25 ปีที่เรารักกัน

twomen1.jpg

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ vitayamail@gmail.com หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันเสาร์-อาทิตย์ 16 -17 ก.พ. 2008

“ตอนแรกๆ พี่ปีเตอร์ เค้ามีแฟนเป็นผู้หญิง แต่พี่ไม่ได้แย่งมานะ เค้าเป็นแฟนกันเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรกัน ความรู้สึกของเขาก็คือ ผู้หญิง มันไม่ใช่ไง!” พี่ปุ๋ยเริ่มเล่าให้ผมกับเพื่อนอีกสองคนฟังผ่านรายการวิทยุในค่ำวันหนึ่ง

ต้องบอกคุณผู้อ่านเลยล่ะครับว่า เป็นบทสัมภาษณ์ที่สนุกมากๆ ทั้งสองคนสลับกันเล่าเรื่อง เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งทุกข์ สุข ก็เรื่องเดียวกันแหละ แต่คนละเวอร์ชั่น!

เริ่มเปิดรายการสัมภาษณ์ พี่ปุ๋ยยึดหูโทรศัพท์มาก่อน

พี่ปุ๋ยกับพี่ปีเตอร์ อายุสี่สิบกว่าๆ ทั้งสองรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กัน อย่างไม่น่าเชื่อ พบกันที่ “โรม” ไม่ใช่กรุงโรมนะครับ สมัยก่อนโน้น โรมเป็นสถานที่เที่ยวชั้นนำ เหล่าไฮโซ และนักเรียนนอกชอบไปกัน อยู่สีลมซอยสี่ ปัจจุบัน เปลี่ยนเจ้าของ เปลี่ยนชื่อไปแล้วหลายรอบ โรมเลยกลายเป็นตำนาน

พอพบกัน ก็ปิ๊งกัน แต่พี่ปุ๋ย ก็ยืนยันว่า ยังไม่ได้ “ได้” กันในทันทีทันใด

“ไม่ใช่สายฟ้าแลบนะ คนเราคิดจะคบกัน ก็ต้องคุยกัน ศึกษากันนิดหนึ่ง ถึงเราจะไม่ได้เป็นผู้หญิง-ผู้ชาย ทำอะไรง่ายๆ กันไป อะไรๆ ก็จะง่ายๆ ไปซะหมด”

ผมนึกถึงนางเอกแสนดีคนหนึ่ง เหมือนผ้าที่พับไว้ และมีคุณแม่เพาะบ่มนิสัยให้เป็นกุลสตรี อ้อ ใช่แม่พลอยหรือเปล่า?

พอคบหากันไปสักพัก “แม่พลอย” ของเราก็สนิทกับเพื่อนของอีกฝ่าย และเพื่อนทั้งสองฝ่ายก็เริ่มรู้ว่า ผู้ชายสองคนนี้เป็นแฟนกัน

“เราไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ไปเป็นคู่ จนได้ฉายาว่า คู่แฝดมหัศจรรย์ คือ หน้าตา บุคลิกจะคล้ายๆ กัน ดื่มก็คล้ายกัน ชอบเที่ยวก็คล้ายกัน เทสต์ก็คล้ายกัน เพื่อนฝูงก็สังเกตว่า ทำไมคนนี้มาด้วยกันบ่อยๆ เพื่อนๆ เค้าก็ยอมรับ เค้าเลยบอกว่า คนนี้แหละคือแฟน” พี่ปุ๋ยพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจยิ่ง

แต่เราก็ไม่ได้ถามว่า แล้วตกลง ไปได้กันตอนไหนเล่า ถึงแม้อยากจะรู้มาก เอาเป็นว่า ทั้งสองคบหา และศึกษากันและกัน จนเวลาผ่านไปหนึ่งปี พี่ปุ๋ยจึงรู้สึกจริงๆ แล้วว่า รักคนๆ นี้แล้วล่ะ

หากคุณผู้อ่านคิดว่า สมัยนั้น คนเราคบกันได้ยาวนานกว่าสมัยนี้ อาจเป็นเพราะตัวเลือกมีน้อย พี่ปุ๋ยบอกว่า ไม่จริงเลย เพราะสมัยนั้นมีเกย์เยอะแยะ เป็นตัวเลือกเช่นกัน

“25 ปีก่อนโน้น ไม่น้อยนะ เดินสยามกันให้ควั่กเลย วินาทีนึงก็ต้องเจอ! ถ้าใครบอกว่า ประเทศไทยมีเกย์น้อย ไม่เชื่อ มีเยอะมาก”

ผมก็ว่า จะมาพูดว่า สมัยนี้ ทำไม่มีเกย์เยอะจัง ก็คงไม่ถูกล่ะครับ

แรกๆ พี่ปุ๋ยก็ไม่รู้หรอกว่า พี่ปีเตอร์เป็นคนเจ้าชู้ “มากกกกกกกกกกก” พี่ปุ๋ยลากเสียงยาวผ่านมาทางโทรศํพท์ ตอนให้สัมภาษณ์

