ง เรากำลังสงสัยว่า ลึกๆ แล้ว เรารู้สึก “เจียมตัว” หรือเรารู้สึกว่า “แตกต่าง” จากชาวบ้านเขากันแน่? เมื่อมาอยู่ในงานลักษณะนี้ งานที่มีประชาชนมากมาย หลากหลายความคิด หลากหลายทัศนคติ มันไม่เหมือนไปวิวากับบรรดาคนใจแคบ และเกลียดเกย์บนเว็บ ตอนนี้เราเจอหน้ากันจริงๆ เห็นตัวเป็นๆ ใครล่ะจะเข้มแข็งกว่ากัน?

ในบริเวณนั้น (โซนซี 1) บูธทางด้านซ้ายมือเป็นบูธหนังสือทั่วไป มีทั้งหนังสือสอนทำกับข้าว หนังสือตำราต่างๆ บูธฝั่งตรงข้ามเน้นแบบเรียนนักเรียน อุปกรณ์การศึกษา และเกมส์สำหรับนักเรียน ส่วนบูธทางด้านขวานั้นเป็นหนังสือธรรมะ

วันแรกๆ ผมรับรู้ถึงความสงบร่มเย็น-ยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ใจส่วนหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่า บูธเพื่อนบ้านของเรามองพวกเรายังไง แต่คงเป็นเพราะต่างคนต่างยุ่งกับการเตรียมร้านที่วุ่นวายตั้งแต่วันแรก เลยแทบจะไม่มีโอกาสทักทายกัน แต่ผมสังเกตเห็นว่า มีพนักงานหญิงในร้านฝั่งตรงข้ามบางคนชอบส่งยิ้มมาให้พวกเราบ่อยๆ

เพื่อนบางคนของผมที่แวะมาหา พอเห็นเพื่อนบ้านของเราทั้งสามด้านก็อดถามไม่ได้ว่า ทำไมบูธของเราถึงมาอยู่ในแถวนี้ได้ ใครเลือกโลเกชั่น (ฟะ?)

เขาใช้วิธีจับสลาก ผมตอบไป

แล้วใครเป็นคนจับ?

จะเป็นใครไปได้ล่ะครับ ก็ตูเองแหละ บางที ผมก็นึกโทษตัวเองนิดๆ นะที่ “มือไม่ดี” จับสลากได้บูธในตำแหน่งนี้ แต่เดี๋ยวก่อนสิครับท่าน! ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับสลากมาอยู่ตรงนี้เองนี่นา ลองคิดดูสิ บูธอื่นๆ ก็เหมือนๆ กัน เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะจับสลาก เพื่อมาอยู่ข้างๆ เราเหมือนกัน

วันต่อๆ มา พวกเราในบูธเริ่ม “ชิน” มากขึ้นกับสายตาและคำถามแปลกๆ บางครั้งก็มีคนตรงเข้ามาถามเลยถึงที่ ผมรู้สึกดีใจที่มีคนสนใจ มีคนมาถามเกี่ยวกับหนังสือที่เรานำเสนอ บางท่านก็ชวนพูดคุย และถามต่อไปอีกเรื่องเกย์และเลสเบี้ยนในสังคมไทยในหัวข้อที่หลากหลาย

คุณแม่คนหนึ่งบ่นๆ ว่า กะเทยหรือเกย์ที่ดูสาวๆ ยังพอดูออก แต่เกย์ที่เหมือนผู้ชายดูไม่ออก กลัวจะมาหลอกลูกสาว เห็นหลอกไปแต่งงานบ่อยๆ แล้วคุณแม่ก็หัวเราะเบาๆ

ผมมองไปที่น้องสาวคนสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอแต่ตัวเหมือนทอมบอย เธอกำลังเลือกซื้อหนังสือสารพัดในร้านของเราอย่างเพลิดเพลิน

“แม่…งบหมด ขอตังค์หน่อย เดี๋ยวไม่ได้มาอีก”

คุณก็แม่ควักเงินให้ ตอนซื้อเสร็จสรรพ คุณแม่กับคุณลูกกำลังจะเดินจากไป คุณแม่อารมณ์ดีถามคุณลูกว่า ตกลง จะเป็นอะไรกันแน่เนี่ยเรา?

ผมได้ยินเสียงแว่วๆ จากคุณลูกตอบว่า “เดี๋ยวก็รู้ แม่”

ถึงแม้บางคนจะไม่ได้ซื้อหา แต่เขาก็แสดงความสนใจ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ดีกว่าผู้คนที่เดินไปเดินมาแล้วส่งสายตา “ไม่สบอารมณ์” ที่เห็นพวกเรา คนเรา ถ้าไม่เข้าใจ ทำไมไม่ถามนะ?

