“รักแห่งสยาม” ผู้หญิง เกย์ ได้เฮ ผู้ชาย (เกเร) ได้กรี๊ด

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 1-2 ธ.ค. 2007 เซคชั่น Metro Life นสพ. ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์

กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญต้องจารึกไว้แล้วล่ะครับ กระแส “รักแห่งสยาม” ที่ส่งผลกระทบหลายอย่างที่ชวนติดตาม เหลือล้น และเหนือความคาดหมายจริงๆ

ผมไม่อยากพูดถึงเนื้อเรื่องในหนังสักเท่าไหร่ เพราะคุณผู้อ่านหาอ่านได้จากบล็อคและเว็บมากมาย แต่อยากจะพูดถึงบางประเด็นที่อยู่นอกหนัง

ความจริงคอลัมน์นี้ควรพูดถึงหนังเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพราะผู้เขียนเอง “ไม่มีแรงจูงใจ” เอาซะเลย เพราะตามที่ใครๆ ก็เข้าใจจากตัวอย่างหนัง หน้าหนัง และบรรดาข่าวโปรโมทที่ทยอยออกมาหลายเดือนก่อนหน้า รักแห่งสยามก็คงเป็นหนังวัยรุ่นใสๆ อีกเรื่อง ถึงแม้จะรู้เป็นเลาๆ ว่า มี “ประเด็นเกย์” อยู่ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าแบบไหน + แค่ไหน

ได้ยินชื่อแรกๆ ยังนึกไปว่า คำว่า สยาม คงหมายถึงสยามประเทศ

ลึกๆ แล้ว โดยส่วนตัวนะครับ ก่อนจะไปดูหนังทีไร ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ไปดูแล้วจะมานั่งทดท้อเบื่อโลกหรือเปล่า ถ้าเจอมุกตลกล้อเกย์ กะเทยแบบดาดๆ ที่ยังผลิตซ้ำออกมาไม่รู้เบื่อกันอีก อีกเรื่องแล้วหรือเปล่า?

สรุป…ไม่ดูดีกว่า คงรู้สึกเหมือนใครอีกหลายคน

ผมเลยรู้สึกเห็นอกเห็นใจและพยายามเข้าใจคุณผู้ชมที่เป็นคุณผู้ชายทั่วไปน่ะครับที่ไปดูหนังเรื่องนี้ แล้วก็คาดหวังอีกอย่างหนึ่ง ตามหน้าหนังและตัวอย่างหนังที่เห็น

ก็ไม่ผิดปกตอะไรที่คุณๆ จะตั้งใจจะพาหวานใจไปหวานต่อกันในโรง หรือหนุ่มๆ ในก๊วนเพื่อนซี้กะว่าจะแห่ไปดูสาวๆ หน้าใสให้น้ำลายไหลกัน และแล้วพวกเขาหลายๆ คนก็อดรู้สึกโมโหไม่ได้ที่รับรู้ความจริง บางคนหัวฟัดหัวเหวี่ยงมากเมื่อพบว่า หนังเรื่องนี้ ผู้ชายไม่ได้รักผู้หญิง แถมยังมีบทจูบของผู้ชายให้รู้สึก “แหยง” อีก พวกเขาเลยมีเสียงโวยตามมาว่า

“นี่มันหนังเกย์นี่หว่า!”

ส่วนบรรดามนุษย์สีรุ้งและ “สาว Y” บางคนที่ไปดูหนังเรื่องนี้มา (คนละหลายรอบ) มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สะใจ” (สาว Y คือกลุ่มผู้หญิงที่นิยมชมชอบการ์ตูนและสื่อเกี่ยวกับชายรักชาย)

ปรากฏการณ์ความขัดแย้งทางอารมณ์ในคนสองกลุ่มกำลังสวนทาง และสลับขั้วกันอย่างน่าติดตาม

ฝ่ายแรกกำลังประท้วงว่า เจ้าของค่ายและผู้กำกับฯ ปกปิดข้อมูล ไม่มีความจริงใจ เพราะไม่บอกว่า หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกย์ แต่นำจุดขายว่า เป็นหนังวัยรุ่นวัยใสมาล่อให้ชม ถ้ารายที่หงุดหงิดมากๆ ก็จะกล่าวหาว่า ผู้ผลิตเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค!

