หนุ่มไทยผจญภัยหมู่มังกร

chinesemale2.jpg
เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 24-25 พ.ย. 2007 Metro Life นสพ. ผู้จัดกรรายวัน ฉบับวันเสาร์

สองจิตสองใจตั้งแต่อ่านจบล่ะครับว่าจะลงเรื่องนี้ดีหรือเปล่า? เพราะเนื้อหาสุ่มเสี่ยงไม่น้อยกับ “ภาระแห่งชาติในเรื่องการควบคุมสื่อ” ที่กำลังขัดแย้งกับสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน (ที่ไม่เป็นเยาวชน) จึงต้องขอเรียนท่านผู้อ่านที่รักไว้ก่อนว่า บทความในสัปดาห์นี้ไม่มีวัตถุประสงค์ยั่วยุกามารมณ์แต่อย่างใด

“คุณอุดม” เป็นหนุ่มไทยคนหนึ่งที่เพิ่งไปใช้ชีวิตชั่วคราวอยู่ที่เมืองๆ หนึ่งในประเทศจีน เขาต้องอยู่ที่นั่นราวครึ่งปี เขาย้ำมาว่า อยากให้ตีพิมพ์สิ่งที่เขารู้เขาเห็นให้ผู้อ่านท่านอื่นๆ ในเมืองไทยรับทราบกัน อาจจะเป็นแง่คิด มุมมองชีวิตให้ได้ขบคิด

ผมเลยขออนุญาตทำหน้าที่บรรณาธิกร เพราะที่คุณอุดมส่งมา หากอ่านในหมู่เพื่อนฝูงคงฮาแตกฮาแตน แต่สำหรับท่านอื่นๆ อาจจะไม่ค่อยลงตัวนัก ในเรื่องนี้คุณอุดมอุปโลกน์ตัวเองเป็น “อุดรณี” เพื่อความขบขันส่วนตัวเพียงนั้น

“หลังจากที่อุดรณีเลิกงานในเย็นวันศุกร์ อิชั้นก็ได้ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะถึงประมาณหนึ่งทุ่ม อากาศเย็นขึ้นมาทันใด ก็คงเหมือนทั่วไปที่ไหนๆ ก็มีคนที่ยังแอบอยู่ และบางคนก็นิยมใช้ที่มืดเป็นหนทางระบายอารมณ์ ขอบอก ที่นี่เยอะมาก น่าจะเยอะมากกว่าสวนลุมบ้านเราอีกนะ

ปกติอิชั้นไม่มีนิสัยแอบดูคนเขาเวิร์คกันหรอกนะเพราะกลัว ยิ่งใกล้มืดแล้วละก็ อิชั้นต้องรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากสวนนั่นเลยทันที พอดีอยากแวะซื้อน้ำ (ดื่ม) ที่ซุ้มเค้าเตอร์บริเวณทางเข้าด้านหน้า ก็ได้มาเจอชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เขาสวมกางเกงขาสั้นเหมือนจะมาวิ่งออกกำลังกาย อีชั้นไม่มีเวลาจะสนทนากับเขามากมาย เพราะต้องรีบกลับเข้าที่พัก อากาศช่างหนาวเหน็บ แต่เขาเข้ามาทัก และให้อีเมลพร้อมเบอร์โทรศัพท์

หลังจากนั้นสองวัน เป็นวันจันทร์ อิชั้นก็ลองโทรไปหาเขา (คุณอาจกำลังคิดว่า อิชั้นจะมีอะไรกับเขาละสิ เอาเถอะนะ อ่านต่อไป) เขาทำงานอยู่ที่ห้างแห่งหนึ่งในย่านนั้น เขาถามอีชั้นว่า ‘สนใจเซ็กส์หมู่ไหม’ ที่นี่เขาฮิตกันนะ เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ ทีไรก็จะมีนัดกันประมาณ 10- 20 คน ไปเปิดโรงแรมกัน ส่วนค่าโรงแรมนั้นก็หารกัน ห้องหนึ่งก็ประมาณ 10 กว่าคน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อิชั้นยังไม่ทราบ เพราะเราต่างคนก็ภาษาปะกิตไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไร แล้วเขาก็เมล์มาให้รายละเอียดสถานที่ทำการของกิจกรรม และเวลา สิ่งที่ต้องเตรียมไปก็ไม่มีอะไรมาก เขาบอกว่า แค่ ‘พรีเซ็นต์’ ตัวเองให้ดีก็แล้วกัน เผลอๆ ค่าโรงแรมไม่ต้องจ่ายด้วยซ้ำ

