ความหลากหลายทางเพศกับหนุ่มอังกฤษคนนั้น

header

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 6-7 ธ.ค. 2008 เมโทรไลฟ์ ผู้จัดการวันเสาร์-อาทิตย์

น้อยคนนักจะรู้จักบุรุษชาวอังกฤษผู้นี้ กระทั่งคนอังกฤษเองในปัจจุบันนี้ก็เถอะ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ “ปีเตอร์ ไวล์ดบลัด” (Peter Wildeblood) คงเป็นชายชราวัย 85 ที่มีความสุขที่สุดในโลก

เขาเป็นผู้ชายคนแรกๆ ในประวัติศาสตร์ด้านสิทธิมนุษยชนของเมืองผู้ดีก็ว่าได้ที่ “เลิกแอบ” ต่อหน้าสาธารณชน เขาเป็นคนที่ถูกคนรักทรยศ แต่กลับยืนขึ้นเชิดหน้า และใช้ชีวิตที่เหลืออย่างกล้าหาญสง่างาม ปีเตอร์ ไวล์ดบลัด คือ “โฮโมเซ็กช่วล” แห่งเกาะอังกฤษที่ชีวิตเปิดเผยของเขากลายเป็นใบเบิกทาง ช่วยให้อีกหลายๆ ชีวิตผ่านพ้นคุกตารางด้วยข้อหารักเพศเดียวกัน

ราวทศวรรษที่ 1950 ในประเทศนี้ ชายสองคนจะมีเซ็กซ์กันไม่ได้ และถ้าโดนตำรวจจับ จะต้องไปขึ้นศาล ยืนให้การ ตอบคำถามต่างๆ นานา รวมไปถึง “ทำอะไรกันบ้างบนเตียง” และส่วนใหญ่มักจะไม่รอด ต้องเข้าไปนอนในคุก ปีเตอร์ ไวล์ดบลัด ก็เป็นคนหนึ่งในนั้น

ปีเตอร์ (ภาพจากหนังด้านบน คนที่สองจากหน้าจอ) ทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์หนุ่มที่กำลังรุ่งแห่งหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ตอนโดนตำรวจจับ พ่อกับแม่ภูมิใจมากในตัวเขา เพื่อนๆ ที่ทำงานต่างรักเขา และเชื่อในฝีมือ หัวหน้างานชื่นชมความสามารถของเขา ทุกๆ คนช็อคที่รู้ความจริง

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก จริงๆ แล้ว เขาเกิดที่อิตาลี แต่ย้ายมาอยู่ลอนดอนตอนอายุสามขวบ ช่วงเรียนหนังสือก็ได้ทุนเรียนดีตลอด ได้ไปเรียนต่อที่อ็อกฟอร์ด แต่โชคร้าย หนุ่มน้อยเกิดป่วยหนัก จนต้องขอลาเรียนชั่วคราวหลังจากเปิดเรียนไปแค่ 11 วัน พอหายป่วยดีแล้ว เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเลยไปเป็นนักบิน ด้วยเหตุที่เขาขับเครื่องบินไม่เก่ง หรืออาจจะมีสาเหตุอื่น เลยโดนย้ายมาประจำการในตำแหน่งเล็กๆ ภาคพื้นดิน กระทั่งสงครามโลกสิ้นสุดลง

ปีเตอร์กลับไปเรียนต่อที่อ็อกฟอร์ดสองปี ขณะที่ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจากสงคราม จบอ็อกฟอร์ดแล้ว ก็พยายามหางานทำ แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เลยไปเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร

ช่วงเวลาว่าง เขาหมั่นเพียรเขียนบทความ เขียนเรื่องราวส่งนิตยสาร รวมถึงเขียนบทละคร ต่อมาเขาได้ทำงานกับเดลิเมล์ เริ่มต้นด้วยรายงานข่าวซุบซิบต่างๆ ตรงจุดนั้นเอง เขาได้พบกับคนดังประจำวงการไฮโซของอังกฤษที่ชื่อว่า “ลอร์ด ม็องตะกู” (Lord Montagu)

ปีเตอร์ได้รับมอบหมายให้รายงานข่าวเกี่ยวกับงานราชพิธีหลังจากพระเจ้าจอร์จที่ 6 (พระราชบิดาของควีนอลิซาเบธ องค์ปัจจุบัน) เสด็จสวรรคต ในปี 1953 เขาได้รับการโปรโมทเป็นว่าที่ผู้สื่อข่าวสายการต่างประเทศ

