หัดหยุดคิดซะบ้าง เป็นมั๊ย?

6a00d8341bf8ea53ef010536995e63970b-600wi

Hiding No More เลิกแอบเสียที วิทยา แสงอรุณ 17-18 ม.ค. 2009

นึกว่าจะไม่ไหว แต่ก็มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว หน้าเครื่องคอมพ์ตอนตีสี่กว่าๆ เสียงไก่ขันสามบ้านแปดบ้านแทบทุกชั่วโมง หริ่งหรีดยังกรีดๆ กันอยู่ ได้ยินเสียงสายน้ำไหลซู่ๆ อยู่ไกลๆ อากาศเย็นยะเยียบ ไม่รู้ต่ำลงไปกี่องศา มือไม้แข็งไปหมด แต่ใจยังอยากจะพิมพ์

ย่างเข้าวันที่เจ็ดแล้วครับคุณผู้อ่านที่ผมมาอยู่ที่แม่ริม เชียงใหม่ หน่วยงานสำคัญแห่งหนึ่งจัดรายการศึกษา การเรียนรู้เรื่องเพศ โครงสร้างเรื่องเพศ และเพศวิถีอย่างเจาะลึกถอนรากถอนโคน ยาว 10 วันรวด

ชอบสิครับ เกิดมา ผมยังไม่เคยมาอยู่เชียงใหม่นานๆ ขนาดนี้ และมีเวลาสำรวจเรื่องนี้ร่วมกับคนอื่นอีกหลายชีวิตนานๆ

แต่วันนี้เราจะไม่พูดเรื่องเพศ หรือเพศวิถี หรือเรื่องเชียงใหม่ แต่อยากจะชวนคุณผู้อ่านทุกๆ เพศให้มา “หยุดคิด”

คนเราหาโอกาส “หยุดคิด” กันได้อยากโดยเฉพาะคนเมือง และคนที่มีภาระวุ่นวายรับผิดชอบจนตารางชีวิตเต็มเอี้ยด ผมก็คนหนึ่งละครับที่เคยคิดว่า หยุดพักผ่อนยาวๆ หรือไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ มันเยียวยาได้ แต่เอาเข้าจริงๆ พอไม่ได้ไปคนเดียว ไปเป็นก๊วน มีเรื่องวุ่นวายเยอะแยะ คนโน้นเอางี้ คนนี้เอางั้น แถมขากลับรถติดยาวเหยียด เครียดกันเข้าไปอีก

นั่งอยู่ริมชายหาด นอนฟังเสียงคลื่นคนเดียว แต่ใจยังคิดเรื่องงาน เรื่องคน เรื่อง “เค้า” คนนั้น และตั้งคำถามสารพัด เค้าคิดกะเรายังไง ทำไมเค้าทำอย่างนี้ ใจเราเลยไม่ได้พักจริงๆ

ผมเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า “พักจริงๆ” ก็ทริปนี้แหละ

6a00d8341bf8ea53ef0105369f7f04970c-600wi

ที่นี่ คุณจะตื่นกี่โมงก็เรื่องของคุณ แต่ข้าวเช้าจะตั้งรอตอนแปดโมงถึงแปดโมงครึ่ง จากนั้นทำธุระส่วนตัว หรือจะโทรศัพท์คุยงาน คุยเล่น ก็ทำไป พอเก้าโมงครึ่งพร้อมกันทุกคนที่ห้องเรียน ซึ่งเป็น “ศาลา” มุงจาก ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแอร์ ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีโต๊ะ

นั่นคือห้องเรียน รอบๆ ศาลาเป็นร่องผัก ไร่สวน ต้นไม้ วัชพืช และแสงแดด

บนศาลา มีเสื่อ และมีเบาะรองนั่งพร้อมพนักพิงเตี้ยๆ ใครใคร่นอนเรียน นอนฟัง จงทำไป แต่อย่าหลับ ของว่างมีวางอยู่แล้ว อยากกิน อยากดื่ม หยิบเอง ชงเอง ไม่ต้องให้ใครมาเสิร์ฟ ตอนไหน จะลุกไป ก็ไม่ว่ากัน

พักอาหารกลางวันตอนเที่ยงครึ่ง เดินไปและเริ่มรับประทานพร้อมกัน ระหว่างเดินไป ตักอาหาร มานั่งกับพื้น ไม่พูดกัน ให้เคี้ยวช้าๆ อย่างมีสติทุกๆ คำ อ้อ…อาหารทุกมื้อเป็นพืชผักมาจากที่ปลูกไว้ หมู ไก่ เนื้อ และมาม่าไม่ว่ารสใด ไม่มี

เป็นคุณ อยู่ได้มั๊ย แบบนี้?

