ใครอ้ะ “Harvey Milk”?

harvey1

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยาแสงอรุณ Metro Life หนังสือพิมพ์ผู้จัดการฉบับ 8-9 พฤศจิกายน 2551

ตอนแรกว่าจะเขียนถึงคุณไคลี มีโนก ที่กำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราทำเอาชาวสีรุ้งคึกคักกันถ้วนหน้า แต่แล้ว…เปลี่ยนใจ เดี๋ยวค่อย “ลัน ลัน ลา” เกี่ยวกับเธอก็ได้ เพราะเรื่องของเขาคนนี้ เอาไม่ออกจากหัวซะที!

พอรู้ว่า สามีเก่าคุณมาดอนนาคือ คุณฌอน เพนน์ อดีตแบดบอยจะมารับบทเป็นฮาร์วีย์ มิลค์ ผมก็นึกภาพไม่ค่อยจะออก แต่พอเห็นตัวอย่างบางฉากในหนัง อ้ะนะ…ดูละม้ายทีเดียว แม้เค้าโครงหน้าจะไม่ใช่ แต่ผมเผ้า เสื้อผ้า เวลายิ้ม ถอดออกมาได้ใกล้เคียงตัวจริงมากๆ

คงไม่ค่อยมีใครรู้จักเขาหรอก นายฮาร์วีย์ มิลค์ นี่เป็นใครกัน? แต่สิ่งที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างใหญ่หลวง ไม่ใช่แค่ในอเมริกา แต่ที่อื่นๆ ทั่วโลก

เขาเป็นนักการเมืองคนแรกของประเทศที่เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นเกย์ และทำให้ใครๆ รู้ว่า คนเป็นเกย์ไม่จำเป็นต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่าง และเป็นเหยื่อของสังคม

คนรุ่นหลังน่าจะได้ศึกษา ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ต้องเป็นเกย์ก็ได้ เพราะมันเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เรื่องใกล้ตัวที่เรามักจะลืม

ปลายเดือนที่แล้ว หนังเรื่อง “Milk” (ผู้สร้างทีมเดียวกับ Brokeback Mountain) ฉายเปิดตัวที่ซานฟรานฯ และได้รับคำชื่นชมอยู่ไม่น้อย แต่ในบ้านเรา ไม่รู้ว่าจะได้เข้ามาฉายหรือเปล่าเพราะดูแล้ว ห่างไกลจากความสนใจชาวไทยกระแสหลักเสียเหลือเกิน แต่ไม่แน่ อาจได้ชิงออสการ์ เพราะนักวิจารณ์หลายคนบอกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังฟอร์มเล็กเรื่องนี้มาแรง

คุณฮาร์วีย์ เป็น “role model” หรือแบบอย่างที่ดีของคนหัวก้าวหน้าในยุค 1970 ที่กล้าต่อสู้เพื่อคนไร้สิทธิ์ไร้เสียงในสังคม ไม่ใช่เพื่อเกย์เท่านั้น

เขาเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้จบกฎหมายจากเยล ฮาร์เวิร์ด หรือแสตนฟอร์ด เกิดและเติบโตที่นิวยอร์ค เคยเป็นครูโรงเรียนมัธยม ทำงานมาหลายอาชีพ เขาเคยย้ายจากนิวยอร์คมาอยู่ซานฟรานหนหนึ่ง แล้วก็ย้ายกลับ แต่ต่อมาเขาตัดสินใจ กลับมาอีก เปิดร้านขายกล้องถ่ายรูปในแคสโตร ย่านเกย์ชื่อดังของอเมริกากับแฟนหนุ่มซึ่งเพิ่งได้งานบริหารละครเวทีในเมืองซานฟรานฯ ตอนนี้แหละที่เขาลิ้มรสเสรีภาพแห่งความเป็นมนุษย์คนหนึ่งอย่างแท้จริง

