ใครอยู่เชียงใหม่ อย่าลืมแวะงานนี้

“กลุ่มเสาร์ซาวเอ็ด” ขอเชิญเพื่อนๆ พี่น้องทุกท่านร่วมงานครบรอบ 2 เดือนเหตุการณ์เชียงใหม่เกย์ไพรด์ “สิทธิ ความรุนแรง และความหลากหลายทางเพศ” ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2552 ตั้งแต่เวลาห้าโมงเย็นเป็นต้นไป

17.00 น. ลงทะเบียน / ฉายภาพสไลด์งานเชียงใหม่เกย์ไพรด์และ ภาพงานครบรอบหนึ่งเดือน นิทรรศการภาพและกฎหมาย
17.30 น. เปิดงาน รำกิ่งกะลา
17.45 น. แถลงข่าวทวงถามความรับผิดชอบ
18.00 น. อ่านแถลงการณ์ “เสาร์ซาวเอ็ด”
18.15 น. ละคร “เสียงที่ไม่ได้ยิน” จาก Mplus
18.30 น. เสวนาเชิงวิชาการหัวข้อ “สิทธิ ความรุนแรง และความหลากหลายทางเพศ” โดย ดร.กิตติกร สันคติประภา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ศาสตราจารย์ สนั่น วุฒิ, ตัวแทนจากคลินิกกฎหมาย คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ตัวแทนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
20.00 น. กิจกรรมสันติวิธี เสริมสร้างจิตวิญญาณ
20.20 น. ฉายภาพวีดีทัศน์งานเชียงใหม่เกย์ไพรด์และงานวันครบรอบหนึ่งเดือนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
20.30 น. ปิดงาน

Sao-Sao-ed group would like to invite you to the second monthly event to commemorate the violent shutdown of Chiangmai Gay Pride at Three Kings Monument plaza, Chiangmai on April 21, 2009

“Rights, Violence and Sexual Diversity”
5.00pm Registration. Photo exhibition and multimedia presentation of the Chiangmai Gay Pride incident and last month’s commemorative event and Rainbow March at Democracy Monument in Bangkok.
5.30pm Opening performance: “Ging Kala” Burmese-style dance.
5.45pm Press conference to demand accountability and justice from Chiangmai authorities.
6.00pm Public reading of the Sao-Sao-ed statement.
6.15pm “The Unheard Sound” performance by Mplus.
6.30pm “Rights, Violence and Sexual Diversity” discussion by invited panelists.
7.30pm Open discussion
8.00pm Spiritual activity for peace and non-violence
8.20pm Multimedia presentation of the Chiangmai Gay Pride incident and last month’s commemorative event and Rainbow March at Democracy Monument in Bangkok.
8.30pm End of event.

5 thoughts on “ใครอยู่เชียงใหม่ อย่าลืมแวะงานนี้

  1. กิจกรรมน่าไปร่วมงานด้วยจังเลยครับ กลัวแต่ว่าจะมีพวกเสื้อแดงมาข่มขู่อีก ยังไงก้รักษาเนื้อรักษาตัวนะครับ เป็นห่วงครับ

    เสียดายผมไปไม่ได้

    คิดถึงเชียงใหม่จัง – -”

    ปล.พี่ยอดหายดียังครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับอย่าโหมงานหนักเกินไป

  2. ขอแจ้งให้ทราบว่า เปลี่ยนสถานที่เป็นลานประตูท่าแพ ส่วนกำหนดการยังเหมือนเดิมครับ

    Please be informed that the venue has been changed to Tha Pae Gate ground, while the schedule remains unchanged.

  3. เขียนมายั่วพี่ยอด จะได้มีพลังมาเขียนงานให้น้องๆได้อ่านต่อกัน หลายคนยังรอเรื่องลุงหนวดนะครับ อิอิ

    **********************************

    I Dreamed a Dream ฉันฝันว่าฉัน

    คุณเคยมีฝันกันมั้ยครับ แล้วนับจากฝันวันนั้นจนถึงวันนี้ฝันของคุณเป็นจริงหรือยัง???

