เซ็กซ์ไวๆ เสียวนิดๆ คุยนานๆ

ricardo.jpg

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ vitayamail@gmail.com หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันเสาร์-อาทิตย์ 23- 24 ก.พ. 2008

สองอาทิตย์กว่าที่ผ่านมา ผมอยากรู้มากว่า คนบนโลกไซเบอร์ ไปถึงไหนกันแล้ว ยิ่งในช่วงวาเลนไทน์ จะมีคน “หื่น” มากมั๊ย จะมีคน “โหย” (หาความรัก) แค่ไหน แล้วจะมีใครอยากจะคุยกับผมหรือเปล่า? ผมก็เลยเสวนากับคนไปทั่วด้วยจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ต่างๆ กัน

หมดภารกิจประจำวัน ผมก็ออนไลน์ “แอด” คนโน้น คนนี้จากข้อความสารพัดรูปแบบที่โพสต์ตามเว็บต่างๆ ด้วยระบบแชทผ่าน เอ็มเอสเอ็น เครื่องมือสื่อสารแห่งยุค ที่ช่วยทำให้คนเราประหยัดเวลาได้อย่างเหลือเชื่อ ถ้าต้องการหา “อะไร” บางอย่าง ใครคือใคร อยากรู้จักคนไหน ก็ถามไปเลย ชอบอะไร อย่างไหน อยากทำเมื่อไหร่ ถามๆ ไป มันช่างรวดเร็ว ฉาบฉวย และตื่นเต้นดีแท้

“อย นน สส” และคำว่า “แบบไหน” โผล่มาแล้ว ผมพิมพ์ตอบพวกเขาไปบ่อยครั้งจนเริ่มเมื่อยมือ

ผมพบว่ามีข้อความหาเซ็กซ์แบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมอ้อมแอ้ม ขณะเดียวกัน บางคนก็ใช้คำพูดว่า “เหงา หาเพื่อนคุย” หรือ “หาแฟน หาคนจริงใจ” คนที่ผมขอแอดไป เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก็แอดกลับมาอย่างเร็ว…คนเหงาบนโลกไซเบอร์ แล้วผมล่ะ คนแบบไหน?

ผมว่า คนท่อง MSN จะรู้ว่า มันเป็นการสื่อสารที่ต่างจากการไปเที่ยวซาวน่าก็ตรงที่ ในซาวน่า คนเที่ยวไม่ต้องไต่ถามวัตถุประสงค์กัน เพราะใครๆ ก็แวะมาเพื่อ “ระบายออก” กันทั้งนั้น คงไม่มีใครคิดว่า จะได้ “แฟน” จากซาวน่าหรอก แต่ในโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการเซ็กซ์ ในนั้นจึงมีความแตกต่างหลากหลายในความต้องการอย่างน่าทึ่ง

แล้วผมก็ค่อยๆ ทำตัวให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ MSN กับการเสาะแสวงหาที่ไม่มีสิ้นสุดและเหลือล้น ผมอยากรับรู้อารมณ์นั้นๆ ผมอยากจะเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเป็น และทำ

หลังจากผมตอบ “กร” ไปว่า “อย นน สส” และ “แบบไหน” เขาก็ขอให้ผมเปิดรูปให้เขาดู ผมไม่ลังเลเลยสักนิด เพราะกรไม่ใช่คนแรกที่พูดแบบนั้น ผมต้องพร้อมที่จะเสี่ยง ถ้าอยากจะค้นหา

“หุ่นฟิตดีนะครับ” คือคำตอบที่พิมพ์กลับมา ผมตอบกลับไปว่า “ไม่หรอกครับ รูปมันหลอกตาน่ะ” แล้วผมก็ขอให้เขาส่งรูปให้ดูมั่งต่างตอบแทน ผมคะยั้นคะยอเขาเหมือนเด็กอยากเปิดถุงขนม