ก่อนหน้าจะมาอยู่ซานฟรานฯ เขาก็ยังแอบๆ อยู่เหมือนหลายๆ คน ตั้งแต่เล็กจนโต ตัวฮาร์วีย์เองก็สนใจเรื่องราวทางสังคม แต่เป็นสังคมในภาพใหญ่ เขาเป็นคนหนึ่งที่คอยตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะสิ่งที่รัฐบาลบอกให้ทำ

พอเขาเริ่มรู้จักคนมากขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เขาจึงได้พบว่า อิสระที่แท้จริงก็คือ การเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เล่นซ่อนแอบไปวันๆ และไม่ต้องปิดบังใครอีกแล้ว

ย้ายมาซานฟรานฯ ครั้งที่สองนี้ ฮาร์วีย์ก็เริ่มเปิดตัวเองมากขึ้น ตอนนี้เขาเป็นตัวของตัวเองทั้งในที่ลับและในที่แจ้งอย่างแท้จริง เรียกว่า หนึ่งเดียวคนนี้ แหละยุคนั้น ก็ลองคิดดูสิสิครับ ในช่วงเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา แทบจะไม่ชายเกย์คนไหนกล้าเปิดเผยตัวกับสาธาณชน แล้วบอกจะลงเล่นการเมือง

ตัวจุดประกายให้เขาเริ่มสนใจเล่นการเมือง ก็เพราะคดีประวัติศาสตร์ฉาวโฉ่ของอเมริกานั่นเอง คดีวอเตอร์เกตในช่วงต้นปี 1970 เป็นคดีที่รัฐบาลโดนจับได้ว่าเข้าไปจารกรรมข้อมูลของคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม และในที่สุดประธาธิบดีริชาร์ด นิกสันต้องลาออก

ฮาร์วีย์คิดว่า เขาน่าจะทำอะไรให้สังคมได้บ้าง เลยลงสมัครชิงเก้าอี้สภาที่ปรึกษาของเมือง และตำแหน่งทางการเมืองอื่นอีกหลายครั้ง สอบตกตลอด แต่เขาก็ไม่ท้อ เพราะคนยังไม่รู้จักเขา กระทั่งเกย์ด้วยกัน จนในที่สุด รอบที่สี่ เขาได้รับเลือกเข้าไปในนั่งในฐานะที่ปรึกษาสภาเมืองสมใจ เป็นนักการเมืองตนแรกของอเมริกันที่เป็นเกย์อย่างเปิดเผย สง่างาม

ด้วยลีลาและลูกเล่นในการหาเสียง และใช้สื่อเป็น และการที่เขาเปิดเผยในที่สาธารณะว่า เขาเป็นเกย์ ทำให้คนเริ่มสนใจตัวเขามากขึ้น ชุมชนเกย์ในซานฟรานฯ เทคะแนนให้เขาอย่างท่วมท้น จนได้รับสมญานามว่า นายกเทสมนตรีแห่งแคสโตร ซึ่งจริงๆ ตำแหน่งนี้ ไม่มี ผู้สื่อข่าวจะชอบเขามาก เพราะเขาเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ที่สร้างสรรค์ตลอด

เขาเสนอแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหลายฉบับ คุณผู้อ่านรู้หรือเปล่าว่า ในอเมริกายุคนั้น ถ้าเกย์คนหนึ่งโดนฆ่าตาย แล้วคนฆ่าบอกว่า โดนเกย์ลวนลามหรือเข้าหาละก้อ คณะลูกขุนและศาลจะค่อนข้างเชื่อทีเดียว และจะตัดสินลงโทษแบบไม่รุนแรง เพราะอะไร? ก็เพราะทัศนคติของคนในยุคสมัยนั้นๆ ล้วนๆ

ฮาร์วีย์เป็นแนวหน้าคนหนึ่งที่พยายามสร้างความเท่าเทียมกันและความยุติธรรมในเรื่องนี้ เขานำเสนอกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายๆ อย่างสำหรับคนกลุ่มน้อยในสังคม อย่างคนชรา และคนผิวสี นอกจากเกย์

