ฮีธ เลดเจอร์…Forever

heath-pic_web.jpg

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ vitayamail@gmail.com หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันเสาร์-อาทิตย์ 19-20 ม.ค. 2008

รู้สึกเศร้าๆ มาตลอดสัปดาห์เลยล่ะครับ ตั้งแต่เขาคนนี้จากไป เขาเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ได้สนิท เขาเป็นคนที่ผมไม่ได้รู้จักส่วนตัว เป็นคนที่ผมไม่ได้คลั่งไคล้ความเป็นดารา ผมไม่ใช่แฟนคลับเอาซะเลย แต่กลับรู้สึกบูชากับสิ่งที่นายคนนี้คิด และสิ่งที่นายคนนี้ทำ

“ฮีธคลิฟฟ์ แอนดรูว์ เลดเจอร์” หนุ่มจากเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งที่ชาวออสซี่รู้สึกภาคภูมิใจ ใครที่ไปโด่งดังไกลถึงฮอลลีวู้ด ก็เหมือนสร้างชื่อเสียงให้คนในเมืองนั้น ประเทศนั้น เขาเหมือนฮีโร่คนหนึ่ง

ข่าวคราวการเสียชีวิตของเขาดังไปทั่วโลก ที่น่าสะเทือนใจมากอีกเรื่องก็คือ ครอบครัวของเขาที่เพิร์ธ รู้ข่าวนี้ทีหลัง และรู้มาจากสื่อมวลชน

คอลัมน์นี้ควรเกิดขึ้นสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพราะต้นฉบับปิดล่วงหน้าก่อนวันเขาเสียชีวิต ผมเลยต้องอดทนรอ รอที่จะเขียนถึงเขาอย่างอดใจไม่อยู่

ฮีธใช้ชีวิตบนความท้าทายเสมอ กับบทบาทการแสดงที่เขาเลือกอย่างถี่ถ้วน หนังบางเรื่องดัง บางเรื่องไม่เห็นเคยได้ยิน แต่ทุกๆ บทบาทที่เขาแสดง เขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ ได้ยินได้ฟังเรื่องของเขาแล้ว เหล่ามนุษย์สีรุ้งอย่างผมรู้สึกเหมือน…เหมือน.เรามีอะไรบางอย่างที่คล้ายๆ กัน

ฮีธจึงไม่ใช่แค่นักแสดงคนหนึ่งที่รับบทเกย์ แล้วดูหล่อน่ารัก หรือแสดงแล้วดูน่าสงสาร จนต้องยอมเทใจให้

สำหรับเขาแล้ว เขาเป็นคนสวนกระแสอย่างแท้จริง

ขณะที่โลกทั้งโลกตะโกนบอกเขาว่า นายต้องทำอย่างนี้สิ นายต้องทำอย่างนั้นสิ ฮีธกลับคิดว่า ฉันควรทำอะไร อย่างไร ในแบบของฉัน โดยไม่ต้องแคร์ว่า ใครจะคิดยังไง อย่างตอนที่เขาตัดสินใจรับบท “Ennis del Mar” ใน Brokeback Mountain (2005 ฉายบ้านเราเดือนกุมภาพันธ์ 2006) ผู้หลักผู้ใหญ่ คนใกล้ตัว รวมถึงนักวิจารณ์ พากันชี้ว่า เขาจะฆ่าตัวตายทางอาชีพการแสดง ในฐานะนักแสดงหนุ่มที่เพิ่งเริ่มมีชื่อเสียง เขาไม่ควรเสี่ยงแบบนั้น เขาลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่แล้ว เขาก็ฟังเสียงที่อยู่ภายใน

ความจริง เขาเคยรับบทนักปั่นจักรยานที่เป็นเกย์ในทีวีซีรี่ย์ของออสเตรเลียเรื่อง Sweat (1996) มาแล้ว เรื่องเกย์ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องน่ากลัว หรือเรื่องน่าตื่นเต้นชวนหวาดเสียวในชีวิตเขา