หลายเพลาผ่านไป อิชั้นมานั่งคิดอยู่นาน ตั้งแต่วันจันทร์ยันวันศุกร์ เอาล่ะนะ เลยตัดสินใจเอาวะ แค่อยากไปดูให้รู้เท่านั้นแหละ เพราะเขาบอกมาด้วยว่า ถ้าเราไปแล้ว ไม่ชอบ ปฏิเสธหน้างานได้เลย 

พอถึงวันเสาร์ได้เวลาตามนัด 19.45 ที่โรงแรมในย่านนั้น ค่าเข้าก็ตกเป็นเงินไทยราว ๆ 3,000 บาท ดูจากสภาพโรงแรมก็ไม่ค่อยดีมากนัก เก่าเป็นที่สุด แต่ทำไมไม่รู้ถึงแพงจัง อิชั้นไปถึงที่นั่นราว 20.20 สายไปหน่อย จะได้พอดูดี พอไปถึงก็เจอผู้ชายคนนั้นนั่งรออยู่ที่ล๊อบบี้ แล้วเขาก็พาอิชั้นขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 5 ในบัดดล

มีคนมาเปิดประตูให้เข้าไป ตอนนั้นอีชั้นใจสั่นเหมือนตอนโดนเปิดซิงครั้งแรกอะไรทำนองนั้น ใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ มือเย็น แต่พอเปิดประตูเข้าไป ที่ใหนได้ ห้องที่พวกเขามาเปิดกันเป็นห้องสวีท คือแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องนอน มีทั้ง วีซีดี เปิดหนังประเภทที่คุณซ่อนอยู่ตามซอกหลืบในบ้านนั่นแหละ

พอเปิดประตูต่อ ผ่านเข้าไปที่ห้องนอน โหย…เท่าที่นับได้ก็ประมาณ 8 ชีวิต นี่ยังไม่นับที่อยู่ตรงโซฟาหน้าทีวีอีกนะ ห้องรับแขก มีอีก 4 ส่วนตรงระเบียงที่เปิดไฟสลัวๆ มีอีก 3 และอีกคนกำลังถอดเสื้อผ้าอยู่ เขาคงขึ้นมาก่อนหน้าอิชั้นไม่กี่นาที ทั้งหมดนี้ยังไม่รวม ที่ยังไม่มา ก็น่าจะ 20 คน อายุก็มีประมาณตั้งแต่วัยรุ่นจนถึง 50 ปี ทำให้อิชั้นนึกสัวเวชใจขึ้นมาทันที

ปกติก็เคยพบเคยเห็นแต่ในห้องมืดที่เซาน่าที่เมืองไทย ในนั้น เราก็รู้ว่ามีหลายคนแต่เรามองไม่เห็น แต่ในนี้มันเหมือนกับ…อธิบายไม่ถูก ดูเหมือนบางคนก็อัพยา ท่าจะดมเป็บเปอร์ซึ่งที่นี่มีขายอยู่ทั่วไปตามสถานบริการหรือเซาน่า และในเวลานั้นคนที่พาอิชั้นมาบอกว่า “พร้อมหรือยัง อาบน้ำก่อนมั๊ย”

