คืนวันหนึ่งที่ผมพึ่ง “ตื่น” ขึ้น

art2tif.jpg
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 3-4 พ.ย. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

“เอก” ไปทานข้าวกับแฟนเก่าที่ยังคบหาเป็นเพื่อนกันอยู่ ส่วน “วิชัย” ไปกับเพื่อน และแล้ว…สายตาที่ส่งให้กันข้ามโต๊ะอาหารก็พาทั้งสองมาเจอกันตรง “หน้าสลัดบาร์” เป็นการพบกันตัวต่อตัวโดยมีผัก ผลไม้ และเดรสซิ่งน้ำจิ้มสลัดเป็นพยานรู้เห็นตอนที่ทั้งสองแลกเบอร์กัน

คุณผู้อ่านครับ หลายๆ คนชอบถามผมว่า พี่ๆ ผมจะไปหาแฟนได้ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ในเน็ต หรือตามสถานบันเทิง มันช่างยากจริงๆ แต่บางคนก็หาได้ง่ายจริงๆ อย่างเอกกับวิชัย เรื่องมันจะยากตรงคบกันไปนี่แหละ แต่ถ้าเป็น one-night stand ก็อย่าคิดมาก

สำหรับเอกกับวิชัยก็เช่นกัน เรื่องที่ยากของทั้งสองก็คือ ตอนนั้นวิชัยมีแฟนอยู่แล้ว

เอกบอกว่า เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่หัวใจเรียกร้องให้อยากลองคบกับวิชัยดู และในที่สุดแฟนของวิชัยก็รับรู้ความจริง และเลิกรากันไป เอกตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดของวิชัย และเริ่มต้นกันใหม่

“ผมยังคงนึกๆ อยู่เลยนะว่า สิ่งที่ผมทำจะย้อนกลับมาหาผม” เอกเล่าใฟ้ฟัง แต่ตอนนั้น เขามั่นใจแล้วว่า วิชัยคือคนที่ใช่ เขาอยากจะทุ่มเททั้งหัวใจ

ไม่เพียงแต่ร่วมชีวิตกัน ทั้งสองคนยังลงมือทำธุรกิจร่วมกันอีกด้วย ช่วงปีแรกต่างคนก็ต่างมีงานประจำ แต่ด้วยความโหยหาอิสรภาพจากการงาน เขาทนเหนื่อยและเก็บหอมรอมริบ ช่วยกันทำงานจนธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ของเขาเจริญก้าวหน้า เปิดสาขามากมาย

“ตอนนั้นเราช่วยกันดีคับ ส่งงาน คิดงาน เครียดๆ ก็เหมือนกันเพราะช่วยกันทำตลอด เราเข้ากันได้ดี เหมือนหยินกับหยาง ผมเองเป็นคนใจร้อน ส่วนเขาใจเย็น เราอยู่ด้วยกันดี กิจการก็ดีครับ จากมีรถคันเดียว เราก็มีรถใช้คนละคัน” เอกเล่า

ที่น่าปลื้มก็คือ ครอบครัวของทั้งสองคนรับรู้ความสัมพันธ์ของเขา และดูเหมือนทุกอย่างน่าจะราบรื่นลงตัว

“คนเราก็ต้องการความมั่นคงในชีวิต แต่คนราบางคน พอมีอะไรมากขึ้นเรื่อยๆ ก็รู้สึกมีความต้องการตามมามากขึ้น”

วิชัยเริ่มเปลี่ยนไป เอกพยายามสกัดกั้น “สิ่งยั่วยุ” ทุกอย่าง ไม่ว่า อินเทอร์เน็ต เว็บ ห้องแชททั้งหลาย เพื่อให้แน่ใจว่า วิชัยจะไม่พยายาม “แสวงหา” เกินขอบเขต แต่แล้ว เขาก็สกัดกั้นมือที่สามที่เข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ไม่ได้

“ผมเป็นคนเข้านอนเร็วน่ะครับ ส่วนเขาก็จะนั่งใช้คอมพ์ไปตอนดึกๆ”