คุณๆ ที่มีความรู้สึกเช่นนี้ กำลังรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กำลังคิดว่า “ตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ”

แต่พวกเขาคงลืมไป หรือคงไม่เคยรับรู้ หรือคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า มีกลุ่มคนบางคนที่รู้สึก “ตกเป็นเหยื่อ” มาก่อนหน้านี้แล้ว และบางคนก็รู้สึกอย่างนั้นอยู่ตลอดชีวิต

เราควรโทษผู้ผลิตหนังและผู้กำกับหรือไม่ สำหรับหนังเรื่องนี้ ที่ไม่บอกผู้บริโภคว่า มีเนื้อหา และตัวละคอนเกี่ยวกับความรักในเพศเดียวกัน?

ถ้าอย่างนั้น ควรขึ้นคำเตือนเลยหรือไม่ในตัวอย่างหนัง?

“ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาความรักของคนเพศเดียวกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม”?

ผมไม่ทราบว่า เป็นเจตนารมณ์ของค่ายหนังและผู้กำกับหรือเปล่าที่ไม่มีการ “เล่าแจ้งแถลงไข” ให้ชัดเจน แต่หากมองในมุมกลับ มีหนังกี่เรื่องแล้วล่ะที่คุณไปดูแล้วพบว่า ตัวอย่างหนังตัดออกมาแล้วสื่อแบบหนึ่ง ส่วนตัวหนังจริงๆ ไม่ได้สื่อตามที่เห็นมาก่อน?

หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกย์หรือไม่?

แล้วตกลงอะไรที่ทำให้คุณเรียกหนังเรื่องหนี่งว่า หนังเกย์ หรือหนังไม่เกย์?

ความจริงก็คือ ในส่วนลึก คนเรายังผูกคำว่า เกย์ กับคำว่า การมีเซ็กซ์ อยู่อย่างแยกออกจากกันไม่ได้ คุณผู้ชายที่รู้สึก “แหยง” เลยถูกบังคับให้คิดอะไรๆ ใน “มิติเดียว” บางคนคิดไปไกลด้วยการเอาตัวเองไปแทนที่ในสถานการณ์นั้น “ถ้าตูต้องจูบกะผู้ชายเนี่ย…”

รักแห่งสยาม เป็นหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกย์ แต่เนื้อหาเกี่ยวกับเกย์ ไม่ได้เป็นตัวเดินเรื่องหลัก ความรัก ความเหงา และการดิ้นรนของมนุษย์ต่างหากที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดำเนินไป

พอคนเราพะยี่ห้อหนังเรื่องใดว่า “เป็นหนังเกย์” ก็มักจะอดไม่ได้ที่จะลากเอาภาพลบที่พบจากสื่อมาตัดสินเรื่องอื่นๆ ในเนื้อหนัง จนแยกแยะไม่ออกว่า

ตัวคุณกำลังตกเป็นเหยื่อของอะไรกันแน่?

ระหว่าง การที่ผู้ผลิตและผู้กำกับฯ ไม่ได้พูดถึงเรื่องเกย์ในหนัง กับความไม่รับรู้เรื่องราวความเป็นไปในสังคมที่อยู่ในตัวของคุณเอง?

“รักแห่งสยาม” อาจจะทำให้คุณๆ ผู้ชายผิดหวังที่ไม่ได้รับความหวานซึ้งจากแผ่นฟิล์มในแบบที่ถูกทำให้คาดหวัง

“รักแห่งสยาม” อาจเป็นยาขมเม็ดขื่นสุดฝืน ที่คุณคิดว่าถูกบังคับให้กิน

แต่ที่แน่ๆ “รักแห่งสยาม” ทำให้คุณผู้ชายหลายคนได้เห็นผู้ชายจูบกันเป็นครั้งแรกในชีวิต และคุณน่าจะขอบใจหนังเรื่องนี้ที่อาจทำให้คุณรู้ว่า เกย์ กะเทย ไม่ใช่เป็นแค่ตัวตลก ดูไร้สาระ ไร้แก่นสาร และน่าสงสาร แต่พวกเขา ก็คือคนๆ หนึ่งที่มีลมหายใจ และรับรู้สึกได้เหมือนคนทั่วๆ ไป

นานๆ ทีจะมีหนังไทยที่ทำได้ “ลงตัว” ในทุกๆ จุดเช่นนี้ ใครที่จะไปดูรอบที่สี่ ยกมือขึ้น!