ในหนังสารคดี-ดราม่าเรื่องดังเรื่องหนึ่งทางทีวีของบีบีซี ออกฉายในปี 2007 ถ้าคุณผู้อ่านได้เห็นเหตุการณ์ในนั้น จะต้องถามตัวเองว่า อะไรวะ! นอนอยู่กับแฟนบนเตียงดีๆ ก็จะมีตำรวจมาเคาะประตูบ้าน แล้วลากออกไปจากเตียง ส่งฟ้อง ขึ้นศาล แล้วก็โดนจับยัดเข้าคุก นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย?

ก่อนนั่งดูหนังเรื่องนี้ ผมก็ได้แค่อ่าน และรับรู้ตามหนังสือ ตามข่าว เห็นบ้างบางฉากในหนัง หรือสารคดีที่พูดถึงการกวาดล้างและกำจัด โฮโมเซ็กช่วลออกไปในสังคม ไม่ว่าจะด้วยการเอากฎหมายและกฎหมู่เข้าบังคับ แต่ไม่เคยรู้สึก แต่พอมาดูหนังทีวีเรื่องนี้ คงไม่ใช่เพราะนักแสดงที่รับบท ปีเตอร์ ไวล์ดบลัด (Marin Hutson) ที่หล่อน่ารักหรอก เป็นเพราะเนื้อเรื่อง การนำเสนอภาพ ตัดสลับระหว่างเหตุการณ์ในชีวิตของปีเตอร์ กับการประชุมของคณะกรรมการที่ทำเรื่องเสนอให้แก้กฎหมาย มันสะเทือนใจมากๆ

ในยุค 1950 คนเป็นโฮโมเซ็กช่วล ในอังกฤษต้องหลบๆ ซ่อนๆ (สมัยนั้นยังไม่ได้เรียกว่า เกย์) มีผับ มีที่เที่ยว มีคลับส่วนตัว มีการสื่อภาษาที่รู้กันเฉพาะในหมู่ แต่จะเหมือนใช้ชีวิตอยู่ในโลกใต้ดิน ซึ่งบางคนก็สนุกสนานไปกับชีวิตแบบนี้ มีความเป็นส่วนตัวดี แต่ขณะเดียวกัน ต้องถามว่า แล้วคุณภาพชีวิตที่ดีคืออะไร จะรักใครชอบใคร ต้องคอยปิดบังไว้ และลึกๆ ทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดกลัว โดยเฉพาะกลัวกฎหมายบ้านเมืองที่บอกว่า การมีเซ็กซ์ระหว่างเพศเดียวกัน เป็นเรื่องผิดกฎหมาย น่าแปลกนะครับ ในยุคนี้ หลายๆ ประเทศ อย่างบ้านเรา ไม่มีกฎหมายกดขี่มนุษย์แบบนั้น แต่เราหลายๆ คนก็ยังคงต้องขังตัวเองอยู่

สำหรับปีเตอร์แล้ว ถึงแม้เขาจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตส่วนตัวของเขา กลับอ้างว้างเดียวดาย วันหนึ่ง เขาไปพบกับหนุ่มหล่อคนหนึ่งที่สถานีรถไฟ “เอ็ดเวิร์ด” ทำงานรับราชการอยู่ ทั้งสองปิ๊งทันที เหมือน “หากันจนเจอ” ปีเตอร์ก็เลยชวนเอ็ดเวิร์ดไปพักที่บ้านซะเลย

ความจริงก็เสี่ยงนะครับ ใครจะรู้ เอ็ดเวิร์ดอาจเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบปลอมตัวมาก็ได้ มุกนี้ในยุคนั้นใช้บ่อยเพื่อ “กวาดล้างเหล่าโฮโม” บางครั้ง ในห้องน้ำแหล่งที่มีการรายงานเป็นประจำว่า มีการปฏิบัติกิจ ตำรวจก็จะแกล้งให้ท่า พอได้ที ก็เข้าแสดงตัว ล็อคขึ้นโรงพักเลย