    เพื่อนผมคนหนึ่งส่งคลิปจากyoutube มาให้ลองเข้าไปดู แถมบอกด้วยว่ามันเจ๋งมาก ด้วยความที่ไม่คิดอะไรมากและคิดว่าก็คงเป็นคลิปรายการแสดงอะไรสักอย่าง ที่เพื่อนคงประทับใจมากๆๆเลยอยากให้เพื่อนคนอื่นๆได้ดูด้วย คลิปที่ส่งมาเป็นรายการ Britains Got Talent 2009 โดยเป็นช่วงที่ป้าวัย 47 ที่ว่างงานคนหนึ่งชื่อ SUSAN BOYLE ทั้งดูเปิ่นๆและดูเป็นสาวบ้านบ้าน ได้สมัครมาโชว์ความสามารถ ซึ่งดูยังไงก็ไม่เห็นแวว Talent ทั้งคอมเมนต์เตเตอร์และคนดูก็แสดงออกทั้งสีหน้า แววตา คำถามแบบดูถูกดูแคลน ว่าวัยขนาดป้าแล้วยังจะมีฝันอะไรอีก

    ลองไปดูกันได้ครับที่ http://www.youtube.com/watch?v=9lp0IWv8QZY (ผมใส่เวปยูตู๊ปในเวปนี้ไม่เป็นรบกวนลิงค์ไปเองนะครับ)

    ตอนที่ดูถึงตอนที่ SUSAN BOYLE เริ่มร้องเพลงผมรู้สึกขนลุกและพอดูต่อๆไปน้ำตาก็มาคลอๆ มันรู้สึกตื้นตันที่ได้เห็นผู้หญิง ส.ว. คนหนึ่งที่ลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ฝันของตัวเองเป็นจริงและเธอก็ได้แสดงให้ทุกคนเห็นว่า เพียงรูปลักษณ์ภายนอกและกิริยาบางอย่างที่คนอื่นเห็นเข้าก็รู้สึกตะหงิดๆในใจว่าป้าแกมาผิดงานหรือเปล่า ?

    ต้องชื่นชมให้กับความสามารถของ SUSAN BOYLE ที่ช่วยยืนยันว่า หากว่าเรายังมีฝัน อุปสรรคก็ไม่มีขีดความสามารถที่จะปิดกั้นเราไม่ให้ทำความฝันให้เป็นจริงได้ และขอปรบมือให้กับผลงานที่แสนประทับใจ (แปะ แปะ) และนั่นเป็นที่มาที่ทำให้ผมลงมือเขียนบทความชิ้นนี้ บทความที่มีขึ้นเพื่อถามคำถามกับทุกคนว่า “ฝันของคุณเป็นจริงหรือยัง และในฐานะที่คุณเป็นเกย์ ฝันของคุณคืออะไร”

    ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยมีฝัน มนุษย์ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตามก็คงมีความฝันคล้ายๆกัน บางคนฝันอยากมีคนรักที่ร่วมชีวิตไปด้วยกันจนแก่เฒ่า บางคนฝันอยากมีบ้าน อยากมีรถ อยากเป็นนักร้อง นักแสดง ฝันอยากเป็นนักเขียน ฝันถึงความสุขสบาย ความร่ำรวย ฝันอยากมีร้านอาหารเล็กๆ ฝันอยากมีลูกตัวเล็กๆมีครอบครัวที่อบอุ่น ฯลฯ

    ฝันมีหลากหลายเป็นจริงบ้างไม่เป็นจริงบ้าง หลายคนท้อแท้จนล่ะทิ้งความฝัน หลายคนต่อสู้ฝ่าฝันเพื่อให้ความฝันเป็นจริงผมเองก็มีความฝันและความฝันนั้นก็คงไม่ต่างจากคนอื่นมากนัก แต่อย่างที่ผมได้ลองตั้งคำถามไว้ ในฐานะที่คุณเป็นเกย์ ฝันของคุณคืออะไร ในฐานะที่ผมเป็นเกย์เหมือนกับหลายๆคนบนโลกใบนี้ ผมขอคิดแบบอุดมคติไปเลยว่า ผมฝันถึงวันที่เกย์ทุกคนใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองสามารถที่จะเป็นตัวของตัวเองได้ทุกโอกาส เพื่อจะได้ไม่ต้องมีเกย์คนที่ไหนที่ต้องหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้าอีก

