เมื่อ “Idol” เลิกแอบ: “ชั้นรีบวิ่งไปปิดวิทยุแทบไม่ทัน”

วิทยา แสงอรุณ เลิกแอบเสียที Hiding No More, Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันเสาร์ vitayamail@gmail.com 4-5 ตุลาคม 2008

สัปดาห์นี้นิตยสารบันเทิงยักษ์ใหญ่ “People Magazine” จะวางแผง ผู้คนทั่วสหรัฐ กำลังรออย่างใจจดใจจ่อ เพราะสัปดาห์ที่แล้ว ทางพีอาร์ของนิตยสารปล่อยข่าวใหญ่ออกมาจนฮือไปทั่วโลก

“New Dad Clay Aiken. YES, I’M GAY.”

พร้อมลงรูปนักร้องหนุ่มคนดัง กำลังอุ้มทารกวัยไม่ถึงสองเดือน

เคลย์ เอเคน เป็นนักร้องเสียงนุ่มเสน่ห์แรง ดังเปรี้ยงมาจากการประกวดร้องเพลงรายการใหญ่ของสหรัฐ American Idol

ผู้เข้าแข่งขันจะถูกคัดข้นมาจากทั่วประเทศ แต่ไม่ได้โดนจับมาขังอยู่ในบ้านเดียวกัน เอากล้องไปส่อง 24 ชั่วโมง จนคนดูรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเดียวกันกับพวกเขา

รายการ American Idol เน้นผู้เข้าแข่งขันเสียงร้องคุณภาพเป็นพื้นฐาน ร้องเพี้ยน ร้องคร่อมจังหวะ ไม่มีทางได้ขึ้นเวที ต่อให้เกาหลีแค่ไหนก็เถอะ (จริงๆ ยังไม่มีหน้าเกาหลี เข้ารอบเลยนะ)

ช่วงซีซั่นสองของรายการ (ปี 2003) คะแนนของหนุ่มผิวซีดๆ ร่างผอมๆ ก็เบียดสีตีคู่มากับหนุ่มผิวหมึกร่างยักษ์ “รูบิน สตัดเดิร์ด” (Rubin Studdard) หลังโหวต มือถือสั่งลาทั่วประเทศ เคลย์ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เป็นที่สองของรายการ

แต่ปรากฎว่า เขาเป็นนักร้องรองชนะเลิศชายที่ดังที่สุดของรายการ American Idol จวบจนปัจจุบัน ขึ้นแท่นแข่งรัศมีกับเจ้าแม่ Idol คนแรก เคลลี่ คลาคสัน (Kelly Clarkson เจ้าของเพลงดัง Since U Been Gone, Because of You, etc.)

ตอนนี้รูบิน บินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

ยิ่งดังเท่าไหร่ ก็ยิ่งตกเป็นข่าว ทั้งแมงเม้าธ์ แมงโม้เลยล่ะ เคลย์ปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่ได้เป็นเกย์ แฟนๆ หลายคน ซึ่งเรียกตัวเองว่า “Claymate” ซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิง ก็ออกมาเถียงแทนบอกว่า “เคลย์เค้าจะเป็นเกย์ได้ไง เค้าแค่เป็นเด็กคงแก่เรียน สุภาพเรียบร้อย แล้วตอนเรียน เค้าก็ใส่แว่นหนาๆ แต่งตัวเชยๆ ผู้หญิงเลยไม่สน เค้าเลยยังคงเวอร์จิ้นอยู่นี่ไง อ้อ อีกอย่างเค้าเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัดจะตาย”

ใครได้ดู American Idol ปีนั้น คงทึ่งกับเสียงของหนุ่มเคลย์ (search ชื่อเขาใน You Tube นะ) การแต่งตัว ทำผม และหน้าเด๋อๆ ของเขา ไม่ผิดอะไรกับหนอนหนังสือของแท้ เขาดูเป็นมิตรกับทุกคน แต่พอเขาเปล่งเสียงร้องเพลงออกมานั่นแหละ คุณจะมองข้ามภาพลักษณ์ไร้ราศีของเขาไปทันที

เขายอมเปลี่ยนลุคใหม่ในที่สุด ผมดูแล้ว ต้องบอกว่า สุดยอด Make-over มากๆ ย้อมผมเป็นสีเข้ม ด้านหน้ายาวเลื้อยมาปรกหน้า อีกอย่างที่น่าทึ่งคือ เขาไม่เป็นเด็กผอมแห้งแรงน้อยขาดอาหารอีกแล้ว เขาบอกนักข่าวตอนเปลี่ยนลุคว่า ดูตัวเองเหมือนตัวละครเด็กในหนังทีวีสมัยโบราณเรื่องหนึ่ง ผมดูรูปเทียบแล้ว ผมว่า ลุคใหม่ของเขาเหมือน k.d lang นักร้องหญิงรักหญิงที่ดังที่สุดมากกว่า

