พาเหรดที่หายไป

หน้าม่านมายา กรุงเทพธุรกิจ 24 พ.ย. 2009 วิทยา แสงอรุณ

จริงๆ แล้วในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ใกล้ๆ กับงานลอยกระทง ในกรุงเทพฯ จะมีงาน “เกย์พาเหรด” จัดขึ้นที่สีลม และมักจะจัดกันวันอาทิตย์ตอนบ่ายๆ และพอถึงเช้าวันจันทร์ บนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ก็จะมีรูปภาพของงานนี้ ช่วยให้ข่าวในเช้าวันจันทร์ดูคึกคักไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นภาพผู้ชายนุ่งน้อยห่มน้อย ภาพสาวประเภทสองในชุดแฟนซีมีขนนกฟูฟ่อง หรือภาพรถขบวนมีคนยืนเต้นโหยงเหยงอย่างสนุกสนาน ส่วนภาพหนุ่มเกย์ไทยใส่ชุดไทย หรือสาวประเภทสองใส่ชุดไทยที่อยู่ในขบวนพาเหรด หนังสือพิมพ์เค้าไม่ลงหรอก เพราะดู “ทำ-มะ-ดา”

แต่ในปีนี้ คุณผู้อ่านสังเกตหรือเปล่าว่า ไม่เห็นจะมีข่าวเกย์พาเหรด และในช่วงปีสองปีมานี้ ไม่ค่อยจะได้ยินคำว่า เกย์พาเหรดหรือพาเหรดเกย์อีกแล้ว ยกเว้นพาเหรดที่เชียงใหม่ ที่คนใส่เสื้่อแดงออกมาเดินพาเหรดประท้วงแทน

แล้วงานเกย์พาเหรดที่สีลม หายไปไหน?

งานเกย์พาเหรดที่กรุงเทพฯ ในภาพรวมแล้ว ก็ไม่ใช่งานใหญ่โตขนาดการท่องเที่ยวเอาไปบรรจุ
ไว้ในปฏิทินเที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ ทั้งๆ ที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาดูกันเยอะ

และคุณคงจะไม่ได้สังเกตหรอก เพราะงานเกย์พาเหรด ไม่ใช่งานแห่บั้งไฟ หรืองานประเพณีใดที่มีคติ ฐานความเชื่อ หรือมีวัฒนธรรมหลักของชาติมารองรับ ทั้งๆ ที่งานเกย์พาเหรด คืองานสิทธิมนุษยชนแขนงหนึ่งที่เป็นสากล

พอไม่มีภาพงานนี้ในหนังสือพิมพ์เช้าวันจันทร์ ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร

โดยส่วนตัว ผมไม่ได้แอนตี้งานแบบนี้ ยังเคยไปช่วยเค้าจัดงานอยู่เลยครับเมื่อหลายปีก่อนโน้น แต่พอได้สัมผัส ได้รับรู้ และได้เรียนรู้ในเวลาต่อๆ มา ก้อบอกได้เลยว่า

ก้อ…มันไม่ใช่อ้ะ (คุณต้องทำเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อยเวลาพูด ไม่ถึงกับเหมือนคุณลิเดีย แต่จะได้ “ฟิว” มาก ลองทำดู)

ที่บอกว่า “มันไม่ใช่” ไม่ใช่เพราะงานเกย์พาเหรดไม่ดี ไร้สาระ ไร้ความหมาย หรือไม่สำคัญ แต่งานเกย์พาเหรดในกทม. ไม่มีทางจัดได้ใหญ่โตไปกว่ารถขบวนห้าคัน คนมาร่วมเดินในขบวนสักร้อย ไม่มีการปิดถนน มีแต่ปิดเลนๆ หนึ่ง ให้คนในขบวนเดินไป เต้นไป พร้อมๆ ไปกับยวดยานพาหนะทั่วไป รวมถึงรถเมล์ และแท็กซี่ เพราะตำรวจ ไม่ยอมให้ปิดถนน และขบวนแห่ที่มีปีละครั้งนี้จะหายวับไปในเวลาไม่ถึง 45 นาที ถ้าคุณโผล่มาดูช้้าไป