เขาจับโกหกวิชัยได้ในที่สุด และเสียใจมาก ในที่สุดวิชัยก็เริ่มขยายความต้องการของเขา เขาออกไปพบกับคนอื่นๆ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในวัยรุ่น เด็กมหาวิยาลัยดูเหมือนจะเป็นของโปรดของวิชัย และการเที่ยวกลางคืนก็มีบ่อยขึ้น เอกเองพยายามประคับประคองชีวิตคู่และธุรกิจร่วมกันเอาไว้ เขายังคงคิดว่า สักวันหนึ่งวิชัยจะคิดได้ แต่ระหว่างนี้ เอกได้แต่โอนอ่อนผ่อนตามไปเรื่อยๆ แต่ก็รู้ว่าทั้งสองเริ่มห่างเหินกัน

“ผมเลยยอมให้เขาก็ได้ แต่เราตกลงกันว่า อย่าพาเอาใครเข้ามาบ้าน”

เพื่อนๆ บางคนของเอกสงสัยว่า เอกปล่อยให้เรื่องเลยเถิด และเป็นฝ่ายยอมต่างๆ นานาได้ยังไง หรือว่าเอก “ติดเซ็กซ์” และไม่อยากเลิกกัน?

เอกบอกอย่างเปิดอกว่า หลังจากที่วิชัยเริ่มทำตัวเจ้าชู้และมีเล็กมีน้อยไปเรื่อย เขาเองเริ่มไม่ไว้ใจ กลัวว่า วิชัยจะนำโรคภัยมาให้ จากที่เคยมีเพศสัมพันธ์กันด้วยความไว้วางใจและไม่เคยใช้เครื่องป้องกัน เอกบอกว่า เขารู้สึกถดถอยทางอารมณ์ไปเลย

“ผมกลัวนะครับ พอคนเราเริ่มไม่ไว้ใจกันแล้ว”

เอกยังคงรอ รอคอยวิชัยอยู่เสมอมา หวังว่าวันหนึ่งวิชัยคงคิดขึ้นได้ และเลิกทำตัวอย่างที่เป็น เห็นความสำคัญและคุณค่าของการได้อยู่ร่วมกันมาถึงห้าปี

แต่ก็คงเหมือนคู่รักหลายๆ คู่ที่กำลังประสบปัญหาอยู่น่ะครับ เราจะสังเกตเห็นว่า จะมีอยู่คนหนึ่งที่จะมีความหวังอยู่เสมอว่า คนของเราจะกลับมาแล้วเป็นคนเดิม สำหรับวิชัยแล้ว ดูเหมือนเขายังไม่ไปถึงจุดๆนั้นเสียที จุดที่ตัวเองคิดว่า พอแล้ว ฉันทำมาพอแล้ว สิ่งต่างๆ ที่วิชัยทำ ทำให้เอกเสียใจอยู่ทุกๆ วัน เรื่องร้องไห้คร่ำครวญกับเพื่อนสนิท เป็นเรื่องปกติที่เอกทำอยู่บ่อยๆ

และแล้วความกลัวอย่างหนึ่งของเอกก็เกิดขึ้น วันหนึ่ง เขาต้องงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านให้วิชัยตอนตีห้า และพบว่า วิชัยพาหนุ่มคนหนึ่งกลับมาบ้านด้วย วิชัยแนะนำเอกให้เด็กหนุ่มรู้จักว่า “พี่เอกเป็นเพื่อน” และบอกเอกหน้าตาเฉยว่า น้องคนที่เห็นนี่ “เป็นแฟน”

ในจังหวะที่วิชัยไม่ได้อยู่ตรงนั้น เด็กหนุ่มวัย 21 ถามเอกย้ำอีกครั้งว่า “พี่เป็นอะไรกัน”

“ผมก็บอกเขาตรงๆ นะว่า ผมน่ะเป็นแฟน”