ความนิยมของเขาในหมู่ชาวซานฟรานเริ่มเป็นที่ประจักษ์ แต่แล้ว เขาก็มาพบจุดจบอันน่าเศร้า นั่งในตำแหน่งไม่ถึงปี ก็ต้องมาเสียชีวิตลงเพราะโดนยิง

อดีตกรรมการสภาเมืองคนหนึ่งชื่อ แดน ไว้ท์ ซึ่งลาออกไปแล้ว เพราะไม่พอใจเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเกย์ แต่เขาอยากกลับเข้ามาทำงานอีก ขอกลับมา แต่โดนปฏิเสธ เลยวางแผนสังหารทั้งนายกเทศมนตรี ซึ่งเป็นเจ้านายของเขาโดยตรง และฮาร์วีย์ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองของเขา ก่อนเขาจะลาออกไป

นายไวท์ลอบเข้าไปในศาลาว่าการ ที่ทำงานของทั้งสอง ยิงนายกเทศมนตรีก่อนที่ศีรษะหลายนัด และลำตัว แล้วก็ออกมายิงฮาร์วีย์ต่อที่ศีรษะและตามตัวอีกหลายนัดเช่นกัน

อารมณ์ของประชาชนตอนนั้น เรียกได้ว่า ช็อคไปทั้งอเมริกา เพราะเป็นการกระทำที่อุกฉกรรจ์ ไม่น่าเชื่อว่า จะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ เพราะคนยิงไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นนักการเมืองเหมือนกัน ทำให้ใครๆ หลายๆ คนนึกถึงบรรยากาศ ช็อคประเทศคล้ายๆ กันก็คือ การลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดี้ เมื่อ 15 ปีก่อนเลยทีเดียว อันนี้ไม่ได้โม้
หลังจากยิงคนตายไปสอง เมียนายไวท์ ซึ่งมีปัญหากันอยู่ก็พาสามีเข้ามอบตัว การใต่สวนดำเนินไป และกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของอเมริกา เมื่อทนายของไวท์บอกว่า ลูกความของเขา มีสติและอารมณ์ไม่อยู่กะร่องกะรอยในช่วงนั้น เนื่องจากเป็นโรคซึมเศร้า ตกงาน และมีปัญหากับเมีย ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจาก “กิน junk food” มากเกินไป junk food ในที่นี้หมายถึง ขนมชนิดหนึ่งที่นายไวท์สวาปามประจำ เป็นขมมเค้กสอดไส้ครีม

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ ศาลซื้อข้ออ้างนี้ หลังจากมีบรรดานักจิตเวชมายืนยันเข้าข้างหลายคน ในที่สุด เลยตัดสินใว่า นายไวท์ฆ่าคนตายไปสองเพราะ “ไม่มีเจตนา แต่เนื่องจากควบคุมตัวเองไม่ได้” คือ แทนที่จะตัดสินเป็นคดีฆาตกรรม (murder) กลายเป็นคดี manslaughter ซะฉิบ (ฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา)

คดีนี้เลยเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ “Twinkies Defense” Twinkies เป็นชื่อของขนมที่นายไวท์สวาปามเข้าไป

ตลกมั๊ยล่ะ?

พอข่าวออกมาว่า นายไวท์ ได้รับโทษจิ๊บจ๊อย จำคุก 4-5 ปี แทนที่จะโดนตัดสินประหารชีวิตตามที่หลายๆ คนคาดไว้ ก็เกิดความโกลาหล ป่วนทั้งเมืองเลยสิครับ เพราะนอกจากจะมีประท้วงติดต่อกันหลายวันแล้ว ยังมีการจลาจลตามมาอีกหลายระลอก เหตุการณ์นี้ก็มีชื่อเรียกนะครับ เรียกว่า “White Night Riots”

นายไวท์นั้น อยู่ในคุกได้สี่ห้าปีก็ได้รับอิสระ แต่เขารู้สึกทุกข์มาก เพราะหลายๆ เรื่อง ออกมาประมาณปี ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

เริ่มสนุกแล้วสิ ถ้าได้ดูหนังเรื่องนี้?

