เป็นเกย์ครับ…ไม่รับบริจาคค่ะ

henri.jpg

เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ vitayamail@gmail.com หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับวันเสาร์-อาทิตย์ 15-16 มี.ค. 2008

เคยบริจาคเลือดอยู่เป็นประจำ แล้ววันหนึ่ง คุณสบายใจแล้วล่ะกับสิ่งที่คุณเป็น และไม่อยากจะปกปิด บิดเบือนใดๆ คุณก็เลยบอกเจ้าหน้าที่ที่รับบริจาคเลือดไปตรงๆ ว่า ผมเป็นเกย์ แล้วคุณก็โดนปฏิเสธเปรี้ยงใส่หน้า

“คุณคะ ที่นี่เราไม่รับบริจาคเลือดจากเกย์”

……

อึ้งสิครับ มีหลายๆ คนต้องงงกับเหตุการณ์ทำนองนี้ ทั้งโกรธ ทั้งเสียหน้า และลึกๆ เสียใจเกินบรรยาย บางคนไปนั่งรอเข้าคิวเป็นร้อย คอยอยู่นานเป็นชั่วโมง แต่แล้วก็ต้องเดินจากไป เพียงเพราะพูดความจริง แหงล่ะครับ เราก็คงได้แต่ตั้งคำถามถามตัวเองว่า ทำไม…เลือดเกย์ผิดตรงไหน? ผมตั้งใจมาทำบุญแท้ๆ…แล้วเมื่อก่อนนี้ล่ะ ตอนที่ผมไม่ได้บอกว่าเป็นเกย์ เขาก็ยังรับบริจาคเลือดผมอยู่เลย?

ในมุมมองหนึ่ง การพูดความจริง และการยอมรับตัวเอง เมื่อถูกปฏิบัติเช่นนี้ จึงหนึไม่พ้นที่ทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจและตั้งคำถาม ซ้ำร้าย มันดูเหมือนบทลงโทษอย่างรุนแรง และที่สำคัญมาจากองค์กรระดับชาติที่ได้รับความเชื่อถือจากคนทั่วไป ถึงบรรทัดฐานบางอย่างที่ตั้งไว้ และเลือกปฏิบัติ

การตั้งกฎเกณฑ์ครอบจักรวาลว่า ใครเป็นเกย์แล้ว ย่อมมีความเสี่ยงแน่นอน กาชาดจะไม่รับบริจาคเลือด ก็หนีไม่พ้นนะครับ ถูกมองว่าเป็นการตีตราเหล่ามนุษย์สีรุ้งไปโดยปริยายว่า เป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งๆ ที่โลกกำลังเปลี่ยนไป และมุมมองใหม่ๆ ถูกเปิดขึ้น เพื่อเคารพความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นที่ไม่มีข้อยุติ และคงความเปราะบางหาที่สิ้นสุดไม่ได้

ในมุมมองของกาชาดเอง ความปลอดภัยคือข้อควรคำนึงสูงสุดในการรับบริจาคและแจกจ่ายเลือดต่อๆ ไป คุณเองก็คงเคยเห็นข่าวผู้ป่วยฟ้องศาล เพราะได้รับเลือดปนเปื้อนมาแล้วใช่ไหมครับ? และอีกอย่างใกล้ตัวเรานี่เอง อัตราการติดเชื้อของประชากรกลุ่มสีรุ้งก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย

จากตัวเลขสำรวจอัตราความชุกของการติดเชื้อของกลุ่มชายรักชาย (ไม่ใช่เฉพาะเกย์นะครับ แต่รวมถึง ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย เช่น ชายขายบริการ) สำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุข ในเขตกทม. ปี 2548 อยู่ที่ร้อยละ 28.3 อีกสองปีต่อมา ตัวเลขเพิ่มเป็น 30.7

ประกอบกับตัวเลขภายในของกาชาดที่ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ จึงทำให้กาชาด รู้สึกระแวดระวังเป็นพิเศษกับประชากรกลุ่มนี้ ถึงต้องปฏิเสธในทันที เมื่อพบว่า ผู้บริจาคเป็นชายรักชาย