ครูและเจ้าของสถานที่ซึ่งเป็นคนเดียวกันบอกว่า กระบวนการเรียนรู้แบบนี้จะช่วยผู้เข้าร่วมได้มากให้ “ได้พัก” จริงๆ มีหลายองค์กรชวนไปทำกิจกรรมการเรียนรู้ในหลายๆ หัวข้อ จัดตามโรงแรม อย่างเช่น จัดสองวัน หนึ่งคืน คนมาฟัง 70 คน อย่างนี้ เธอบอก “ไม่เอาหรอก ไม่ได้ผล เราไม่ไป”

เห็นจะจริงอยู่นะครับ ลองคิดดู คุณผู้อ่านที่ไปสัมมนาต่างจังหวัด แล้วกะจะพักผ่อนไปด้วยในตัว เอาเข้าจริง เรียนเครียดๆ กันในห้อง ตกเย็นจับไมค์ร้องเพลง นั่งก๊งกัน บ้างก็เล่นไพ่ นอนดูละคร ดูข่าว เหมือนอยู่บ้านเปี๊ยบเลย อย่างนี้ คงไม่ได้พัก เพราะตื่นมาอีกวัน ก็เข้าห้องสัมมนา กินๆ จบกลับบ้าน ไม่มีอะไรงอกเงย หรือเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมคงเดิม เปลี่ยนแค่สถานที่

แต่ก็ขึ้นอยู่กับหัวข้อและเป้าหมายล่ะครับ ไม่ได้บอกว่า สัมมนาแบบนั้น ไม่ดี

ส่วนในแบบที่พวกเรามาร่วมเรียนรู้ ผู้จัดตั้งเป้าหมายให้หัดเปลี่ยนแปลงตัวเอง และค้นพบตัวอง มาลองอยู่อย่างเรียบๆ ง่าย ๆ ไม่มีหนังสือพิมพ์ ไม่มีวิทยุ ไม่มีทีวี ไม่มีอินเตอร์เน็ต ก็ดีไปอย่างนะครับ เลยไม่ต้องคอยห่วงว่าใครมา “hi5” กะเรา หรือจะมา “เล่นเอ็ม” ด้วยวันนี้

กิจกรรมของผมเองก็คือ ตั้งใจว่าจะตื่นตีห้า มาเขียนหนังสือ หรือมาบันทึก คุณชอบเขียน คุณต้องเขียนทุกวัน

พอหกโมงเช้า แสงแดดอุ่นๆ หน่อย ท้องฟ้าพอสว่าง เห็นทาง ก็คว้าจักรยาน ออกไปปั่นรอบๆ หมู่บ้าน คุณเอ๋ย สวรรค์ยามเช้าเลยล่ะ สองข้างทาง ปลูกผัก ทำไร่ ทำนา ยิ่งผ่านไปย่านที่มีร่องผัก ใบเขียวอ่อนๆ อยากจอดแล้วจิ้มน้ำพริกตรงนั้น สูดอากาศเย็นๆ เข้าปอด เหมือนได้ดมภูเขาที่อยู่ลิบๆ โน้น

แถวนี้มีตลาดอยู่หลายแห่ง ผมก็ตระเวณไปทั่วละครับ ปั่นจักรยานตอนเช้าทุกวันให้พอได้เหงื่อสักหนึ่งชั่วโมง กลับมาก็ออกกำลังกาย ตอนนี้เน้นซิทอัพ เพราะก่อนปีใหม่ ไม่ค่อยได้ออกกำลัง และสวาปามตามใจปาก จากไม่เคยมีพุง ตอนนี้ มันดูกลมๆ เหมือนคนท้องอ่อนๆ

แต่อาทิตย์หนึ่งไปแล้ว มันค่อยๆ ยุบอย่างอัศจรรย์ คงเป็นเพราะอาหาร ข้าวกล้อง น้ำพริก และ
บรรดาผักสวนครัวสารพัด ไม่รู้ชื่ออะไรบ้าง ทุกๆ มื้อ ก็มีแต่เมื่อคืน ตอนมื้อเย็น นึกว่าไม่รอดแล้ว กินน้ำเต้าหู้ กับผลไม้ เท่านั้น จริงๆ ไม่ได้ดอดเอาขนม หรือมาม่าซ่อนไว้