ปีนี้เขาอายุ 29 และพร้อมแล้วที่จะเลิกปิดบังใครๆ เพราะเขาเป็นพ่อคนแล้ว

เมื่อต้นเดือนสิงหา เคลย์เป็นข่าวดัง เมื่อประกาศว่า ได้ลูกชายด้วยการทำผสมเทียม สาวคนที่ยอมอุ้มบุญให้เขาก็คือ โปรดิวเซอร์คนสวยของเขานั่นเอง เจ็มส์ ฟอสเตอร์ “Jaymes Foster” ซึ่งเป็นน้องสาวของนักดนตรีดังเดวิด ฟอสเตอร์ ไม่น่าเชื่อ หล่อนอายุ 50 ไม่รู้ข่าวลงผิดหรือเปล่า

พอมาปลายเดือนกันยาฯ ที่ผ่านมา เขาก็ยอมให้สัมภาษณ์ลงหน้าหนึ่งนิตยสาร People

ผมว่า ต่อๆ ไป นักร้องหรือดาราคนไหนจะเลิกแอบ คงต้องเรียกใช้บริการของ People นี่แหละ ก่อนหน้า หากคุณผู้อ่านอาจจำได้ Lance Bass หนุ่มหล่อผมทองที่เต้นไม่ค่อยเก่งจากวง ‘N Sync ก็เลิกแอบผ่านนิตยสารฉบับนี้ ปีนี้ อายุ 29 เหมือนกัน พอถูกถามข่าวเกี่ยวกับเคลย์ แลนซ์แซวขำๆ ว่า เคลย์น่าจะคิดวิธี “come-out” ของตัวเอง ไม่เห็นต้องมาเลียนแบบผมเลย…

แม่เคลย์รู้สึกยังไง? เคลย์ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนเขาบอกแม่ เขากำลังขับรถอยู่ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า ทำไมอยู่ๆ ก็คิดถึงเรื่องบอกความจริงกับแม่ ตอนนั้นเขารู้สึกอึดอัดมาก ถึงกับทนไม่ไหวระเบิดออกมา ร้องไห้เหมือนเด็กๆ แม่บอกให้รีบหยุดรถ แล้วเขาก็บอกความจริงออกไป เขาเล่า

ตอนนั้น แม่ของเขาก็ร้องไห้เหมือนกัน แต่ก็เข้าใจ และปรับตัวอยู่

เว็บไซต์หนึ่งสำรวจความเห็นบรรดา “Claymate” หรือแฟนคลับของเขาอย่างไม่เป็นทางการพบว่า ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า รับได้ ความจริงที่เขาเป็นเกย์เป็นเรื่องธรรมดา เพราะก็พอรู้ๆ กันอยู่แล้วแหล่ะ แต่ก็มีบางส่วนบอกว่า รับไม่ได้เลย เหมือนโดน “หลอก” มาตลอดตั้งหลายปี อย่างรายนี้

“มันเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตชั้นเลยล่ะค่ะ เหมือนตื่นมา แต่อยากให้เป็นแค่ความฝัน ช่วยบอกชั้นหน่อยสิคะว่า มันไม่จริง! แล้วชั้นก็ไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกช็อคขนาดนี้! ชั้นตัวชาไปทั้งตัว พูดกันมาได้ไงว่า เป็นเรื่องธรรมดา จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ไม่จริง ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว ชั้นอยากส่งความปรารถนาดีให้เค้านะคะ แต่ (เน้นตัวหนา) มันช่วยไม่ได้ ชั้นรู้สึกเหมือนถูกหลอกมาตลอด เค้าน่าจะบอกตั้งนานแล้ว ไม่ได้ปล่อยให้พวกเรารู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้อย่างนี้”

อีกรายเป็นคุณแม่ลูกสอง แฟนคลับตัวจริงของเคลย์เลยล่ะ หล่อนเล่า

“เช้าวันนั้น ตอนกำลังให้ลูกสองคน เก้าขวบคน อีกคนสิบขวบกินมื้อเช้าอยู่ ชั้นได้ยินเสียงดังจากวิทยุ เปิดประเด็นว่า “อดีตนักร้องจากรายการAmerican Idol….” เท่านั้นแหละค่ะ ชั้นรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ชั้นรีบวิ่งไปปิดวิทยุแทบไม่ทัน ชั้นไม่อยากให้ลูกๆ ของชั้นได้ยินเรื่องนี้ แล้วมาถามคำถามชั้น สำหรับชั้นแล้ว มันเป็นเรื่องเศร้าที่สุดเลยล่ะ”

คุณๆ อ่านจบแล้ว คิดถึงนักร้องไทยคนไหนมั่ง? คงคนเดียวกับผม แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนแฟนคลับสองคนนี้มั๊ย? หรือคุณจะรู้สึกเหมือนแฟนคลับอีก 98 เปอร์เซ็นต์ของเขา?