    ในความเป็นจริงคงเป็นเรื่องยากที่เกย์ยังแอบอยู่จะออกมาเปิดเผยตัว มิเช่นนั้นผู้คนคงไม่มีอาการอยากรู้อยากเห็นว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นเกย์มั้ยคนนี้เป็นเกยมั้ย โดยเฉพาะกับกับดาราหลายๆคนที่มีข่าวซุบซิบ และบางคนถือเป็นความลับสวรรค์ที่ไม่สามารถพูดหรือเปิดเผยให้กับคนอื่นรู้ได้ เรื่องแบบนี้คงบังคับกันไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ล่ะคน ผมเข้าใจนะครับว่าเวลาที่แอบอยู่นั้นรู้สึกยังไง เพราะผมก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน และอย่างน้อยที่ผมหวังไว้คือเกย์ที่แอบหลายๆคนอย่าหลอกผู้หญิงให้มาแต่งงานด้วยเลยครับ หากคิดเพียงว่าแต่งๆไปเถอะเพื่อกลบข่าวซุบซิบเรื่องเกย์ ทนไม่ได้ก็หย่าๆกันไป

    ความฝันอีกอย่างที่ผมฝันไว้คือ เมืองไทยสามารถอนุญาตให้คนรักเพศเดียวกันแต่งงานได้ บางคนที่มีคนรักอยู่แล้วอาจจะเห็นว่าไม่จำเป็น แต่เชื่อใหมครับ เรื่องแบบนี้หากมองกันที่ความเป็นมนุษย์ที่มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน ความรักที่ผู้ชายจะรักกับผู้ชายอีกคน หรือผู้หญิงที่จะรักผู้หญิงอีกคน เทียบกับความรักของคู่รักชายหญิงก็ไม่แตกต่างกัน หากทั้งสองคนตกลงปลงใจที่จะอยู่เป็นคู่ชีวิตกัน พวกเขาทั้งสองก็น่าจะได้สิทธิ์นั้น นี่แค่คิดแบบง่ายๆนะครับ แต่ลึกๆแล้วเรื่องการแต่งงานมีมิติมุมมองที่มากกว่าเพียงแค่เรื่องความรัก

    หากเรามองในมุมที่เชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ หากการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันเป็นจริงและมีผลทางกฏหมาย คู่รักเพศเดียวกันก็จะมีผลทางกฎหมายเหมือนกับคู่รักชายหญิงทั่วไป ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ อย่างการลดหย่อนภาษี การทำนิติกรรมต่างๆ การซื้อบ้าน การค้ำประกัน การมอบผลประโยชน์ของประกันชีวิตที่สามารถระบุได้ว่า เป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนที่อยากจะมอบให้เท่านั้น หรือแม้แต่เรื่องมรดก

    หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากกันไป อีกฝ่ายก็ยังสามารถที่มีจะทรัพย์สินที่พอเลี้ยงชีพต่อไปได้ ผมเชื่อว่า ที่ผ่านมาคงมีเกย์หลายคู่ที่อยู่ด้วยกันแบบแยกออกมาจากครอบครัวตัวเอง และอยู่ด้วยกันจนกระทั่งตายจากกัน หลังจากนั้นครอบครัวของคนตายก็เข้ามาเก็บทรัพย์สินไป แล้วอีกหนึ่งชีวิตล่ะครับจะเป็นอย่างไร (ความคิดผมรุนแรงไปมั้ยเนี่ย) ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเป็นการลดประชากรเกย์แอบที่หลอกผู้หญิงมาแต่งงานด้วย

    แต่ที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าจำได้หรือเปล่านะครับ ประมาณปี 2544 ในสมัยที่ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น เคยคิดที่จะยกร่างให้คนรักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ แต่เรื่องก็เงียบหายไป และในราวปีพ.ศ. 2548 ก็มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาถกเถียงกันอีก แล้วเรื่องก็เงียบหายไป เกย์หลายคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นเป็นเรื่องสลักสำคัญอะไรเลย จะมีหรือไม่มี ก็ไม่มีผลที่จะทำให้ความรักลดน้อยลง ก็จริงครับ เพราะความรักของคนรักเพศเดียวกันไม่ได้จะทำให้ความรักเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง แต่ผมเชื่อว่า มันเป็นเรื่องของความเป็นตัวตนและการมีพื้นที่ยืนในสังคม