คนไม่เคยอดข้าวเย็น เห็นแล้วคงหวาด แต่ก็รอดมาได้ ไม่เห็นทรมานอะไร

ระหว่างวัน หลังเลิกศาลาตอนสี่โมงกว่าๆ เขามีโปรแกรมเล่นโยคะ อันนี้ชอบมากเพราะได้เหงื่อดี ดีกว่าปั่นจักรยานด้วยซ้ำในอากาศหนาวๆ อย่างนี้ ใช้เวลา 45 นาทีให้จิตใจ และร่างกายได้พักผ่อนไปพร้อมๆ กัน จากนั้นพักสักครู่ รับทานมื้อเย็น พักผ่อนตามใจ ยังไม่จบ ตอนสองทุ่มตรง พบกันอีกครั้ง เพื่อ “นั่งภาวนา”

ตรงนี้แหละครับที่ผมคิดว่ายากสำหรับคนที่ไม่เคย และคนที่มีเรื่องวุ่นวาย กวนใจมาตลอด การนั่งภาวนาของที่นี่ออกแบบมาสำหรับคนทุกศาสนา คุณเป็นมุสลิม ก็นั่งภาวนาได้

จริงๆ สำหรับตัวเอง เคยฝึกหัด นั่งสมาธิมากะเค้าบ้าง นานมาแล้ว ใช้ได้ผลที่สุดก็ตอนสอบเอ็นทรานซ์ สมองโปร่งโล่งดี และไม่กังวล

คราวนี้ ไม่ต้องนั่งหลับตา ภาวนาว่า พุทโธ หรือ ยุบหนอ พองหนอ คุณจะภาวนาอะไรก็เรื่องของคุณ จะนับเลข นับแกะ นับห่าน หรือจะลุกเดินไปรอบๆ ห้อง ก็ไม่มีใครว่า หรือคุณจะนั่งหลับตา มองหลังคา มองเสื่อ มองเทียนไข หรือนั่งมองใบหน้าคนนั่งรอบๆ ห้องไปด้วย ก็ไม่ผิดกติกา

แต่ขอให้ผ่อนคลาย ไม่ให้ส่วนใดของร่างกายตึง หายใจเข้าออกให้ลึก และที่สำคัญที่สุดที่ผมคิดว่ทำได้ยากมากๆ สำหรับตัวเองก็คือ หยุดคิด ปล่อยวางความคิดทั้งมวลที่เข้ามาในสมองของเรา

“เวลาเราคิด อยากจะหยุดคิด แต่เราดันคิดว่า จะหยุดคิด เรียกว่า เอาความคิด ไปหยุดคิด อย่างนี้ ใจก็ไม่ว่างแล้ว” ครูบอก

วันๆ คนเราคิดอะไรได้มากมายเรื่อยเปื่อย เรียกว่าคิดฟุ้ง ฟุ้งมากๆ มันก็ซ่าน ซ่านไปซ่านมา ไม่ได้อะไรกลับมา

แต่พอเราหยุดคิด หัดวางความคิดให้เป็น ใจมันโล่ง โปร่งสบาย ความวิตกกังวลอะไร ก็ค่อยๆ คลาย ตรงนี้แหละครับที่ช่วยได้ เพราะเมื่อจิตว่างจริงๆ จะเกิดพลังภายในอย่างที่คุณไม่เคยรู้สึกมาก่อน ไม่ยินดี ยินร้ายกับเรื่องที่เกิดขึ้น มีปัญหาเกิดขึ้น คุณจะคิดได้ทะลุ ไม่เอาอารมณ์เข้าไปจัดการแก้ปัญหา

4989224-zbigniewlisicki

ผมเองเป็นคนไม่ชอบสวดมนต์ หรือนั่งนิ่งๆ หลับตา เพราะหลับตาทีไร ก็เห็นภาพผู้ชายหล่อๆ ทั้งที่เคยได้กัน และยังไม่เคย แต่อยากได้ รวมทั้งเคยได้แล้ว อยากได้อีก เข้ามาซะทุกทีนอกจากคิดเรื่องงานที่ทำ เรื่องคนใกล้ตัว มันปนกันอีรุงตุงนังไปหมด จริงๆ พอนั่งภาวนาไป มีภาพเหล่านี้ขึ้นมา ก็ให้เห็นว่า เป็นเรื่องปกตินะครับ ค่อยๆ วางความคิดและภาพเหล่านั้น จดจ่ออยู่กับความว่างเปล่า