แชะ! แชะ!

เซคชั่นปิดท้ายแชะ! แชะ! สัปดาห์นี้ ผมมีผู้ช่วยครับ ขออนุญาตนำความรู้สึกของคนดูหนังมาสื่อต่อกัน มีใครเหมือนใครบ้างก็ไม่รู้ล่ะ แต่ทุกคนเหมือนกันอย่างหนึ่ง-เป็นเกย์หมด เริ่มจากคุณ ITK…อึ้งที่สุด ฉากจบผมร้องไห้เลย บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจ แต่ลึกๆ ไม่อยากให้หนังจบเลย ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานาน ความรู้สึกเหมือนดู Brokeback Mountain / คนของความสะใจ…ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังไทย เรื่องนี้ 10 เต็มค้าบบบบบ…/ สาวอิสานรอรัก ความรักเป็นสิ่งมีค่า ความรักอาจถูกห่อหุ้มด้วยผ้าหลากสี อาจถูกห่อด้วย ผ้าสีน้ำเงิน ผ้าสีดำ ผ้าสีเทา หรือผ้าสีสายรุ้ง แต่ข้างในนั้นก็คือความรักมิใช่หรือ?/ Cyui …ดูรอบ 2 ตอนพระเอก 2 คนแสดงความรักต่อกัน ผู้หญิงในโรงจะกรี๊ด ผู้ชายจะโห่ หรือร้องอึ๋ย ส่วนผมปรบมือ ใช่คับ ผมปรบมือ อาจเพราะผมไปกัน 3 คน แต่ผมสัญญากับตัวเองเลยว่า จะทำแบบนี้ทุกครั้ง/ เด็กน้อย…บรรยากาศพาไปมากๆ แต่รู้สึกว่ามีใครร้องเพราะรังเกียจ ส่วนใหญ่จะส่งเสียงเพราะเก็บอาการไม่อยู่มากกว่า/ b_tar…ไปดูมาแล้ว 2 รอบ และคิดว่าจะมีรอบที่ 3 แต่คงทิ้งระยะอีกสักพัก กะว่าจะไปดูในบรรยากาศที่คนเริ่มน้อยๆ เพื่อซึมซับไอหนัง แชะ! แชะ!

15 thoughts on ““รักแห่งสยาม” ผู้หญิง เกย์ ได้เฮ ผู้ชาย (เกเร) ได้กรี๊ด

  1. คนแรกที่เม้นท์ กรื๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไปดูเมื่อวานค่ะ สดๆร้อนๆ สนุกมาก ชอบมากๆ เป็นหนังที่ดีที่สุดในรอบปีเลย ร้องไห้ด้วย 555555+++ ฉากจูบ ไม่คนร้องแหวะนะคะ เพราะเสียงกรี๊ดของสาวๆและกะเทยหัวโปกทั้งหลายกลบหมด อาจจะมีคนแหวะ แต่เราไม่ได้ยินเพราะเสียงกรี๊ดดังจริงๆ เราเงียบค่ะ ก็มันอึ้งนี่นา (แอบชมนักนักแสดง+ผกก.ว่ากล้ามากๆ นับถือ) แม้จะอ่านสปอยด์มาก่อนว่ามีฉากจูบ แต่ก็ไม่คิดว่าจะดูดดื่มขนาดนี้ ส่วนน้องสาวเรา รายนั้นหัวเราะ เหมือนแก้เก้อมากกว่า เพราะเราไม่ได้บอกว่ารักแห่งสยามว่าเป็นหนัง y เราแค่บอกน้องว่า เปิดใจให้กว้างเท่านั้นเอง พอเจอฉากจูบเข้าไป น้องเราก็เลยอึ้งๆไปเลย หัวเราะแก้เก้อซะงั้น ส่วนมากที่ไปดูเป็นสาวๆค่ะ ผู้ชายมีบ้าง ไปดูกับแฟนที่เป็นผู้หญิงซะด้วยซะด้วย สงสัยโดนแฟนลากไปแหงๆ กะไปดูรอบสองเหมือนกัน ถ้ามีเวลานะคะ ชอบจริงๆค่ะ หนังเรื่องนี้ พี่วิทย์ เอาคลิปบทสัมภาษณ์มาริโอ้ น้องพิช พี่มะเดี๋ยวลงด้วยนะคะ อยากฟังค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    ปล.แพร่หนาวมากกกกกกกกก กทม.เป็นไงบ้าง อากาศเปลี่ยน รักษาสุขภาพด้วย เพราะตอนนี้เราเป็นหวัดค่ะ เซ็งจริงๆ