    มันอาจจะดูเพ้อฝัน ผมก็ยอมรับนะครับ แต่ฝันไว้แบบนี้ก็ไม่เสียหายนี่ครับ อีกความฝันที่ผมหวังไว้คือ อยากให้รายการโทรทัศน์และสื่อต่างๆที่จัดขึ้นเพื่อเกย์จริงๆ แบบไม่ต้องหลบซ่อนไปอยู่ใต้ดิน หรือไปอิงแอบกับความเป็นเมโทรเซ็กช่วล ที่ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า เขาทำมาเพื่อเกย์ แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะเป็นผู้ซื้อหามาอ่านจะรวมเกย์ไว้ด้วย ดังนิตยสารบนดินที่เห็นๆกันอยู่ อย่างที่ผมอยากให้เกิดขึ้นก็คือแบบ Gaytime , Attitude , out และอีกสารพัดสิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้เน้นการโชว์อวัยวะบางส่วน แต่มีเนื้อหาข่าวสารความเคลื่อนไหว บทสัมภาษณ์เกย์ต่างๆ แฟชั่น แหล่งท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ฯ

    แม้ดูเหมือนไม่มีความหวัง แต่อย่างน้อยหนังสือที่ผมมมีอยู่ไม่มากก็น้อย ก็เริ่มเหมือนเป็นนิมิตหมายอันดีที่เริ่มเห็นแววเล็กของสื่อเกย์ที่มากขึ้น อย่างเช่นที่ได้มาล่าสุดจากการไปร่วมงานฉายหนังเรื่อง Milk รอบสื่อมวลชนท ผมไม่ได้แน่ใจว่าจะเรียกเป็นนิตยสารได้มั้ย เพราะหน้าปกของหนังสือเล่มนี้ยังบอกเลยว่า เป็นหนังสือกึ่งนิตยสารเชิงวิชาการ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องเพศที่ดีขึ้น ที่มีชื่อว่า “Gender” หรืออีกเล่มชื่อว่า Thai Puan ที่ดูเหมือนจะเจาะกลุ่มชาวต่างชาติเป็นหลักเพราะเป็นภาษาอังกฤษเกือบทั้งเล่น โดยเน้นไปแหล่งที่เที่ยวเฉพาะของชาวเรา หรือจะเป็น “MAX” ที่เน้นนักเที่ยวชาวไทย แต่ผมก็หวังว่าอนาคตคงจะมีสื่อต่างๆเพิ่มมากขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่

    บางครั้งผมก็นึกนะครับว่า สื่อเหล่านี้อาจจะไม่จำเป็น เพราะว่าโลกเดี๋ยวนี้กลายเป็นโลกของไซเบอร์อยากรู้อะไรก็ไป ถามกู(google)เอาเดี๋ยวกูฏ็จะบอกมา ตรงอย่างที่เราหาไม่ตรงมั้ง แต่ผมเชื่อว่า เหล่าเกย์ต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีเวลาเล่นอินเตอร์เน็ตก็อาจจะไม่รู้เลยว่าตอนนี้สังคมเกย์ในเมืองไทยเปลี่ยนและพัฒนาไปกันขนาดไหนแล้ว หรืออย่างน้อยรู้มั้ยครับว่าภาพยนตร์เรื่อง “Frozen Flower” มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเกย์ๆของประเทศเกาหลีและที่เจ็บกว่านั้น และมีข่าวแว่วๆว่ามีบางฉากถูกตัดออกไปจนหมดอรรถรส ใครสนใจลองไปดูได้นะครับที่เฮาส์รามา ผมจะไปดูวันเสาร์ที่ 25 เมษานี้เวลา 17.00 น. ใครสนใจจะไปดูด้วยกันได้นะครับ ^ ^ หากแว้ปไปดูเองเจอกันก็ทักกันได้นะครับ ผมไม่กัดหน้าร้อนนี้ฉีดยาเรียบโร้ยยย อิอิ