งานเกย์พาเหรดในกทม. จะไม่มีทางจัดให้ยิ่งใหญ่เหมือนในต่างประเทศที่เค้าปิดถนนทั้งถนน นับสิบๆ กิโล มีคนมาเดินในขบวนเป็นพันๆ คน และมีนักท่องเที่ยวบินมาดูเป็นหมื่น

ที่สีลม คนที่เดินอยู่ในขบวนเกย์พาเหรด ไม่ใช่ใครอื่น ส่วนใหญ่เป็นพนักงานของผับ บาร์ และผองเพื่อนที่อยู่ในย่านนั้นที่เค้ามีความสุขที่จะได้ทำ และตัวงานก็มุ่งเน้นการท่องเที่ยว
ในย่านสีลม และเหตุผลที่เขาจัดงานกันวันอาทิตย์ ก็เพราะวันเสาร์ ผับบาร์ของคนย่านนั้น เต็มอยู่แล้ว

อีกอย่างคนจัดก็ไม่ใช่คนไทย เพราะคนไทย ไม่รวมตัวกัน มีแต่เจ้าของธุรกิจซึ่งเป็นต่างชาติส่วนใหญ่แถวนั้น ซึ่งเห็นพ้องกันว่า งานเกย์พาเหรด ก็มีกันทุกประเทศ ประเทศไทยควรจะมี และอาจมีส่วนช่วยลดอคติทางเพศในสังคมไทย ช่วยทำให้คนเป็นเกย์มี “ที่ทาง” หรือมีพื้นที่ในสังคมได้บ้าง

ที่เกย์พาเหรดสีลม “ไม่เวิร์ค” ไม่ใช่เพราะคนไทยไม่รวมตัวกันอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ ในสังคมไทย เกย์ไทยไม่เคยโดนรังแกในระดับเดียวกับเกย์ในโลกตะวันตก ที่เดินๆ อยู่ ก็มีคนเอาไม้มาตีกบาล รุมตื้บ หรือโชคร้ายสุดๆ เดินๆ อยู่ ก็มีคนปืนมายิง

เกย์ไทย ไม่เคยเจอเหตุการณ์กดดันขนาดนี้ เกย์พาเหรดที่สีลมเลยไม่ได้มี “รากเหง้า” มาจากอะไรนอกจากช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในย่านนั้น และเป็นการรวมตัวกันแบบเฉพาะกิจ
ของเพื่อนๆ กัน

พาเหรดในต่างประเทศ เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกกดดันจากสังคม และความรู้สึกถึงสิทธิของตน
ที่ถูกปิดกีดกั้น สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานในจิตวิญญาณของคนที่ออกมาเดินในท้องถนนนับพันๆ และมีอาสาสมัครมาช่วยจัดงาน เตรียมงานกันเป็นปี

ในเมื่อเกย์ไทย ไม่ได้มีรากเหง้าความรู้สึกแบบเดียวกับเกย์ในตะวันตก ไม่ได้มีจิตวิญญาณอยากจะเรียกร้องอะไร และหลายๆ คน ก็รู้สึกว่า อยู่ๆ ไป ใช้ชีวิตไป ไม่ต้องทำอะไร ก็ดีอยู่แล้ว สังคมไทยไม่มีตีกบาลกันอย่างนั้น