ฮีธให้สัมภาษณ์ด้วยว่า บทบาทคาวบอยทำนาทำไรขี่ม้า เลี้ยงสัตว์ และเป็นเกย์ใน Brokeback Mountain ที่เขาได้รับนั้น ท้าทายตัวเขาอย่างมาก และช่วงนั้น (2005-2006) เขามีหนังออกมาหลายๆ เรื่องติดกัน และเป็นช่วงชีวิตที่เขาบอกว่า มีความสุขที่ได้เจอบทดีๆ และบทหนึ่งในนั้นคือ เอนนิส เดล มาร์ ใน Brokeback Mountain นั่นเอง ที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จักนักแสดงหนุ่มคนนี้ มันไม่ใช่บทนักเล่านิทาน (Brothers Grimm -2005) ไม่ใช่บทคนติดยา (Candy- 2006) ไม่ใช่บทนักรักวิ่งเข้าวิ่งออกห้องนางชี (Casanova -2005) เขาแสดงเป็นเกย์เก็บกดและอดทน จนได้รับคำชมเลอเลิศมากมาย แต่เขาก็ยังเป็นนักแสดงติดดินเหมือนเดิม

“I understand people found it risky,” he acknowledges. “But I hate when they call it daring and brave. Fuck. Firefighters are daring and brave. I’m acting. I’m safe. I’m not wounded by this experience.” (ผมเข้าใจว่า ใครๆ ก็คิดว่า มันเสี่ยง แต่ผมไม่ชอบใจเลย เวลาที่ เขาบอกว่า มันเป็นบทที่ท้าทาย และเป็นสิ่งกล้าหาญที่ทำ ให้ตายสิ พนักงานดับเพลิงสิท้าทายและกล้าหาญ ผมแค่แสดงหนัง ผมไม่ได้เสี่ยงอะไร ไม่ได้เจ็บตัวอะไรกับสิ่งที่ทำ)

ในตอนนั้น ส่วนหนึ่งที่ฮีธ ตัดสินใจรับเล่นบทนี้ ก็เพราะญาติคนหนึ่งที่เขาสนิทมากเป็นเกย์ และเขาไม่รู้สึกอายที่จะบอกใครๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

เขาเล่าว่า “My uncle is gay.” สมัยก่อนนั้น ปู่ของฮีธซึ่งเป็นคนหัวโบราณ ไล่ลูกคนนี้ออกจากบ้านตอนอายุ 20 ปู่สงสัยมานานแล้ว และในที่สุดก็ถามตรงๆ พอได้รับความจริงตรงๆ สองอาทิตย์ให้หลัง ปู่ก็ประกาศตรงๆ ว่า “แกมันป่วย ฉันอยากให้แกไปโรงพยาบาลแล้วก็รักษาซะ ถ้าแกไม่ไป ฉันอยากให้แกไสหัวออกจากบ้านไปเลย”

คุณผู้อ่านลองคิดดู อนาคตของเด็กคนหนึ่งจะเป็นยังไง โดนไล่ออกจากบ้านเพราะเป็นเกย์? เรื่องนี้เป็นความลับของครอบครัว แต่น่าแปลก เกิดกับหลายครอบครัวทั่วโลก ฮีธมารู้ภายหลัง แต่มันกลับเป็นแรงบันดาลใจให้เขาตั้งใจทำงานกับบทบาทการแสดงเป็นเกย์

ตอนที่หนังเข้า เขายังให้สัมภาษณ์ อีกด้วยว่า เขาไม่สนใจหรอกว่า หากต่อไปนี้ จะไม่มีใครมาจ้างให้เขาแสดงหนัง เพียงเพราะเขารับบทเกย์ใน Brokeback Mountain