ไม่ว่า ผู้นั้นจะ 1. มีเพศสัมพันธ์แบบไม่เสี่ยง (เช่นภายนอก ไม่มีการสอดใส่ ใช้ถุงยางอนามัยในทุกกิจกรรมไม่ว่าจะผ่านทางใดเสมอ) 2. มีคู่นอนเพียงคนเดียว หรือ 3. ยังเวอร์จิ้นอยู่

ทั้งๆ ที่ชาย หญิงทั่วไปที่มีพฤติกรรมเสี่ยงก็มี และเอชไอวี ไม่ได้เกิดกับเกย์เท่านั้น กาชาดท่านก็จะยังคงยืนยันที่จะไม่สนใจประเด็นเหล่านี้ เพราะด้วยความไม่ประมาท ใครเป็นเกย์ ฉันจะไม่รับบริจาคเลือด

นโยบายนี้ยังคงมีต่อไป ที่นี่ประเทศไทย แต่ล่าสุด จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกย์การเมือง โดยคุณพี่นที ธีรโรจนพงษ์ เขาเล่าว่า กาชาดเริ่มหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น จากเดิมในแบบสอบถามก่อนการบริจาคเลือดที่ระบุว่า (ข้อ 11) ท่านหรือคู่ของท่านมีพฤติกรรมเสี่ยงกับผู้อื่น ใช่ หรือ ไม่

และในข้อถัดมา (ข้อ 12) ที่ถามว่า ท่านหรือคู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์เสี่ยงกับเพศเดียวกันหรือไม่?

ใครอ่านข้อนี้ ก็ต้องรู้สึกว่า กาชาดกำลังกีดกันและเลือกปฏิบัติ เพราะเพศสัมพันธ์กับใคร ไม่ว่า ชาย หรือหญิง กับเพศเดียวกัน หรือเพศตรงข้าม ถ้าเสี่ยง ก็มีสิทธิ์ติดเชื้อได้เหมือนๆ กัน

“กาชาดบอกว่า ไม่สามารถตัดข้อ 12 ได้ ทั้งๆ ที่ข้อ 11 ก็ถามไปแล้วว่า มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือไม่ ทางออกของเราก็คือ ขอให้มีข้อ 13 เพื่อความเท่าเทียมกัน โดยให้ถามว่า ท่านหรือคู่ของท่านมีพฤติกรรมเสี่ยงกับเพศตรงข้ามหรือไม่”

ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงด้วยการเพิ่มข้อความดังกล่าว จะไม่ได้ทำให้มนุษย์สีรุ้งบริจาคเลือดได้ แต่อย่างน้อย ก็ส่งสัญญาณบ่งบอกว่า ใครๆ ก็อยู่ในภาวะเสี่ยงทั้งสิ้น หากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ไม่ว่ากับเพศเดียวกัน หรือเพศตรงข้าม ฟังดูสบายใจขึ้น?

“เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าหนักใจ แต่เราก็ต้องเข้าใจและเห็นใจกาชาดด้วย” พี่นทีเล่า

ที่น่าหนักใจอีกอย่างและยังไม่เป็นข่าวใหญ่ก็คือ มีเกย์บางกลุ่ม และบางคน เน้นครับ…บางกลุ่ม บางคน ที่อาศัยการบริจาคเลือดเพื่อไปตรวจว่า ตัวเองติดเชื้อเอช ไอ วี หรือไม่

มีบางคนที่เพิ่งไปเที่ยวมา หรือมีเพศสัมพันธ์มาและไม่แน่ใจ แต่อาศัยการบริจาคเลือดนี่แหละไว้คอยเช็ค

ผมอดนึกถึงหลายๆ คนไม่ได้นะครับ เวลาถามว่า “ถามหน่อยเหอะ เที่ยวเก่งอย่างนี้ ไปมีอะไรกับใครบ่อยๆ อย่างนี้ แล้วเคยตรวจเลือดมั่งมั๊ย”

ต้องยอมรับความจริงส่วนหนึ่งนะครับ ว่า พวกชรช หลายๆ คน กลัวการตรวจเลือดเป็นที่สุด และส่วนหนึ่งเลยนะครับก็จะตอบกลับมาว่า “ก็ผมไปบริจาคเลือดทุกสามเดือน ผมไม่เป็นไรหรอก”