นึกไม่ออกเลยละครับว่า ถ้าตำรวจปฏิบัติการอย่างนี้ในเมืองไทย เกย์ไทยจะเป็นยังไง แล้วเกย์ไทยในห้องน้ำต่างๆ จะเป็นยังไง ย่านไหนในกทม น่าจะเดือดร้อนที่สุด คงไม่ต้องบอก คนนะครับ ไม่ใช่ “วัวควาย” ต้องไปตามจับ แล้วลากออกมา

ความสัมพันธ์ของปีเตอร์กับเอ็ดเวิร์ดงอกงามขึ้น เขาแสดงความรักต่อกันอย่างหวานซึ้ง เขียนจดหมายให้กัน ฟังแล้วแทบละลาย เอ็ดเวิร์ด เดินทางไปกลับ และเข้าเมืองตอนช่วงวันหยุดเสมอเพื่อมาค้างอ้างแรมกับปีเตอร์ ต่อมาทัั้งสองได้รับเชิญจากคนดังไฮโซ ลอร์ดม็องตะกู ให้ไปพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเล

รัฐเริ่มออกกวาดล้างอย่างหนัก โดยเฉพาะคนในเครื่องแบบ เอ็ดเวิร์ดถูกค้นจดหมาย และถูกสอบสวนในเวลาต่อมา ทั้งที่ก่อนหน้าปีเตอร์บอกให้เขาเผาจดหมายทั้งหมดทิ้ง เอ็ดเวิร์ดถูกขู่บังคับให้บอกรายชื่อคนที่เขารู้ว่าเป็นเกย์ พร้อมทั้่งยินยอมให้การว่า มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน ตำรวจไปบุกค้นบ้านปีเตอร์เพื่อหาหลักฐาน ในที่สุด ก็เจอจดหมายรักที่ปีเตอร์ซ่อนไว้ ปีเตอร์ไม่เคยเผาจดหมายนั่นเช่นกัน

คนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดนจับ ตั้งข้อกล่าวหา และขึ้นศาล เป็นที่เรียกกันในยุคนั้นว่า “เดอะ ม็องตะกู เคส” เรียกได้ว่า ดุเด็ดเผ็ดมัน ประชาชนเกาะติดสถานการณ์ทุกขณะ อัยการฝ่ายรัฐพยายามคาดคั้นให้จำเลยพูดความจริง จำเลยก็พยายามบ่ายเบี่ยง เอ็ดเวิร์ดเล่าความจริงทุกอย่าง ต้องบอกว่า คนดูต้องเศร้าไปกับเรื่องราวทั้งหมด ลองคิดดูสิครับ คนที่เราเคยบอกรัก รอคอยให้เขากลับมาหาแทบทุกลมหายใจ ตอนนี้ กำลังจะเอาตัวรอด และกล่าวโทษเราฝ่ายเดียว ในที่สุดปีเตอร์ตัดสินใจพูดความจริง ความจริงที่สั่นสะเทือนประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของอังกฤษ “ผมเป็นโฮโมเซ็กช่วล”

เขาถูกศาลสั่งจำคุก 18 เดือน

พอออกจากคุก เขาก็เสียงานที่รักไป ส่วนเอ็ดเวิร์ดหายไปไหนก็ไม่รู้ ปีเตอร์ออกมาทำธุรกิจเล็กๆ และได้เริ่มเขียนหนังสือชื่อ “Against the Law” คงเริ่มเขียนตั้งแต่อยู่ในคุก และเป็นหนังสือที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดยุคนั้น

ในช่วงเวลานั้นเองทางการได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งมีประธานชื่อ เซอร์จอห์น โวลเฟนเดน (Sir John Wolfenden) เพื่อพิจารณาเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงขายบริการทางเพศ และโฮโมเซ็กช่วล ในหนัง เราจะเห็นท่านเซอร์ เรียกคนโน้น คนนี้มาให้ข้อมูล ทั้งหมด นายทหาร บุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคม แต่ในที่สุดคณะกรรมการก็มองหน้ากันแล้วถามกันเองว่า นี่เราจะไม่มีโฮโมเซ็กช่วลหน้าไหนมาให้ข้อมูลเหรอ (จริงๆ แล้วกรรมการชุดนี้รู้สึกกระอักกระอ่วนมาก กระทั่งจะเรียกโสเภณีและโฮโมฯ ก็ไม่ใช้ แต่จะตั้งเป็นอีกชื่อที่รู้กันแทน ภายหลังพบว่า ลูกชายของท่านเซอร์ก็เป็นเกย์)

