ลื่น ‘ไถล’ ทางเพศ?

วิทยา แสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์ vitayamail@gmail.com 30-31 สิงหาคม 2008

ผมรู้จักกับ “เจเจ” มาสักสามปีแล้วล่ะครับ เพื่อนรุ่นน้องคนนี้เป็นนักฝึกอบรมมืออาชีพที่เป็นเกย์ รูปลักษณ์ภายนอกของเขาก็เหมือนชายทั่วไป ไม่ได้มีอาการกระตุ้งกระติ้งให้ใครบางคนเกิดอาการตากระตุก หรืออักเสบทางอารมณ์

บางครั้งหนุ่มตัวเล็กคนนี้ก็ไว้หนวดหรอมแหรม ดูไม่ค่อยพิถีพิถัน แต่ก็แอบน่ารักอยู่ในบุคลิกว่องไวชองเขา เขาเป็นพูดเร็ว เสียงดัง ที่สำคัญอารมณ์ดีอยู่เสมอ

งานของเขาทุกวันนี้คือ เดินทางไปทั่วประเทศ และนอกประเทศ เราสองคนจะเจอกันก็เฉพาะตามงานและภารกิจกิจกรรมสาธารณะต่างๆ เราไม่เคยไปไหนมาไหน ไม่เคยเฮฮาปาร์ตี้ด้วยกัน ความใกล้ชิดจึงมีขอบเขตเพียงแค่คนรู้จัก

กระทั่งวันหนึ่ง ผมก็ได้พบตัวจริงๆ ของเขา ทำเอาอึ้งเลยล่ะครับ

“เมื่อก่อน ผมคิดว่า ผมเป็นกะเทย” เจเจเล่า “พี่เชื่อมั๊ย ผมชอบไว้ผมยาว ถักเปียสองข้าง รักสวยรักงาม ตอนเด็กๆ ผมคิดว่า ผมเป็นผู้หญิง ผมเกิดมาเพื่อเป็นผู้หญิง ที่ชอบมากคือ ซื้อกางเกงในผู้หญิง แล้วก็ใส่ยกทรง ใครจะว่าอะไร ไม่สน”

ผมนิ่งฟัง พยายามนึกภาพตาม นึกไม่ออกเลยล่ะคุณ….ไอ้หมอนี่เนี่ยนะ สาวประเภทสอง?

เขาเล่าต่อว่า พ่อพยายามเปลี่ยนแปลงเขา ให้ซ้อมมวย ให้เล่นกีฬา จะบังคับฝืนใจแค่ไหน เด็กชายเจเจ ก็อยากเป็นเด็กหญิงอยู่ดี

“พ่ออยากให้เป็นนักกีฬา ผมก็ทำตามนะ ผมเล่นกีฬาจนเป็นตัวแทนโรงเรียน ครั้งสุดท้ายที่จำได้ พ่อตี จับผมแก้ผ้า แล้วตีๆ ๆๆๆ เลย ผมเข้าใจ ผมเป็นลูกคนโต ครอบครัวผมเป็นคนจีน

ยังไงๆ ผมก็อยากเป็นเด็กผู้หญิง สิ่งที่ตอนเด็กลำบากอีกเรื่องก็คือ ต้องพูดคำว่า ‘ครับ’ มันกล้ำกลืนฝืนทน อึดอัด ทรมาน พูดยากจริงๆ เลย คำๆ นี้ ผมต้องใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะพูดคำว่า ‘ครับ’ ได้เต็มปาก”

เจเจ รู้สักตัวเองว่าคงเป็นกะเทย จนกระทั่งอายุ 20 ถึงเวลาไปเกณฑ์ทหาร

ตอนนั้นเขาเก็บออมเงินสะสมไว้พร้อม และพร้อมที่สุดที่จะมี “นม” เป็นของตัวเอง ไม่ต้องใส่เสื้อชั้นในดันทรง

“ตอนนั้น ผมบอกตัวเองว่า ต้องเป็นผู้หญิงให้ได้ กำเงินไว้แล้วล่ะ หกหมื่นห้า ถ้าไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร ผมจะเอาเงินไปทำนม สุดท้ายแล้ว ผมก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร”

แต่เจเจก็ไม่ได้ไปทำนม

“มันสองจิตสองใจน่ะครับ ในที่สุด คิดๆ ดูอีกที ตกลงเราเป็นอะไรกันแน่ แล้วถ้าทำนมไปแล้ว ชีวิตผมจะเป็นยังไง ไม่แน่ใจ จริงๆ ผมก็ยังพอใจของๆ ผมอยู่ ต่อไปจะให้ผ่าตัดแปลงเพศเลย ก็เอ…ก็ไม่รู้สึกอย่างนั้นนะ ตอนนั้นแค่อยากสวย อยากมีนมเป็นของตัวเอง เท่านั้น”