ข่าวร้ายก็คือ ถ้าเพิ่งไปมีเพศสัมพันธ์และเสี่ยงมา แล้วไปบริจาคเลือด ภายในระยะเวลา 11 วันหลังมีเพศสัมพันธ์นั้น กาชาดก็ตรวจจับไม่ได้นะครับ เลือดปนเปื้อนก็มีสิทธิ์หลุดรอดไปสู่ผู้รับบริจาคได้ และเลือดของเรา จะแยกเป็น สี่ส่วน หมายถึงเลือดปนเปื้อนจาก 1 คน ก็ทำให้คนติดเชื้อได้ถึงสี่คน

ตรงนี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งกาชาดรู้สึก หวาดผวาไม่อยากเสี่ยงใดๆ เลย เมื่อเทียบกับชาย หญิงทั่วไป กาชาดคงพบอะไรบางอย่างที่ไม่เท่าเทียมกันทางตัวเลข กาชาดยังคงจะรักษากฎเกณฑ์ ไม่ให้เกย์บริจาคเลือดต่อไป

ถ้าคุณมั่นใจว่า คุณปลอดภัย ไม่คิดว่า ตัวเองอยู่ในพฤติกรรมเสี่ยง ก็บริจาคเลือดต่อไป การบอกความจริงในสภาพแวดล้อมที่กีดกันแบบนี้ ขึ้นอยู่กับวิจารญาณของคุณล่ะครับว่า จะพูดความจริงหรือปกปิด

ส่วนท่านที่มีเพศสัมพันธ์เสี่ยง และไม่แน่ใจ โปรดอย่าใช้กาชาดเป็นที่วัดเลือดของคุณอีกต่อไปเลยนะครับ ไปตรวจเลือดที่คลินิก หรือโรงพยาบาลจะดีกว่า

เรื่องนี้ เราคงต้องรณรงค์กันต่อไป และอย่าท้อ เป็นเกย์ ไม่ผิด

**************************
ตรวจเลือดได้ที่ คลินิกนิรนาม (Anonymous Clinic) ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
พระราม 4 โทร. (662) 256-4107-9 มีค่าใช้จ่ายตามสมควร ไม่แพง อัตราขึ้นอยู่กับความต้องการรับรู้ผล แบบเร็วหรือช้า

หรือไม่ก็แวะไปที่ คลินิกชุมชนสีลม ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สีลม เปิดทุกอังคาร- เสาร์
16.00 – 22.00 น. โทร 0-2634-2917 ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ คลินิกเฉพาะชายรักชายเท่านั้น
*************************
chae.jpg

แชะ! แชะ! ฮือฮาไม่น้อยเมื่อหนูแหม่ม “สุริวิภา” ยกขบวนไปถ่ายทำ ‘ซิดนีย์ มาดิกราส์ ครบรอบ 30 ปี” ออกอากาศทางช่อง 9 ศุกร์ที่ 7 มี.ค. ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องราวชีวิตรักของคู่เกย์ไทยที่ไปดิบได้ดีที่นั่น “คุณบอยและคุณเผด็จ” รู้สึกรักหนูแหม่มและโมเดิร์นไนท์ทีวี ขึ้นมาอย่างจัง strong>แชะ! แชะ! ฝากติดตามรายการใหม่ Passport For Men พบกับสามพิธีกรมาดแมนพร้อมไลฟ์สไตล์คนเมือง ทุกวันอาทิตย์ ทางเคเบิล mvnews.net เวลาสองทุ่มครึ่ง หรือเปิดไปที่ http://www.ppformen.com ดูรายการย้อนหลัง เริ่มออกอากาศแล้วนะ แชะ! แชะ!

