พี่ชายอยากเลี้ยง น้องชายอยากเรียน

58894.jpg 

วิทยา แสงอรุณ เมโทรไลฟ์ ผู้จัดการ 29-30 March 2008 vitayamail@gmail.com

นายบอล – เห็นเด็กมหา’ลัยหน้าใสๆ ทีไร เป็นไม่ได้เลยครับ เกิดอาการ “หื่น” ขึ้นมาทันที ยิ่งถ้ามองๆ ไป แล้วเจอน้องวัยมัธยมปลาย คงไม่ต้องบรรยาย หากกระโดดเข้าใส่ได้ มันคงทำ แรกๆ ผมก็นึกขำๆ คิดว่าเป็นอาการตลกๆ ของเพื่อนคนนี้ แต่พอนานๆ ไป ชักไม่แน่ใจ…มันอยากจะเอาจริงนี่หว่า!

“อยากกินเด็กกกกกกกก” เขาร้องครวญครางขึ้นอีกครั้ง พลางพยักพเยิดไปที่กลุ่มเด็กผู้ชายที่เดินอยู่ข้างหน้า แล้วหัวเราะร่า

เอาดิ ถ้ากล้า เอาเลย ลุยเล้ย! ผมท้าทายไปอีกครั้งเช่นกัน ออกจะรำคาญๆ นิดๆ เพราะต้องคอยฟังมันพูดแบบนี้กรอกใส่หูอยู่บ่อยๆ ผมนึกว่า ทีหลังอย่าพากันมาเดินแถวสยามจะดีกว่า อันตราย เอ…หรือควรเอาผ้ามาผูกตา แล้วจูงๆ มันไป ให้ดมกลิ่นเด็กๆ ซะให้หายเข็ด?

คุณผู้อ่านที่เป็นเด็กวัยรุ่น ในช่วงยี่สิบต้นๆ คงมองเห็นคนอายุสามสิบกว่าๆ แล้วบอกว่า โหย…ช่างแก่จัง และช่าง..ห่างกับฉันเสียเหลือเกิน ตอนผมอยู่ในวัยนั้น หากไปเจอคนที่มีเส้นผมบนศีรษะเริ่มบางๆ หรือมีวี่แววแห่งความเถิกถลกขึ้น มีลูกบอลกลมๆ ตรงตรงหน้าท้อง แล้วก็อายุสามสิบกว่าๆ ผมก็จะรู้สึกไม่ต่างกัน…อือ…พี่เค้าเขาคงผ่านชีวิตมาเยอะนะ

แต่พอตัวเองเลยเลขสาม และอายุสามสิบกว่าๆ แล้ว ผมมองย้อนกลับไป ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า…อืม…เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ แต่ทำไมนะ ภาพตอนเรียนมหาวิทยาลัย ยังคงอยู่ในความทรงจำแทบทุกช็อตเลย คือ คุณผู้อ่านครับ ข้างในความรู้สึกผมน่ะ ไม่รู้สึกถึงอารมณ์ของคนอายุสามสิบกว่าๆ เอาซะเลย เอ้าจริงๆ เพราะผมรู้สึกเหมือนตัวเอง เพิ่งจะเริ่มต้น…เหมือนคนเพิ่งจบอะไรมาใหม่ๆ

หลายๆ ครั้ง ผมก็นึกนะครับ หรือชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ ก็ตอนที่เราเลิกแอบนี่แหละ? คงเป็นเพราะเหตุนี้มั้ง ผมเลยรู้สึกว่า ช่วง 20-30 ของผม มันคงดำเนินอยู่ตอนนี้ มีชีวิตชีวา และมีอะไรให้ค้นหา มากกว่าตอนยังแอบๆ อยู่

เอ้า อย่าเพิ่งอ้วก คุณผู้อ่านที่รัก ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เว้นแต่ เวลาส่องกระจกเท่านั้นแหละ ยามที่เห็นเส้นผมบนศีรษะที่บางๆ ลงไป ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอย และดวงตาที่อิดโรยเพราะอดนอน ผมก็รู้สึกถึงความจริงของเลขสามสิบกว่าๆ ตามกายภาพที่ปรากฏ แต่ก็โชคดีอยู่นะ ยังไม่มีลูกบอลที่พุงเหมือนเพื่อนๆ หลายคนในวัยเดียวกัน (เฮ้อ รอดตัวไป) และไม่ได้คิดจะ “กินเด็ก”