ในวินาทีนั้นเอง เอกเล่า แสงสว่างบางอย่างก็เกิดขึ้นในห้วงคิดของเขา

“พอผมได้พูดคุยกับเขา ได้ถามน้องคนนั้น ผมเองกลับเป็นฝ่ายคิดได้ ผมคิดได้ว่า ความจริง ตัวผมเอง มีค่ามากกว่าเด็กคนนั้นหลายเท่านัก เด็กที่ยังเรียนไม่จบ เด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เด็กที่ยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย เรามีงานมีการทำ เรามีความรู้ ใช่สิ แต่เราโง่มาเองตลอด เราจะเอาตัวเราไปเปรียบกับคนที่ไม่มีอะไรเลยได้ยังไง”

เอกยังบอกด้วยว่า เขาพยายามตั้งสติ ไม่เกรี้ยวกราด และค่อยๆ เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ เขาพยายามสวดมนต์อยู่ทุกวัน แผ่ส่วนกุศลให้กับวิชัย

“หลังจากเรื่องนั้น เขาโทรมาขอโทษผม เราก็แยกกัน จัดการเรื่องธุรกิจที่ทำด้วยกัน ผมเป็นคนเดินจากมา แต่เขาก็ยังโทรมาอีก พูดดีด้วย แต่ผมก็รู้ว่า เขาคงมีเรื่องอะไรเดือดร้อนให้ช่วย สำหรับผม เราจบกันไปแล้ว ผมจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ ไม่จะไม่ช่วยเขาเต็มร้อย ผมตื่นขึ้นแล้วล่ะครับ”

แชะ! แชะ! คุณ “ไมค์ โซเพอร์” แห่งอังกฤษเพิ่งจะมีผลงานนิยายฉบับแรกได้รับการตีพิมพ์ ตอนแรกๆที่เขาเขียน ก็ปกปิดเพื่อนๆ ที่พักอยู่บ้านพักคนชราด้วยกัน แต่พอเพื่อนๆ เริ่มรู้ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ผู้หญิงที่เริ่มเซ้าซี้อยากอ่าน เขาเลยตัดสินใจ “เลิกแอบ” ล่ะครับ คุณไมค์อายุ 93 ปี และต่อมาเขาตัดสินใจเลิกแอบกับบรรดาหลานๆ ของเขา ซึ่งทุกๆ คนก็มอบความรักและปรารถนาดีให้เขา แชะ! แชะ!

-end-

13 thoughts on “คืนวันหนึ่งที่ผมพึ่ง “ตื่น” ขึ้น

  1. คนเราก็อย่างนี้แหละครับ มีรัก มีเลิก มีความหวัง…ว่าเขาจะกลับมา เป็นธรรมดา เหมือน…. “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป”
    อยู่ที่ใครจะอยู่ในขั่นตอนไหนนานกว่ากัน ถ้าตั้งอยู่นาน ก็เหนื่อยหน่อยครับ แต่ถ้าดับไปเร็ว…ก็เหมือนหลุด…ก็จะสบายตัว สบายใจ……ส่วนความหลังมันก็ยังคงอยู่ หาที่จัดเก็บมันซะ แน่นอนว่าคงไม่สามารถหาที่เก็บมันได้ให้มิดชิดเพื่อที่จะให้มันไม่มารบกวนใจในวันที่เราอ่อนแอ บางครั้งก็ปล่อยไปตามความรู้สึกบ้างแต่อย่าให้มากไป ต้องรู้จักควบคุม คิดซะว่าเราได้จบแบบเรียนโดยสมบูรณ์ มีประสบการณ์เป็นครู เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเรียนต่อไป

    แชะ แชะ :)

  2. มาแชะ แชะ แชะด้วยคน ถ้ามันถึงทางตัน ก็จบกันไปดีกว่าค่ะ มีเรื่องอยากจะถามหน่อย ใครไปดู boyfriend มาแล้วบ้างเอ่ย หนังเป็นไงบ้างคะ อยากรู้