“แล้วผมจะได้รู้ว่า คนที่คุยด้วยหน้าตาเป็นยังไง น่ารักเปล่า” ผมหยอกเขาไป เขาอายุน้อยกว่าผมสักสามสี่ปี ดูเป็นคนสุภาพ และคุยสนุก ทำให้ผมเพลินไปพักหนึ่ง ผมชักจะชอบอารมณ์ขันของเขาเข้าแล้ว เราเลยคุยกันอีกสองสามครั้งถัดมาเวลาออนไลน์ แต่เขาก็ยังไม่ให้ผมดูรูปอยู่ดี เขาบอกว่า ถ้าอยากเจอ ให้นัดกันไปเลย ผมจะ “ไม่ผิดหวังในตัวเขา” แล้วเขาให้เบอร์ผมมา

ความอยากรู้ของผมทำให้ผมแลกเบอร์กับเค้า แล้วเค้าก็โทรมา น้ำเสียงของเขาน่าฟัง และมีหลายครั้งที่เขาเสนอแนะว่า เราควรจะเจอกันซะที และมีอะไรกันได้แล้ว …ถ้าผมต้องการ ผมไม่มีเวลานัดตรงกับเวลาว่างของเขา เราคุยกันไปเรื่อยๆ เรื่องตลกบ้าง จีบๆ กันเล่นๆ บ้าง ยิ่งทำให้ความอยากรู้ผมทวีคูณ เขาเป็นใครกันแน่?

ผมยังคุยกับคนอื่นๆ อีกเยอะ และด้วยความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นจนพีคสุดๆ ในเย็นวันหนึ่ง ผมขอแอดคนที่ประกาศว่า “ไม่ได้หาแฟน อยากมากตอนนี้”

หลังจากที่เขา “แอด” ผมมา ผมก็เห็นรูปของเขาแทบจะทันที “ขจร” เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผมบอกรายละเอียดส่วนตัวแบบเดิมๆ ตามมาตรฐานการแชท ผมว่า ผมน่าจะพิมพ์ตัวเลข อายุ ส่วนสูง และน้ำหนัก บนรูปซะเลย จะได้ไม่ต้องพิมพ์บ่อยๆ หรือไม่ก็ใส่ไว้ตรงชื่อหน้าจอเลย ให้ตายสิ

แต่นั่น…จะทำให้ผมดู “หื่น” เกินกว่าเขามั๊ย?

แล้วผมก็เห็นหนุ่มหน้าไทยๆ คนที่บอกว่า “อยากมาก” เขามีกล้องซะด้วย ในกล้องที่เขาเปิดขึ้นในเวลาต่อมา เขาน่ารักกว่าในรูปที่โชว์ก่อนหน้าหลายสิบเท่า ริมฝีปากของเขา…น่าจูบที่สุด

พอจับจังหวะและอารมณ์ในการสนทนาแล้ว ผมรู้ตัวว่า ถ้าผมเชื่องช้า เขาจะหายไปในทันที เพราะอารมร์ “หื่น” ของเขากำลังเต็มพิกัดจวนทะลัก และไม่ก็ปิดบังว่า เขาหื่นมากๆ ตอนนี้ ผมเลยจูนอาการหื่นของผมขึ้นไปอีก เพื่อให้เขาตัดสินใจ และแล้ว เพียงในเวลา 15 นาที นับจากที่เราคุยกัน ผมก็ได้เบอร์ และโทรไปหาเขา และในอีก 30 นาทีต่อมา เราก็ได้เจอกันในตอนเย็นของวันนั้น เขาพกเจล “KY” มาด้วยหนึ่งหลอดในกระเป๋ากางเกงยีนส์ มันถูกใช้ไปบ้างแล้ว ดูจากรอยยับย่น แต่เขาไม่ได้พกถุงยาง

“เดี๋ยวผมต้องไปธุระต่อนะครับ” เขาบอกผมเป็นนัยๆ ว่า เขากำลังรีบ และไม่อยากรอ

ผมมองดูร่างกายของเขา ผมอยากกลับไปวัยรุ่นจัง และมีหุ่นแบบเขา และซ่าส์เหมือนเขา?