-end-

13 thoughts on “เป็นเกย์ครับ…ไม่รับบริจาคค่ะ

  1. เรื่องงี้ก็นะ ลำบากใจกันทั้งคู่นะ
    เขาเองก็คงมีเหตุผลของเขานะ
    ค่าตรวจเอลิซา(ไม่รู้เรียกถูกมะ ไอ้ที่ตรวจได้ไวๆตัวนั้นน่ะ)ก็คงไม่ใช่น้อยๆนะ จะตรวจทุกคนก็ลำบากอยู่ ก็เลยใช้วิธีเหวี่ยงๆแทนมั้ง

  2. หวัดดีคับพี่วิทย์

    แวะเข้ามาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการตรวจเลือดครับ

    การตรวจเลือด มันคือการชนะใจตัวเองอย่างหนึ่งครับ
    แรกๆ ผมเองก็กลัวครับ กลัว นู้น นี่ นั่น โน่น สารพัด สารพันไปหมด แต่พอตรวจออกมาแล้ว ก็สบาบใจครับ

    อยากจะบอกกับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลงจะไปตรวจว่า จะอย่างไรก็แล้วแต่ ให้ไปตรวจเถอะครับ ผลมันจะออกมาอย่างไรก็ตาม เราจะได้รู้จักระมัดระวังตัวเอง

    หากเราติดเชื้อ เราจะได้รู้จักวิธีดุแลตัวเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
    หากเราไม่ติดเชื้อ เราก็จะได้ระมัดระวังตัวเอง

    คลีนิกชุมชนสีลม ผมว่าเป็นคำตอบที่ค่อนข้างจะโอเคสำหรับกลุ่มที่อยากตรวจเลือด

    รับรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวคุณไว้ ไม่เสียหลายหรอกครับ

  3. เคยบอกพี่วิทย์แล้วไงค่ะ ว่าเกย์เป็นชนชายขอบของสังคมจริงๆ แม้แต่การบริจาคเลือดยังมีปัญหาเลย เซ็ง

  4. -*-
    ผมพลาดรายการคุณหนุแหม่มไปแฮะครับพี่ เสียดายนิดๆ

    ส่วนเรื่องบริจาคเลือด ด้วยภาระทางการงานและพักผ่อนน้อย
    ทำให้ไม่สบายอยู่บ่อยๆ
    ทำให้ไม่ได้ไปบริจาคเลือดมาเป็นปี
    อา แต่เท่าที่เคยไป ผมยังไม่เคยเจอปัญหานี้นะครับ
    ผมเข้าใจในการทำงานของกาชาดครับ
    แต่ก็แอบเซ็งกับ double standard แบบไทยๆ ในอีก 1 วาระ

  5. อืม เวลาบริจาคนี่ไม่เคยบอกอะครับว่าเป็นเกย์ แต่ไม่ได้บริจาคเพื่อตรวจเลือดแน่นอน

    2 ครั้งหลังสุดที่ไปบริจาคนี่เจ้าหน้าที่บริการแย่มากๆครับ พูดจาไม่ดีเลย จนแฟนผมเคือง เลยเลิกไปบริจาคกันตั้งแต่บัดนั้น

    “นี่ๆครบ 3 เดือนแล้วไปบริจาคเลือดกันป่าว”

    “อยากไปก็ไปเองนะ พี่ไม่ไปด้วย เซ็ง”

    ผมว่ากาชาดนี่ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะอะ

  6. ไม่ได้แวะเข้ามานานมาก
    ธุระส่วนตัวเยอะ พักนี้

    ความจริงก็น่าเห็นใจกันทั้งสองฝ่าย
    เกย์ ก็ยังถูกมองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่จริงๆ

    ในขณะที่ เดี่ยวนี้ ภรรยาติดเอดส์จากสามี
    ก็มีมากขึ้น
    คุณแม่บ้านเป็น กลุ่มเป้าหมายใหม่ของกระทรวงสาฯสุขนะคะ ที่ต้องให้ความรุ้เรื่องการป้องกันเอดส์
    เพราะสามีไปซุกซนนอกบ้าน แต่จะไปซุกซนยังไงไม่ทราบได้นะคะ

    อายุของการติดเอดส์ ก็ลดลงเรื่อยๆนะคะ
    ไม่ผิดที่เขาจะมองในแง่ร้ายไว้ก่อน
    เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มองอะไรในแง่ร้ายไว้ก่อน
    เกย์ดีๆ ก็มี
    แต่เกย์ชั่วๆ ก็มี นะคะ

    เช่นเดียวกับคำว่า คนดีๆ ก็มี แต่คนชั่วๆ ก็มีเยอะเหมือนกัน (ไม่งั้นบ้านเมืองมันจะเป็น เช่นนี้หรือคู๊ณณณ…)