  2. หวัดดี beemanufan

    ขอบคุณที่ชอบหนังเรื่องนี้ (เราเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับหนังเรื่องนี้หรอก เผอิญว่าชอบเหมือนกัน เลยขอบคุณ)

    ส่วนตัวไปดูมาแล้ว 4 รอบ คาดว่าน่าจะมีรอบที่ 5 เร็วๆ นี้ และเสารื-อาทิตย์ที่ใกล้จะถึงนี้ เรากำลังจะไปแพร่ ขอบคุณที่รายงานสภาพอากาศให้ได้รับรู้ก่อน จะได้เตรียมตัวแก้หนาวด้วย

    ไม่นึกเหมือนกันว่า ทำไมเราชอบหนังเรื่องนี้ได้มากขนาดนี้ อยากไปดูอีกเร็วๆ จังเลย อยากให้หนังออกมาเป็นแผ่นอีกเร็วๆ จังเลย จะได้ซื้อเก็บไว้แล้วดูทุกวัน (ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย)

  3. หวัดดี ทุกคนฮะ
    รอบที่ 4 เหมือนคุณคนของความสะใจแล้วเหมือนกัน
    แต่เท่ากับ จ่าย 5 รอบ
    เพราะเมื่อวันเสาร์ที่มีแจกปฏิทิน เราซื้อ 2 ที่ ไปเลย เพื่อให้ได้ปฏิทิน
    เหอๆ

    ชอบหนังเรื่องนี้เป็นที่สุดครับ มันเต็มอิ่มจริงๆ
    กระแสหนังเรื่องนี้แรงมากๆ ของที่ระลึกหนังหมดเกลี้ยงเลย
    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คนยัง มีประมาณ ครึ่งโรงได้ครับ
    คิดว่าส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ดูซ้ำ หลายๆรอบเหมือนกัน

    ดูทั้ง 4 รอบ ได้บรรยากาศต่างกันมากๆ เพราะต้าดูตั้งแต่ วันแรกที่ฉาย
    คนจะกรี๊ดกร๊าด และลุ้นกันเยอะมาก พวกผู้ชายออกมาบ่นก่นด่ากัน
    และดูรอบวันอาทิตย์แรกของหนังที่ยังมีคนไม่รู้ปดู ได้ยินเสียงฮือ เป็นระยะ จนรอบล่าสุดคนก็เงียบลงไปเยอะ แต่ก็มีผู้ชายที่ถูกแฟนพาไปดู พูดแต่”เชื้ย เอ้ย”เป็นระยะ (แฟนคงพามาดูโดยไม่บอก รึเค้าไม่รู้หว่า)

    ต้าไปดูกะเพื่อนแบบ สาว y สาวนักวิเคราะห์ และเพื่อนผู้ชายจริงๆ
    ก็ได้คำวิพากษ์ ต่างๆ กัน แต่ที่สรุปได้ ผู้หญิงจะชอบมากกว่าผู้ชาย

    ตอนนี้โทรโปทโมทให้เพื่อนคนอื่นๆที่รู้จักไปดูกันจนเพื่อนแซวว่าได้ค่าโฆษณามารึเปล่า

    ยังไงก็อุดหนุนหนังดีๆนะครับ

    อากาศหนาวแล้วระวังรักษาสุขภาพด้วยทุกคนนะครับ

  4. ผมมองตรงกันข้ามนะครับ (บอกก่อนเลยว่าผมไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้) เพราะผมไม่ใช่คนที่สนใจหนังรักสักเท่าไหร่

