ทฤษฎี “เกย์ 6 ขั้น” มองเกย์ให้ทะลุ

วิทยา แสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์ vitayamail@gmail.com สิงหาคม 9-10, 2008

“แอบจิต” “สว่างจิต” “สลัวจิต” เป็นคำเรียกที่ “อาจารย์เสรี” ใช้จัดระดับการยอมรับ หรือเปิดเผยตัวเองในหมู่มนุษย์สีรุ้ง ใครแอ๊บมากๆ ก็จะถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมและโดนตราหน้าอีกทีว่า “อีแอบ” แปลก…คำนี้มักใช้กับชายเกย์ แต่ไม่ค่อยใช้สำหรับหญิงเลสเบี้ยนที่ยังต้องแอบ ซึ่งก็มีอยู่จำนวนมไม่น้อย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงไม่มีใครชอบใจหรือยืดอกยิ้มรับหรอก หากโดนจิกแล้วเรียกเป็นอ้าย-อี จริงมั๊ย? แต่ถ้าใครยังเพลิดเพลินกับการเล่นซ่อนแอบอยู่ตามซอกหลืบ หรือในใจเค้าเอง ก็คงต้องปล่อยเค้าไป สำหรับคุณผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้อยู่ ผมเชื่อว่า คงไม่เพลินแล้วล่ะ….ใช้ชีวิตในมุมมืดน่ะ มันเหงานะคุณ

เมื่อหลายปีมาแล้ว นักจิตวิทยาและนักบำบัดด้านเพศคนดังท่านหนึ่งชื่อ Dr. Vivienne Cass ได้สร้างแบบ “จำลองหกขั้น” ขึ้นมา ผู้คนเรียกสั้นๆ ว่า “Cass Model” เพื่อใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการของคนๆ หนึ่งในการ “ยอมรับ” หรือ “ปฏิเสธตัวเอง” ว่า ฉันเป็นคนรักเพศเดียวกัน

โมเดลนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในปัจจุบันพอสมควรว่า เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ของโลกยุคนี้ หรือเปล่าหนอ?

อ่านๆ ดูแล้ว ผมก็ไม่เห็นมันจะโบราณสักเท่าไหร่ ยิ่งลองเอาโมเดลนี้มาย้อนดูตัวเอง เทียบกับผู้คนรอบข้างที่พบเจอ ผมว่า มันก็น่าจะจริงอยู่หลายประเด็น ที่สำคัญคือ อาจเป็นประโยชน์ เวลาสำรวจการปรับตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างถ่องแท้ รวมถึงตัวคุณเองด้วย และมันน่าจะดีนะ สำหรับคุณผู้หญิงที่พยายาม “เข้าใจเค้าคนนั้น” ที่คุณแอบมีใจให้ รับรอง แนวความคิดนี้จะสามารถอธิบายอะไรๆ เพิ่มเติมได้จาก แอบจิต สว่างจิต สลัวจิตที่คุ้นกัน

ในเว็บหลายเว็บ มีคนเกย์ใจดีได้แปล 6 ลำดับขั้นตอนของ “Cass Model” ไว้อย่างสวยทีเดียว ผมขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อและขยายความตามความเข้าใจและตามประสบการณ์ชีวิตเกย์ของผมเองก็แล้วกัน อ้อ! นิดหนึ่ง จากขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ จะเห็นว่า บางคนก็ย่ำอยู่กับที่ บางคนก็ก้าวไปขั้นหนึ่งแล้ว แต่ก็มีเหตุให้ย้อนกลับมายืนอยู่ตรงที่เดิม และเพื่อความรื่นไหลในการอ่าน ขออุปโลกน์ตัวละครชื่อ “เอก” ก็แล้วกัน พอดีสำรวจดูคร่าวๆ หลายปีแล้ว ชื่อเอก เป็นชื่อยอดนิยม ไม่เชื่อลองกดมือถือ แล้วนับดูสิ