มันทำให้ผมคิดถึงนายบอลอีกครั้ง ผมเริ่มเข้าใจเขามากขึ้น ใช่สินะ สามสิบกว่าๆ เหมือนกัน เขาคงโหยหาความรู้สึกวัยเยาว์ เขาคงอยากจะรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างหากได้คบหา หรือ “มีอะไร” กับมัธยมปลาย หรือนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างที่เขาอยากนัก

นายบอย – น้องคนหนึ่ง ไม่ใช่เด็กมัธยมหน้าใส หรือเด็กมหา’ลัย แล้ว แต่ด้วยหน้าตา รูปร่าง และอัธยาศัย เขาเป็นคนมีเสน่ห์คนหนึ่ง…แรงเสียด้วย ดวงตาซุกซนของเขา ความร่าเริงและอารมณ์ดี ทำให้เขาเข้ากับใครๆ ได้ดี บอยเพิ่งเรียนจบจากสถาบันมีชื่อแห่งหนึ่ง เขาทำงานมาได้หกเจ็ดเดือนแล้ว และชอบโทรมาหาผมบ่อยๆ เป็นคนคุยสนุกมาก

“พี่ เบื่อเจ้านายชะมัด พูดจาไร้เหตุผลสิ้นดี”

“ทำๆ ไปก่อนเถอะ เพิ่งจบมา ยังไม่มีประสบการณ์ หาประสบกาณ์ก่อน แล้วค่อยขยับขยาย”

“แต่ผมชักจะทนไม่ไหวแล้วนะครับ ความงี่เง่าทวีคูณขึ้นทุกวัน อยากลาออก”

“เออ …เอาเข้าไป อยากออกออกเลย ถ้ามีตังค์ใช้ตอนนี้”

แล้วบอยก็หายไปพักหนึ่ง พร้อมประกาศแผนการใหม่ของเขา “พี่ผมจะลาออกแล้วนะ ไปเรียน ป. โท ผมว่า ผมมีโอกาสได้งานดีๆ กว่านี้ เพราะ…. (สารพัดเหตุผลของเขา)” แล้วประโยคต่อมาก็คือ “พี่หาคนใจดี รับเลี้ยงผมหน่อยดิ”

เอาสิครับ น้องบอย…ให้พี่เปิดบริการรับจอง รับหาคนเลี้ยงเลยดีมะ?

คุณผู้อ่านคงเคยเห็นประกาศทำนองนี้บ่อยๆ “พี่ชายใจดี หาน้องน่ารัก” ผมคงประกาศซักวันล่ะนะ?

ผมว่า อย่างนายบอยคงหาไม่ยากหรอก ผมเลยบอกเขาไปว่า ประกาศซะเลย ลองดู แปลกดี เอาแบบนี้นะ…อยากเรียนป. โท แต่ขัดสน ขอคนช่วยอุปการะทุนการศึกษา ดีปะ

“ผมประกาศไปแล้วล่ะ” เขาบอกมาวันหนึ่ง แล้วเล่าต่อว่า มีคนเข้ามาคุยเยอะแยะเลย “ผมก็เลยบอกเขาไปตรงๆ ว่า ขอคนช่วยส่งค่าเทอม จนเรียนจบ ค่ากินอยู่ไม่ต้อง เพราะผมจะหางานพาร์ทไทม์ทำ แต่ค่าเทอมนี่สิ แพงชะมัด”

ในที่สุด ด้วยหน้าตาน่ารักน่าหยิกของเขา เขาก็ได้พบกับพี่ชายใจดีคนหนึ่ง ที่บอกว่า อยากรับอุปการะน้องๆ ให้จบการศึกษา

แล้วน้องบอยก็ไปเจอกับคนๆ นั้น บอยเล่าให้ผมฟังว่า พี่ชายคนนั้น เขาก็บอกมานะว่า เขาหน้าตาไม่หล่อ และไม่ได้ดูดีอะไร แล้วเราว่าไง ผมถาม

“ก็นัดเจอกันล่ะครับ เขาอยากเจอเลยวันนั้นแหละ ที่เริ่มคุย”

“แล้ว…?”