คุณผู้อ่านที่ไม่ได้สวดมนต์หรือฝึกสมาธิภาวนาอะไร ก็ลองหาเวลาระหว่างวัน ตอนขับรถ รอรถติดไฟแดง ตอนนั่งรถเมล์ ยืนรอรถ อยู่ในยิม ยกเวท หรืออาบน้ำ เข้าคิวทำอะไรก็แล้วแต่ ปล่อยจิตให้
ว่างๆ ลองหัดไม่คิดอะไร นับหนึ่งถึงสิบ แล้วนับหนึ่งถึงสิบอีกทีก็ได้ คุณจะรู้ว่า ความว่าง ความนิ่ง ทำให้คุณปิติ ผ่อนคลาย มีพลัง และมีความสุขขึ้น

ทำบ่อยๆ แล้วจะชิน

อาทิตย์นี้ ไม่มีเซคชั่น “แชะ! แชะ!” นะครับ เพราะไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ได้ตามข่าวในเน็ต และไม่ได้ดูทีวี

8 thoughts on “หัดหยุดคิดซะบ้าง เป็นมั๊ย?

  1. หวัดดีครับพี่วิทย์

    อ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วยเลยนะครับ

    ดีจังเลยที่พี่ได้มีโอกาสไปแบบนั้น ในช่วงระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน

    เรียกได้ว่าสำหรับชีวิตคนกรุงแล้ว คงจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก อย่าว่าแต่การหยุดคิดเลยครับ แม้กระทั่งหยุดทำ หรือหยุดอะไรสักอย่าง สำหรับชีวิตคนกรุงก็ยากแล้ว

    อยากไปแบบนี้บ้างจังเลยนะครับ ชีวิคคงจะสงบขึ้น และไม่เป็นทุกข์ไม่เป็นกังวล

    พี่วิทย์ลองจัดทริปที่ไปนั่งภาวนา หรือนั่งสมาธิ สวดมนต์ดูบ้างสิครับ
    ผมคิดว่า คงมีเพื่อนๆ เราหลายคนอยากไปร่วมด้วยแน่ๆ เลย

    ที่เสถียรธรรมสถานก็ดีนะครับ เงียบดี จิตจะได้เข้าสู่ภาวะให้ได้คิดอะไรแบบมีสติกันบ้าง…ดีไม่น้อยนะครับ

  2. สัปดาห์นี้ ดูเหงาๆ จังเลยนะครับพี่วิทย์

    เพื่อนๆ ร่วมบอร์ดไปไหนกันหมดคับเนี่ย

    เข้ามาอ่านแล้วเม้นท์กันหน่อยเร้ววววว

    เงียบฉี่เลยอ่ะคับ

    เหงา-เหงา

  3. อ่านค้าบบ
    แต่กำลังหยุดคิด และทำสมาธิอยู่
    อิๆ
    เลยไม่ได้ตอบ

    ปล. พี่วิทยาคับ ฟังคลิปย้อนหลังที่ gaythaiclub ไม่ได้อ่ะคับ
    ใน gconnex ก็ไม่มีลงไว้ด้วยคับ

  4. เสาร์ที่แล้วฟังรายการ Hotline ทางเนทไม่ได้
    เพราะไม่รู้ว่าต้องฟังที่ไหนนอกจาก nation radio ครับ
    แต่เรื่องคราวนี้ที่พี่วิทย์เขียน ผมเข้าใจนะครับ
    ยิ่งหลังจากได้อ่านเรื่อง “ความสุขของกะทิ” แล้ว
    รู้สึกรักครอบครัว และ รักเพื่อนร่วมโลกมากขึ้นครับ ^_^

  5. การเรียนรู้ที่พัฒนาจิตใจนับเป็นสิ่งดีมากๆ เคยได้ไปเข้าคอร์สทำสมาธิในแบบอานาปาณสติ ซึ่งคล้ายกับที่พี่ยอดเล่ามา ผลที่ได้คือได้จิตใจที่สะอาดสดใส มีสติกว่าที่เคย และรู้เลยว่าความสงบคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ แต่นั่นก็เกือบ11ปีแล้ว
    ตอนนี้เวลาเจอมรสุมก็ยังอยากกลับไปเข้าคอร์สอีกครั้ง แต่ใช้เวลาตั้งครึ่งเดือน(รวมเวลาเดินทาง) เลยได้แต่พยายามปฏิบัติเองอยู่ที่บ้าน ได้บ้างไม่ได้บ้าง555

  6. ไม่ทราบว่าเป็นศูนย์อบรมของพี่อวยพรหรือเปล่าครับ
    เป็นที่ๆ เหมาะสำหรับฟื้นอำนาจภายใน
    ทลายอคติทางเพศด้วยหัวใจพุทธ
    ข้าพเจ้าเข้าคอร์สแค่ห้าวัน ได้หัวใจที่แผ่ไพศาลขึ้นมาก
    งดงาม งดงาม…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s