  3. ผมคิดว่า แต่ละคนมีที่ทางมีความคิดของตน
    ต่อให้เพื่อนพร่ำบอกขนาดไหน ให้ความเห็นขนาดไหน ก็ยังไม่เชื่อ
    ((เหมือนตัวผมเองที่เคยเป็นมา))
    แต่มาวันหนึ่ง ก็”ตื่น”ขึ้นได้เอง
    คิดได้ และคำพูดต่างๆ ก็เข้าหัวมากขึ้น

    คนเราอาจจะต้องเดินทางอ้อมบ้างครับ
    เพื่อให้ตัวเองเติบโตขึ้นมา
    อาจเสียเวลา เสียใจ แต่ทำไงได้หล่ะครับ
    ก็มันคือชีวิตนี่นา

  4. เห็นด้วยกับความเห็นของ คุณ ake ครับ

    พร้อมๆกัน ก็มีคำถามผุดขึ้นในหัวว่า ทำไมเราจึงไม่ หยุด แสวงหาน่ะ ทั้งๆที่มีคนดีๆ อยู่กับตัวน่ะครับ … ผมไม่เชื่อว่า มันเป็น ธรรมชาติ ของพวกเราครับ

    ยังไงก็ยินดีด้วยกับ คุณเอก(ใน column)ครับ ที่ ตื่น และ หาทางออกให้ตัวเองได้ในที่สุด

  5. หวัดดีครับพี่วิทย์

    ผมเองก็เคย “ตื่น” กับเหตุการณ์แบบนี้ด้วยเหมือนกันครับ รู้สึกแย่ๆ ยังไงไม่รู้สิครับในตอนแรก แต่พอคิดไปคิดมา เหมือนคุณเอก ว่าตัวเรามีค่ามากพอ เราจะต้องแคร์ทำไม เห็นใจคุณเอกและยินดีกับคุณเอกด้วย

    แต่ตอนนี้ผมเกิดอาการ “คิดถึงคนแปลกหน้า” ขึ้นมาอีกแล้วสิครับ จะเป็นยังไงน่ะเหรอ เอาไว้วันหลังจะโทรไปเล่าให้ฟังนะครับพี่วิทย์

    ดูแลตัวเองด้วยนะครับ

  6. เขาไม่ได้รักเรา ไงคะ
    ถ้าเขารักเรา เขาจะไปเอากับคนอื่นทำไม?
    เขาเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจด้วยประการทั้งปวง เขาไม่นึกถึงเรื่องโรคภัยและสุขอนามัยต่างๆ ที่จะนำมาสู่คุณเลย (นั่นแปลว่าความอยากของเขามีมากกว่าการแคร์ในเรื่องการนำโรคมาสู่คุณ)

    จริงอยู่ที่ คนเราเกิดมาแล้วตาย…ไม่มีใครครอบครองใครได้ แต่ในระหว่างที่คบกัน ก็ควรให้เกียรติกัน การที่เขาไปทำอะไรกันคนอื่น สำหรับสาวอิสานฯ คิดว่า เขาหลู่ เกียรติคุณอย่างแรง… คิดดูสิคะ คุณนอนวิตกกำลังอยู่ที่บ้าน ว่าแฟนเราจะไป “ทำอะไรกับใคร” อยู่ที่ไหนบ้าง ในขณะที่เขาก็ไปทำอะไรอยู่ที่ไหน อยู่จริงๆ ทนอยู่ในสภาพนี้ไปทำไมคะ

    อย่าหลอกตัวเองด้วยคำสั้นๆ ว่า “เพระฉันรักเขามาก” เลยค่ะ เพราะคุณรักเขา แต่เขาไม่รักคุณแล้ว เขาไม่แคร์คุณแล้ว

    ไม่ต้องมาทำเป็นมีเหตุผลเพื่อเป็นการประนีประนอมสถานการ์ โดยการยอมให้แฟนไป “ร่วมสัมพันธ์” กับคนอื่นได้ โดยการหลอกตัวเองว่า “ฉันเข้าใจ” หรอกค่ะ คนเราไม่รัก ไม่ผูกพันกันแล้ว สุดท้ายก็ต้องเลิกกันทุกรายไป หรือไม่ ก็อยู่ไปอย่างแกนๆ ซื้อเวลาแตกหักในสักวัน…