เรื่องราวชีวิตของนายฮาร์วีย์ ไม่ธรรมดา เรียกได้ว่า เป็นจุดหักเหทางสังคมครั้งใหญ่เลยทีเดียว หนังเรื่อง “Milk” นอกจากจะได้นักแสดงคนเก่งอย่างคุณฌอน มารับบทนำแล้ว ยังมีสุดหล่อของหลายๆ คนจากสไปเดอร์แมน คุณเจมส์ ฟรังโก้ มารับบทเป็นชายคนรักของ Milk ด้วย ผลงานผู้กำกับคนเกย์เปิดเผยอีกคน คุณกัส แวง แซงต์ มาโชว์ฝีมืออีกเรื่อง ตอนโน้นที่มีข่าวว่า คุณแมท เดมอนจะมารับบทเป็นแดน ไวท์ แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้มาร่วมงานกัน

ปี 1984 มีหนังเกี่ยวกับฮาร์วีย์ มิลค์ออกมาเรื่องหนึ่งเป็นสารคดี ชื่อ The Times of Harvey Milk ซึ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์สารดียอดเยี่ยมในงานออสการ์มาแล้ว

ถ้าฮาร์วีย์ ยังไม่ตาย เขาคงดีใจมากนะครับที่เห็นความก้าวหน้าเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในสังคม และถ้าเขาไม่ตายเสียก่อน ผมคิดว่า เขาคิดไปไกลถึงสมัครชิงประธานาธิบดี

อ้ะ คุณคิดว่า เป็นไปไม่ได้เหรอ? เมื่อก่อน ใครๆ ก็คิดว่า ไม่มีวันที่เกย์จะจดทะเบียนแต่งงานกันได้ แต่ตอนนี้…ดูสิ ทุกอย่างจะค่อยๆ เปลี่ยนไป ถ้าเราเปลี่ยนตัวเองก่อน

แชะ! แชะ! วันเสาร์ที่ 8 พ.ย. นี้ อย่าลืม ไปร่วมเทศกาลหนังสั้นเกย์และเลสเบี้ยนที่ TK Park ณ อุทยานการเรียนรู้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 โซน D อยู่ได้ทั้งวัน เริ่ม 10.00-19.00 น. และอย่าพลาด หนังปิดเทศกาล หนังซีรีย์ขนาดสั้นเรื่องใหม่ ที่หลายๆ คนถามถึง “Love Audition” จะเป็นหนังปิดเทศกาล เริ่ม 18.00 ไม่ต้องโทรจอง ไม่ต้องซื้อตั๋ว งานนี้ฟรีล้วนๆ อย่าลืมเอาเสื้อหนาวไปด้วย ในโรงหนาวๆ รายละเอียดโปรแกรมการฉาย ดูที่ http://www.thaiqueershortfilm.netแชะ! แชะ!

-end-

12 thoughts on “ใครอ้ะ “Harvey Milk”?

  1. มาให้กำลังใจพี่วิทยาเป็นคนแรกครับ

    อยากถามเรื่องคลิปรายการวิทยุที่พี่จัด ทำไมมีแต่ตอนหนึ่งละครับในเวบ GTC นะครับ อยากฟังทั้งหมด เพราะอยู่ตจว.นะครับ

  2. โหย เป็นหนังที่เอกรอดูเลยครับพี่
    อยากดูเรื่องนั้นด้วย ที่พี่ยอดเคยแนะนำไว้
    เห็นแว้บๆ ที่ lido ไม่แน่ใจ
    Suddenly, last winter.