อิชั้นส่ายหัว แล้วมานั่งพักตรงเก้าอี้ ใกล้กับโซฟาที่มี 4 คนกำลังเวิร์คกัน (ส่วนเขาจะทำกันท่าไหนนั้น อีชั้นขอ ไม่ขอเล่าล่ะ) และที่ทำกันนั้นอิชั้นงงมาก และสงสัยมากก็คือ คนเหล่านี้คงจะอวัยวะไม่ครบ 32 คือขาด ‘ยางอาย’ ขนาดอิชั้นเปิดประตูเข้ามา และยืนดูอยู่ ก็ยังโชว์กันต่อไป พอมีใครเข้ามาชวนอิชั้น ก็ส่ายหัวแล้วเซย์โนอย่างเดียว คือกะจะบอกว่า ยังไม่พร้อม

แต่ทันใดนั้นก็มีเกย์สาวนางหนึ่ง หล่อนอาการสาวแตกมาก (มากยิ่งกว่าอิชั้นในสายตาคุณๆ) ดูผิวพรรณหล่อนแล้ว ดีมาก แต่ใบหน้าช่างชราเหลือรับ น่าจะพอๆ กับอาอึ้มขายผ้าหน้าตลาดหงอก๊อก ผู้ชายที่พาอิชั้นมาบอกหล่อนคนนั้นว่า อิชั้นเป็นเด็กไทย เพราะอิชั้นบอกเขาไปว่า อายุแค่ 20 (โกหก) หล่อนคนนั้นก็เข้ามา จับมืออิชั้น ไปจับนมเหี่ยว ๆ ของหล่อน อิชั้นสะบัดมือทันที ทำเอาสี่คนที่เวิร์คบริเวณโซฟาตรงห้องรับแขก หยุดกิจกรรม หันมามอง อิชั้นเลยบอกว่า จะกลับแล้วนะ และก็ไม่พร้อมที่จะทำเรื่องบัดสีแบบนี้ (อันนี้นึกอยู่ในใจ ไม่ได้โกหก) แล้วก็โค้งคาราวะคำนับเขางามๆ หนึ่งทีเพื่อเป็นการขอโทษแบบสุภาพ (คิดว่าจะไหว้แบบนางงามเหมือนกัน แต่คงไม่เข้ากับสถานการณ์)

จากนั้นอิชึ้นก็จรลีออกไปทันที แล้วก็ล็อกประตูให้ด้วย ใจหนึ่ง ก้อ…เสียดาย ไม่ใช่!!!!!!!! ดีใจตะหากที่ตัวเราสามารถผ่านตรงนั้นมาได้ ทั้งที่มันไม่ใช่บ้านเรา เราจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้

เท่าที่อิชั้นทราบมาจากสถิติ เกย์ในประเทศนี้เป็นเอช ไอ วีกันเยอะมาก ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีที่ถึงห้องพัก คนเรานะ พอพูดถึงเรื่องเซ็กส์ ที่นี่หาได้ไม่จำกัด เวลา สถานที่

ยิ่งถ้าเป็นฮ่องกง ได้ยินมาว่ามีการขายแบบแพ็กเกจเลยล่ะ เหมาเรือลำใหญ่ออกไปทัวร์กลางทะเล แถมห้ามใส่เสื้อผ้ามิดชิด คือเวลาเช็คอินที่เรือปุ๊บ เขาก็ให้ถอดเหลือแต่กางเกงใน หรือบิกินี่ ตัวเดียว คุณจะทำอะไรก็ได้บนเรือ ทั้งเซ็กส์ การพนัน ยาเสพติด สารพัดสารพันภายใน 3 วัน 2 คืน มีอาหาร เครื่องดื่มให้ บางที่ก็มีแบบไปกลับ( Full Moon Sex Party ) คือออกเรือไปตอนเย็นแล้วกลับเข้ามาตอนเช้าก็มี หาได้แบบง่าย ๆ ขอเรียกว่าเซ็กส์แบบสุกเอาเผากิน คืออิชั้นก็ไม่ได้นางฟ้าเทวนาที่ไหน แต่อิชั้นคิดว่า ไม่จำเป็นต้องไปในที่แบบนั้นก็ได้ (แบบเซ็กส์หมู่ที่พูดข้างต้น) อิชั้นคิดว่า มันเสี่ยงมากกับสถานที่แบบนั้น ทั้งยา ทั้งเหล้า แต่ที่อีชั้นไป ก็เพราะความไร้เดียงสาไง