“พี่วิทย์ครับ พี่เค้าน่ะ ไม่ใช่หน้าตาไม่หล่อนะครับ แต่…ดูไม่ได้…เลยล่ะครับ” เขาพูดเรียบๆ “แต่ว่า พี่เค้าใจดีจริงๆ นะครับ ไม่เจ้ากี้เจ้าการ บอกผมว่า ถ้ารับเลี้ยงแล้ว ถ้าผมไม่ว่าง ก็นัดกันใหม่ เงินก็จะให้อยู่เหมือนเดิม แล้วแต่ว่า อยากได้เท่าไหร่ ผมก็บอกเขาไปว่า ขอแค่ 8,000 พอจ่ายค่าเทอม ค่ารถ กับค่าหนังสือ ที่เหลือ ผมจะทำงานเอง”

แล้วเราต้องเจอเขา แล้วมีอะไรกับเขากี่ครั้งต่อสัปดาห์? ได้ยินตัวเองถามอย่างนั้น ก็อดนึกถึงอารมณ์ของเสี่ยๆ ที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่ได้ล่ะครับ คุณผู้อ่าน

“พี่เค้าบอกผมว่า พบกันแค่เดือนละหนสองหนก็ได้ จ่ายเงินให้เป็นเดือน จ่ายให้มากกว่านี้ก็ได้นะ แต่ผมบอกเขาว่า ผมพอใช้ แต่เค้าก็มีข้อแม้นะ คือ ห้ามโกหก หากต้องการอะไรให้บอกตรงๆ”

นายบอยหายไปพักใหญ่ โทรมาอีกที เขาบอกผมว่า ตกลง…เขาตัดสินใจ…ไม่ทำ เพราะถ้าถึงเวลาต้องมีอะไรกับพี่ชายคนนี้แล้ว

“ผมทำไม่ลงครับพี่ ผมล่ะนึกถึงพวกเด็กขายจริงๆ เวลาแขกที่อ๊อฟไป หน้าไม่ดี หุ่นไม่ดี ดูไม่ได้เนี่ย เขาผ่านจุดนั้นไปยังไง ที่ต้องบริการให้ดีๆ น่ะ”

ผมนึกถึงนายบอล…เพื่อนผมทันที (ขออภัยที่ตั้งชื่อให้สับสน..ตั้งใจน่ะ) หมอนี่ หน้าตาโอเลยทีเดียว การงานมั่นคง อารมณ์ดี น่าจะเหมาะ คุณผู้อ่านว่า ผมควรจะแนะนำนายบอล ให้เจอนายบอยมั๊ย? แล้วคอลัมน็นี้…จะกลายเป็นอะไรไปเนี่ย?

arthur2.jpg
แชะ! แชะ!
อำลาอาลัย คุณปู่นักเขียน อาร์เธอร์ ซี คลาค ใครเป็นแฟนฟิคชั้นไซไฟ ต้องคิดถึงท่านแน่นอน ท่านจากไปแล้วอย่างสงบ ทิ้งผลงานดังๆ ไว้อย่าง “2001: A Space Odyssey” และนิยายดังที่มีตัวละครเอกเป็นเกย์อย่าง “Firstborn” ท่านไม่ได้บอกตรงๆ ว่าท่านเองเป็นเกย์ (แต่ใครๆ ก็รู้แหละ) อีก 50 ปี เราคงได้รู้ความจริงกว่านี้ เพราะงานเขียนส่วนตัวของท่านจะถูกเปิดเผย รอกันไหวมั๊ยเนี่ย? แชะ! แชะ! หนังของผมกับเพื่อนๆ “Rainbow Boys THE MOVIE” ภายใต้ชื่อใหม่ “Right By Me” ได้เข้าฉายที่ ลอนดอนเกย์ฟิล์มเฟสฯ ล่ะครับ เลยมาแจ้งข่าวให้ทราบกัน บัตรล่วงหน้าเต็มไปแล้วทั้งสองอาทิตย์ก่อนหนังหลายๆ เรื่อง บอกแล้ว…อะไรๆ เกี่ยวกับเกย์ไทย ขายดี! แชะ! แชะ!

14 thoughts on “พี่ชายอยากเลี้ยง น้องชายอยากเรียน

  1. ไรเนี่ย ไวมากๆ พี่วิทย์กำลัง upload แล้วก็แก้ไขไฟล์นะเนี่ย
    ฃ่วงนี้ยุ่งกับงาน book fair นะครับ อาจตอบเมลช้า ถึงช้ามากจ้ะ

  2. ไม่ยักรู้ว่า อาร์เธอร์ ซี คลาค ก็เข้าข่ายเป็นเกย์กับเขาด้วย แต่กว่าผมจะรู้ความจริงก็อายุปาเข้าไป 72 แล้ว ตอนนั้นคงต้องเริ่มเขียนงานส่วนตัวของตัวเองบ้าง จะได้หลอกให้หลานๆตกใจเล่น

    (แต่คงไม่ไปเลิกแอบกันตอนนั้นหรอก บอกลายแทงมรดกให้ไปหากันคงสนุกกว่า)