แชะ! แชะ! เว็บ http://www.fridae.com รายงาน ปลายปีที่แล้ว เพื่อนรักกลุ่มหนึ่งจากไต้หวันหลงเสน่ห์ “รักแห่งสยาม” เข้าอย่างจัง ทนไม่ไหวอยากให้ไปฉายที่ไทเป พอรู้ว่าสายหนังซื้อหนังเตรียมฉาย แต่เปลี่ยนใจไม่ฉายเพราะตลาดซบเซา ห้าเพื่อนซี้เลยควักเงินลงขันซื้อลิขสิทธิ์ต่อ แถมโปรโมทเอง หารห้าแล้ว ก็ควักกันไปคนละเกือบสองแสน รวมเงินโปรโมท บิลบอร์ดใหญ่ยักษ์ ค่าตั๋วให้น้องพีชกับพี่มะเดี่ยวผู้กำกับไป meet & greetแฟนคลับที่นั่น สาระตะ งานนี้ก็เกินล้านบาทหน่อยๆ แต่ผลที่ได้รับเกินคาด นี่แหละ Gay Power! ของแท้ แชะ! แชะ! ที่เมืองจีน หนังเรื่องนี้ไม่ได้ฉาย แต่เกย์ประเทศจีนก็ได้ดูกันถ้วนหน้า เพราะแอบดาวน์โหลดใต้ดิน วันก่อนงานมหกรรมบันเทิงที่พารากอน นักข่าวหนุ่มมาจากปักกิ่ง เห็นสินจัย เปล่งพานิช ก็ไปถ่ายรูป บอกสวยดี พอรู้ว่า เป็นดาราคนเดียวกะที่เล่นเป็นแม่ในรักแห่งสยาม เท่านั้นแหละ นักข่าวหนุ่มถึงกับตาค้าง ขอนัดสัมภาษณ์เป็นการใหญ่ แชะ! แชะ! เดือนพ.ย. ชาวแคลิฟอร์เนียจะตัดสินสนับสนุนหรือคัดค้านเรื่องสิทธิ์เกย์แต่งงาน นอกจากแบรด พิตต์ สตีเวน สปีลเบอร์ก แล้วก็บรรดาคนดังทั้งหลายที่บริจาคเงินสนับสนุนกฎหมายให้เกย์แต่งกันได้ ล่าสุดบริษัทการตลาดและเสิร์ชยักษ์ใหย่กูเกิล้ ก็ออกมาสนับสนุนเช่นกัน แต่ไม่ได้บอกว่าจะควักให้เท่าไหร่ ขายแอดรวยแล้ว แบ่งมั่งนะ แชะ! แชะ!

9 thoughts on “เมื่อ “Idol” เลิกแอบ: “ชั้นรีบวิ่งไปปิดวิทยุแทบไม่ทัน”

  1. คนแรก ช่วงนี้พี่วิทย์อัพบล็อกช้าจัง งานยุ่งเหรอคะ ขออยู่ฝั่ง 98%นะคะ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหนเลย เราเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ทั้งอีตามาร์ค เวสไลฟ์แล้วก็ดาร์เรน เฮย์ ตอนแรกที่รู้ข่าว กรี๊ดลั่นบ้าน เศร้าไปสามวัน แล้วก็กลับมาบ้าสองหนุ่มนี่เหมือนเดิม ไม่ใข่เรื่องผิดปกติซักกะหน่อย ที่นักร้องขวัญใจตัวเองจะเป็นเกย์ บรรดาแฟนๆที่รับไม่ได้กับเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เค้าคาดหวังในตัวศิลปินไว้มากมั้งคะ พอเจอการคัมเอาท์แบบนี้ไป เลยรับไม่ได้

    ปล.พี่วิทย์จะไปออกบูธขายหนังสือหรือเปล่าคะ อยากไปมาก แต่อด

    ปล.2 พึ่งรู้ว่าที่รักแห่งสยามได้ไปฉายที่ไต้หวัน แฟนคลับที่นู่นออกเงินเองหรือนี่ แสดงว่าชอบหนังเรื่องนี้จริงๆ สุดยอด นับถือๆๆๆ