แต่คุณผู้อ่านก็รู้นี่ครับว่า คุณจะได้ดูหนังที่เขาเล่นอีกเรื่องปี 2008 นี้ ในบท Joker จาก Bat Man – The Dark Night และในหนังเรื่อง “I’m Not There” (เรื่องนี้ มีนักแสดงหกคนเล่นเป็น Bob Dylan เขาเป็นหนึ่งในนั้น)

คุณผู้อ่านครับ ตอนนี้ คุณเชื่อหรือยังว่า การที่ใครคนหนึ่งเลิกแอบ จะมีอิทธิพลต่อคนรอบข้างยังไง? และนี่คือ พลัง พลังที่มองไม่เห็น พลังที่ไม่ต้องอาศัยหยาดเหงื่อแรงงานออกไปเดินประท้วง พลังที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับตัวตนของตัวเอง การที่คุณเลิกแอบ คุณกำลังช่วยอีกหลายๆ ชีวิตให้หลุดพ้นจากพันธนาการอคติทางสังคมโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ผมยังรู้สึกเสียดายไม่หายที่ Brokeback Mountain ไม่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และฮีธชวดรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมไปเช่นกัน แต่ ณ บัดนี้ คุณคงมีดาราชายคนหนึ่งที่จะอยู่ในใจคุณ และเป็นคนที่คุณอาจจะรู้สึกมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เขาได้ทำ หลังจากที่รู้สึกเสียดายกับการจากไปก่อนวัยอันควรของเขา

ตอนที่เขียนส่งต้นฉบับนี้ ผมพยายามอ่านข่าวอยู่ทุกๆ วัน อยากจะว่า สรุปว่ายังไง เขาตายเพราะอะไร ผมภาวนาว่า อย่าให้เป็นการฆ่าตัวตาย หรือใช้สารเสพติดเกินขนาด หรือเขาติดยาอะไร ระหว่างนั้นเอง ผมอดนึกถึงเอนนิสขึ้นมา อีกไม่ได้

ในหนัง Brokeback Mountain แฟนของเขา “แจ็ค” จากไปอย่างกะทันหัน และยังคงเป็นปริศนาสำหรับเอนนิสอยู่ว่า แจ็คตายเพราะอะไรกันแน่? สำหรับฮีธ แล้ว ผมควรจะเลิกสนใจแล้วล่ะว่า เขาตายเพราะอะไร แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ต่างหากที่สำคัญ

-end-

ย้อนรอยไขความลับ Brokeback Mountain
ตกลง Jack ใน Brokeback Mountain ตายเพราะอะไร?
ผมจำได้ดีว่า คุณผู้ชมตั้งคำถามนี้กันเยอะ และเคยเฉลยกันไปแล้วหนหนึ่ง ขอเล่าอีกครั้งนะครับ คุณDiana Ossana ผู้ร่วมเขียนบทและโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่อง Brokeback Mountain โดนคำถามนี้จากนักข่าวบ่อยๆ จนในที่สุด เธอเฉลยว่า “คุณก็ลองคิดดูเอาสิว่า คนรักของคุณ อยู่ๆ มาตายจากไป คุณเพิ่งรู้ แถมคุณยังไม่รู้อีกว่า ตกลงเขาตายเพราะอะไรกันแน่ แล้วมันจะสะเทือนใจแค่ไหน?”

แล้ว Jack กับ Ennis เป็นเกย์ หรือไม่ พวกเขารักภรรยาหรือเปล่า?
สำหรับบทเอนนิส ฮีธ ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า Ennis ก็รู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่ที่พึงกระทำในฐานะสามี และเหมือนถูกกำหนดให้ทำ และไม่ใช่รักแท้ (With his wife, his love is slightly manufactured. It’s more traditional and it’s him conforming.)…แต่กับแจ็ค มันคือรักแท้ที่เต็มไปด้วยความเสน่หา (…His love for Jack is true in a passionate love…)