    แต่ผมมีทัศนคติที่ไม่ีดีกับหนึงเรื่องนี้เพราะ ผมมองว่าการโปรโมทหนังเรื่องนี้ค่อนข้างหลอกผู้ชมจริงๆ
    – ตอนโฆษณาวันแรก ใครๆก็นึกว่ามันน่าจะเป็นหนังรักวัยรุ่นหวานๆ น่ารักๆ
    – พอเรื่องแดงปั๊บ ผมเลยมาสังเกตในโฆษณาทีวีอีกที มันมีฉากผู้ชายกอดคอตอนท้ายๆ แวบหนึ่ง (ผมมองว่าเป็นเรื่องปกตินะ) ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันเพิ่มมาทีหลังหรือผมไม่ได้สังเกตเห็นในตอนแรก

    มันไม่จำเป็นที่ต้องประกาศอะไรมากมายหรอกครับ เอาแค่โฆษณาที่พอจะสื่้อถึงความหลากหลายของรักในเรื่อง “รักแห่งสยาม” ก็พอ
    แต่ผมไม่แน่ใจว่าที่เขาไม่ทำเช่นนี้ อาจเป็นเพราะกลัวว่าคนดูจะน้อยลง หรือเปล่า แล้วถ้าเขาคิดอย่างนี้จริงๆ มันเป็นการหลอกลวงใช่ไหม

    อีกอย่างเมื่อเปรียบเทียบกับ “เพื่อนกูรักมึงวะ” ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ชัดเจน ผมมีทัศนะคติต่อหนังเรื่องนี้คือ เฉยๆ เพราะมันเป็นการแสดงความคิดเห็นที่อิสระของผู้ผลิตอย่างหนึ่ง และเขาไม่ได้หลอกลวง หรือปกปิดอะไรเรา ดังนั้นถ้าเราไม่ชอบ ก็ไม่ดู ก็จบ เท่านี้ละกันครับ

    ผมก็ไม่ได้ตัดสินว่าหนังดี หรือไม่ดี โดยที่ไม่ได้ดูนะครับ แต่การโฆษณาหนังเรื่องนี้ทำให้ผมไม่ชอบซะแล้ว และบังเอิญว่าผมก็ไม่ใช่คอหนังกลุ่มนี้พอดี เรื่องนี้ผมขอผ่านครับ

    ผมว่าน่าจะเปลี่ยนประเด็นไปถามว่าประมาณว่า ทำไมผู้ชายมักไม่ชอบเกย์ น่าจะดีกว่านะ ผมว่ามันอาจจะมีแง่ที่ทำให้คนที่เปิดใจกว้างได้รับข้อมูลอะไรมากขึ้น

  5. อ่านแล้วรู้สึกว่า อยากตอบความคิดเห็นของคุณ JJJ สักนิดอ่ะคัฟ (ซึ่งผมเองไม่ได้ค่า PR หรือค่าสนับสนุนจากหนังเรื่องนี้เลย แม้แต่นิดเดียว)

    หนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” กับ “เพื่อน…กูรักมึงว่ะ” แค่ชื่อหนังก็น่าจะบอกได้ในระดับนึงแล้วนะครับ ว่าหนังสองเรื่องนี้ต่างกัน แนวทางการโปรโมทก็ต่างกัน เนื้อหาของเรื่องก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง

    โดยที่ “เพื่อน…กูรักมึงว่ะ” เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ของความรักของเกย์มากกว่า ในขณะที่เนื้อหาของหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้บอกเลยว่าเกย์จ๋าซะทั้งเรื่อง มันก็ยังคงมีเรื่องราวของการผจญภัยกับเหตุการณ์ต่างๆ เป็นความรักของคนที่อยู่ในวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ วัยที่พร้อมจะมีครอบครัวแล้ว

    แต่กับหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักในต่างมุมมองและหลายๆ รูปแบบ
    ทั้งความรักของเพื่อนที่มีต่อเพื่อน
    รักแบบไม่หวังผลตอบแทน
    หรือว่ารักแบบอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ฯลฯ
    เนื้อหาในหนังเรื่องนี้ แสดงถึงความสัมพันธ์ของตัวละครสองคนที่เกี่ยวข้องและผูกพันกันในอดีตมาก่อน เรื่องราวเกี่ยวกับเกย์อาจจะมีบ้างแต่ว่าถ้าเทียบกับเนื้อหาของหนังแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับเกย์ในเรื่องนี้มีไม่ถึง 5 % ด้วยซ้ำไป และในหนัง “ฉากผู้ชายกับผู้ชายจูบกัน มันไม่ได้หมายความเกย์เสมอไปหรอกนะครับ”