เกย์พาเหรดที่่หายไปจากสีลม จึงไม่ได้ทำให้เกย์ไทยในกทม. ส่วนใหญ่รู้สึกเสียดาย หรืออยากจะให้มีการจัดขึ้นอีก
แต่เกย์พาเหรดที่เชียงใหม่ ไม่เหมือนกัน หลังจากโดนเสื้อแดงปิดล้อม ด่าทอ และขู่ทำร้าย ขัดขวางการเดินขบวนอย่างที่เห็นในข่าวแล้ว เหล่าเกย์ กะเทย ทอม ดี้ โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ จึงได้รับรู้รู้สึกถึงความรุนแรง และรู้สึกถึงว่า ทำไมเราไม่รวมตัวกันและต่อสู้กับความอยุติธรรมแบบนี้

แต่อย่างไรก็ตาม เกย์ไทยส่วนใหญ่ ไม่ได้รับรู้สึกไปด้วย ส่วนหนึ่งเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ จึงไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร แต่สาเหตุหลักแล้ว ก็เพราะคนอื่นๆ ในสังคม แม่ พ่อ ครู หรือเพื่อนในที่ทำงานไม่มีทางรู้ว่า ฉัันเป็นเกย์ แล้วฉันจะไปเรียกร้องอะไร ทำไม?

___________________________
วิทยา แสงอรุณ เป็นคอลัมนิสต์อิสระ เขาและเพื่อนจัดรายการอยู่คลื่น FM102 ทุกวันอาทิตย์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน ฟังรายการย้อนหลัง http://www.nationradio.co.th อีเมล์ vitayamail@gmail.com

17 thoughts on “พาเหรดที่หายไป

  1. หวัดดีครับพี่

    ไม่ได้เข้ามาเมนต์นานเยย

    ขอโต้ดดดดดดงับ พอดีช่วงปลายปีงานการทะลัก ทำแทบไม่ทัน

    *******

    ผมก็เพิ่งสังเกตนะครับว่า เกย์พาเหรดหายไป พออ่านๆไป เออ มันก็จริงแหะ เรื่องแบบนี้คงต้องใช้เวลาครับ ถ้าบรรยากาศเมืองไทยยังอยู่ดีมีสุขกับอาการคลุมเครือแบบนี้

    แต่หากวันใดสังคมเกิดอาการหมันไส้เกย์ขึ้นมา เช่น ปิดเวปปาล์ม ปิดแคมฟอกซ์ ปิดเธคย่านรัชดา ลำสาลี อตก. สีลม คอกวัว ปิดซาวน่า ปิดร้านนวด (ปิดอะไรๆ ก็ตามที่เพิ่งออกข่าวไปเมื่อเร็วๆนี้) แล้วเอารูปคนไปเที่ยว ไปใช้บริการ มาออกข่าว แล้วชอบกล่าวหาเกย์ทุกคนมั่วๆว่า ชอบฟรีเซ็กส์ ส่ำส่อน

    ไม่อยากคิดต่อ

    ***********

    มีใครสนใจไปดูหนังเรื่องเซ็งเป็ดที่ลิโด้(หรือเปล่า) กันมั้ยครับ

    พี่ยอดสนใจใหมครับ ไม่ได้เจอกันนานเยย ชวนพี่โหนก พี่ปริ้น พี่ยอดเล็ก โอปอ ไปดูกันมั้ยงับ

    • ว่าจะไปดูเหมือนกัน พอจะไป มีงานเข้าทุ้กที…
      ตอนนี้อ่านเคส Adam Lambert กับงาน American Music
      Award อยู่ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่…

  2. จริงๆแล้วส่วนตัวไม่ได้ยินข่าวพาเหรดนี้มาหลายปีแล้ว
    ยกเว้นที่เชียงใหม่นะครับ เพราะครึกโครมเหลือเกิน
    แล้วก็เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ว่าเพราะเกย์ไทยไม่รู้สึกว่าจะต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องอะไร เค้าไม่ลุกขึ้นมาตีกบาลก็ดีเท่าไหร่แล้ว