    กาชาดพวกที่ทำงานด้วยใจก็มีไม่น้อยนะคะ
    แต่พวกอยากเป็นคุณหญิงคุณนาย นั่งหน้าเด่น
    ผมตั้งเป็นสปอยเรอร์รถยนต์ก็มีเยอะนะคะ

    บางทีดิฉันยังรู้สึกว่า กาชาดตอแหล เลยค่ะ
    ไปจะบริจาคของอะไร นายกเหล่ากาชาดต้องพอกหน้าขาววอก ทำผมทรงสปอยเรอร์ตั้งกระบังสูงเท่าตึกเอมไพรสเตท.. แล้วอีกตอนมอบของ ก็ต้องยิ้มและทำท่างถ่ายรูปด้วย

    …. สรุปแล้วจิตอันเป็นกุศล(จริงๆ) อยู่ตรงไหน
    พวกหญิงพวกนี้น่ะ หรือ ที่จะสามีสนใจ
    เรื่องสิทธิ์เสรีภาพ

    ? (เครืองหมายคำถามค่ะ)
    ! (เครื่องหมายตกใจค่ะ)
    !!! (ส่วนอันนี้เครื่องหมายตกใจสามอัน)

    เอาล่ะ กลับเข้ามาเรื่องการบริจาคเลือดนะคะ
    ดิฉันอยากให้มีวัฒนธรรมการบริจาคเกิดขึ้นกับเมืองไทยค่ะ
    กล่าวคือ
    เมื่อญาติคุณป่วย คนในตระกูลต้องไปชดใช้เลือดให้โรงพยาบาลค่ะ (ทีเมืองนอกเขาก็กันเป็นแบบนี้)

    คือ ถ้า ใครในบ้านคุณเข้าโรงพยาบาลแล้ว ต้องใช้เลือด พวกคุณๆ ในบ้านต้องไปเอาเลือดคืนโรงพยาบาลทั้งหมดทุกคนที่เข้าเกณฑ์การให้เลือดได้

    แต่คงยากนะคะ

    เพราะคนไทยเป็นพวกแบมือขอ รอให้รัฐบาลมาช่วย
    (เหมือนนายกคนไหนก็ไม่รู้ โยนเศษหนี้ให้ใช้ก็ดีใจกันใหญ่…ยกย่องเป็นเทพเจ้า ปูพรมแดงให้มันเดิน… ว้ายตายแล้ว เดี้ยนออกนอกเรื่องอีกแล้ว)

    “ไม่รับเลือดเกย์ค่ะ”
    “กรู ไม่ได้บริจาคให้ มรึง กุบริจาคที่คนที่เขาต้องการเลือดโว้ย (ฮา)<—- ขอเลียนแบบ อา ‘รงค์ หน่อยเถอะ

    ขอจบการบ่น

    สาวอิสานรอรัก ณ จุดนี้
    (มีใครอยากใช้นามสกุลกับเดี้ยนไหมคะ เดี้ยนรอมานานแล้ว และยังคงรอต่อไป)

  7. Welcome Home ครับ น้องสาวอิสานฯ … หายไปพักใหญ่น่ะครับ … คิดถึง comment อ่าน มันๆ จากน้องมากครับ :-)

    พูดถึงเรื่องการบริจาคเลือด โดยส่วนตัวก็ไม่เคยบอกว่าเป็น เกย์ ก่อนบริจาคน่ะครับ และ ไม่เห็นถึงความจำเป็นของมันด้วย … ซึ่ง พฤติกรรมเสี่ยง ที่จะมีผลต่อคุณภาพของเลือด มันไม่ได้ขึ้นกับ เพศ … มันเป็นเรื่องของ การปฎิบัติตัวมากกว่าครับ

    ก่อนจบ ขอปิดท้ายด้วย ธรรมเนียมปฎิบัติที่เคยทำ … แต่ระยะหลังๆ หา material ไม่ค่อยได้ ก็เลยห่างหายไป … พอดีไปเจอ Short Film น่ารักๆ จาก Sweden บน YouTube ครับ เลยนำมาฝากกัน … เป็น หนังสั้น เรื่อง Lucky Blue ครับ หวังว่า น่าจะถูกใจกันบ้างครับ :-)