จะว่าไปแล้ว ผู้คนที่มองเราแบบแปลกๆ มีจำนวนน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับผู้คนที่มองเราแล้วเฉยๆ และไม่ได้แสดงอาการอะไร มีคู่หญิงรักหญิงหลายคนเลยทีเดียวที่แวะมาหาเรา และซื้อหนังสือของ กลุ่ม “สะพาน” และของสำนักพิมพ์ที่มุ่งมั่นผลิตงานดีๆ เพื่อหญิงรักหญิงอย่าง “สำนักพิมพ์เล็ก-เล็ก” ไปหลายเล่ม

หนุ่มหลายคนโผเข้ามาแล้วแสดงอาการดีใจที่เห็นหนังสือที่เขามองหาอยู่ เขาบอกเราว่า ตามหาตั้งนานเล่มนี้ บางคนยังแสดงอาการขัดเขินบ้าง แต่ที่เห็นบ่อยๆ ก็คือ อาการ “ไม่พูด ไม่จา” พวกเขาจะรีบมองหาหนังสือ เปิดๆ อ่าน แล้วก็รีบๆ ซื้อ แล้วก็รีบๆ เดินจากไป เหมือนคนในเครื่องแบบคนหนึ่งที่มาซื้อเล่มหนึ่งแล้ว รีบจากไป (ไม่ทันได้ขอเบอร์เลย)

พอผมเจอกรณีนี้เอง ผมจะบอกไล่หลังเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพสุดๆ ว่า ไว้แวะมาใหม่นะครับ

แต่จริงๆ แล้วผมอยากจะบอกเขาจากใจเลยว่า น้องครับ พี่ก็เกย์เหมือนกัน เราเป็นพวกเดียวกันนะครับ เรามีมากมาย ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอาย เราไม่ได้ทำอะไรผิด และนี่เป็นโลกยุคใหม่แล้ว

เราทั้งหลายคงถูกกำหนดให้มาอยู่ในที่เดียวกันเองโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ ก็ต้องอยู่กันต่อไปตรงนี้ ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่ใช่เหรอ? ผมอยากให้บูธเราไปอยู่ที่สีลมจัง แต่ชีวิตเรา ไม่ได้อยู่ที่สีลมตลอดเวลานี่นะ ก็เหมือนในแต่ละวัน เกย์และเลสเบี้ยน ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก เราอยู่ร่วมกันคนอื่น ๆ ที่เขาก็มีความหลากหลายทางความคิดเหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับว่า ใครกันแน่ที่สามารถมองทะลุ “เห็นแก่นแท้” ผ่านอคติในใจตน

วันต่อๆ มา หลังจากที่น้องคนหนึ่งในบูธ ติดป้ายไว้บนหนังสือเรื่อง สามีฉันเป็นเกย์ ว่า “เรื่องจริง ที่ผู้หญิงควรรู้” เขาบอกผมว่า ดีใจจังเลยพี่ คนที่หัวเราะๆ เขาไม่หัวเราะๆ แล้ว

แชะ! แชะ! เกรียวกราวกันอีกครั้ง เมื่อแม่มดสาวตัวจริง เจ. เค. โรลลิ่ง เปิดเผยอย่างสบายอารมณ์ว่า ตัวละครสำคัญ-อาจารย์ใหญ่แห่งสำนักเวทมนตร์ “”อัลบัส ดัมเบิลดอร์” ในหนังสือแฮรี่ พ็อตเตอร์เป็นเกย์ และเคยมีคนรัก ทั้งยังเคยเจ็บช้ำจากรักอีกด้วย ขณะที่ผู้อ่านและแฟนๆ ในนิวยอร์คที่ฟังเธอเฉลยต่างปรบมือ เป่าปากกันใหญ่ ผู้อ่านชาวไทยหลายๆ คนโดยเฉพาะในกระทู้ใหญ่ๆ อย่างพันทิปดอทคอมก็แสดงอาการโมโหโกรธาไม่น้อยราวกับตัวละครเกย์ตัวหนึ่งจะส่งเวทมนต์มาทำให้คนอ่านอยากเป็นเกย์ขึ้นมางั้นแหล่ะ? เจ. เค ยังบอกต่อไปว่า เธอรู้ดีว่า หนังสือของเธอไม่ได้ทำให้ทุกคนพอใจหรอก อ้ะนะ เหล่าเกย์ทั้งหลายครับ…โปรดจำไว้ สิ่งที่เราเป็นไม่ได้ทำให้ทุกคนพอใจเช่นกัน แต่มันเป็นสิ่งที่เราเป็น แชะ! แชะ!
-end-