-end-

5 thoughts on “ฮีธ เลดเจอร์…Forever

  1. rip ตอนนี้ก็ยังงงๆ ว่าฮีธจากไปแล้วจริงๆเหรอ บอกตามตรงนะคะ เราชอบฮีธมากๆ ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นหนุ่มน้อยเลยล่ะค่ะ หลังการเสียชีวิต เราไล่อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เจค ซึมไปเลย ออกจากกองถ่ายที่เม็กซิโกตั้งแต่วันที่ฮีธเสียชีวิต เป็นใครก็ทำใจลำบากนะคะ เพื่อนสนิททั้งคน ส่วน มิเชล ก็ขอความเป็นส่วนตัว เพราะนักข่าวตามเหลือเกิน ตอนนี้ รอดูแบทแมนค่ะ ฮีธรับบทเป็นโจ๊กเกอร์ หลอนได้ใจจริงๆ

  2. ชอบ บ๊อกแบ่คเมาเท่น มากค่ะ
    ดีนะ ที่ไม่ได้ดูในโรง
    ดู ฉบับที่ได้มาจาก ไซเบอร์สเปซ ค่ะ ดูที่บ้าน
    ก็ยังอินขนาดนี้

    ดูในโรง มีหนัง จุกอก ตายค่ะ

    ดาราในดวงใจ
    หนังในดวงใจคะ

  3. ผมไม่เคยดูหนังที่ Heath Ledger เล่นมาก่อนนะ
    แต่แค่มาเจอ Brokeback Mountain เรื่องเดียวเล่นเอาจุกไปเลยครับ

    เสียดายเช่นกันครับ ที่ Brokeback Mountain ไม่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และฮีธก็ชวดรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม
    ทั้งที่ เป็นปีที่ลุ้นมากๆ
    เพราะโดยความคิดผม หนังเรื่องนี้เหมาะสมกับรางวัลหลักๆที่ได้เข้าชิงแทบจะทุกรางวัล

    นี่เป็นหนังในดวงใจ ที่จำได้เกือบทุกอย่าง ทั้งที่ก็ได้ดูเพียง 2 -3 รอบ

    ส่วนที่ถามว่า แจ๊ค ตายเพราะอะไร
    ผมเคยอ่านเรื่องสั้นต้นฉบับ ที่คุณแอนนี่ พรูลซ์เขียน
    ในเรื่องเอง ก็เอ่ยถึงอย่างคลุมเครือ คล้ายๆในหนังนั่นแหละ

    ภาพในหนังที่แจ๊คโดนทำร้าย อาจจะเป็นเพียงความคิดของเอนนิส
    เพราะภาพทำนองนั้น เป็นจินตนาการที่ฝังแน่นอยู่ในใจเขาตลอดมาตั้งแต่เด็ก …
    มันเป็นภาพ”ความกลัว”ที่ในที่สุด ก็ชัดเจนขึ้นมาจริงๆ

    สำหรับผม มันเป็นการสื่อสารเกี่ยวกับ”ความกลัว” โดยกลวิธีของบทภาพยนตร์ และ ภาพ ที่เนียนมากๆ เพราะมันทำให้เราตั้งคำถาม และ อดไม่ได้ ที่จะตรวจสอบตัวเอง

    อย่างที่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า – ไม่มีอะไรน่ากลัว เท่ากับ”ความกลัว” นั่นเอง !

    หลับให้สบายนะ Heath
    ในที่สุด Ennis del Mar ก็ได้ไปเจอกับ Jack Twist ซะที !

  4. พูดถึง Brokeback Mountain

    อีกประเด็นที่จำได้ว่าตลกดี คือ ผมเคยเจอบล็อกที่เขาเล่าเรื่องที่มีคนเถียงกัน ว่า เอนนิสกับแจ๊ค เป็นเกย์ หรือ ไบ ?
    แล้วตกลง Brokeback Mountain เป็น Gay Movie หรือ Bi – Cowboy กันแน่ ?

    (อันนี้ ลิงค์ไปถึงบทความก่อนหน้าของคุณวิทยาได้พอดีเลยเช่นกัน)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s