ได้ฟังเรื่องของเจเจแล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึง บรรดาน้องๆ “กะเทยหัวโปก” ทั้งหลาย ไม่ต้องหาที่ไหนอื่นไกล ลองไปเดินสยามฯ ดู จะเห็นพวกเขา ในวัยใสมัธยมต้น ผมสั้นถึงผมเกรียน เดินกันเป็นกลุ่มๆ แต่ตัวกันมันส์สุดๆ บางครั้งก็เน้นความเซ็กซี่ที่ดูแล้วยากจะมี เมื่ออยู่ในชุดนักเรียน การแสดงออกและการพูดจาของพวกเขาทำให้ผู้ใหญ่หลายๆ คน ขัดเคืองนัยน์ตาอย่างหาที่สุดไม่ได้

คุณรู้สึก หรือเคยรู้สึกอย่างนี้ใช่มั๊ยเวลาเห็นพวกเขา?

เฮ้อ…เกิดมาเป็นผู้ชายดีๆ ไม่ชอบ เฮ้อ…พวกเบี่ยงเบน เฮ้อ…ทำไมนะโลกนี้ต้องมีคนพวกนี้ด้วย? เฮ้อ…หน้าตา ผมเผ้าก็ไม่ให้ พยายามจะทำสวย แต่งหน้าทาปากเข้าไป สวยตายล่ะ

ผมก็เคยรู้สึกและคิดอย่างเดียวกันนั่นแหละ แต่พอตั้งสติค่อยๆ คิดดู ไม่เอาอคติส่านตัวมาปน ผมคิดว่า พวกเขาก็คงไม่อยากเกิดมาให้ถูกดูถูกดูแคลนหรอก แต่คงเป็นเพราะวัย บวกกับความไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง เลยต้องแต่งหน้าทาปาก เขียนคิ้วโก่ง

ลองคิดดูนะครับ ถ้าเยาวชน “หัวโปก” โตขึ้น แล้วไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นล่ะ?

พวกเขาอาจจะแค่ “พวกมากลากไป” แต่งตัวและออกอาการแบบนั้นเพราะความสนุก? หรือไม่ก็ขาดความเข้าใจ?

อย่างวันนั้น ถ้าเงินที่กำไว้ แปรสภาพไปเป็นนม? หรือต่อมา เจเจตัดสินใจแปลงเพศ เปลี่ยนจู๋เป็นจิ๋ม แทน แต่มารู้ทีหลังว่า ตัวเองไม่ได้เป็นกะเทย แต่เป็นเกย์? ชีวิตเขาคงเปลี่ยนไป?

สิ่งเหล่านี้เรียกว่า ความลื่นไหลทางเพศ หรือเปล่า?

คำๆ นี้ชาวบ้านยังไม่ค่อยได้ยินหรอกครับ เพียงแค่รณรงค์ว่า เกย์ กะเทย ทอม ดี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับการ “เบี่ยงเบน” ก็ยากมากๆ อยู่แล้ว เพราะทัศนคติคนต้องค่อยๆ ปรับกัน ปรับไปให้มองทะลุมิติภาพลักษณ์ภายนอก ส่องให้เห็นถึงภายใน หนีจากกรอบสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่หล่อหลอมให้คุณยึดติดกับทางความคิด จนกระทั่ง คุณมองออกว่า เขา หรือเธอก็เป็นเช่นนั้นเอง ไม่ได้เบี่ยงหรือเบนจากอะไรไปเป็นอะไรทั้งสิ้น

แต่กรณีของเจเจ คุณผู้อ่านบางคน อาจจะตั้งคำถามไปไกลกว่านั้น ถึงที่ว่า

ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว เกย์ก็เปลี่ยนไปเป็นผู้ชายรักผู้หญิงได้สิ! ดูอย่างเจเจ ยังเปลี่ยนจากกะเทยหัวโปกในวัยเด็ก มาเป็นเกย์ได้เลย ถ้าอย่างนั้น…เพื่อนร่วมงานคนนั้น ที่ฉันแอบรักอยู่ ก็มีสิทธิ์ “เลิก” เป็นเกย์ แล้วหันมาชอบฉันได้ ใช่มั๊ย?