1. ขั้น “สับสน” หรือ Identity Confusion“เราเป็นอะไร แปลกๆ หวิวๆ เวลาอยู่ใกล้ไอ้พล มันก็แค่นักบอลโรงเรียน?” “ไม่มีทางหรอก ผมเป็นเกย์ไม่ได้หรอก ก็ยังชอบดูผู้หญิงสวยๆ หุ่นดีๆ อยู่นี่นา” “หรือว่า ผมเป็นไบ?” เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างคำถามในขั้นสับสนของเอก แต่เหล่าเกย์ก็เคยถามตัวเองมาแล้วทั้งนั้น แต่พอถามไปถามมา บางท่านก็หยุดคิด หยุดสำรวจไปเลย สุดท้ายปิดประตูแน่นหนา ประกาศก้องข้าไม่ข้องแวะหรือยุ่งเกี่ยวอะไรๆ ที่เกี่ยวกับเกย์ทั้งสิ้น ส่วนในคนที่รู้สึกสับสนรุนแรงเอามากๆ ไม่ใช่แค่ปิดประตูตายอย่างเดียวนะคุณ เค้าจะออกอาการต่อต้านรุนแรงอีกตะหาก พบเห็นอาการนี้ได้ทั่วไปในเว็บบอร์ด

2. ขั้น “อยากเปรียบเทียบ” หรือ Identity Comparison
ในขั้นนี้ เอกเริ่มอยากสำรวจตัวเองมากขึ้น เพราะความรู้สึกอึดอัดมารุมเร้าบั่นทอนคุณภาพชีวิต อย่างนี้ล่ะ เรียกว่า Survivor ตัวจริง เขาจะถามตัวเองบ่อยขึ้น ถามอย่างเดียวไม่พอนะ ยังคอยสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ลองเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ เอกเริ่มลองชั่งน้ำหนักด้วยว่า การเป็นเกย์ของตนจะทำให้ “ได้” หรือ “เสีย” อะไรไปบ้าง (เอ…แต่ผมว่า น่าจะมีแต่ได้-ได้ล่ะไม่ว่า)

ในบางกรณี เอกก็นึกอยากจะ “ลอง” เพื่อให้รู้ว่า ตัวเองชอบเพศเดียวกันหรือไม่ อันนี้ ไม่รวมถึงอยากจะรู้ว่า ฉันชอบ “รับ” หรือ “รุก” มากกว่ากัน บุคคลใดที่ตกอยู่ในขั้นนี้มักพบว่า ยังไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริงของตัวเองอยู่ดี แม้เซ็กซ์ที่ผ่านไปเมื่อคืนมันชุ่มฉ่ำหนำใจสักเท่าไร เขาก็ยังเลือกเฉไฉไปว่า คงเป็นชั่ววูบ อารมณ์เปลี่ยวพาไป หรือไม่ก็โทษสุรายาเมานั่นแหละ

3. ขั้น “พอรับได้” หรือ Identity Toleranceนานวันเข้า เอกเริ่มปรับตัว เพราะความสนใจส่วนตัวที่มีมากขึ้น และอาจมีแรงผลักดันมาจาก “เซ็กซ์” หวานครั้งนั้นที่อยากได้อีกสักครั้ง ซึ่งถือว่า สิ่งเหล่านี้เป็นแรงขับด้านบวกนะครับ บัดนี้ปุ่ม “Alert” ของเขาเริ่มทำงานแล้ว เขาเริ่มไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว เขาอยากคุยกับคนอื่นมากขึ้น จากที่คอยหลบซ่อนตาม URL หรือล็อกอินผ่าน MSN ตอนนี้เอกเริ่มอยากไปสีลม ไปเจอเกย์คนอื่นๆ อยากรู้ว่า เขาใช้ชีวิตกันยังไง เอกเริ่มกังวลน้อยลงว่า ตัวเองจะเสียหรือได้อะไร

4. ขั้น “ยอมรับได้” หรือ Identity Acceptanceเอาล่ะ หลังจากเกิดปฏิสัมพันธ์กับใครบางคนแล้ว เอกเริ่มรู้สึกตัวว่า การเป็นเกย์ไม่ได้เสียหายอะไร เขาเปิดและขยายโลกทัศน์ของตัวเองมากยิ่งขึ้น เริ่มเบาใจ กังวลใจน้อยลง เพราะได้เห็นเกย์คนอื่นๆ ที่ดูก้อ “ปกติ” ดีนี่นา เขาออกไปเที่ยวบ่อยขึ้น ไปเจอคนที่เป็นเกย์มากขึ้น โจทย์ใหญ่ของเขาตอนนี้ก็คือ เขาจะเอา “โลกเดิม” ในหน้ากากของการเป็นชายรักหญิง มาผนวกกับ ”โลกใหม่” ที่น่าตื่นเต้นของเขาได้ยังไง? เอกเริ่มเปิดเผยความลับกับเพื่อนสนิท และในที่สุดกับเพื่อนบางคนที่ทำงาน แต่กับที่บ้านเรอะ? คงยากส์ หรือไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ๆ เกย์หลายคนวนเวียนอยู่ในขั้นนี้ และพอใจที่จะหยุดอยู่แค่จุดนี้ เกย์เอเชียรวมทั้งไทย อยู่ขึ้นนี้กันเยอะ