16 thoughts on “พฤติกรรมผู้ซื้อ ความรู้สึกผู้ขาย

  1. งับๆ อยากไปงานหนังสือก็ไม่ได้ไป อยากไปดูหนัง boyfriend ก็ไม่ได้ไป ง่าชีวิตแสนเศร้า

    พูดถึงเปิดบูธพี่วิทยาน่าจะลองทำสำรวจไปด้วยก็ดีนะครับ
    ว่ากลุ่มที่มาซื้อผลงานของกลุ่มเรานี้
    ส่วนใหญ่เป็นพวกไหน กลุ่มอายุเท่าไหร่

    ต้าคิด ว่าผู้หญิง ในช่วงวัยรุ่นมักเป็นกลุ่มที่รับได้กับเรื่องนี้มากที่สุด
    คือได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนญี่ปุ่น

    แต่ในงานสัปดาห์หนังสือเองก็เคยมีการตรวจจับการ์ตูน แนว ชายรักชาย
    เนื่องจากมีผู้ปกครองไปแจ้งว่าเป็น การ์ตูนลามก
    คือในฐานะคนเคยอ่าน ต้าว่ามันก็ไม่ได้ลามกนะครับ

  2. เสียดายจัง ไม่ได้ไปเยี่ยมบูธของ “เพื่อนสนิท”

    ตอนนี้ยังอยู่เชียงใหม่อยู่เลย

    ไว้วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ค่อยเจอกันนะ

    รับรอง “หนุก” แน่

  3. เป็นเราก็คงทำตัวไม่ถูกค่ะ อยู่ท่ามกลางหนังสือแนวครอบครัวซะขนาดนั้น เสียดาย ไม่ได้ไป กะว่าธันวานี้จะขึ้นไปเชียงใหม่ ไปงาน cmu books fair พี่วิทย์สนใจไปเปิดบูธที่เชียงใหม่มั้ยคะ จะได้ไปอุดหนุน พี่วิทย์ เราส่งเมล์ไปหานะคะ เปิดอ่านด้วยค่ะ

  4. ผมเคยไปเดินงานสัปดาห์หนังสือฯ บ่อย
    ตั้งแต่ช่วงเป็นบูธเล็กๆ แคบๆ เดินแล้วเหงื่อโชก แถวๆริมคลองข้าง คุรุสภา สุดสายรถเมล์ สาย 23
    แต่ช่วงหลังๆ ไม่ได้ไปมา 2 – 3 ปี
    เพราะมันจอแจ คับคั่ง หนวกหู วุ่นวายไปหน่อย แถมหนังสือที่ซื้อๆมาก็ยังอ่านไม่หมด

    อ่านที่คุณวิทยาเขียน แล้วนึกภาพตามได้เป็นฉากๆเลยครับ
    แถมยังนึกไกลไปขนาดที่ว่า นี่ถ้าเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน … บู้ทขายหนังสือเกย์ จะเป็นอย่างไรบ้างเนี่ย ?

    ดีครับดี – ได้เจอกัน ทักทาย เห็นหน้ากันจะๆ
    เราเป็นส่วนหนึ่งของคุณ เกย์เป็นส่วนหนึ่งของสังคม คุณก็รู้ว่าเกย์มีตัวตนจริงๆ และวันนี้ก็ได้เจอเขาตัวเป็นๆ
    ถ้าคุณเป็นเกย์ อย่างน้อย คุณอาจจะรู้สึกอบอุ่น
    และวันนี้ คุณคงไม่รู้สึกแปลกใจมากนักแล้วละ ที่ได้เห็นเพื่อนเกย์ด้วยกันมาเปิดบู้ทขายหนังสือ

    ในส่วนของเจ้าของบู้ท – วันๆ เจ้าของบู้ทคงได้เห็น สีหน้า ปฏิกิริยา แปลกๆ งงๆ เอามาเล่าสู่กันฟังได้เป็นร้อยเป็นพันเรื่อง
    นี่ถ้ามีโอกาสไปงานฯ คงได้อุดหนุน พูดคุยกันบ้าง : )

    คิดต่อไป ว่า มีหนังสืออะไรวางขายอีกบ้าง นอกเหนือจากของ cyberfish media ?
    เพราะนอกจากนิตยสารแนวเกย์ ที่หนักไปในทางนำเสนอภาพถ่าย รวมบทความเกย์ ที่เคยลงตีพิมพ์ในนิตยสาร
    ยังไม่ค่อยเห็นทิศทางที่ชัดเจนของ หนังสือเล่ม หรือ วรรณกรรมแนวเกย์
    ตลอดจน ผลงาน/เรื่องแต่ง ของนักเขียนที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นเกย์