ถึงช่วงวันหยุดประจำสัปดาห์แล้ว ผมเพิ่มจำนวนคนคุยได้มากกว่าเดิมอย่างเหลือเชื่อ จำนวนที่ยังคุย และจำนวนคนที่ผม block ปิดตาย ไม่คุยแล้ว ก็เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ นั่นสิ ใครว่า เกย์มีน้อย ไม่นานแล้วผมก็ได้เจอ “คิก” ในตอนสายๆ มันบังเอิญมาก เขาอยู่ใกล้ๆ กับผมตรงนี้เอง หนุ่มวัยสามสิบต้นๆ คุยแบบอายๆ ดูเขาจะสนใจผมมาก และผมก็รู้ว่า จะทำยังไงให้เขาอยากเจอผม ในที่สุด เขาก็บอกผมว่า

“งั้น ผมขอไปนั่งคุยได้มั๊ย”

เขาโผล่มาช้ามาก จนผมเริ่มหมดความอดทนและอยากไปนอนต่อสักงีบ ในที่สุด เขามือถือผมก็ดัง และได้ยินคำว่า ผมมาถึงแล้วนะ

ครั้งแรกที่ผมเห็นตัวจริงของเขา เขาต่างจากในรูปไปหลายขุม บนศีรษะของเขา บางกว่าที่เห็น ใช่สิ ก็ในรูป เขาสวมหมวกตลอดนี่นะ แต่หุ่นของเขาสิครับ มันเฟิร์ม และ“ไร้ไขมัน” ทุกอณู เขามีไรขนเข้มๆ โผล่มาจากคอเสื้อ มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ผมอยากจะเห็นยิ่งไปกว่านั้น

แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ตัวจริงของเขา เหมือนกับสิ่งที่แสดงบนเน็ต เขาเป็นหนุ่มขี้อายของจริง ผมชอบคนขี้อายอยู่เป็นทุนเดิม มือเขาเย็นจนบอกไม่ถูก เขาดูหงาดๆ เวลาผมเข้าใกล้ แล้วเหตุการณ์ต่อมาก็คือ เขาไม่ได้แค่นั่งคุยกับผม

“เจ็ง” เป็นหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับผม ผมเจอเค้าออนไลน์ในเย็นวันหนึ่ง เขาบอกว่า ผมเป็นหนุ่มเข้มนะ เราใช้เวลาพิมพ์ข้อความล้อเล่นกันอย่างขำๆ นานพักใหญ่ ผมเกิดความรู้สึกดีๆ บางอย่างอย่างช่วยไม่ได้ เขาดูเหมือนเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่มีลูกเล่น หรืออ้อมค้อม ผมบอกให้เขาโชว์รูปให้ดู เขาปฏิเสธทุกครั้ง และผมก็เลิกตื้อ

เขาเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนตัวเล็ก แต่ “ของใหญ่” เขาไม่ได้บอกผมเพื่อให้ผมไปหาเขา หรือเขาอยากจะมาหาผม เขาแค่บอกว่า มันทำให้เขาสับสน เพราะหลายๆ คนอยากให้เขารุก แต่เขาไม่ชอบแบบนั้น และเพราะเขาเป็นตัวเล็ก บางคนก็เลยอยากให้เขารับ แต่เขาอยากนอนกอดกันมากกว่า หรือมีอะไรเพียงภายนอก ก็แค่นั้น เรายังคุยเล่นไปเรื่อยๆ ผมเจอเขาบนเน็ตวันเว้นวัน วันหลังๆ เขาเรียกผมว่า “ที่รัก” แต่เขาไม่คิดอยากจะมีอะไรกับผม แต่ผมกลับผมรู้สึกดีเหลือล้น เวลาเขาพิมพ์คำนั้น มันอบอุ่นแบบแปลกๆ ยามที่อยู่คนเดียว

หรือผมกลายเป็นคนเหงาในโลกไซเบอร์ไปแล้ว?