5. ขั้นยืดอก (Identity Pride)ถ้าเอก เริ่มขยายกลุ่มเพื่อนของเขาออกไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนไปเรื่อยๆ เริ่มคิดว่า อะไรคือสิทธิ์ และอะไรคือเสียสิทธิ์? เขาจะเริ่มเกิดความรู้สึกเหมือนถูกกระทำ อยากจะต่อสู้ปกป้องตัวเอง ตอนนี้แหละ เขาไม่สนแล้วล่ะว่า โลกใบเดิมที่มีเพื่อนเป็นชายหญิงทั่วไปจะคิดยังไง เขาแคร์อย่างเดียวว่าโลกใหม่ของเขาหรือโลกของเกย์ของเขาจะคิดยังไง คนทั่วไปเลยคิดว่า เกย์ช่างหงุดหงิดกับเรื่องสิทธิ์ และชอบเรียกร้องอะไรนักหนา ก็เพราะเขารู้สึกอย่างเอก นี่แหละ

6. ขั้นอยู่ตัวแล้ว (Identity Synthesis)
การค้นหาคำตอบของเอกยังคงดำเนินต่อไป แต่เขาก็ “เติบโต” ทางความคิดมากขึ้น เขารู้สึกว่า เขาไม่จำเป็นต้องแบ่งโลกออกเป็น โลกเกย์ และโลกไม่เกย์ แล้วต้องคอยเลือกว่าจะบริหารจัดการโลกทั้งสองอย่างไร หรือทำอย่างไรให้โลกทั้งสองอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข ภายในตัวของเขา เขาไม่แบ่งแยกอีกต่อไป ทุกอณูของชีวิตเขากลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความเป็นเกย์ หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขา ต้องบอกว่า มันก็แค่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาที่เขารับมันไว้อย่างเต็มความสุข…เท่านั้นเอง มีคนเรียกว่า เข้าขั้นเทพ…โอ้ว

ต่อไปนี้เวลาคุณคุยกะใคร ลองทบทวนดูว่า เขาอยู่ขั้นไหนกัน คงต้องสื่อสารกันคนละแบบ ที่คุณพบเจอ แล้วปรากฏว่า คุยอะไรก็ไม่รู้เรื่อง เพราะรู้สึกอีกฝ่ายปกปิด ซ่อนเร้น อำพราง ก็เพราะงี้แหละ เข้าใจกันนะ

แชะ! แชะ! คุณผู้อ่านลองสำรวจตัวเองดู ตามนั้น ว่างๆ ส่งอีเมลหรือแวะเข้าไปโพสต์ในบล็อกของผมได้ที่ http://www.vitayas.wordpress.com แชะ! แชะ! วันก่อนดูรายการ “เปิดปม ตีแผ่เรื่องจริง” ช่อง ThaiPBS จับประเด็นเรื่องสิทธิ์กะเทย ต้องปรบมือดังๆ ครับว่า ไม่ค่อยได้เห็นเรื่องแง่บวกแบบนี้มานานแล้ว แชะ! แชะ! สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเพิ่งสรุป “เพศที่สาม” ไม่ใช่ปัญหาหลังสำรวจมหาวิทยาลัย 61 แห่งพบมีสาวประเภทสอง 2,847 คน แปลงเพศแล้ว 22 คน น่านสิปัญหาน่าจะเป็นที่ทั่นรมช. ศึกษาคนนั้นมากกว่าที่สั่งการให้สำรวจด้วยวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน แชะ! แชะ! หนุ่มสิงคโปร์ชอบโดนหนุ่มไทยนวดเขียนเตือนในเว็บ fridae.com ว่า ใครที่ชอบนวดแล้วนาบ พึงระวังเพราะน้ำมันนวดเปื้อนมือแล้วไปจับถุงยาง อาจทำให้ถุงยางรั่วหรือชำรุดได้ สารหล่อลื่นต้องเป็นชนิดน้ำเท่านั้น อะไรมีส่วนผสมน้ำมัน อย่าใช้ ปรากฏมีคนโพสต์ท้ายบทความบอก…เพิ่งรู้เรื่องถุงยางรั่วได้…อ้ะ คงต้องรณรงค์กันต่อไป เชื่อแล้วครับ ยังมีคนไม่รู้เรื่องเซ็กซ์ที่ปลอดภัยอีกแยะ แชะ! แชะ!