    แต่ก็นั่นละนะ อย่าว่าแต่วรรณกรรมเกย์เลย
    ขนาดรวมเรื่องสั้น วรรณกรรมไทย/เรื่องแต่ง โดยนักเขียนไทย ยังแทบจะไม่มีที่ยืนในตลาดหนังสือในบ้านของตัวเอง

    อย่างไรก็ตาม นี่เป็นนิมิตหมายที่ดีครับ
    หวังว่า งานสัปดาห์หนังสือฯ ปลายเดือนมีนาคม ปีหน้า
    คงมีบู้ทของ cyberfish อีกนะครับ
    อาจจะหาโอกาสไปอุดหนุน

    : )

  5. สวัสดีครับ คุณวิทย์

    ถ้าเป็นไปได้ ปีหน้าขออนุญาต ไปนั่งเป็นเพื่อนที่ booth ด้วยครับ อยากสัมผัสบรรยากาศแบบนั้น ของจริงด้วยตัวเองเหมือนกัน

    บางครั้งอยากทดสอบตัวเองด้วยว่า ตัวเราแข็งแรงพอกับแรงต้านของสังคมรอบข้างขนาดไหน ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ปิดบังตัวเอง กับคนรอบข้าง ว่าเป็น เกย์ แต่จากความรู้สึกลึกๆแล้ว ก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกต่อต้านอยู่ใกล้ตัวพอสมควรทีเดียว

    ยกตัวอย่างที่ทำงานผมเป็นต้น ผมทราบด้วยความรู้สึกครับ ว่า ลูกน้อง เจ้านาย และ เพื่อนร่วมงานผมทราบดีว่า ผมเป็นอะไร และเนื่องจากผมค่อนข้างจะมีพื้นที่ส่วนตัวในที่ทำงานพอควร ประกอบกับตำแหน่งหน้าที่ ก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครมาพูดคุย แนวส่วนตัว หรือคุยเล่น ก็เป็นได้ ทำให้ตัดปัญหาเรื่อง ซุบซิบนินทา ให้มากระทบโสตประสาทเล่น (จริงๆก็คงมีครับ แน่นอน แต่ผมอาจจะไม่ใส่ใจมากกว่า) อ้อ อีกอย่างหนึ่งคือ อาจจะเนื่องจาก เป็น บริษัทฯต่างชาติ ก็ได้ ก็เลยไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนกันเท่าใหร่

    แต่ลึกๆ ผมรู้สึกว่า ทีมบริหารระดับสูง มักจะนำตัวตนที่ผมเป็น ไปเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา promoted ซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาพอควรเพราะมันเป็น uncontrol factors มาก และ อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไปทำไมด้วย ทำได้อย่างเดียวคือ ทำผลงานให้มันออกมาดีมากๆ แบบว่า ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่มันเหนื่อยครับ

    ก่อนจบ คราวนี้ไม่มี clip มาฝากครับ เพราะหาที่น่าสนใจไม่เจอ

    Bye ครับ

  6. เรื่องตรวจจับหนังสือ ปีนี้เข้มมากๆ ครับ มีคนเดินอยู่ตลอด และทาง
    สมาคมผู้จัด ก็ระวังมากขึ้น แต่อย่างว่านะ หนังสือมีเป็นล้านเรื่อง
    ใครจะดูได้หมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่มีมาตรฐานการจับเอาซะเลย
    บูธที่โดนปิดไป ก็ขายหนังสือแนวโรมานซ์มาตลอด แล้วอยู่ๆ ก็โดน
    เป็นเราเอง คงหมดอารมณ์ค้าขายกันแน่ละครับ อีกอย่าง หนังสือ
    หลายๆ เล่มก็ขายให้ผู้ใหญ่ เด็กๆ ไม่อ่านกันหรอกแนวนั้น
    ลองคิดมุมกลับ เราปกป้องเด็กๆ ก้ดีอยู่แล้ว แต่การปิดกั้น
    สิทธ์ของผู้ใหญ่ ก็ต้องคิดเหมือนกัน

    มีคนมานั่งที่บูธ อบอุ่นดีครับ และดีมากๆ ก็ตอนที่มีคน
    มายิ้มให้นี่แหละ ส่วนคนหัวเราะใส่ ก็แผ่เมตตาให้เขาไป