-end-

14 thoughts on “หนุ่มไทยผจญภัยหมู่มังกร

  1. อืม ฟังแล้วดูอันตรายจิงๆครับ ไปมาแล้วไปเข้าร่วมกับเขาก็ไม่รู้จะได้อะไรกลับมาซะด้วย รออ่านบทวิจารณ์เรื่องรักแห่งสยาม ของคุณวิทยาอยู่นะครับ ได้ยินมาด้วยว่าพอถึงฉากนั้นผู้หญิงกรี๊ดผู้ชายโห่ดังกันทั้งโรงเลย ทำไมใจเขาไม่เปิดกว้างอะไรกันบ้างเลยหนอ…

  2. ไปดูมาแล้วพี่ยอด
    อึ้งที่สุด ฉากจบผมร้องไห้เลย มันบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจ แต่ลึกๆ ผมไม่อยากให้หนังจบเลย ไม่ขอสปอย์มาก ไปดูกันเองดีกว่าครับ

    ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานาน ความรู้สึกหลังจากเหมือนที่ดู BBM จบ

    ผมว่าเป็นหนังรักอีกเรื่องหนึ่งที่จะขึ้นทำเนียบหนังไทยแน่นอน

    ฟังธง! ! ! !

  3. ชอบ”รักแห่งสยาม”คับ ไปดูรอบ2มาแล้ว
    บางกอกโพสให้ถึง4ดาวคับ ถ้าจำไม่ผิดไม่เคยมีหนังไทยได้ดาวเยอะขนาดนี้ หนังฝรั่งที่ได้สูงสุดก็4ดาวครึ่งคือ The Last Emperor ดีใจคับที่หนังไทยทำได้
    เชียร์ให้ได้ไปฉายทั่วโลกเลย และได้รางวัลระดับนานาชาติด้วย ผมว่าทำได้แน่ๆ ยินดีกับคุณมะเดี่ยวล่วงหน้าเลยคับ

    สำหรับชาวเรายิ่งต้องไปดูนะคับ แสดงพลังกันหน่อย เพราะหนังที่ให้คุณค่าความรักของชายรักชายและพยายามสร้างความเข้าใจให้กับสังคมในวงกว้างแบบนี้แทบไม่มีเลย และหนังเรื่องนี้ทำได้สวยงามคับ

    ดูรอบ2 ตอนที่พระเอก2คนแสดงความรักต่อกัน ผู้หญิงในโรงจะกรี๊ด ผู้ชายจะโห่หรือร้องอึ๋ย ส่วนผมปรบมือคับ
    ใช่คับ ผมปรบมือ อาจเพราะผมไปกัน3คน แต่ผมสัญญากับตัวเองเลยว่า ผมจะทำแบบนี้ทุกครั้ง(อาจมีรอบ3)แม้ว่าจะไปดูคนเดียว

    ไปกันคับ ไปปรบมือให้กับความรักที่สวยงามในแบบชายรักชายสัญชาติไทยครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ ไชโย!!!!

  4. ชวนให้ซื้อเพลงประกอบหนังด้วยนะคับ เพราะเพลงช่วยบอกข้อความอีกหลายอย่างเลย และไพเราะในตัวเองด้วยคับ
    ซื้อของที่ลิขสิทธิ์ถูกต้องนะคับ ให้กำลังใจคนทำงานดีดี

  5. หวัดดีครับพี่ยอด

    ไปดูมาแล้วเหมือนกันครับ สำหรับ “รักแห่งสยาม” ต้องขอบอกก่อนว่า ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังไทยสักเท่าไหร่นัก ก็จะมีบางเรื่องที่แบบว่า มีเพื่อนเรคคอมเม้นท์เดด มาจริงๆ ก็จะไป (ไม่ใช่ว่าไม่อุดหนุนหนังไทยนะครับ แต่ไปหลายๆ เรื่องแล้วผิดหวังเลยไม่อยากไปดูอีก) พอดีเรื่องนี้ มีน้องคนนึงชวนไปดูก็เลยไป