นึกไปนึกมา คงไม่มีใครกล้ามาให้ข้อมูล เลยเปิดทางว่า งั้นใครมาก็ได้ มาแบบนิรนาม ไม่ต้องเปิดเผยอะไร แต่แล้ว ปีเตอร์ก็ตัดสินใจเป็นคนๆ นั้นเอง แต่เขายืนยันว่า เขาต้องการเปิดเผยตัว และมาให้เห็นตัวเป็นๆ กันเลย ช็อตนี้ละครับ ผมคิดว่า เป็นชัยชนะของปีเตอร์ ไวล์ดบลัดอย่างแท้จริง

หนังสือของเขา เรื่องราวของเขาตอนศาลตัดสินจำคุก และคำให้การของเขาต่อหน้าคณะกรรมการส่งผลให้รัฐหันมามองกฎหมายล้าหลังเกี่ยวกับโฮโมเซ็กช่วลอย่างจริงจัง และต่อมามีการยกเลิกกฎหมายนี้โดยระบุว่า คนเพศเดียวกันมีเพศสัมพันธ์กันในที่ส่วนตัว สมยอมทั้งสองฝ่าย ไม่ถือว่า ผิดกฎหมายอีกต่อไป

ปีเตอร์เสียชีวิตลงเมื่ออายุ 76 หลังจากเขาย้ายไปเป็นพลเมืองของประเทศแคนาดา และเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในวงการโทรทัศน์ หนังสารคดีกึ่งดราม่าเรื่องราวชีวิตของเขาชื่อ “A Very Britsh Sex Scandal” เป็นหนึ่งในสารคดีและรายการโทรทัศน์หลายเรื่อง เป็นซีรี่ย์ที่สร้างขึ้นพิเศษพูดถึงความเปลี่ยนเชิงสังคม กฎหมายและการใช้ชีวิตของคนรักเพศเดียวกันในอังกฤษ น่าดูมากๆ ครับ

york1แชะ! แชะ! เก็บตกจากงานวันสิทธิความหลากหลายทางเพศ “จนกว่าจะถึงวันฟ้าใส” เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เป็นงานที่เปิดศักราชใหม่จริงๆ เหล่ามนุษย์สีรุ้งที่ทำงานด้านสิทธิ์ งานด้านเอดส์ไปรวมตัวกันคับคั่ง และไม่ได้รวมกันที่สีลม แต่เป็นหน้าโรงหนังลิโด้ ถึงจะงบน้อย เตรียมงานกันขลุกขลัก ทุกๆ คนก็มาแสดงสปิริตกัน โดยเฉพาะช่วงไฮไลท์ เดินกางร่มสีรุ้งไปหยุดอยู่หน้าหอศิลป์แล้วถ่ายรูปร่วมกัน ต้องบอกว่า ร่มสวยยยมาก ความเคลื่อนไหวเล็กๆ ตรงนี้ ปีต่อๆ ไป น่าจะจัดได้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และดึงคนทั่วๆ ไปให้สนใจมากขึ้น

แชะ! แชะ! คลินิกชุมชนสีลม กำลังจะเริ่มโครงการหาอาสาสมัครใหม่ ใครที่เป็นแฟนคลินิกอยู่ ติดต่อสอบถามเข้าไปได้ งานนี้ได้บุญเยอะ 02 6342917 หยุดวันจันทร์ งานใหญ่ของคลินิกที่ติดตามผลพฤติกรรมชายรักชายในกทมประมาณกว่าสามปีที่ผ่านมา (เม.ษ 2549- 22 พ.ย. 2551) พบว่า มีคนติดเชื้อเพ่ิมมากขึ้นในอัตราน่าเป็นห่วง และสาเหตุส่วนใหญ่คือ ไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับแฟน หรือคู่ประจำ เพราะไว้ใจ…แชะ! แชะ!