“กร” หนุ่มออนไลน์คนแรกที่ผมไม่เคยเห็นหน้า โทรมาหาผมในเย็นวันหนึ่ง เขากระตือรือร้นกว่าเดิมที่จะเจอผมให้ได้ ผมยังคงทำงานไม่เป็นเวลาในช่วงอาทิตย์นั้น และแล้ว เขาก็บอกอย่างเด็ดขาดว่า จะให้ผมไปเจอมั๊ย ผมรู้สึกถึงความอดทนของเขาที่เขารอ “ก็ได้ครับ” ผมบอกอย่างไม่ค่อยมั่นใจ หน้าตา ก็ไม่เคยเห็น จะให้ไปเจอ…

แล้วเขาก็ปรากฏกายขึ้นมาในวันหนึ่ง ผมรู้สึกตกใจไม่น้อย เขาเป็นหนุ่มร่างท้วม ตัวเตี้ย ตัดผมสั้นเกรียน ผมพยายามมองหาเสน่ห์จากรูปลักษณ์ของเขา แต่ไม่พบอะไรเลย แต่ผมก็ไม่อยากให้เขารู้สึกเสียใจ เลยซ่อนผิดหวังเอาไว้

ไหนบอกว่า… ถ้าได้เจอเขา แล้วจะ “ไม่ผิดหวัง” เขาเคยบอกทางโทรศัพท์หนหนึ่ง ผมไม่ได้บอกเขาออกไปหรอกครับว่าผมรู้สึกยังไงตอนนี้ ผมเองสิ อดรู้สึกไม่ได้ว่าโดนหลอก แต่ก็อดขำไม่ได้นะครับ เรื่องแบบนี้ ผมก็รู้อยู่แก่ใจว่า มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว กับคนที่เราไม่เคยเห็นหน้า แต่พูดจาถูกคอกันดี และมีความหวังบางอย่าง

เขากำลังนั่งอยู่ข้างๆ ผมตอนนี้ เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แล้วเขาก็เข้ามาใกล้ผมมากขึ้น แขนของเราชนกัน เขามองผมนิดหนึ่ง แล้วค่อยๆ ซบใบหน้าอ้วนๆ ของเขาลงบนต้นแขนผม มือของเขาค่อยๆ เข้าอ้อมมาสวมกอดผมไว้ มันแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาก็เริ่มลูบไล้แขนของผม เลาะเรื่อยมาตรงหน้าอกของผมช้าๆ มันไม่ได้ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มแต่อย่างใด ผมไม่ขัดขืนอะไร และในทันใด เขาก็ประทับรอยจูบลงบนแก้มผมอย่างเร็วๆ แล้วผุดลุกยืนขึ้น ผมจ้องหน้าเขา

“ขอบคุณนะครับ” เขาพูด ยิ้มน้อยๆ

ก่อนเราจะลาจากกันเพราะดึกมากแล้วหลังจากคุยกันพักใหญ่ ผมสวดกอดเขาไว้ทีหนึ่ง ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยวเหงาผ่านจากสัมผัสของคนๆ นี้ มันส่งมีกระแสความหมายบางอย่างที่คนเราเข้าถึงกันได้

วันนั้น ผมอยากจะบอกเขาแค่ว่า ไม่ต้องคิดอะไรมากนะ แล้วมันก็จะผ่านไป

-end-

12 thoughts on “เซ็กซ์ไวๆ เสียวนิดๆ คุยนานๆ

  1. เซ็กส์ในโลกไซเบอร์เหรอคะ เหอะๆ บอกตามตรง เราไม่เข้าโปรแกรมแชตเลย ความรู้เรื่องนี้น้อยมาก แม้จะรู้มาบ้างก็เถอะว่าบางคนมีเซ็กส์กันหลังจากรู้จักผ่านคอม night stand ความสัมพันธ์คืนเดียว มีอะไรกันแล้ว
    ก็ทางใครทางมัน