    สรุปแล้วว่า ผม (แอบ) ร้องไห้เกือบทั้งเรื่องเลย เป็นเพราะอะไรไม่รู้ แต่ตอนจบคงจะมีความรู้สึกเหมือนๆ คนอื่นๆ ที่ได้ไปดูกันมา แต่ผมอาจจะพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่ ผมเก็บเอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกติดกับความรู้สึกของตัวละคร พอหนังจบมาเลยรู้สึกเฮิร์ทๆ นิดนึง ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน

    ส่วนเพลงเหรอ? ขอบอกว่า จะคล้ายๆกับเรื่อง Dream Girls เลย ที่สามารถเอาเพลงมาบรรยายในเนื้อหาของเรื่องดให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาได้ เพลงดังเพราะหนัง หนังดังเพราะคนดู หนังจะดังได้ เพราะคนที่ดูแล้วช่วยกันบอกต่อ

    สำหรับผมเองคนที่ไม่ค่อยจะชอบดูหนังไทยสักเท่าไหร่นัก เรื่องนี้ 10 เต็มค้าบบบบบบบบบ…

  6. มาเร็วจังเลย พี่ cyui

    สาวอิสานรอรักเอง ก็ได้ดูสองรอบเหมือนกันค่ะ

    รอบแรกดูที่ต่างจังหวัด

    รอบสองดูที่สยามพารากอน

    จากการเปรียบเทียบ การดูหนังในทั้งสองรอบ มีความรู้สึกว่าตัวเราเป็นสิ่งแปลกปลอมของโรงหนังรอบนั้นๆ เพราะว่า ส่วนใหญ่เป็นเด็ก มัธยมต้น มัธยมปลาย…

    สิ่งที่หน้าสังเกตคือ เมื่อถึงฉากแสดงความรักต่อกัน ชะนีมัธยมน้อยต่างจังหวัดจะส่งเสียง อี๋ แหวะ แหยะ ทุเรศ ในความหมายว่า รับไม่ได้ หรือรับได้น้อย

    ในขณะที่ชะนีน้อยมัธยมและหมู่มวลเพื่อนชะนีน้อยเมืองกรุงจะพากัน กรีดกราด กิ้บกิ้ว ชอบอกชอบใจ

    มันคงเป็นความต่างของสังคมเมืองและสังคมชนบทค่ะ
    ยังไงสังคมต่างจังหวัดก็ยังรับเรื่องพวกนี้ได้ไม่เต็มร้อย
    (อันนี้ พยายามแสดงความคิดเห็นให้มันเข้ากับ คอลัมม์ ค่ะ)

    หลังจากดูเรื่องรักแห่งสยามแล้ว ในหมู่มวลเพื่อนน้ำมิตรที่ไปดูด้วยกัน ก็วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา

    โดยส่วนตัว สาวอิสานรอรัก ชอบตัวละครที่ชื่อ หญิงค่ะ ความรักของเธอเป็นความรักครั้งแรก และเป็นความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ที่ชอบที่สุด คือ ประโยคที่เธอปลอบใจตัวเองและปลอบใจคนอื่นว่า “ไม่เป็นไรหรอกโต้ง เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง” ในความรู้สึก รู้สึกว่ามันเป็นตัวละครที่สมจริง และเหล่าชาวเกย์มักจะอยู่ในอารมณ์นี้ด้วยกัน (ประจำๆ)

    นั่งคิดอยู่นานว่า แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ ผู้ทำหนัง อยากบอกให้ผู้เสพหนังคืออะไร อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า แก่นเรื่อง (Premise) โดยส่วนตัวแล้ว สรุปออกมาว่า “ความรักเป็นสิ่งมีค่า ความรักอาจถูกห่อหุ้มด้วยผ้าหลากสี อาจถูกห่อด้วย ผ้าสีน้ำเงิน ผ้าสีดำ ผ้าสีเทา หรือผ้าสีสายรู้ง แต่ข้างในนั้นก็คือความรักมิใช่หรือ เมื่อมีความรักแล้วรักษามันไว้ให้ดีที่สุด เพราะความรักไม่มีคำว่ามากเกินไป”