    คำว่าโอเพ่น รีเรชั่น หรือ คำว่า กิ๊กเป็น คำ ชั่วๆ ของพวกสารเลว ที่เอาไว้หลอกตัวเองว่า ทำถูกแล้ว ทำดีแล้ว ปลอบใจตัวเอง
    (โอเพ่นรีเรชั่น แปลว่า เอาดะ กิ๊ก แปลว่า พวกลักลอบมีสัมพันธ์สวาทลับหลังแฟนตัวเอง)

    สำหรับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องระแวงในพฤติกรรมของแฟน ว่ามีใครอยู่หรือไม่ ก็ถามเขาไปตรงๆ เลยสิคะ ไม่ต้องไปตามสืบให้เมื่อย

    สำหรับคนที่กำลังนอกใจแฟนตัวเอง อยากบอกว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ตัวที่สุดค่ะ เห็นแก่ตัวสำหรับแฟนใหม่ของคน และเห็นแก่ตัวสำหรับแฟนเก่าของคุณ คนจำพวกนี้ จัดอยู่ในจำพวก สารเลว ค่ะ

    ตื่นขึ้นมาได้ก็ดีแล้วค่ะ เอาใจช่วย ไม่ได้เขียร์ให้อาฆาตใครนะคะ แต่ถ้าดำรงชีวิตอยู่บนความระแวง คุณจะมีชีวิตอยู่อย่างนั้นไปทำไม?

    สาวอิสานรอรัก (ภาคพ่นไฟ)

  7. แชะ แชะ !

    ในที่สุด เราก็ได้ชื่อผู้ชนะเลิศการประกวด Miss ตาสว่าง ประจำปี 2550

    ได้แก่ ….. คุณ คุณ คุณ
    คุณ สาวอิสานรอรัก คร้าบ

    ช่วยปรบมือให้เธอดังๆหน่อยครับ

    ปล. เห็นด้วยกับน้องสาวอิสานทกประการ
    กรรมการเทใจให้ทุกท่าน เฮ……………

    สำหรับคุณเอก – ลืมมันซะเถอะครับ
    เหมือนอดบุหรี่ / เหล้า / เบียร์ น่ะ
    ต้องหักดิบ สถานเดียว
    เอาใจช่วยครับ : )

    ปล. 2 Miss ตาสว่าง
    ไปฉลองกันที่ไหนดีล่ะ อิอิอิ

  8. ฉลองที่ หาดใหญ่ ดีไหมคะ?

    ขอบคุณมากๆ สำหรับ มงกุฏและสายสะพายนะคะ
    ดิฉันจะตั้งหน้าตั้งรัก “รักเด็ก” ให้ดีที่สุด
    หนึ่งปี ต่อเป็นนี้ เป็นภารกิจของ ดิฉันที่ต้องฑูตตาสว่าง
    ให้เป็นที่รู้จัก …

    ขอบคุณ สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง สื่อทุกสื่อ ที่ติดตามข่าวนะคะ

    จากใจสาวอิสานรอรักค่ะ
    (แปลงร่างเป็นนางงาม)

  9. ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณทวด “ไมค์ โซเพอร์” ที่เลิกแอบในวัย 93 หวังว่าคุณทวดจะมีความสุข และก็เป็นที่รักของลูกๆหลานตลอดไปนะครับ

    และแสดงความยินดีกับตำแหน่ง Miss ตาสว่างของ พี่สาวอิสานรอรักด้วยนะครับ

    อ้าว ปรบมือ…..