20 thoughts on “ทฤษฎี “เกย์ 6 ขั้น” มองเกย์ให้ทะลุ

  1. แปลกใจนิดหน่อยที่ยังไม่มีใคร post จัดกลุ่มตัวเองครับ

    ผมว่าทั้ง 6 เบอร์ ขึ้นกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมนะครับ เพราะในบางครั้ง กับบางสังคม ผมว่าผมทำได้แค่ทำไม่รู้ไม่ชี้กับตัวเอง และแอบหรือทำเนียนไปเฉยๆ (ส่วนใหญ่เพราะคร้านเกินกว่าจะตอบคำถาม หรือไม่งั้นก็เบื่อกับการทำหน้าตกใจของคู่สนทนา) แต่กับบางวงสนทนาผมก็เลยเถิดไปเป็นเบอร์ 5 (เพิ่งประวาทะกับเพี่อนร่วมงานไปเมื่อ 2 วันก่อนเรื่องสิทธิของเกย์อย่างที่พี่วิทย์เขียนนั้นเลยครับ) หรือ 5.5 (นับได้มั้ยครับ ถ้าสามารถคุยเรื่องผู้ชายกับรุ่นพี่ที่เป็นผู้ชายทั่วไปได้อย่างที่คนอื่นๆ คุยเรื่องผู้หญิง) หรือถ้าเป็นในบ้าน ซึ่งผมเคยเกริ่นให้พ่อกับแม่รู้เป็นนัยๆ แล้ว แต่ก็ยังตามใจให้ที่บ้านใช้นโยบาย don’t ask, don’t tell ไปตามสะดวก อย่างนี้ จะจัดกลุ่มเป็นเบอร์ 3.5 พอจะได้มั้ยครับ

  2. ของผมก็บอกเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ที่บ้านอย่างเดียวเท่านั้น คงต้องรอกันอีกนานกว่าจะกล้าบอกได้

  3. ตอนนี้อยู่ขั้น 4 ครับ
    แต่ก็รู้สึกเหมือนๆจะเป็นขั้น 6 อยู่เหมือนกัน

    แต่ไม่เคยอยู่ขั้น 5 เลยง่ะ

    มันข้ามขั้นกันได้อ๊ะป่าว

  4. ดีจัง มีคนมาช่วยเขียนแล้ว
    น้องบี พี่ว่า บางที พี่ก็อยู่ขั้นที่ 1 แหละ
    สับสนอยู่น่ะ ว่า…จะเลือกใคร…อิ อิ อิ

    ข้ามขั้นกันได้ครับ “คนผ่านมา” จะอย่างไร
    เป็นตัวเอง แล้วมีความสุขได้นั่นแหละดี

  5. เหวอ! สงสัยอ่ะค่ะ ว่าขั้นสำรวจตัวเอง 2/3/4 เนี่ย ต้องมีเรื่องสัมพันธ์ทางกายเป็นตัวทดสอบ/กระตุ้นเสมอเลยเหรอ..
    ถ้าแบบว่า อยากบอกพ่อแม่ก่อน แล้วค่อยเปิดเผยกับสังคมคนรอบข้างแบบเต็มตัว พี่วิทย์ว่าจะเป็นขั้นไหนดีคะ?
    (ตอนนี้แค่คุยเปิดเผยกับคนที่สนิทจริงๆ ส่วนคนอื่นปล่อยให้เค้าคิดกันไป ไม่ตอบรับ-ไม่ปฏิเสธ)
    คิดเอาเองว่า คงคร่อมแถวๆ 3-4 หรือเปล่า?

  6. ดิฉันอยู่ขั้นที่ 69 เลยขั้นที่ 6 ไปไกลมากๆๆๆๆๆ ค่ะ
    กล่าวคือ เป็นเกย์ก็ไม่ใช่ ไม่เป็นเกย์ก็ไม่ใช่

    สรุปคือ ดิฉันเป็นนางอัปสสวรรค์ ค่ะ
    นางอัปสรเป็นหนึ่งในสิบสิ่งมหัศจรรย์สิบอย่างที่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการกวนเกษียรสมุทร ค่ะ
    นางอัปสรจึงไม่อาจจะได้เป็นชาวมนุษย์ หรือ ชาวสวรรค์
    เพราะนางไปได้ทุกภพที่นางอยากไป
    คอยขย้ำกินความรักที่อยู่ในหัวใจชาย และทิ้งไปโดยไม่ไม่ปราณี
    ประหนึ่งฝูงนางหมาใน ที่กรุ้มรุมขย้ำกินเหยือจนหนำใจแล้วจรจากไป…