    แชะๆ ออกนอกเรื่องเสียแล้ว…

  7. ไปดูมาแร้วเหมือนกาน
    ดูที่พาลาก้อน มีชะนีนอ้ย มีผู้ใหญ่
    ก็มีกรี๊ดกร๊าดกันตามประสา และก้เป็นไม่กี่ครั้งด้วยเหมือนกานที่กรี๊ดในโรงกะเขาด้วย บรรยากาศพาไปมากๆ แต่รู้สึกว่าที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ก็ไม่รู้สึกว่ามีใครร้องเพราะรังเกียจนะ ส่วนใหญ่จาเก็บอาการไม่อยู่มากกว่าทั้งเก้งและชะนี
    คิดว่าข่าวมันคงไปเร็วอยู่แล้ว และคนส่วนใหญ่ที่จะมาดูก็รู้แล้วว่าจะได้เห็นอะไร
    แต่ก็ชื่นชมสปืริตนักแสดงทุกคนนะ บทก็ไม่ง่ายแต่เล่นกันดีมาก
    เชื่อได้เลยว่าจาต้องได้รับรางวัลกลับมาแน่ๆไม่แพ้เด็กหอ
    กะว่าจาไปดูอีกรอบเหมือนกันแต่ชั่งใจอยู่ว่าจาลากคุณแม่ไปยังไงดี
    เชื่อว่าน่าจะชอบ ไม่รู้คิดถูกหรือปล่าว ไม่เกี่ยวกับเรื่อง เอ้าท์ไม่เอาท์ แต่คิดว่ามันเป็นหนังชีวิตเรื่องนึงที่คนที่มีความรักกับคนรอบข้างทุกคนดูแล้วน่าจาได้อาไรกลับไป
    ใครยังไม่ได้ไปดู ..ไปซะนะ แล้วจาเสียดายที่ไม่ได้ไปดู ไปกรี๊ด ไปร้องไห้เปื้อนยิ้ม กับคนเป็นร้อยๆในที่เดียวกัน

  8. อิอิ บีต้า ไปดูมาแล้ว 2 รอบ และคิดว่าจะมีรอบที่ 3
    แต่คงทิ้งระยะอีกสักพัก
    เพราะกะว่าจะไปดูในรรยากาศที่คนเริ่มน้อยๆ เพื่อ ซึมซับไอหนัง
    หนังเรื่องนี้ดูรอบแรก น้ำตาพรากๆ ในโรงไม่พอ กลับไปบ้านนอนไม่หลับอีกต่างหาก

    พอรอบ 2 โชคร้าย นั่งข้างเก้งน้อย ที่เมาท์กะเพื่อนเสียงดังตลอดเวลา
    แถมยังคุยโทรศัพท์ อีกที่โรงพารากอน ซวยแท้เลย
    แต่ก็ยังน้ำตาตกในฉากเดิมๆ แล้วกลับมานั่งฟังเพลงจากซีดี น้ำตาซึมๆต่อ

    ต้าอินในเรื่องครอบครัวมากๆ คุณสินใจ เล่นดีมากๆ
    ตอนนี้ก็โทรโปรโมทหนังให้เพื่อนๆ ที่เป็นและไม่เป็นไปดูกัน
    เหอๆ เพื่อนๆ กำลังหาว่าต้าบ้าไปแล้ว แต่ชอบจริงๆครับ

    สำหรับเรื่องในคอลัมน์นี้
    ต้าสงสัยจังเลยครับว่า ที่ประเทศจีนและฮ่องกง
    ไม่มีการประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับ safe sex เหรอครับ
    คือ แบบว่า จากเรื่องนี้ก็น่ากลัวมากๆ ถ้าเค้าไม่รู้จักป้องกันกันน่ะครับ