“ตอนแรกไม่รู้ พอตอนสาม ตอนสี่ ตอนห้า เจอกัน ก็ค่อยๆ ศึกษากัน คนเรา เวลาไปเที่ยวสีลม ก็ต้องดูบุคลิกเค้าสิว่า เค้าเป็นคนยังไง ดูสายตาเค้า เป็นคนยังไง ก็ต้องรู้”

เรื่องนี้เองที่ทำให้ทั้งสองรู้สึกแตกต่างกัน พี่ปีเตอร์เป็นคนมีเสน่ห์ ใครๆ ก็อยากเข้าหา ส่วนพี่ปุ๋ย ก็ขี้หึง และหวงคนของเขาตลอดเวลา พี่ปุ๋ยเล่าว่า ต้องใช้ความอดทนมากมายมหาศาล เพื่อจะยอมรับ “สิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งเป็น”

“ใช้เวลาเป็นสิบๆ ปีเลยนะ ใช้เวลามาก ต้องมีความอดทนสูงมากๆ จนเค้าเกรงใจเรา เพราะเราไม่ได้คิดจะคบกันแป๊บๆ ถ้าเราคิดจะเป็นแฟน ก็ต้องศึกษาเรียนรู้ ยอมรับข้อแตกต่าง เค้าได้มั๊ย รับได้แค่ไหน เราไปเปลี่ยนตัวเค้า ปุ๊บปั๊บ ก็เป็นไปไม่ได้”

แล้วเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตทั้งสองก็เกิดขึ้น เมื่อความสัมพันธ์สั่นคลอน หลังจากคบหา ฝ่าฟัน และอดทนกันและกันมา 17-18 ปี พี่ปีเตอร์ ก็เริ่มตีตัวออกห่าง เพราะไปพบผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ถูกใจและมีพี่ปุ๋ยเรียกคนๆ นั้นว่า นางยั่ว

“คือคนนี้น่ะ นางยั่วบวกนางร้ายเลยล่ะ บุคลิกภายนอก ก็ดูเป็นผู้ชายทุกอย่าง แต่พอกินเหล้าเข้าไป แก้วที่สาม รู้แล้ว คนนี้ยั่วแล้ว พอดีตัวเองเป็นคนช่างสังเกต ต้องจำให้ได้ว่า คนๆ นี้ เป็นใคร ยังไง ตอนนั้น เราย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วด้วย คือ พี่ปีเตอร์ โดยธรรมชาติของเขาเป็นคนเจ้าชู้ พอได้เจอคนนี้ ก็ผลีผลาม ทำเป็นรักกันปานใจจะจาด ส่วนนางร้าย ก็ใช้มารยาสุดชีวิต แต่ในที่สุด ก็นางร้ายก็เห็นความดี เห็นว่า เรารักกันจริงๆ ตัวนางร้ายเอง ก็เป็นฝ่ายเข้ามาดีด้วย”

นี่เป็นเวอร์ชั่นของพี่ปุ๋ยนะครับ สักพัก ตอนให้สัมภาษณ์อยู่ จู่ๆ พี่ปีเตอร์ก็โผล่มาแทน แล้วเอาหูโทรศัพท์ไปพูด

“ตอนนั้น พี่ปุ๋ย เค้าจ้างนักสืบน่ะครับ”

พวกเราอดขำกร๊ากใหญ่ไม่ได้ ตกลงไม่ใช่แม่พลอยแล้ว ใช่มั๊ย?

เรื่องของเรื่องก็คือ “พี่ปุ๋ยเธอ ก็จ้างนักสืบ เรื่องนี้เพื่อนสนิทจะทราบ ตอนนี้กลายเป็นเรื่องโจ๊กไปแล้ว นักสืบก็ไปสืบว่า ผมอยู่ตรงไหน บ้านคนนั้นอยู่ตรงไหน คือ ต้องบอกว่า ตอนนั้นได้หนีไป (อยู่กับผู้ชายคนนี้) แต่นักสืบก็ไม่ถึงขนาดถ่ายรูปไว้ แต่นักสืบรู้ว่า เวลานี้ ผมอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ ไม่รู้ตัวเลยว่า โดนตามอยู่”

ต้องเรียกว่า กำลังหลงระเริงล่ะครับท่านผู้อ่าน ถึงแม้จะรู้จักกับมือที่สามมาแค่สองเดือน พี่ปีเตอร์ ก็แทบจะย้ายข้าวของไปอยู่กับคนใหม่แล้ว