    ฮิ้ว……………………
    ดิฉันส่วางเสียยิ่งกว่าสว่างอีกครับ สว่างจนร้อนประหนึ่งดวงอาทิตย์
    คริคริ

  7. เอ่อ ชื่อ K7 นี่ รี 8
    นี่ เลข7 นี่คือ นัยนะทางสถิติที่หมายความถึงความยาวหรือเปล่าค่ะ
    ดิฉันแอบคิดไปไกลค่ะ

  8. คนที่คิดว่าตัวเองอยู่ขั้น 6 แล้ว สำรวจตัวเองก่อนนะครับว่าที่จริงแล้วตัวเองไม่ได้เป็นพวกเกลียดเกย์ฝังใน ใจยังยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ได้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองสมควรมีสิทธิเหมือนกับคนทั้งหลายที่ไม่ใช่เกย์ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต่างกับพวกแอบเท่าไหร่

  9. ผมยอมรับตัวเองได้มานานแล้ว บอกเพื่อนหลายคนแล้ว
    ก็น่าจะอยู่ขั้น 4 แล้วผมก็คิดถึงเรื่องสิทธิเกย์มานานแล้วเหมือนกัน
    และตอนนี้ก็ไม่ค่อยกังวลแล้วว่าที่บ้านจะรู้
    เขาจะรู้ก็รู้ไป แต่เราจะไม่บอกเองเท่านั้น
    แต่จะให้ถึงขนาดประกาศตัว ก็ไม่ใช่
    เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่า 4.5 ละกันครับ

  10. ไม่รู้ว่าจะบอกว่าตัวเองอยู่ขั้นไหนครับ

    แต่รู้ว่า “เกิดมาก็เป็นอย่างนี้แล้ว”

    รู้ตัวอีกที ก็เป็นไปแล้ว

    ไม่ได้เกิดจากการเริ่มต้น หรือไม่มีบทสรุปที่ตายตัว

    ….

    มีคนที่ผมรู้จักคนนึง เค้าเป็นผู้ชาย มีแฟนผู้หญิง
    เค้าเองไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย
    จนกระทั่ง……………….

    แล้วเค้าก็บอกผมว่า ตัวเค้าเปลี่ยนไป
    จากแต่ก่อนเลิกงานแล้วต้องไปรอผู้หญิง
    ตอนนี้เค้ากลับมารอผมแทน

    อย่างนี้จะให้พี่เค้าอยู่ขั้นไหนครับ

    แบ่งปัน – แบ่งปัน

  11. ตอบคุณสาวอิสานรอรัก..
    ขอโทษที่ทำให้ตีความไปไกล ก็แค่ “7” เป็นเลขที่ชอบเท่านั้นเอง หาได้มีความนัยอย่างอื่นไม่ ถ้าใช้ K9 จะคิดไปถึงไหนเนี่ย ฮิๆๆ

    อยากมีใครซักคนที่อยากรอเราเหมือนคุณ Call Me Gay จัง..
    (คงไม่ใช่มารอทวงหนี้นะ ^^)

  12. ผมอยู่มาทุกขั้นแหล่ะ ตอนนี้ขึ้นมาชั้น6 รอต่อขึ้นชั้น7งับ
    อิอิ

    ขั้นที่7. ขั้นอิสระ เป็นขั้นที่รู้สึกว่าทุกคนคือสิ่งมีชีวิตบนโลกใบเดียวกัน ไม่มีแบ่งชาย หญิง เกย์ กระเทย ทอม ดี้ เลสเบี้ยน ขั้นอิสระคือทั้งกายและใจเป็นอิสระ

    ผมว่าขั้น 1-2 กว่าจะผ่านยากที่สุด ไม่มีใครจะมากำหนดให้เราผ่านขั้นไหนขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน เป็นกำลังใจให้ครับ

    ผมบอกที่บ้านไปได้ประมาณสองปีกว่า ทุกอย่างดีขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกนะครับ วันแม่ผมยังโทรไปบอกรักแม่ วันรุ่งขึ้นวันเกิดผม แม่ยังอวยพรให้เยยทั้งเรื่องการงาน ความรัก ^^ และบอกว่าให้ผมเป็นขวัญใจแม่ตลอดไป

    ปล.คอมเมนต์ช้าไปนิสสสสสสส

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s