  3. ต้องส่งเสียตัวเองสิครับ เมื่อย้อนกลับมามองภายหลังจะได้ภาคภูมิใจ มันขัดแย้งกันนะอยากมีงาน อนาคตที่ดีโดยเลือกเรียนต่อ แต่หาคนอุปการะ คิดใหม่ดีกว่า :)

  4. หวัดดีครับพี่วิทย์

    อันดับแรก ยินดีด้วยกับความสำเร็จอีก 1 ขั้นของ “Right By Me” ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะว่าหนังเกย์ไทยจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ ได้รู้ข่าวอย่างนี้แล้วก็ปลื้มซะจริงๆ เลย

    ขอแสดงความคิดเห็นกี่เกี่ยว คุณบอล และ คุณบอย หน่อยนะครับ
    เรื่องของ คุณบอล (คนแก่ชอบเด็ก) มีออกอยู่เยอะแยะครับ เดินบนถนนเนี่ย หันหลังแล้วโยนก้อนหินกลับไป รับรองโดนหัวอย่างน้อยคนหรือสองคนแน่นอนครับ เป้นเรื่องธรรมดาครับ เห็นเด็กแล้วกระชุ่มกระชวยนี่ ไม่ผิดหรอกครับ ก็เด็กมันน่ารักนี่ครับ สดใส วัยซน ซะขนาดนั้น อะไรๆ ก็ดูจะเจริญหู เจริญตาครับ

    ส่วนเรื่องของ คุณบอยนี่ ก็มากไปนิดนึงนะครับ
    อยากเรียนต่อ แต่ไม่อยากเสียเงิน มีเหรอครับ ที่คนเราอยากได้อะไรมาแต่ไม่ลงทุน แค่คนเราเกิดมา ยังต้องลงทุนกันเลย ลงทุนด้านความเสี่ยงไงครับ ว่าจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยในสังคมได้หรือเปล่า

    อยากให้คุณบอยลองคิดดูใหม่ละกันนะครับว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคุณบอยแล้วมันคืออะไร มันคือ…
    1. การเรียนอย่างแท้จริง โดยที่มีคนอุปการะ หรือ
    2. การอยากคบคนหน้าตาดีๆ สักคนที่สามารถอุปการะส่งเสียให้เรียนได้

    2 ข้อนี้ใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันตรงวัตถุประสงค์ครับ คุณบอลกับคุณบอย วัตถุประสงค์ก็ต่างกันครับพี่วิทย์ ผมว่า ทางที่ดี แนะนำให้คุณบอลกับคุณบอยพบกันเลยครับ ดีที่สุด แล้วให้เค้าตกลงกัน อย่างที่พี่วิทย์เขียนมาว่า หน้าตาดีทั้งคู่ เจอกันแล้วสปาร์คก็มีอะไรกัน จากนั้นจะอุปการะต่อหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ทั้งคู่เหอะครับ

    สาธุ….

  5. อ่านความเห็นแล้ว เลยสงสัยว่ามีผมคิดอย่างนี้อยู่คนเดียวหรือเปล่า

    ผมเข้าข่าย “คนแก่” ตามคำนิยามพี่วิทย์ได้แล้วนะครับ เกือบๆ จะหลุดกลุ่ม genX อยู่แล้ว แต่ยืนยัน (กับตัวเอง) ว่ายังไม่เข้าข่ายหน้าตารับไม่ได้ (หรือเป็นอย่างนั้นแล้วด้วยก็ไม่รู้) อย่างน้อย เว้นแต่รอยที่หางตา แล้ว ก็ยังไม่มีส่วนไหนที่พลอยร่วงโรยตามเพื่อนรุ่นเดียวกันไป

    อย่างไรก็ตาม ผมไม่ยักกะรู้สึกว่า อยากกินเด็กแฮะ คือว่า เด็กๆ หนุ่มๆ น่ะ ดูแล้วก็เป็นอาหารตาดี แต่ขอร้องว่า อย่าชวนคุยเลย แค่เริ่มต้นบทสนทนาก็น่ารำคาญหน่อยๆ แล้ว โดยส่วนตัวผม (พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่นอกเหนือกลุ่มนี้อย่าโกรธกันนะครับ) ผมว่ากลุ่มคนที่น่าคุยด้วยและน่าเข้าวงสังคมด้วย (และเข้า “วงใน” ด้วย ถ้าเข้าได้) คือคนที่เกิดในช่วงปลายยุค 60 หรืออย่างมากก็บวกลบ 5 ปีจากนั้น (ก็รุ่นผมนั่นแหละครับ)