    แต่อยากให้มองเรื่องราว การดำเนินเรื่อง เนื้อเรื่องของหนังมากกว่า ความรัก ความผูกพันต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ มีอยู่ในชีวิตจริง

    แชะ แชะ ภาพโฆษณาที่คุณบอกว่า มึภาพผู้ชายเดินกอดคอกันในตอนท้าย ในความเป็นจริงแล้วมีตั้งแต่ตอนแรกที่คุณเห็นแล้วล่ะครับ เพียงแต่คุณอาจจะไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอง

    แชะ แชะ (2) ถ้ามีเวลา ลองให้โอกาสกับหนังเรื่องนี้ดูสิ อาจจะเป็นหนังที่ไม่ดีเท่าไหร่ หรืออาจจะไม่หนังที่เพอเฟ็คสักเท่าไหร่ แต่หนังเรื่องนี้อยู่ในใจแน่นอน

  6. คุณ JJJ ครับ

    ลองไปดูเถอะครับ มันไม่ใช่หนัง รักจ๋า หรอก รับรองดูแล้วไม่เลี่ยน … รสชาติกลมกล่อม

    ดูไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคาดหวังอะไรมากครับ แต่สุดท้ายแล้ว คุณอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ รัก หนังเรื่องนี่ก็ได้

    เรื่องการ promote หนัง … อย่ารู้สึกว่าเป็นการหลอกลวงอะไรเลยครับ …มันก็เหมือนกับ กล่องใส่สินค้า น่ะครับ … สาระสำคัญของมัน คือตัวสินค้า ดี ไม่ดี มากกว่าครับ :-)

  7. วันนี้ว่าจะไปดูอีกรอบล่ะครับ
    กับแฟนเก่าล่ะ ซึ่งตอนนี้เรากลายมาเป็นเพื่อนกันแล้ว
    รู้สึกสบายใจมากกว่าคบเป็นแฟนซะอีก 55+

    ครั้งนี้จะไปซึมซับรายละเอียดให้ลึกยิ่งขึ้น
    หลังจากที่ดูรอบแรกและอ่านหลายๆคำวิจารณ์มามากพอสมควร
    ถึงแม้จะดูอีกรอบ ผมก็คงยังซึ่ง และร้องไห้อยู่ดีแหละครับกับบางฉาก

    ผมยกให้เป้นหนังแห่งปีในใจผมเลยเลยนะ เรื่องนี้ อิอิ

  8. ผมไปดูรอบที่ 2 มากับเพื่อนผู้ชายทั่วไป 1 คนที่มันก็อยากดูรักแห่งสยาม แม้ว่ามันจะรู้มาคร่าวๆจากเพื่อนที่ทำงานว่าเป็นหนังเกย์ และมีฉากผู้ชายจูบกัน มันก็คนอยากดูหนังรักเรื่องหนึ่งเหมือนกับตอนที่ผมชวนมันไปดู BBM ที่พี่ยอดจัดตอนนั้น ผมไม่เห็นมันสนใจจะเป็นหนังเกย์ไม่เกย์เล้ย

    ผมชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกับที่พี่ยอดเขียนไว้ “เกย์ กะเทย ไม่ใช่เป็นแค่ตัวตลก ดูไร้สาระ ไร้แก่นสาร และน่าสงสาร แต่พวกเขา ก็คือคนๆ หนึ่งที่มีลมหายใจ และรับรู้สึกได้เหมือนคนทั่วๆ ไป”

    ผมว่าไม่ใช่แค่กระแสหนังที่คนพูดถึงเท่านั้น เพราะกระแสเพลงเรื่องนี้ก็ดังไม่ได้กัน เพราะตอนที่ดูหนังจบรอบแรกที่ central world ผมกับเพื่อนไปหาซื้อ Soundtrack ที่ B2S ปรากฏว่าเหลือแผ่นเดียวเองครับ ถามพนักงานก็บอกว่าหมดแล้ว คนที่ซื้อคงไม่ใช่ผู้ชาย (เกเร) ที่ได้กรี๊ดแน่ๆ