ช้าก่อน คือผมไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกผิดหวังนะครับ ผมคิดว่า การลื่นไหล หรือน่าจะเป็น “ลื่นไถล” ดังกรณีของเจเจ เนี่ย น่าจะเกิดเป็นกรณีไป แต่จะให้เจเจ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากผู้ชายรักผู้ชาย ไปเป็นผู้ชายรักผู้หญิงเนี่ย ผมว่า ไม่น่านะ

“ความลื่นไถล” ในสภาพความเป็นจริง และตามที่รับรู้มาจากกรณีอื่นๆ ผมคิดว่า ก็เป็นการลื่นไถลไปมาอยู่ในวงโคจรของมัน

จากความรู้สึกของเจเจ (ที่อาจเป็นความเข้าใจผิด) ที่ว่า ตัวเองเป็นกะเทย ก็ไม่ได้เป็นกะเทย แต่เป็นเกย์
กรณีอย่างเจเจคงเคยเกิดขึ้นกับอีกหลายๆ คน แต่ผมว่า จะให้เปลี่ยนไปเป็นชายทั่วไปที่รักผู้หญิง เลย คงจะยาก และ ไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้าไม่งั้นบรรดาโครงการ “conversion therapy” ทั้งหลาย ที่ประกาศปาวๆ ว่า เปลี่ยนเกย์ได้ ก็น่าจะร่ำรวยผิดปกติ

คุณว่างั้นมั๊ย?

แชะ! แชะ! ไม่มีเทศกาลหนังใดจะปฏิเสธหนังเกี่ยวกับเกย์/เลสเบี้ยน/กะเทย แม้กระทั่งเทศกาลหนังสั้นประจำปีของไทย หรือ “เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12” เริ่มศุกร์ที่ 29 ส.ค. ถึง วันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย. ยาวนานกว่า 16 วัน ฉายที่ห้อง Auditorium ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (สี่แยกปทุมวัน ตรงข้ามตึก MBK และ Siam Discovery) รับบัตรเข้าชมหน้าห้องฉายได้ล่วงหน้าก่อนรอบฉาย 1 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ กระซิบนิดนึง หนังเกย์ เลสฯ ไปดูวันพฤหัสที่ 4 ก.ย. รายละเอียดได้ที่ thaishortfilmfestival@gmail.com หรือ http://www.thaishortfilmfestival.com แชะ! แชะ! แสดงความยินดีย้อนหลังให้เกย์นักกระโดดน้ำด้วยครับที่คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ น้องแม็ธ “Matthew Mitcham” ด้วยวัยเพียงยี่สิบ รับรองหนุ่มน้อยจากแดนจิงโจ้คนนี้ ยังกระโดดลงน้ำได้อีกหลายตูม แชะ! แชะ!

8 thoughts on “ลื่น ‘ไถล’ ทางเพศ?



  1. น่าจะใช่นะ คลิปน้องแมทอีกแล้ว รีบไปดู ก่อนโดนสอย แวะมาแปะลิงค์เฉยๆ ขอติดคอมเม้นท์ไว้ก่อนนะคะ

  2. เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจนะครับพี่
    ผมเองก็คิดอย่างพี่บอกแหละครับ
    ว่าแต่งตัวไม่ได้ดูเล้ยยยยยย
    และก็แอบคิดว่า โตขึ้นน่าจะดีขึ้น

  3. มาเม้นท์แล้ว น่าสนใจดีนะพี่ เรื่องนี้ ดีใจด้วยกับคุณเจเจด้วยที่หาตัวตัวเองเจอหลังจากที่สับสนว่าตนจะเป็นอะไรกันแน่ระหว่างเกย์กับกะเทย คลิปน้องแมทหามาให้แล้วนะคะ รีบๆไปดูก่อนโดยสอยนะ

  4. ดิฉันเคยมีเพื่อนแบบนี้เยอะแยะมากๆ ค่ะ
    ครั้งหนึ่ง เพื่อนดิฉันต้องไปออกค่าย com med ตามบังคับ
    ของนักศึกษาแพทย์ค่ะ เธอเป็นกะเทยอ้วนออกสาวมาก ถึงม๊ากกที๊สุด
    เธอว่า…

    “แกเอ้ยแก… ฉันไปออกค่ายมา ลำบากมากๆ เลย ต้องทำตัวดัดจริตเป็นผู้ชายอยู่ตั้งหลายวัน รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองมั่กๆ เวลาพูดก็ต้องพูดเสียงต่ำๆทุ้มๆ เวลาอาบน้ำก็ต้องนุ่งผ้าข้าวม้าล่ะแกเอ้ย … เกิดมาไม่เคยดัดจริตขนาดนี้มาก่อน” ว่าแล้วเธอก็ตักส้มตำเข้าปากเคี้ยวหมุบหมับ