    สำหรับเรื่อง”ตื่น” ของพี่เอกนี่
    ผมว่าในห้วงอารมณ์ของเราในฐานะที่รักเขานี่
    มันจะหลง งมงาม อยู่ช่วงหนึ่ง เพื่อน ต้า เคยบอกว่า
    อารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง นี่แหล่ะจะทำให้เราทุกข์หนัก

    โดยเฉพาะเมื่อความรัก มา รวมกับความหลงแล้วนี่ ยิ่งทำให้เราทุรนทุราย เพระมันจะทำให้เราทั้งโกรธ และรู้สึกความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
    ทุกอย่างปะปน อยู่ในห้วงนั้นทั้งหมด

    ต้าว่า คนเราถ้าช่วงที่รักแบบหลงแล้วมันจะทำให้เราทน ทั้งๆที่เราทุกข์แค่ไหนเราก็ทน

    แต่มันจะมีบางอย่าง ที่จะมาสะกิดให้เราได้คิดได้
    แต่จะช้าหรือเร็วนั้น ก็ขึ้นกับว่า
    เขาคนนั้นจะค้นพบ “นาฬิกาปลุก” ได้เร็วขนาดไหน
    อีกทั้งเขาคนนั้นรักตัวเองขนาดไหนด้วยนะครับ

    ต้าก็หวังว่า คนที่ทุกข์ในรักตอนนี้จะค้นพบทางที่จะตื่น จากความทุกข์ทนทรมานได้ไวๆนะครับ

  10. หวัดดีครับ น้องๆ และผองเพื่อนทั้งหลาย และคนที่ยังไม่ตื่นและตื่นแล้ว
    ตอนนี้ พิมพ์อยู่ที่เสี่ยมเรียบ อากาศดีมาก ไม่ร้อนสักกะนิด เพราะวันๆ
    อยู่แต่ในโรงแรมจนจวนจะได้-ได้กับพนักงานอยู้แล้ว (ล้อเล่น)

    มาประชุมน่ะครับ สี่ทุ่มวันนี้จะไปแวะผับดังของเสียมเรียบซะหน่อย
    ไปสังเกตการณ์เผื่อมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง เสาร์หน้าจะลงเรื่องไปเดินเล่น
    ที่สวนสาธารณะเขมร สังเกตการณ์เหล่าผู้ชายที่นั่น

    นอนดึกมาหลายคืนแล้ว ก็ไม่เจียมอีก ขอดึกอีกคืน ก็เขมรเนี่ย
    ไม่ได้คิดจะมากันบ่อยๆ พรุ่่งนี้ตื่่นเช้าอีก คงนั่งสลึมสลือในห้องประชุม
    เหมือนเคย 555

    ตอนนี้อยากได้เรื่องตลก หรือประสบการณ์ตลก ๆ มาทำให้
    แชะ แชะ มันมีเรื่องขำตลอดน่ะครับ ใครมีเรื่องตลก เจอกับตัวเอง
    หรือเพื่อนเล่าให้ฟัง ก็มาแปะไว้ได้นะ หรือถ้าไม่แน่ใจว่าขำ ก็ส่งมาเมล
    leothailand@hotmail.com ได้นะคร้าบบบ

    แชะ แชะ ไปและ คุยกัน

  11. รักกับหลง มันก็เพียงมีเส้นใยบางๆกั้นไว้เท่านั้น

    ผมว่าบางครั้งคนเราก็ไม่รู้หรอกว่า ที่ทำอยู่นั่นเรียกว่า หลง เพราะเรากำลังรักอยู่ไงคับ

    ขอคิดฝากให้คุณเอกและเพื่อนทั้งหลายครับ “ความรักมีหลายชนิด รักเพราะหลง รักเพราะรู้ รักเพราะเข้าใจ รักเพราะสงสาร รักเพราะจำเป็นต้องรัก บางครั้งก็รักเพราะถูกบังคับให้รับรัก ท่านต่างหากจะเป็นผู้ตัดสินใจในความรักของท่าน วินิจฉัยให้ขาดว่า นี่คือความรักหรือความร้าย นี่คือความรักหรือการพยายามเอารัดเอาเปรียบกัน นี่คือความรักหรือการพยายามกลั่นแกล้งกันเพราะเหตุแห่งทรัพย์สินและกฎหมาย”

    อย่างน้อยคุณเอกกับคุณพี่สาวอีสานรอรักก็ตื่นแล้ว

    จริงมะครับ ยินดีด้วยครับ
    บางครั้งผมก็ไม่อยากตื่นบ้างสักครั้ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s