    เห็นปรากฏการณ์แบบนี้แล้วรู้สึกดีนะครับ จะได้มีการทำสินค้าหรืออะไรก็ตามที่แต่ที่เกี่ยวกับเกย์ออกมาเยอะๆ ที่ไม่ต้องหลบซ่อน หลบเร้นหรือแฝงๆขายแบบที่เป็นกันอยู่

  9. น้องอิทธิ์ แล้วเพื่อนผู้ชายคนนั้น เขาประทับใจ หรือสงสัยประเด็นไหน
    มั่งมั๊ย?

    (คนของความสะใจ ได้ยินมาว่า ห้องนอนแทบจะไม่เหลือกำแพงให้
    เห็นแล้ว ระวัง “น้องหญิง” จะมาฉีกรูปทิ้งนะจ๊ะ อ้อ อีกอย่าง ยังไงๆ
    ก็เหลือที่ให้จิ้งจกไต่เล่นมั่งละกันนะ)

  10. โทรถามให้เรียบร้อยแล้วครับ

    เพื่อนมันสงสัยในประเด็นของหญิงหันมาชอบโต้งหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านั้นมีบางฉากที่โต้งกับหญิงไปเที่ยวด้วยกัน ความรู้สึกดีๆเลยเกิดขึ้นมาบ้างหรือเปล่า

    ส่วนฉากที่มันชอบตอนที่หญิงเอามือโต้งมาจับนมตัวเอง แล้วโต้งมันดูสับสนม เหมือนกับบางคนในชีวิตจริงๆที่ยังสับสนอยู่ เพื่อนมันบอกว่าฉากนี้สื่อดีมากๆ ประมาณว่า ถ้าไม่แน่ใจก็ลองสัมผัสดูดิ (ผมว่าตัวเพื่อนผมมันชอบลึกๆเองมากกว่า ขอเมาส์ซะหน่อย)

    อีกฉากตอนที่ถ่ายที่สยามที่เหมือนเล่นมิวสิค แล้วเห็นทุกคนอยู่ในสยาม มันบอกว่าสื่อได้บรรยากาศสยามโคตรๆ

    และคำถามที่ผมถามเผื่อ (ผมอยากรู้เองแหละครับว่ามันเข้าใจว่าไง) คือฉากที่ตอนสุนีย์ให้โต้งเลือกตุ๊กตาอะครับ ผมถามว่ามันเข้าใจว่าไง เพื่อนมันเข้าใจว่า โต้งเลือกที่จะชอบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งผมดูรอบแรกยังดูไม่ทัน คือไม่ได้สังเกตสีหน้าของแม่ว่ามีหน้าเมินเฉย ก่อนที่จะยิ้มในการตัดสินใจของลูก

    เพราะผมเข้าใจไปว่า โต้งเลือกที่จะเป็นผู้ชายทั่วไปเพื่อแม่ เพราะผมเข้าใจว่าถ้าแม่บังคับลูกมาตลอดชีวิตขนาดนี้ลูกคงยากที่จะกล้าขัดใจท่านแม่ได้ (เพิ่งจะสังเกตหลายจุดแล้วเห็นสีหน้าแม่ก็ตอนรอบสองนี่แหละครับ) และฟังที่มะเดี่ยวให้สัมภาษณ์แล้ว ก็อ๋อเลยครับ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง เพื่อนผมมัน get เร็วว่าผมอีก

    รายงานข่าวโดย นายอิทธ์

  11. ไปดูมาสามรอบแล้วครับ

    ไม่เคยประทับใจหนังเรื่องไหนเท่าเรื่องนี้มาก่อน

    ดูแล้วก็มาอ่านกระทู้ในพันทิพ

    บางกระทู้อ่านไปก็น้ำตาไหลไป

    เรื่องนี้คงเป็นหนังที่อยู่ในใจไปอีกนาน

  12. ลืมบอกไป เราซื้อ ost.รักแห่งสยามมาด้วย ตอนนี้ก็เปิดฟังอยู่ สงสัยแผ่นจะพังก่อน ฟังอยู่นั่นแหละ ชอบเพลงเพียงเธอมากๆค่ะ บ้าคลั่งเลยค่ะ เหอะๆๆๆๆ