    ฟังแล้วดิฉันสรุปได้ดังนี้ค่ะ

    เวลาผู้ชายทำตัวเป็นผู้หญิง ก็ต้องเรียกว่าดัดจริตหญิง

    เวลากระเทยทำตัวเป็นชาย ก็ต้องเรียกว่า ดัดจริตทำตัวเป็นผู้ชาย…

    คุณลอง พิจารณาคำนี้ให้ดีนะคะ ดัดจริต ประกอบไปด้วยคำว่า ดัด และ จริต

    …คนบางคนก็เกิดมาเป็นกะเทยโดยเฉพาะก็มีค่ะ…
    กรณีข้างต้น คงไม่ได้เรียกว่าลื่นไหลทางเพศนะคะ
    เพราะ เธอยังมุ่งมั่นกับความเป็นกะเทยมีการศึกษาอย่างแรงกล้า…
    ดิฉันยังเห็นเธอเดินนชุดกาวน์สีขาว… พริ้ว อยู่บนตึกผู้ป่วยนอก
    อยู่มาจนทุกวันนี้ค่ะ

    ลงนาม สาวอิสานรอรัก

  5. ขอบคุณบีแมนยูแฟนด้วยนะครับ ผมดูหมดทุกลิงก์แล้วครับ น้องแมทน่าร้ากกกกกกกกกกกก แฟนน้องแมทก็น่ารัก ดูเหมาะกันดีงับ

    ผมอ่านจบแล้ว นึกถึงความเห็นบางอย่างที่เคยผ่านตามา ไม่แน่ใจว่าจากบอร์ดไหนหรือหนังสือเล่มไหน

    ความคิดเห็นนั้นจะมีประมาณว่า ตุ๊ด/กะเทยหมายถึงผู้ชายที่อยากเป็นผู้ชาย และมีความรู้สึกทางเพศกับผู้ชาย
    และเกย์หมายถึงผู้ชายที่ยังอยากเป็นผู้ชายเหมือนเดิม เพียงแต่มีความรู้ทางเพศกับผู้ชายด้วยกันเท่านั้น
    พร้อมกับเรียกร้องว่า อย่ามาเรียกพวกเกย์ว่าเป็นตุ๊ด/กะเทย และรู้สึกขัดเคืองเวลาใครมาเรียกแบบนั้น

    (ขอออกตัวก่อนนะงับว่า ผมไม่ได้คิดว่าความคิดเห็นแบบนี้ผิดนะครับ) เพียงแต่ผมมีความสงสัยว่า หากมีใครไปเรียก กะเทย/ตุ๊ดว่าเป็นเกย์ เขาจะพอใจมั้ย????? หรือเขาไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะเขารู้ตัวเองว่า จริงๆแล้วเขาเป็นอย่างไร คนอื่นไม่ต้องมา…..บอก

    หรืออย่างเกย์รุ่นอาวุโสอย่างสมศักดิ์ ช./อุ๊บ วิริยะ ตามประวัติตอนเป็นวัยรุ่นก็ออกแนวเถื่อนๆ ยกพวกตีกับโรงเรียนฝ่ายตรงข้าม แต่ปัจจุบันก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ อย่างนี้คงเรียกว่าลื่นไถลทางเพศอีกแบบหนึ่งได้มั้งครับ? แต่คงตรงข้ามกับคุณเจเจ

    สิ่งที่ผมสนใจและมีข้อสังเกตว่า ในช่วงวัยเด็ก/วัยรุ่นของเกย์ ไบ กะเทย ตุ๊ด ทอม ดี้ เลสเบี้ยนฯลฯ เขาเป็นอย่างไรหมายถึงการแสดงออกทางพฤติกรรม กับส่วนของจิตใจ มันขัดแย้งกัน มันกลมกลืนกัน มันบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร??

    ดังนั้น สิ่งที่เราเห็น “น้องกะเทยหัวโปก” แตกตัว พูดจา กรีดกราย หรือที่เรียกว่าขัดหูขัดตา ซึ่งทำให้คนทั่วไปเหมาหมดว่าคนที่รักเพศเดียวกันมักเป็นแบบนี้ และอาจจะทำให้เกย์บางคนขัดใจ และทุกข์ใจกับบางสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ แต่คนอื่นทำ และเขาได้รับผลของมันด้วยคือการตั้งข้อรังเกียจจากสังคม