    Enjoy Everyone :-)

  8. อ่าน แล้วหดหู่ใจนะครับ
    คำว่ากลุ่มเสี่ยงนี่ทำไมยังต้องจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มชายรักชายด้วยล่ะครับ
    ซึ่งผมคิดว่าจริงแล้ว คนทุกคนก็มีภาวะเสี่ยงได้เท่าๆกัน

    แต่ที่น่าสงสัยอย่างมากคือ
    สภากาชาด ไม่มีการตรวจเลือด ผู้บริจาคทุกคนหรอกเหรอครับ
    ดูเป็นมาตรฐานการทำงาน ด้านสุขภาพที่แย่จัง

    และอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ การที่สังคมภายนอกมองกลุ่มชายรักชายเป็นกลุ่มเสี่ยง
    เป็นเพราะภาพที่ถูกนำเสนอของชายรักชายส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เลือก
    ผมว่าเราน่าจะมีการทำความเข้าใจกับคนในสังคมใหม่ได้แล้วนะครับว่า
    ความรักแบบชายรักชาย ก็ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์แบบไม่เลือก ความรักแบบนี้ก็คือความรักแบบหนึ่งที่สวยงาม ไม่ได้น่ารังเกียจ

    และที่สำคัญการรณรงค์ให้ทุกคนรับรู้ว่า คนทุกคนมีภาวะเสี่ยงที่เท่ากัน แต่สิ่งที่สำคัญคือการรู้จักป้องกันตัว เพื่อไม่ให้เป็นโรค

    ในเรื่องของแบบสอบถาม ข้อ 12 ผมก็รู้สึกว่า กาชาด ทำแบบสอบถามได้แย่มากครับ แม้จะเพิ่มข้อ 13 ขึ้นมาผมก็รู้สึกว่าไม่ได้ช่วยอะไร

    ในเมื่อคำถามข้อ 11 ก็ถามไปแล้วว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงหรือไม่ ถ้าทางกาชาดอยากรู้ว่าพฤติกรรมเสี่ยง นั้นกับเพศใด
    ก็ควรเป็น คำถามถัดมาว่า

    หากท่านมีพฤติกรรมเสี่ยง ท่านมีกับ เพศตรงข้าม หรือ เพศเดียวกัน
    แต่จริงๆ หากคนตอบคำถามว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว กาชาดก็ไม่น่ารับบริจาคเลือด อยู่ดีล่ะครับ เพื่อมาตรฐานการสาธารณสุขที่ดี

  9. ผมว่าที่เขาทำอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องของตัวเลขจริงนะครับ คำว่า 30.7 % เทียบได้กับ เกย์เดินผ่านมาสิบคน สามคนในนั้นต้องเป็นเอดส์แน่ ส่วนหนึ่งมันเป็นเรื่องของตัวเลขด้วย

    แต่อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องขี้เกียจตรวจของเหล่ากาชาดกระบังลมทั้งหลาย
    เลยใช้แบบสอบถามสกรีนแทนอย่างหยาบๆมั่วๆสะงั้น เห้อ….

  10. ผมเป็นคนนึงซึ่งกังวลเรื่องว่าตัวเองจะติดเชื้อมากคับ แม้ว่าเวลาผมมีอะไร ผมจะมีกะคนที่ใส่ถุงตลอดนะ แต่ก็ยังกลัวว่ามันจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซนต์เลยเหรอ หรือถ้าน้ำคัดหลั่งของคนที่มีเชื้อเข้าปากหรือข้างหลังผมอะ มันจะติดมั้ย ผมพยายามหาข้อมูลในเวปนะ แต่ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลที่เผินๆ และเหมือนกันมากอย่างกะก็อปกันมา โดยเฉพาะเวปไทย เหมือนกะให้ข้อมูลให้พอว่ามีแล้ว ส่วนนี้ให้ข้อมูล ไม่ได้ลงลึกมาก อย่างกรณีน้ำคัดหลั่งนี้ จะมีเชื้อมั้ยก็ไม่ค่อยพูดกัน สรุปออรัลเซ็กซ์จะเสี่ยงมั้ยคับ ผมกังวลมากจนบางครั้งนอนไม่หลับเลย ผมกังวลมากไปมั้ยคับ