  2. หวัดดีพี่วิทย์
    ในที่สุดก็ได้อ่านบล็อคของอาทิตย์นี้ซะที
    เห็นบอว่ายุ่งๆ ก็อย่าหักโหมให้มากนะ

    มีข่าวเกี่ยวกับแวดวงการศึกษามาฝาก เกี่ยวกับเกย์ด้วยล่ะ
    ใช้พาดหัวข้อน่าสนใจดีที่เดีวเลยล่ะ ไปอ่านตาม link ที่ให้ไว้นะ
    หัวข้อ “เกย์บุกศธ.จี้บรรจุ “เพศทางเลือก” สอนทักษะชีวิต”

    http://www.thairath.co.th/news.php?section=education&content=106343

    อีกหน่อยก็จะมีคนสอนเรื่องเกย์กันแล้ว
    ดีใจจังเลย

  3. คงมีอีกหลายคนที่ยอมปิดกั้นความคิดตัวเองเพราะรับไม่ได้กับความจริงที่เกิดขึ้น…
    ในขณะที่มีเกย์อีกมากที่อยากปลดปล่อยตัวตนภายในออกมาแต่ยังขาดโอกาสและติดกับข้อจำกัดทางสังคม

    ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากจะ “บอก” แต่ก็กลัวว่า “ความจริง” จะทำให้เขาสูญเสียสถานะทางสังคมบางอย่างไป กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจของคนที่เขารัก กลัวว่าจะทำให้ชีวิตของเขาต้อง “เปลี่ยน” ไปในทางที่แย่ลง …

    บางครั้งคนที่อยากจะเปิดเผยตัวเองก็ไม่ได้ต้องการป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าเขาเป็นเกย์ เพียงแต่เขาต้องการให้คนที่เขารักหรือห่วงใยได้รับรู้ว่าเขาให้ความสำคัญกับผู้ที่เป็นที่รักมากขนาดไหนถึงได้ยอม “สารภาพ” ให้คนเหล่านั้นได้ “รู้” ในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยได้รู้มาก่อน สำหรับตัวผมเองก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่เรา “เป็น” มันเป็นสิ่งที่ “ผิด” ทั้งที่มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่ “ต่าง” ไปจากสิ่งที่คนอื่นคาดหวังว่าเส้นทางชีวิตของคน ๆ หนึ่ง “ควร” จะเป็นไปในทิศทางใดที่เขาอยากให้เป็น … แต่ก็ต้องขอบคุณความรู้สึก สับสน สิ้นหวัง และกดดัน ในเวลานั้นที่ทำให้ผมลองเสี่ยงที่จะก้าวข้ามขอบเขตภายในใจของตัวเองออกมาแม้ว่ามันจะเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ก้าวหนึ่งในชีวิต แต่ผมก็อยากจะลองทำในสิ่งที่อยากทำแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานในการเตรียมใจรับกับผลกระทบที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สุดท้ายก็โชคดีที่ความพยายามในครั้งนี้ไม่สูญเปล่าเพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความรู้สึกดี ๆ ที่ไม่อาจจะบอกออกมาเป็นคำพูดใด ๆ ได้

    ถ้าผมเป็นเคลย์ ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าทำอย่างเขาหรือเปล่านะครับ ที่ต้องเอาชื่อเสียงของนักร้องซึ่งเขาพยายามสร้างขึ้นมาและต้องใช้มันทำงานหารายได้มาเลี้ยงตัวเองแต่เขาก็คงคิดแล้วว่าสังคมของเขาเปิดกว้างพอที่จะให้คน ๆ หนึ่งได้มีโอกาสใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการและไม่ต้องการตีกรอบล้อมสิทธิส่วนตัวของเขามากเกินไป เหนืออื่นใดเคลย์คงคิดว่าเขาไม่สามารถโกหกคนที่เขารักได้อีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับหรือแม่ของเขาเอง และเขาก็กล้าหาญพอที่จะรับผลจากการกระทำในครั้งนี้

    ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร… ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังฝันฝ่าอุปสรรค์ของชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็น ชายรักหญิง ชายรักชาย หญิงรักหญิง จะเป็นอะไร ทำอะไร ขอให้มีสติและใช้ปัญญาตัดสินปัญหา ค่อย ๆ คิดแก้ไขไปทีละน้อย ทุกอย่างย่อมมีทางออกของตัวเองนะครับ