  2. ต้าก็เคยเป็นคนเหงาในโลก cyber นะครับ

    แอ๊ดคน และรับแอ๊ดคน นับร้อยนับพัน คำถามที่เจอก็ อย สส นน แบบไหน
    เคยไปเจอกันบ้าง และ ก็เกือบเคยมีอะไรกัน โชคดีที่ อดใจตัวเองไว้ได้

    แต่พอมานั่งนึกๆ ก็รู้สึกว่าเราจะทนนั่งเหงาในโลก cyber ไปทำไม เรายังมีอะไรอีกมากมายให้คิดให้ทำ เราจะหมกมุ่นกับความเหงาทำไม

    ต้าว่าถ้าเราปล่อยให้ความเหงามันมาเกาะกุมเรา เราก็จะจมไปอยู่กับมัน หลงวนเวียนอยู่แต่ตรงนั้น เฝ้าหาไปเรื่อยๆ ต้าเลยตัดสินใจ เลิกเล่นเน็ต
    delete ทุกคนใน list ซึ่งเสียเวลานานมาก เก็บไว้เฉพาะเพื่อนเท่านั้น

    และก็เริ่มรู้สึกว่า ตัวเองมีความสุขมากกว่าเดิมเยอะเลย ดีกว่าต้องมานั่งทนเหงาหน้าคอม และรอคอยสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง

    ความเหงา นี่มัน เ อี้ ย เจงๆ (ยกมาจากหนังเรื่องหนึ่ง คริๆ)

  3. พี่วิทยาว่า คนเราต้องผ่านประสบการณ์อะไรบางอย่าง
    ถึงฉลาดรู้อย่างแท้จริง บางเรื่องมัน imagine อะไรเอง
    ไม่ได้ และเราจะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เหมาะที่สุดกับตัวเรา
    สิงที่เราได้รับกลับมาคือ ข้อมูล ความรู้สึก อารมณ์
    และความคิด ในที่สุด เราจะเข้าใจตัวเอง และคนอื่น
    มากขึ้นว่า ทำไมเค้าถึงมีพฤติกรรมนั้นๆ

    ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาคอมเม้นท์ครับ

  4. สะดุด เข้ากับคำวา “เซ็กส์ไวๆ”
    …ทำให้นึกถึง อาหารจานด่วน หรือ fastfood หรือบางที ก็เรียกว่า อาหารแดกด่วน

    เซ็กส์ไวๆ ต่อไปในอนาคตหากไม่ผิดกฏหมาย และไม่ผิดศีลธรรม คงมีคนคิดค้น ธรุกิจ “โรงรับชำเราบุรุษและสตรีแบบเร่งด่วน” (ทุกวันนี้มันยังผิดกฏหมายหมาย) มีให้เราเลือกซื้อ เหมือนเดินเข้าไปซื้ออาหารฟาสต์ฟูด

    สงสัยหัวใจยิ่งนัก
    เหงา กับ เสี้ยน มันต่างกันตรงไหน

    อยากมีความรัก อยากมีความอบอุ่น โดยใช้เซ็กส์เป็นเครื่องนำทาง
    แต่ก็นานาจิตตัง ค่ะ

    เพราะบางคนไม่ต้องการความรัก ต้องการเพียงระบายออกเท่านั้น
    “หัตถากรที่มองไม่เห็นในความมืด” อันไหนก็ได้
    “โอฐกรที่มองไม่เห็นในความมืด” อันไหนก็ได้ไม่เกี่ยง

    ทุกวันนี้ คนเราใช้เซ็กส์กันโดยมีความหมายเปลี่ยนไปจาก บุร่ำโบราณกาล ไปมาก

    เซ็กส์ในความคำนึงของคนโบราณ คือ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อมสองวัญญาณเข้าด้วยกัน