  11. ยังไงคนที่เป็นเกย์ทั้งหาลายก็ควรรักษาตัวเองเป็นเรื่องแรกที่ต้อง
    ทำอย่าไปมั่วกับใครเพราะอัตราการติดเชื้อเอดส์ของชายรักชาย
    เพิ่มมากขึ้น อย่าเถีียงมานะว่า แล้วทีช ญปกติละก็มีอัตราเสี่ยงเหมือนกันทำไมยัง
    บริจาคได้ ….ถ้าคุณคิดอย่างนี้ก็แสดงว่าคุณคิดว่าอัตราเสี่ยงเท่ากัน
    ถ้าอย่างนั้นคุณจะเอาเลือดที่คุณไม่แน่ใจว่ามีเชื้อหรือเปล่าไป
    บริจาคคนอื่นทำไมชญ เขาจะทำก็ทำไปซิรู้อยู่ว่าคุณรู้ตัวเองว่าคุณไม่มี
    เชื้อแต่คนอื่นเขามารู้กับคุณด้วยหรือเปล่าละครับ
    คุณจะไปแค่ทวงเอาสิทธิ์แค่ว่า ทำไมฉันผิดตรงไหนทำไมไม่รับบริจาคเลือดของฉัน ยังไงฉันก็จะบริจาค
    ให้ดได้ ..จะทำไปเพื่ออะไรกันครับบางสิทธิ์คุณก็ไม่ต้องไปทวงถาม
    มันก็ได้นะใหเขาเขาไม่เอาก็ไม่เป็นไรนี่นา และมันก็ไม่ได้ทำให้
    ความมีสิทธิ์ทางการเป็นประชาชนคนหนึ่งของคุณด้วยค่าหาย
    ไปไหนเลยนะเพียงแค่คุณไม่ได้บริจาคเลือดถ้าอยากทำบุญ
    ทำทานก็ไปหาทางอื่นเอาซินะ พวกเรามีทางเลือกอย่าทำให้เกิด
    ความวุ่นวายเลยนะแต่ถ้าจะประท้วงหรือะไรนั่นก็แล้วแต่..แต่จะ
    บอกว่าแค่เอาให้เป็นที่เข้าใจของคนทั่วไปกันนะครับว่า
    เกย์ไม่ได้อันตรายอะไรแบบนั้นแจงกันไปเลยครับ แต่เราไม่ต้อง
    ไปเรียกร้องการขอบริจาคเลือดหรอก
    มันไม่สำคัญนักหรอกอะไรที่ยอมได้ก็ยอม เรื่องที่ยอมไม่ได้ก็
    ไม่ต้องยอมเช่นเรื่องการให้สิทธิแต่งงานอย่างนี้ถ้าพวกคุณจะยก
    มาเป็นเรื่องเป็นราวแทนเรื่องนี้มันจะเกิดประโยชน์กว่าไม๊ หรือ
    เรื่องที่เข้าท่ากว่านี้ครับ เอาเป็นว่าใครๆที่เป้นเกย์ก็ควรมีความ
    รับผิดชอบหน่ยนะครับและก็อย่าไปมีพฤติกรรมเสี่ยงๆเลย
    และที่สำคัญอย่าเอากาชาดเป็นที่ตรวจเลือดสำหรับคุณเลยนะ
    เพราะยิ่งถ้าทำอย่างนี้จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนมากๆและอีกอย่าง
    มันจะแสดงให้เห็นถึงตัวคุณเองว่าเป้นคนอย่างไร
    ผมก็เป็นเกยืเหมือนกันแต่ไม่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงเลย…แต่ถ้าคุณ
    ไม่เชื่อและเถียงอยู่ในใจว่า เกย์มันก็เหมือนกันหมดแหละไม่เชื่อหรอก
    …..อย่างนั้นคุณก็จงยอมรับความจริงได้เลยว่าที่เขาไม่รับ
    บริจาคเลือดจากเกย์มันก็มาด้วยเหตุนี้จริงๆเพราะเกย์กันเองยัง
    คิดอย่างนี้เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s