    ในขณะที่ “น้องกะเทยหัวโปก” เหล่านั้นรู้ใหมว่าการกระทำบางอย่างมันขัดหูขัดตา ผมว่าเขารู้นะว่ากำลังทำอะไรอยู่ เพียงแต่เขาอยากจะบอกบางอย่างในสิ่งเขาเป็น (แม้ในอนาคตมันจะเปลี่ยนไปจากปัจจุบันที่เป็นอยู่) ปัจจุบันเขาได้บอกสังคมรอบข้างว่า “หนูเป็นแบบนี้นะค่ะ”
    และมากกว่านั้น เขาสามารถไปตามกรี๊ดหนุ่มที่เขาหมายปองหรือกระทั่งบอกรัก แม้หนุ่มหน้ามนคนนั้นจะไม่เล่นด้วยก็ตาม หรือแสดงอาการชื่นชมดาราชายที่ชื่นชอบได้อย่างเต็มอารมณ์เกิน 100%

    ในขณะที่เกย์แอบๆไม่สามารถทำได้อย่างนั้น และมีพฤติกรรมที่ตรงข้ามกับน้องตุ๊ดมัธยมอย่างสิ้นเชิง แต่เกย์แบบแอบๆบางคนแล้วสมหวังอยุ๋กันเป็นคู่ก็พอเห็นมาบางนะ และไม่สมหวังก็เยอะ

    ยิ่งเขียนยิ่งเยอะ ยิ่งเยอะก็ยิ่งงง เขียนไปอ่านไปเกือบลืมว่าผมกำลังสื่ออะไร ผมเพียงต้องการบอกว่า ไม่มีใครบอกเราได้ครับว่าเราเป็นอะไร ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ การตัดสินใจทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ อย่างมีสติ หาข้อมูลเยอะๆก่อนตัดสินใจ เพราะตัดสินใจไปแล้วจะได้ไม่ผิดหวังครับ

  6. เป็นการใช้คำที่แปลกดี “ลื่นไถลทางเพศ”
    no comment ครับ
    เพราะไม่เคยมีไอเดียเรื่องแต่งหญิง มีนม ผมยาว เลย ไม่มีจริงๆ

    กำลังดู เจ๊กบ มาออกรายการ VIP ช่อง 9 รีบๆไปดูเกันครับ
    เจ๊กบบอก ที่ไม่ได้บวชชี เพราะกลัวจะไปกินพระ 5 5 5

  7. หวัดดีครับพี่วิทย์

    ผมเองก็เคยสับสนตัวเองอยู่พักนึงเหมือนกัน ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่

    “เกย์” “กะเทย” หรือ “ผู้ชาย”

    เพราะบางครั้งผมเองก็เคยคิดเหมือนกันว่า ทำไมตัวผมเองถึงชอบผู้ชาย คิดไปคิดมาก็เหมือนจะสับสนในตัวเอง

    เคยคิดว่าอยากมีนม มีจิ๋ม เป็นของตัวเองเหมือนกัน แต่พอลองไตร่ตรองดูอีก มันก็ไม่ใช่ทางของผมอีกนั่นแหละ

    ครั้งหนึ่งเมื่อตอนเป็นวัยรุ่นอยู่มัธยมปลาย ผมเรียน นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ครับ ใจลึกๆ แล้วรู้สึกธรรมดามากกับการเรียนนักศึกษาวิชาทหาร (อ้อ..ลืมบอกไปว่า ตัวผมเองก็ไม่ใช่คนวี้ดว้าย กระตู้วู้อะไรมากมายนะครับ ก็คงแค่พองามตามประสาเท่านั้นเอง) ในใจลึกๆ ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรกับการฝึก เหมือนน้องแต๋วคนอื่นๆ ที่เข้ามาฝึกกัน บางคนรับไม่ได้กับการออกค่ายครั้งนี้ แม้กระทั่งถึงปี 3 แล้ว ก็เดินกลับไปเลยก็มี

    แต่ผมเองกลับสู้จนถึงวันสุดท้ายจนแล้วจนรอด

    อีกใจหนึ่งลึกๆ เคยคิดอยากจะลองมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงบ้างเหมือนกัน แต่พอคิดๆ ไปแล้ว ไม่อยากหลอกผู้หญิงครับ

    ตอนนั้นรู้สึกสับสนมาก แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อถึงวันที่เราต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง ถึงวัยทำงาน ถึงวัยที่ต้องมีความรับผิดชอบทั้งตนเองและครอบครัว หรือมีภาระต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ประสบการณ์ในชีวิตก็จะสั่งสอนให้เรารู้ว่า เราควรจะเป็นอะไรหรือวางตัวอย่างไร

    ดีใจกับเจเจ ที่ค้นพบตัวเอง (เหมือนๆ กับผมเหมือนกัน)

    ……….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s