  9. สวัสดีครับ คุณวิทย์

    อ่านแล้วก็สยองหน่อยๆครับ กับ sex หมู่มากขนาดนี้ แต่จะว่าไปแล้ว ผมว่ามันก็มีอยู่ทุกประเทศน่ะครับ แต่พอมาเป็นประเทศจีน ที่เป็น ประเทศที่มา แรง ไปซะแทบจะทุกเรื่อง ก็เลยน่าสนใจเป็นพิเศษ

    พูดถึงหนังเรื่อง รักแห่งสยาม ครั้งแรกที่เห็นหนังตัวอย่าง ก็ตัดออกจาก movie list ที่จะดูไปตั้งแต่ตัน เพิ่งจะดึงกลับเข้ามาใหม่ หลังจากเริ่มมีข้อมูลว่า น้องชาย 2 คนในหนังเค้าชอบกัน ก็เลยอยากลองดูซะหน่อยว่า ผู้กำกับจะทำออกมาแนวไหน

    พอมาอ่านที่เพื่อนๆ แสดงความเห็นเอาไว้ คงต้องรีบไปดูซะแล้วครับ

  10. แนะนำให้รีบไปดู”รักแห่งสยาม”นะครับ เพราะถ้าเกิดอยากดูรอบ2ขึ้นมา หนังอาจออกจากโรงไปซะก่อน
    จากที่ถามเพื่อนๆ-คนส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่สนใจหนังเรื่องนี้เลย เพราะหน้าหนัง ไม่สะท้อนเนื้อหาดีดีที่ซ่อนอยู่ และอาจจะออกจากโปรแกรมเร็วๆนี้

    อายที่จะบอกว่าวางแผนจะไปดูรอบ3อ่ะ เด๋วคนรู้ว่า…เราเป็น……หญิงบ้าอ่ะ 55555555

  11. แชะ แชะ กลับมาอีกหนึ่งรอบ

    ไม่ต้องอายหรอก cyui เพราะว่าเราเองก็วางผนที่จะไปดูรอบ 3 เหมือนกัน
    บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอะไรกับหนังเรื่องนี้มากขนาดนี้

    คำว่า “รอยยิ้มเปื้อนน้ำตา” คงหาได้จากหนังเรื่องนี้แน่ๆ เลย
    รอบแรกที่ไปดู ก็ร้องไห้นะ แต่ว่ายังไม่มากเท่าไร่ ก็ก็ร้องซะเกือบทุกฉาก
    แต่พอเป็นรอบ 2 มันเหมือนกับว่ารู้แล้วว่าหนังเป็นอย่างไร น้ำตาก็พลอยที่จะออกมาก่อนที่ตัวเอกของเรื่องน้ำตาจะไหลซะอีก

    เง้อ…เป็นไงอย่างนั้นก็ไม่รู้ ความรักในหนังเรื่องนี้ มีหลายมุมมองนะ มองเผินๆ หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ให้อะไรมากมาย แต่พอดูจริงๆ เข้า หนังเรื่องนี้กับกระชากความรู้สึกได้ฟิวส์ดีจริงๆ เลย

    โดยเฉพาะ ฉากจบ 2 ฉากสุดท้าย ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย สงสารน้องมิวจังเลย

    ** หาเพื่อนดูรอบ 3…. “”

  12. อิอิ สุดท้ายก็ดูรอบ 3 ไปแล้ว อดใจไม่ไหว เห็นเพื่อนบอกว่ายังไม่ได้ดู
    ต้าเลยเอาเลยไปดูกัน อิอิ สุดท้ายก็รอบ 3 ไปเรียบร้อย

    เหอๆๆ รอรอบ 4 อีก อิอิ บ้าไปแย้ว

    ตอนนี้พยายามประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนที่ต้ารู้จักไปดูให้มากที่สุดครับ
    เพราะนอกจากประเด็น ของน้อง ทั้ง 4 แล้ว
    ประเด็นอื่นๆในหนังก็ดีมากถึงมากที่สุดด้วย

    ร้องไห้มา 3 รอบ แล้ว เหอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s