11 thoughts on “ความหลากหลายทางเพศกับหนุ่มอังกฤษคนนั้น

  1. ไม่ได้เข้ามาเม้นท์ซะนาน แต่ก็อ่านประจำ สัปดาห์นี้อัพเดทไวนะครับ
    ผมว่าลุงปีเตอร์แกเจ๋งดีนะ การยอมรับความจริงคือการคลายทุกข์และประตูอีกบานที่ดีกว่ากำลังเปิดรออยู๋

    คนแรกที่ตอบรึปล่าวเนี่ย :)

  2. ต้องบอกว่าสองหนุ่มข้างบนนี่ ไวจริงๆ
    เข้ามาอ่าน และโพสต์แล้ว

    เอ่อ…ปกติ quickie quickie งี้เปล่า…เหอ เหอ เหอ

    อัพเรื่องนี้ตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์
    พี่ิวิทย์ลืมกดปุ่ม stick this post to the front page
    (wordpress เปลี่ยนวิธีการอัพเดทนิดหน่อย งงเล็กน้อย
    กับดีไซน์หลังบ้านของมัน)

    thanks นะครับ ที่ยังหาเจอ
    พอดี คนของความสะใจ โทรมาบอกว่า
    ยังไม่เห็นอัพเดท เลย
    ก็เลย เข้ามาดู เออ จริง
    อัพไปแล้ว แต่่ไม่ได้โชว์ในหน้าแรกนั่นเอง

    รายนี้ก็คง quickie เหมือนกัน
    หุ หุ หุ :)

  3. เสนอไว้ปีหน้านะ-งานวันสิทธิความหลากหลายทางเพศ ขอให้จัดวันอาทิตย์คับ จะได้เห็นพลังชาวเรามากกว่านี้ ผมรีบไปหลังเลิกงาน ก็ไปเจอแต่เวทีเปล่าๆแล้ว

  4. อ่านจบกลับเข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม

    เอี๊ยดดดดดดดดดดด ไม่ใช่ๆ

    ผมว่าคุณปู่ปีเตอร์กล้ามากๆครับ แบบว่าแรงได้อีกถ้าเทียบกับยุคสมัยนั้นนะครับ แต่ถ้าเป็นยุคนี้หากมีผู้สื่อข่าวบางคนออกมาเปิดเผยตัวก็ยังนับว่าแรงอยู่ดี สรุปใครที่มีชื่อเสียงแล้วเปิดเผยตัวก็คงเกิดเป็นกระแสแรงๆ ทั้งกระแสสนับสนุนและกระแสต้าน ผมรอป๋านักร้องคนหนึ่งอยู่นะเนี่ย แต่สงสัยจะรอถึงชาติหน้าแหงๆ คุณปู่ปีเตอร์คงได้รับแรงกดดันมาเยอะมากๆ ถึงได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึง

    เมื่อเทียบกับสังคมไทยแล้วเรื่องมีเซ็กส์ในที่รโหฐาน ประเทศเราไม่มีแรงกดดันอะไรเลยถ้าถูกคน สถานที่ และกาลเทศะ เหมือนจะเสรีนะแต่ผมก็ยังตะหงิดๆใจชอบกล

    แต่ยังไงชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไป ถูกทางบ้างผิดทางบ้าง เกย์ไทยก็ต้องก้าวเดินกันต่อไป ^ ^

  5. มะเป็นไรครับพี่วิทย์

    ผมเป็นแฟนประจำบล็อคของพี่อยู่แล้ว

    ยังไงซะก็ต้องเข้ามาติดตาม อัพเดทกันอยู่เสมอ

    มารับรู้ข่าวสาร เรื่องราวดีๆ อยู่เป็นประจำ

    อย่างนี้มีเพื่อนในนี้ด้วย พูดคุยกัน สนุกดีครับ

    คิดถึงคับ – แล้วจะโทรหานะ

  6. To add: มีเรื่องที่ปีเตอร์เล่าว่า เขาถูกผู้หญิงวัยกลางคน
    ถ่มน้ำลายใส่ หลังจากเขาเปิดเผยตัวเอง
    แต่นั่น ไม่ได้ทำให้เขา ท้อถอยแต่อย่างใด