    เซ็กส์ในยุค เมโทร( ชื่อคอลัมม์) คือ การไปตีเทนนิศ หรือการไปออกกำลังกาย ชนิดหนึ่ง (เสร็จแล้วจะ เปรม หรือจะ ปลง ก็นานาจิตตังอีกที) เป็นการระบายทางร่างกาย หาใช่ พิธีกรรมเชื่อมใจไม่

    ไม่ได้ต้องการจะร้องเรียกหา ความหมายอันใดนะคะ
    เพราะความคิดย่อมต้องเปลี่ยนไปกาลสมัยค่ะ
    เพราะทัศนคติต้องเปลี่ยนไปตามเวลา
    ไม่มีสิ่งใดจริงแท้แน่นอน เอย

    บุญรักษา

  5. หวัดดีครับพี่วิทย์

    “ความเหงาบนโลกไซเบอร์” เหรอครับ?

    ออกจะเป็นอยู่บ่อยๆ ได้คุยกะคนนั้น ได้คุยกับคนนี้ อย่างน้อย ก็มีเพื่อนคุยฆ่าความเหงาได้ ช่วยทำให้คลายความเหงาให้พ้นคืนหนึ่งๆ ไป

    กว่าจะผ่านช่วงเวลาความเหงาไปได้ในแต่ละคืน มันช่างทรมานจริงๆ ครับ

  6. สะดุด เข้ากับคำวา “เซ็กส์ไวๆ”
    …ทำให้นึกถึง อาหารจานด่วน หรือ fastfood หรือบางที ก็เรียกว่า อาหารแดกด่วน

    เซ็กส์ไวๆ ต่อไปในอนาคตหากไม่ผิดกฏหมาย และไม่ผิดศีลธรรม คงมีคนคิดค้น ธรุกิจ “โรงรับชำเราบุรุษและสตรีแบบเร่งด่วน” (ทุกวันนี้มันยังผิดกฏหมายหมาย) มีให้เราเลือกซื้อ เหมือนเดินเข้าไปซื้ออาหารฟาสต์ฟูด

    สงสัยหัวใจยิ่งนัก
    เหงา กับ เสี้ยน มันต่างกันตรงไหน

    อยากมีความรัก อยากมีความอบอุ่น โดยใช้เซ็กส์เป็นเครื่องนำทาง
    แต่ก็นานาจิตตัง ค่ะ

    เพราะบางคนไม่ต้องการความรัก ต้องการเพียงระบายออกเท่านั้น
    “หัตถากรที่มองไม่เห็นในความมืด” อันไหนก็ได้
    “โอฐกรที่มองไม่เห็นในความมืด” อันไหนก็ได้ไม่เกี่ยง
    ขอให้เกิดสภาพธาตุเคลื่อนเป็นใช้ได้ กระนั้น?

    ทุกวันนี้ คนเราใช้เซ็กส์กันโดยมีความหมายเปลี่ยนไปจาก บุร่ำโบราณกาล ไปมาก

    เซ็กส์ในความคำนึงของคนโบราณ คือ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อมสองวัญญาณเข้าด้วยกัน

    เซ็กส์ในยุค เมโทร( ชื่อคอลัมม์) คือ การไปตีเทนนิศ หรือการไปออกกำลังกาย ชนิดหนึ่ง (เสร็จแล้วจะ เปรม หรือจะ ปลง ก็นานาจิตตังอีกที) เป็นการระบายทางร่างกาย หาใช่ พิธีกรรมเชื่อมใจไม่

    ไม่ได้ต้องการจะร้องเรียกหา ความหมายอันใดนะคะ
    เพราะความคิดย่อมต้องเปลี่ยนไปกาลสมัยค่ะ
    เพราะทัศนคติต้องเปลี่ยนไปตามเวลา
    ไม่มีสิ่งใดจริงแท้แน่นอน เอย

    บุญรักษา

  7. โห คุณวิทยา
    โลดโผน โจนทะยาน ยิ่งกว่าทาร์ซานโหนเถาวัลย์อีกนะครับ : )