    ความฝันสุดท้ายในฐานะที่ผมเป็นเกย์คือ อยากให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตำราเรียนเรื่องเพศศึกษากันเถอะครับ หากใครมีน้อง มีลูกมีหลาน ลองไปค้นๆอ่านดูนะครับแล้วจะอึ้งทึ่งว่า ความรู้เกี่ยวกับเกย์มีมากกมายหลากหลาย แต่ในตำราเรียนมีนิดเดียว และเต็มไปด้วยอคติ หรืออย่างน้อยที่ผมเคยเรียนมาในวิชาสุขศึกษา อาจารย์ผมยังบอกเลยว่า เกย์จัดเป็นจิตเภทประเภทหนึ่ง หรือพูดง่ายๆก็คือโรคจิตนั่นแหล่ะ
    แล้วนึกดูนะครับเกย์เด็กๆแบบผมใครจะกล้าเปิดเผยบอกให้โลกรู้ว่า “กรูก็เป็นเกย์นะเว้ยยย” และนึกต่อไปอีกนะครับ จะมีเกย์เด็กๆบางคนที่ยังอยู่ในช่วงสับสน เค้าจะอึดอัดแค่ไหน ไม่นับพวกน้องเกย์ที่เชี่ยวชาญหาข้อมูลได้จนเข้าใจเรื่องเกย์แบบทะลุปรุโปร่ และรู้สึกภูมิใจในความเป็นเกย์ของตัวเองแล้วนะครับ ผมเชื่อว่ายังมีน้องเกย์อีกหลายคนที่ยังรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวตนของตัวเอง ที่ทำไมเราถึงมีความแตกต่างจากคนอื่นในเรื่องความชอบ ความรัก ความรู้สึก และไอ้ความแตกต่างที่ก็ถูกตอกย้ำด้วยอคติเหลวๆทั้งหลาย สุดท้ายหากพี่น้องเกย์ทั้งหลายไม่รู้สึกภูมิใจและไม่รู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะบอกคนอื่นให้รับรู้ถึงตัวตน ก็คงจะยังมีเกย์แอบๆอยู่ต่อไป

    ท้ายที่สุดแล้ว ในฐานะที่คุณเป็นเกย์ ฝันของคุณคืออะไร??? ขอกลับไปฟัง SUSAN BOYLE ร้องเพลงอีกสักรอบดีกว่า ^ ^

    I dreamed a dream in time gone by
    When hope was high,
    And life worth living
    I dreamed that love would never die
    I dreamed that God would be forgiving.
    ฉันฝันถึงความฝันในอดีตที่ผ่านมา
    ยามที่ความหวังยังคงสูงส่ง
    และชีวิตมีคุณค่าแก่การดำรงอยู่
    ฉันฝันถึงความรักที่จะไม่สูญสลาย
    ฉันฝันถึงพระเจ้าที่กำลังให้อภัย
    Then I was young and unafraid
    When dreams were made and used,
    And wasted
    There was no ransom to be paid
    No song unsung,
    No wine untasted.
    ยามที่ฉันยังเด็กและไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
    ยามที่ฝันถูกสร้างและใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์
    ยามที่ไม่มีหนี้สินค่าไถ่ที่จะต้องจ่าย
    ยามที่ไม่มีเพลงไหนไม่เคยถูกร้อง
    ยามที่ไม่มีไวน์สักขวดที่ไม่เคยถูกลิ้มลอง
    But the tigers come at night
    With their voices soft as thunder
    As they tear your hopes apart
    As they turn your dreams to shame.
    แต่ฝูงเสือก็พากันมายามค่ำคืน
    และด้วยเสียงของพวกมันที่นุ่มเบาประหนึ่งเสียงสายฟ้าฟาด
    มันก็ฉีกทำลายความหวังเราออกจากกัน
    และมันก็ได้แปลเปลี่ยนความฝันของเราให้เป็นความอดสู
    And still I dream he’ll come to me
    And we will live our lives together
    But there are dreams that cannot be
    And there are storms
    We cannot weather…
    และฉันยังคงฝันว่าเค้าจะต้องมาพบฉัน
    และเราจะอยู่ร่วมกันจนตราบชั่วชีวิต
    แต่ก็มีความฝันบางอย่างที่ไม่อาจเป้นจริง
    และมีบางครั้งที่เราไม่สามารถจะคาดการณ์พายุและฟ้าฝนได้
    I had a dream my life would be
    So different from this hell I’m living
    So different now from what it seems
    Now life has killed
    The dream I dreamed.
    ฉันเคยฝันว่าชีวิตจะต้อง
    แตกต่างจากนรกที่ฉันกำลังอยู่นี้
    แตกต่างจากปัจจุบันที่มันเป็น
    บัดนี้ชีวิตของฉันได้ทำลาย
    ความฝันที่ครั้งหนึ่งฉันเคยฝันไปหมดแล้ว
    ราตรีสวัสดิ์พี่น้องชาวไทยที่รัก
    042009
    22.34 น.

  4. ได้ดูคลิปที่คุณอิทลงลิ้งคืไว้แล้ว ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนค่ะ ป้าแกสุดยอดมากเลย ทำเอากรรมการอึ้งไปเลย

    พี่วิทย์ อยากไปมั่งจัง แต่อดอีกแล้ว เซ็ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s