“แล้วพี่ปุ๋ยก็ปรากฏกายเลยแถวนั้น โทรศัพท์เข้ามา ผมคิดว่า เค้าพูดเล่น นึกว่า เค้าอำเรา พอเค้าบอกที่อยู่ บอกซอย ก็รู้ตัวแล้วว่า ไม่ใช่แล้ว ตอนนั้นอยู่ในห้องนอน นอนดูทีวี ก็ไม่อยากออกไป เพราะรู้ว่า ต้องเป็นเรื่องใหญ่ คงไม่ดีแน่ เดี๋ยวมีเรื่องกัน ตอนนั้นก็ตกใจ ไม่คิดว่า เค้าจะเป็นถึงขนาดนี้”

พอพี่ปุ๋ยโดนปฏิเสธไม่ให้พบ วินาทีนั้น พี่ปุ๋ยเล่าว่า (น่าจะเป็นเรื่องจริง)

“ชีวิตนางเอกอ่ะนะ ตอนนั้น ก็เข้าใจ แต่เราก็โกรธแล้ว ต้องเลิกกันแล้ว ตอนนั้น เลยตัดใจออกไปเลย ไม่เสียดายเงินค่าจ้างนักสืบหรอก เราอยากจะรู้ ยอมเท่าไหร่ ก็ยอมเสีย”

แล้วพี่ปุ๋ยก็บอกตัวเองว่า ต้องเลิกกับคนๆ นี้ “พ่อแม่ ก็เข้าใจอยู่แล้วว่า เราอยู่ด้วยกัน เราเสียใจ เราก็บอกเค้า มันเกิดเรื่องนี้ได้”

ในที่สุด ก็มีเหตุการณ์ให้พี่ปุ๋ย กับพี่ปีเตอร์ มาคุยกันอีกจนได้ นอกจากพี่ปุ๋ยจะเคย “เข้าหาผู้ใหญ่แล้ว” คือ ทั้งสองครอบครัวรู้จักกัน รู้ว่าลูกชายเป็นแฟนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ พี่ปุ๋ยเล่าว่า ตอนนั้นพี่ปีเตอร์เปลี่ยนงาน งานใหม่ก็หนักหนาสาหัส เป็นบริษัทบริหารแบบครอบครัว สิ่งที่ได้ก็ไม่คุ้ม พี่ปุ๋ยก็ให้กำลังใจ และบอกให้กลับไปทำงานที่เดิมจะดีกว่า แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่ปุ๋ยยังคอยเป็นห่วง และเป็นที่พึ่งทางใจให้ (กลับมาเป็นนางเอกอีกครั้ง)

ทั้งสองเลยได้คบหากันต่อมา บทสัมภาษณ์ยังไม่จบหรอกครับ แต่เราหมดเวลาเสียก่อน แต่ก่อนจะจบรายการ พี่ปุ๋ยอดไม่ได้ที่แสดงทัศนะการใช้ชีวิตคู่ที่น่าฟังทีเดียว

“ชาวเกย์หรืออะไรก็แล้วแต่ ในเมื่อเรารักกัน เราเข้าใจกัน ตอนนั้น ก็ยอมรับเลยว่า ตัวเองเป็นคนขี้หึง รักเดียวใจเดียว บอกว่า ชั้นจะไม่ยุ่งกับใคร ชั้นจะมีเธอคนเดียว เสร็จปุ๊บมาตอนหลัง เรามีความรู้สึกว่า เราปลง เราเลิกหึงหวงได้ เราเลิกตอแยกับเค้าได้ เราเลิกหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่เรา คาดหวังในตัวเขา บางทีเค้าอยากใช้ชีวิตเค้า เราก็อยากใช้ชีวิตเรา บางทีเราไปตั้งกฎเกณฑ์ปุ๊บ มันก็ไม่ได้ ตอนนี้ มีความสุขมากที่เราไม่ต้องไปหึงหวงเค้า ไม่ต้องไปตอแย เค้าก็เป็นห่วงเราเอง
มันกลับกลายเป็นผลดีกับตัวเรา ซึ่งต่อไปนี้ เราไม่ต้องเป็นห่วงเค้าเลย เค้าเป็นห่วงเราเองต่างหาก”

วาเลนไทน์ที่ผ่านมา คุณมีใครคอยเป็นห่วงบ้างหรือยัง?

-end-

5 thoughts on “25 ปีที่เรารักกัน

  1. นานจัง 25 ปีแน่ะ เป็นคู่ที่สุดยอดมากๆ อยู่ด้วยกันนานเท่าอายุเราเลย ตอนนี้ขอไปเปิดฟังคลิปสัมภาษณ์ก่อน แล้วจะเมล์ไปเม้าท์นะคะ

  2. นานเน๊อะ กับการรอคอยใครคนตั้ง 25 ปี (แล้วจะมีคนดีๆ ผ่านมาให้คบบ้างมั๊ยเนี่ย)

    วาเลนไทน์ที่ผ่านมานี้เหรอพี่วิทย์ ??
    ไม่มีใครเลยอ่ะ
    อยู่กับตัวเอง อยู่กับเพื่อนๆ

    Sad เจงๆ เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s