  3. อยากดู Harvey Milk เหมือนกันครับ

    แต่ว่า แชะ แชะ เนี่ย มันเลยวัที่ 8 พย มาแล้วอ่ะคับ

    ถ้าอยากดู ทำไงดีล่ะครับพี่วิทย์

  4. ได้ดูตัวอย่างหนังเป็นเดือนแล้วมั้งคะ เรื่องนี้ อยากดูมาก ไม่รู้ว่า ถ้ามาฉายในเมืองไทยจะได้ฉายในวงกว้างเหมือน bbm หรือเปล่า กลัวจะเป็นอย่าง king and the crown หนังดี แต่โรงฉายนิดเดียว

  5. ดิฉัน อยาก ดูด ทอเร้นต์ มากๆ เลยค่ะ
    บ้านป่า เมืองปา อย่างดิฉัน
    จะไปหาโรงหนังที่ไหนดู
    กลางคืน ก็ นอนฟังเสียงหญ้างอก
    แล้วเตลิดไปถึงชายคนรัก (ซึ่งไม่มี แต่ก็ แอ๊บเอาว่ามี)

    /me เข้าอินเตอร์เน็ต search torrent ด้วยคำว่า คำว่า “ฮาร์วี่ มิลค์”

  6. การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆในสังคม ก็เกิดขึ้นได้จากประกายความคิด+ความกล้าหาญของคนตัวเล็กๆคนหนึ่ง น่าเสียดายที่จบชีวิตเร็วเกินไปเพราะใครบางคน..

    ปกติก็ชอบกินขนมปัง/เค้กชิ้นเล็กเป็นมื้อเช้าอยู่แล้ว สงสัยคงต้องเลิกกินซะล่ะมั้ง ถ้ามันจะทำให้ซึมเศร้า วิตกจริต “ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา” ได้เนี่ย บ้าชะมัด..

  7. เข้ามาบอกสาวอิสานฯ และน้องๆนัหโหลดบิตทั้งหลายว่าหนังเรื่องนี้มีโปรแกรมฉายในอเมริกาช่วงเดือนหน้าครับ
    ชื่อหนังคือ Milk เฉยๆ

    ตอนนี้ก็หาดูหนังตัวอย่างไปพลางๆก่อนเน้อ

  8. อ่านเจอบทวิจารณ์ & trailer หนังเรื่องนี้จาก web มาบ้างครับ … น่าสนใจ โคตรๆ … ด้วยประวัตืของ คุณ Harvey เอง ประกอบกับ อยากดูฝีมือ กัส แวง แซงต์ , ฌอน เพนน์ และ เจมส์ ฟรังโก ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะคนหลัง … หวั่นๆว่า จะโดน ฌอน เพนน์ กลบซะมิด เท่านั้นแหละครับ …

    เมื่อวาน เพิ่งจะไปดู หนังสารคดี Suddenly last winter ที่ Lido มาครับ ตามที่ คุณวิทย์ เคยเขียนแนะนำไว้ … ดีครับ … น่าสนใจ และ เปิดโลกทัศน์ ดีจริงๆครับ … แนะนำ ให้เพื่อนๆ ดูครับ …

    พร้อมๆกัน … พอหันกลับมามอง ประเทศไทย … แค่จะหานักการเมืองที่จะมาร่วมหัวจมท้าย กับการเสนอ สิทธิของเกย์และเลสเบี้ยน เอง ก็คงต้อง เกิดและตาย ไปอีกหลายๆชาติ … โดย แทบจะไม่มีความหวังสำหรับเรื่องดังกล่าว …

    สมัยหน้า คุณวิทย์ ลงสมัครเป็น ผู้แทน ดีไหมครับ …

  9. ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสฉายในเมืองไทยเมื่อไหร่ แต่ยังไง ก็ จะหาดูให้ได้อะคับ

    มองเรื่องการเมืองกะเกย์ แล้ว เหมือนมันจะไม่ค่อยจะอยู่ด้วยกันได้อะเลยอะนะ แต่ จริงๆอะ เกย์นักการเมืองเต็มสภาแล้ว 555+

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s