    คนทำงานในองค์กร ที่มีคนไม่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวน่ะ
    ประเสริฐสุดๆ แล้ว แต่หลายๆ คนก็หาทางอิสระ
    เป็นตัวเองให้มากที่สุด แนวร่วม และเพื่อนร่วมงาน
    ที่จริงใจ เป็นสิ่งที่จะช่วงส่งเสริมเราเองล่ะครับ

  7. หวัดดีพี่ยอด

    ผมว่าปีนี้หนังสือแนวชายรักชาย หญิงรักหญิง ประสบความสำเร็จพอสมควรนะครับโดยเฉพาะเล่มล่าสุด “เลิกแอบเสียที”

    เท่าที่ผมลองเดินดูสำนักพิมพ์อื่นๆก็พอจะมีวางขายบ้างนะครับ แต่แปลกตรงที่หนังสือบางเล่มผมกลับไม่เห็น บางเล่มก็หายไปแล้ว เสียดายแทนบางคนที่เริ่มอยากอ่านหนังสือแนวชายรักชาย แต่หาไม่ค่อยได้

    เออลืมบอกไป หนังสือบางเรื่องเช่น ซากดอกไม้ ด้ายสีม่วง ในปีนี้ผมกลับไม่เห็น สงสัยคงเริ่มเก่า และหลายๆบ้านคงมีแล้ว เหมือนบ้านผม ที่พี่สาวอ่านไปยังอึ้งเลย

  8. คุณวิทย์ครับ

    ขอบคุณสำหรับ คำแนะนำครับ จะลองมองให้รอบๆตัว และ หาแนวร่วมซะหน่อยครับ ถึงแม้ว่าจะหายาก แต่จะพยายามครับ

  9. ^^
    เอกเดินทางตลอดเลยครับ
    เลยไม่ได้แวะไปงาน ทั้งๆ ที่มีหนังสือที่อยากได้หลายเล่ม
    ก็คงเอาไว้ว่างๆ ค่อยไปซื้อที่ร้านหนังสือแทน

    พี่ยอดคิดยังไงกับการที่สนักพิมพ์ผีเสื้อทำปกคาดหนังสือ
    ให้ไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสืออ่ะครับ
    ผมว่า คนอ่านหนังสือ เขาไม่ได้ซื้อหนังสือกันแค่ปีละ 2 ครั้งสักหน่อย
    ออกจะมาในแนวซื้อเป็นบ้าเป็นหลัง ปีละ 2 ครั้ง มากกว่า

  10. อ่านหัวข้อแล้วรีบเปิดเลย นึกว่าไม่ใช่เรื่องนี้ซะอีก ..อิอิ

    ยินดีด้วยนะครับ ที่หนังสือขายดิบขายดี
    เสียดายปีนี้ไม่มีโอกาสได้ไปเยื่ยมเยียนที่บูธ

    ขอให้ขายดีเรื่อยๆนะครับ
    ปล.ได้ดูสัมภาษณ์ในบลอกเนชั่นแล้วนะครับ
    ชอบทั้งบทสัมภาษณ์และพิธีกรเรย :-)

  11. ลองไปอ่าน “เลิกแอบเสียที” ที่เซ็นทรัลชิดลมแล้ว ชอบครับ ถึงปิดเทอมเมื่อไรจะซื้อแน่ อยากให้คุณวิทยาเขียนคอลัมน์ลงมติชนบ้าง เพราะอ่านหัวนี้เป็นประจำ้

  12. ขอบคุณทุกความเห็นครับ
    อยากเขียนลงมติชนเหมือนกันครับ
    แต่ไม่รู้ที่นั่นเขา conservative หรือเปล่าาา

    วันนี้ตอนเย็นจะไปเสียมเรียบครับ
    ใครเคยไปแล้วมั่ง เล่าให้ฟังมั่ง

  13. เที่ยวให้สนุกนะครับ แล้วเอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟังด้วย
    อย่าไปจับนมนางอัปสราเพลินนะครับ เอ….หรือว่าจะไปจับส่วนอื่นของภาพสลักที่นั่น :)

  14. เคยไปแล้วครับเสียมเรียบ โคตรอลังการดาวล้านดวง สวยสุดๆ อยู่ใกล้ๆขนาดนี้คนไทยทุกคนควรไปให้ได้

    ยิ่งนั่งรถทัวร์จากท่าขี้เหล็กไปเสียมเรียบยิ่งสนุกครับ ผมไปมาเมื่อปีที่แล้วนี้เอง ลุยน้ำท่วมด้วย นั่งรถตัวโยนไปโยนมาเพราะถนนขรุขระ ร้อนก็ร้อน นั่งรถก็นานเป็นเจ็ดแปดชั่วโมง แต่ก็สนุกครับไม่รู้ว่าทำไม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s