    สำหรับผม – ไม่เคยเปิดการสนทนาออนไลน์ด้วย – อย นน สส
    และคนเริ่มถามผมด้วย – อย นน สส – หรือ asl (age/sex/location) มักจะคุยกันได้ไม่นาน
    แต่สำหรับ คนที่ได้คุยกันมานาน เป็นที่ถูกใจ
    ได้มีโอกาสเจอกันตัวเป็นๆ คุยกัน และเรียกขานกันว่า”เพื่อน”
    ล้วนเป็นคนที่ยังไม่ได้มีเซ็กส์กัน
    อย่างเก่งก็ได้แค่กอด หรือเช็คแฮนด์
    แน่นอนครับ – การมีเพื่อนเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้นจริงๆ
    อย่างน้อยก็มีคนให้คิดถึง โทรไปหา เล่า บ่น เพ้อเจ้อ ฯลฯ

    ในทัศนะของผม – ไม่ว่าจะด้วยความเหงา หรือ หื่น
    เข้าใจว่า หลังจากทนเหงามาพักใหญ่ๆ
    ในที่สุด คนเหงาหลายคน เริ่มลองที่จะใช้เซ็กส์เป็นเครื่องนำทาง
    … เผื่อว่ามันจะนำไปสู่สัมพันธภาพที่จริงจัง สวยงาม และยืนยาว
    แต่ก็นั่นละนะ – ไปๆมาๆ เวลาที่ “นํ้าแตกแล้วแยกทาง”
    คนเราเลยต้องให้เหตุผลกับตัวเองว่า … อืม – ผมน่ะ แยกแยะ เรื่องเซ็กส์ กับ รัก ออกจากกัน
    ว่าแล้วก็กลับมาเหงากันต่อ ตามหากันต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ต่างคนก็ต่างความคิด
    ต่างมีชีวิตจิตใจ เหตุผล การตัดสินใจ เป็นของตัวเอง
    เราคงไม่สามารถตัดสินถูกผิด ควร/ไม่ควร
    บางที ผมเลยนึกถึง ภาพขนนกที่ปลิวไปตามสายลม และเชื่อแบบที่ Forrest Gump ว่าไว้ ….

    I don’t know if we each have a destiny
    or if we are all just floating around accidental-like on a breeze…
    But I, I think may be it’s both…

  8. คลิปวิทยุ คลิปที่ 4 ของว้นเสาร์ที่ 16 กุมภาอ่ะครับ มันเป็นเสียงกระจกแตกดังเพล้งเลยอ่ะครับ ตกจายหมดเลย แล้วก็เป็นอันสิ้นสุดไฟล์ เหอๆๆ

  9. แรงใช้ได้เลยครับตอนนี้

    อยากลองเหมือนกันแต่ใจไม่กล้าพออ่ะครับ

    ที่ไม่กล้าก็เพราะ

    1.กลัวเจอคนที่รู้จักเรา โดยเฉพาะคนที่ไม่ควรรู้ ซึ่งมีอยู่มากมาย

    2.กลัวติดใจครับ

    ถึงผมจะมองว่าเรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมดา จะมีอะไรกับใครก็ไม่เห็นต้องแคร์ แต่ยังไงการมีอะไรกับคนที่เราผูกพันธ์มันก็อิ่มกว่าอยู่ดี

  10. เคยนั่งๆ คิดดูนะ ชีวิตคน และความรู้สึกบางช่วงบางเวลา
    มันก็เหมือนวัฎจักรให้ปลงจริงๆ นั่นแหละ ทำอะไรซ้ำๆ
    หรืออยู่กับอะไรนานๆ โดยไม่เข้าใจความหมายของมัน
    ทำให้เราไม่รู้จักคิดน่ะ เปลี่ยนอะไรไป แล้วกลับมามองดู
    มันน่าจะรู้ และเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น

    คอลัมน์นี้ คนเขียนเหนื่อยจริงๆ นะ แต่ยังสนุกที่จะเขียนอยู่ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s