  7. คุณเคยรู้สึกอย่างผมไหม…
    ท่ามกลางความสับสนและผันแปรในกระแสของสังคม อะไรบางอย่างทำให้ผมรู้สึก “แปลกแยก” จากคนอื่น ๆ อาจเพราะผมมั่นใจในสิ่งที่ตัวผม “เป็น” บางครั้งผมก็อยากเป็นแบบที่ใคร ๆ อยากให้เป็น แต่เมื่อคิดได้ว่า… มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าภายนอกผมจะดูเหมือน ๆ คนอื่น แต่ภายในใจกลับเหงาและโดดเดี่ยวเพราะไม่มีใครเข้าใจตัวตนของผม บางครั้งผมก็สับสนเมื่อต้องพยายามทำตัวให้ใคร ๆ ยอมรับแต่ขณะเดียวกันผมก็ต้องปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง… ผมฝันว่าวันหนึ่งสังคมของเราจะเปิดรับความจริงกันมากขึ้นจนทำให้ทุก ๆ คนมีที่ยืนอย่างมั่นคงและภูมิใจในความเป็นตัวของเราเอง แต่กว่าจะถึงวันนั้นผมก็ยังคงไม่ท้อที่จะทำให้คนอื่นรู้ว่าผมและคนทุกคนมี “สิทธิ” ที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ…
    ผมขอสดุดีความตั้งใจในการแสดงพลังเพื่อให้สังคมรับรู้ในการคงอยู่ของพวกเราไม่ว่าจะในฐานะผู้กล้าอย่างคุณ Peter Wildeblood หรือกลุ่มแนวร่วมที่ขยันจัดกิจกรรมดี ๆ อย่างงานในวันเสาร์ที่ผ่านไป… ถึงวันนี้ฟ้าอาจจะยังไม่ใสมากเท่าที่เราต้องการแต่อย่างน้อยเราก็กำลังพยายามทำให้มันดีขึ้น ผมมั่นใจว่าทุกคนคิดอย่างนั้น
    Enjoy Your Life + Happy Holidays ครับ ^_^

    • จริงๆ เราทุกคน ช่วยคนอื่นได้ เพียงแค่ เลิกแอบเสียที
      นั่นแล เชื่อสิ มันมีพลังย่ิงกว่า เดินขบวนเรียกร้องโน่นนี่
      หรือจัดกิจกรรมใหญ่โต มันเป็นพลังเงียบที่ทำให้
      เราได้พันธมิตรที่ไม่เคยคิด ญาติ เพื่อน คนใกล้ชิดเรานั่นแหละ
      เค้าจะเป็นปาก เป็นเสียง และเป็นคนที่ฉลาด เข้าใจมากขึ้น
      เรื่องเพศ

  8. ดีที่ประเทศเราไม่ถึงขั้นต้องมีใครเสียสละชีวิต/เสรีภาพของตนเองต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ/ความเสมอภาคของตนเองและผู้มีความหลากหลายทางเพศอื่นๆเช่นนี้นะคะ แต่เราก็ยังต้องทำอะไรเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นว่าการเป็นเช่นนี้ก็ไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติกันต่อไป..

    เมื่อซักอาทิตย์ก่อนเห็นข่าวบันเทิงต่างประเทศในTVว่า ผู้ชายข้ามเพศชาวต่างชาติ (FTM : Female To Male) ถ้าจำไม่ผิด ชื่อ โทมัส เบตตี้ ที่เค้าเคยตั้งท้องแทนภรรยาครั้งนึงแล้ว ตอนนี้กำลังจะตั้งท้องลูกคนที่ 2 อีกแล้วนี่คะ
    ตอนที่ดูTVอยู่ แม่ก็ดูอยู่ด้วยเหมือนกัน ก็ออกอึ้งๆ งงๆ อย่างงี้ก็มีด้วย โลกนี้มันเป็นอะไรกัน (เดาว่าคงคิดอย่างงี้) กะว่าอยากจะบอก.. เลยไม่ได้ฤกษ์บอก..(เลิกแอบ) ซักที เฮ้อ! ก็อยากจะเป็นสมาชิก Hiding No More กับพี่วิทย์เต็มตัว แต่ก็ยังไม่สำเร็จ จะพยายามหาโอกาสต่อไปค่ะ..

    อยากจะลองเปิด Blog ที่ไหนเขียนคอลัมน์ไดอะรี่ส่วนตัวอย่างนี้ บ้างเหมือนกัน อยากจะขอคำแนะนำจากพี่สักหน่อย จะขอส่งเมลล์ไปถามหน่อยนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s