    มีใครเป็นแบบนี้บ้างครับ

  6. ผมไม่ค่อยชอบเด็กเหมือนกันนะ คงเหมือนคุณTon น่ะแหละ
    ทั้งที่ยังเบญเพสอยู่ 55+
    ผู้ใหญ่ดูเป้นที่ปรึกษา-พึ่งพาทางใจได้มากกว่า

    ่ถ้าให้มองเด็กๆ มอปลาย/มหาลัยก็มองอยู่นะครับ
    แต่แค่มองเป็นอาหารตาก็พอ

    ส่วนเรื่องที่พี่วิทย์เล่ามา ถ้าดีมานมันตรงกับซัพพลาย
    อะไรๆมันก็คงดีไปหมดน่ะแหละ

  7. เมื่อก่อนก็ไม่สนคนที่อายุน้อยกว่านะ
    เห็นแล้วก็รู้สึกว่าเด็ก ๆ ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลย
    แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้ทำไมเด็กนักศึกษาน่ารัก ๆ มันเยอะจังแฮะ
    ทำไมเราเปลี่ยนไปรึไงนะ กลัวตัวเองจังเลย

    ส่วน Arthur C. Clark นั่นรู้จักชื่อมานานแล้ว
    เคยอ่านนิยาย Sci-Fi เค้าเล่มนึงด้วย
    ไม่ยักกะรู้มาก่อนว่าเป็นเกย์ น่าดีใจจัง

  8. โอ๊ย…ใครโยนก้อนหินโดนหัว กร๊ากกก

    (ขอบคุณทุกท่านๆ ที่อ่านแล้ว ขีดเขียน ไม่เหงา เหมือน
    เราพูดอยู่คนเดียว…)

    “Right By Me” ที่เกาหลีชอบมากๆ อยากให้เค้าซื้อบทหนัง
    ไปทำจัง!!!

  9. หวัดดีคับพี่ยอด ดีใจที่ได้คุยกับพี่ยอดในงานหนังสือนะคับ
    ผมก็เป็นคนนึงที่รักผู้สูงวัย อย่างแฟนผมเนี่ยอายุห่างกับผมตั้ง 10 ปีแหน่ะ
    แหะๆ คือผมชอบคนแก่อ่ะแหล่ะคับ แต่ว่าผมก็ไม่เคยอยากให้เค้าเป็นผู้อุปการะเลยนะ ไม่เคยคิดเลยทั้งๆที่เค้าก็มีฐานะที่มั่นคง(มากๆ) ขนาดเงินยังไม่เคยขอเค้าใช้เลยอ่ะ อาจจะเป็นเพราะเรามีความมั่นใจมากว่าเราสามารถหาเงินด้วยของเราได้ อาจจะเป็นเพราะสิ่งนี้ด้วยมั้งคับที่ทำให้เราคบหากันได้นาน เพราะเราไม่เคยเอาเรื่องเงินทองมาเป็นประเด็นต่อรองในการคบกัน
    ผมคิดว่า ถ้าคิดจะคบกับใครแล้วอย่ามองแค่ทรัพย์ศฤงคารของเค้า ควรจะมองถึงจิตใจและนิสัยมากกว่านะคับ

    อยากคุยกับพี่ยอดจัง อยากให้พี่ยอดได้มาฟังชีวิตรักผม เผื่อจะได้แนวคิดใหม่บ้าง

  10. ยินดีกับหนังด้วยนะครับพี่วิทยา

    ส่วนเนื้อหาเรื่องนี้ขอ No Comment เพราะว่า
    ต้าเองก็ยังไม่ได้เป็นคนแก่ชอบเด็ก
    และก็ไม่ได้เด็ก จนถึงขั้นให้ใครมาเลี้ยงดู เหอๆ เลยไม่เข้าใจทั้ง 2 กรณี

    แต่ถ้าจะเรียนต่อ ต้าว่าหาเงินเรียนเองดีกว่านะ ภูมิใจกว่า

  11. ขอบคุณครับที่ช่วยกันเขียนแสดงความคิดเห็น

    apelsin …ได้สิครับ ชอบอยู่แล้ว เขียนเรื่องความสัมพันธ์
    ของประชาชนเนี่ย สนุกครับ เดี๋ยวจบงานบุ๊คแฟร์ก่อน
    แล้วจะรบกวนนะ

  12. ผมอยากมีคนเลี้ยงจังเลยครับ ออกมาอยู่ กทม คนเดียว ได้ 1 ปีแล้ว ตอนนี้ทำงาน IT & Marketing ที่ดอนเมืองครับ อยากมีพี่ใจดีสักคน ผมอยากเรียนต่อ ให้จบ ป.ตรี อีก 2 ปีเองครับ Tel.088-1141487 Line:1141487

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s