  13. เพิ่งดูวันนี้เองครับกับเพื่อนผู้ญอีกสองคนที่สยามพารากอน ผมมาเริ่มร้องไห้หนักสุดตอนสุนีย์กินไข่พะโล้นี่แหละครับ กินใจจริงๆ(แถมตัวเองก็กินกับข้าวเย็นๆบ่อยๆแต่ว่าข้าวยังร้อนอยู่นะ) ประทับใจมากๆครับ ดูแล้วออกมารู้สึกมีความสุขแบบครอบครัว ตอนนี้ผมกำลังชวนเพื่อนสมัยมัธยมไปดูอยู่ครับ และก็อาจจะไปดูเป็นรอบที่สามกับเพื่อนเกย์อีกคนด้วย ส่วนกับครอบครัวนั้นคงยังไม่ถึงเวลาเพราะผมยังไม่กล้าขนาดนั้น

  14. สวัสดีครับพี่วิทยา
    หลายกระทู้ หลายคอมเม้นท์ไม่ว่าเว็บไหน
    ก็ช่วยกันแตกประเด็นความคิดความเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
    วันนี้พี่วิทยาก็ให้น้ำหนักเกี่ยวกับ…….
    รูปแบบการสื่อสารของหนังก่อนหลังเข้าฉาย กับปฏิกริยาของคนดู

    ผมขออนุญาตโพสประเด็นอีกเรื่องน่ะครับ

    โต๊ง กับ มิว วัยเด็ก ครับ

    ไม่ค่อยมีใครได้พูดถึงสักเท่าไหร่น่ะครับ
    แต่ที่จะพูดถึงเพราะ
    น้องที่ทำงานเก่าโทรศัพท์มาคุยด้วยครับ
    เล่าให้ฟังว่าเพื่อนคนนึงของเค้ามึชีวิตวัยเด็ก คือ มิว
    อยู่กับอาม่า ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับพ่อแม่ แต่ก็ไม่ได้ถามน่ะครับ
    ว่าแยกกันอยู่ หรือท่านเสียชีวิต
    พอเริ่มหัวเลี้ยวหัวต่อ อาม่าก็ตายจากไปอีกคน
    ความเหงาของมิวเริ่มมาจากตอนนี้ครับ
    น้องนักแสดง เป็นมิว เป็นโต้งในวัยเด็ก
    ก็เล่นได้น่ารัก น่าชื่นชมมากทีเดียวครับ
    ไม่รู้ว่าน้อง 2 คนนั้น รู้รึเปล่าว่า ความรักระหว่างเพื่อนรัก
    ในวัยเด็กของเค้าทั้งสองคน ได้เติบโต ได้สร้างความรู้สึกให้กับผู้ชม
    โดยเฉพาะเกย์ ว่า เด็กๆ ชั้นก็เป็นอย่างนี้ เด็กๆ ชั้นเป็นแบบไหน
    พอโตเป็นวัยรุ่นจะเป็นความสัมพันธ์ ที่สร้างคอมเม้นท์ได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้

    เพื่อนคนนั้น วัยเค้าล่วงเลยมาจนอายุใกล้จะ 30 แล้วครับ
    แต่น้องของผมก็เล่าให้ฟังว่า เค้าก็ยังสับสนตัวเองครับ
    ว่าจะคบกับผู้ชายดีหรือผู้หญิงดี
    ซึ่งเราก็จะไปตอบหรือตัดสินใจแทนเค้าไม่ได้จริงมั๊ยครับ

    ผมว่าการ out ของแต่ละคนมันก็ยากที่จะพูดออกมานะครับ
    คนที่เป็น bisexual แท้ แต่ก็ต้องการหน้าตาทางสังคม
    ก็อาจเลือกที่จะไม่ out
    อีกสิบปีข้างหน้า ก็เป็นประเด็นที่พูดกันไม่จบครับ

    ^_^

    ปล.เป็นกองเชียร์หนัง นักแสดง ผู้กำกับ มะเดี่ยว ครับ
    จากเดี่ยว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s