    สู้ ๆ ครับ
    PP

  4. ผมก็สงสัยนะเรื่อง Clay Aiken เพราะดูในรายการ Martha เมื่อไม่กี่วันก่อน พี่ Aiken แกก็อาการออกมาพอสมควร จนผมสงสัยว่าเจ้แกมีแฟนแล้วยัง เออ.. แล้วพี่เขามีลูกอย่างนี้ มีแฟนช่วยเลี้ยงดูอีกคนไหมเนี่ยครับ เป็นพ่อเลี้ยงอยู่คนเดียวไม่น่าไหว ต้องมีพ่ออีกคนมานะจะดีกว่า

  5. ดีใจ ที่เค้าไม่หลอกตัวเอง
    ปรบมือให้ความกล้าหาญครับ

    จริงๆ แล้ว ถ้ามีคนออกมาเปิดตัวเยอะๆ
    มันจะทำให้สังคมเปลี่ยนความเข้าใจกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมากขึ้นมั้ยนะ
    ว่าแท้จริงแล้วเราก็เป็นมนุษย์ธรรมด๊า… ธรรมดา
    เหมือนทุกๆคนบนโลกเนี้ยแหละ

  6. อุ๊ปส์

    ลืม… ว่าจะบอกว่า…
    รักแห่งสยาม
    สุดยอดไปเลยยยยย
    ถึงไม่ได้กินรี อวอร์ดจาก Bangkok Film Fest
    แต่ให้รางวัลส่วนตัวได้ป่ะ ในฐานะที่ทำให้เรากลับมาดูหนังไทยอีกครั้งหนึ่ง

  7. มีออกมาเรื่อยๆ คนจะเริ่มชิน แล้วก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา
    ต่อไป ผู้ชายเดินจูงมือกัน จะเป็นภาพแสนธรรมดา
    สังคมต้องการ education ทั้งภาพ เสียง สัมผัส และประสบการณ์
    จริง แต่เสียดาย เกย์ไทย นับถือ การแอบ เหมือนพระเจ้า

  8. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนรู้จักและเคารพตัวเอง…
    รักตัวเองและให้เกียรติคนอื่น
    ที่สำคัญ มีความกล้าที่จะแสดงออกอย่างเต็มที่..
    ผมว่า ประเทศเราคงดีกว่านี้..

    ผมว่าคำว่า “แอบ” เนี่ย ไม่ใช่เฉพาะคนที่รักร่วมเพศหรอกครับ..
    ในสังคมตอนนี้ มันก้อ “แอบ” กันทุกเพศ ทุกวัย ทุกวงการนั่นแหละ
    แทบไม่มีใคร “กล้า” พูดและยอมรับความจริงกันให้เห็น..
    มีซักกี่คนที่รู้จักตัวเองจริงๆ?

    แล้วไม่ใช่พวกเราน่ะเหรอ (เกย์ กะ เลสเบี้ยน)..
    ที่เป็นจุดยืนในการ “ยอมรับ” ความจริง..

    ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สังคมกำลังขาดอยู่มะใช่เหรอ..
    ถึงบางคนจะยอมรับการ come out ด้วยการต่อต้านก้อเถอะนะ..

    ขอให้ความกล้าเล็กๆของพวกเราแต่ละคน
    รวมกันเป็นพลังที่ใหญ่พอที่จะพลิกอนาคตของประเทศครับ..

    เป็นกำลังใจให้คนที่เพิ่งเริ่ม เลิกแอบ อยู่กับแรงเสียดทาน
    ของครอบครัว และสังคม ให้ได้ครับ..

  9. ไม่ได้มา comment เสียนาน แบบว่าเพิ่งมาอ่านย้อนหลังหลายสัปดาห์รวด
    ดีที่มีคนเปิดเผยตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
    เห็นด้วยกับความเห็นคุณ :-: PP :-: และ banchalawan
    การมีอิสระในการแสดงออกถึงความเป็นเราจริงๆ แม้พื้นที่จำกัด มันก็คงดีกว่าต้องเสแสร้งทำอะไรอย่างที่คนทั่วไปอยากเห็นอยากมองนะ เพราะนั่นคือเราต้องอึดอัดฝืนใจ แถมไม่จริงใจ โกหกคนที่เราแคร์ความรู้สึกเขาเสียอีก ก็ที่เป็นอยู่มันเลือกหรือเปลี่ยนได้ซะที่ไหน เลือกที่จะไม่หลอกตัวเองและคนอื่นดีกว่า..

    งานมหกรรมหนังสือเดือนนี้ ไม่พลาดที่จะไปบู๊ธพี่วิทย์แน่นอน คาดว่าจะไปวันอาทิตย์หน้า ตั้งใจจะไปดูก่อนบู๊ธอื่นๆเลย ^^
    พักผ่อนด้วยล่ะกันนะ พี่วิทย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s