    อีกประการหนึ่ง ส่วนตัวแล้วลองมองลึกลงไปอีกขั้นว่า
    เหมือนกับว่าแท้จริงแล้วสังคมไทยก็ยังตั้งอยู่บนฐานคิดแบบ “ไตรภูมิ”
    คือยอมรับว่าชาติภพที่เกิดมาปัจจุบันเป็นเพราะผลกรรมจากอดีต
    และเราก็ไม่สามารถสลัดมันพ้นเพื่อไปสู่สถานะที่ดีกว่าในชาตินี้
    จำต้องประกอบบุญกุศลเพื่อให้ชาติหน้าได้เกิดมาในสถานะที่ดีกว่า
    พูดง่ายๆ คือยอมจำนนต่อชะตากรรมที่ได้กำหนดไว้แล้ว
    และสังคมคนรักต่างเพศก็เห็นว่าการเกิดเป็นคนรักเพศเดียวกันเป็นกรรมที่เคยทำไว้ แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย เว้นเสียแต่จะว่าให้ได้อายด้วยเพราะคิดว่าคนพวกนี้เลวมาแต่ชาติปางก่อน (นั่นคือไม่ได้ด่าเราที่เป็นคนรักเพศเดียวกัน แต่ด่าเราในชาติที่แล้วที่ทำอะไรไว้ถึงต้องเกิดมาไม่อยู่ในมาตรเดียวกันกับสังคมในชาตินี้) หรือไม่ก็เพื่อกดไว้ภายใต้วาทกรรมรักต่างเพศแบบชายเป็นใหญ่ ไม่ให้ได้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง
    ดังนั้น การยอมจำนนต่อชะตากรรมจึงเป็นวิธีคิดเฉพาะของคนในแถบภูมิภาคนี้ ทำให้งานเกย์พาเหรดไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่างจากประเทศในซีกตะวันตกที่มีฐานคิดมาจากมนุษยนิยม คือเชื่อว่ามนุษย์มีพัฒนาการไปสู่จุดสูงสุดได้ด้วยการกระทำของตัวเอง ดังนั้นการเรียกร้องความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันจึงเข้มข้นกว่า เกย์พาเหรดจึงยิ่งใหญ่และเหนียวแน่น เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เค้าก็จะกลายเป็นอมุษย์ไป

    ก็คงต้องกลับไปนอนคิดกันให้ดีๆ ว่าอยากมีเกย์พาเหรดที่ “ใช่” แต่ว่าต้องแลกมาด้วยความรุนแรง หรือว่าไม่ต้องมีก็ได้ แต่ต้องมีชีวิตที่ถูกกดขี่ กดทับ กดดัน จากมือที่มองไม่เห็นอย่างทุกวันนี้

  3. มีความพยายามที่จะรวบรวมคนไทย
    จัด Pride Parade

    แต่อย่างที่ผู้เขียนว่าไว้ คือ คนไทยไม่ค่อยรวมตัวกัน
    การแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
    จึงไม่มี –และดูท่าทีว่าคงเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน

    คนไทยที่รักเพศเดียวกัน ทั้งชาย/หญิง
    ยังคงคิดว่าจัดไปก็ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไร
    ทั้งที่ความจริงแ้ล้ว การแสดงออกทางสังคมของ
    คนรักเพศเดียวกันทั้งชาย-หญิง ล้วนแต่ส่งผล
    ต่อพฤติกรรม และการยอมรับของสังคม “ในทางที่ดีขึ้น”

    ย้อนกลับไปดูข่าวต่างๆ เกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน
    ในประเทศไทย ถ้าไม่มีการรวมตัวจัดกิจกรรมขึ้นมา
    เราคงไม่มีน้ำหนักในการเสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิ
    มนุษยชนไว้ในรัฐธรรมนูญ คงไม่มีโอกาสได้เสนอ
    ความเห็นในคำจำกัดความสำหรับผู้ได้รับการยกเว้น
    การเกณฑ์ทหาร

    …เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่รู้ว่าคนรักเพศเดียวกัน
    ในสังคมไทย ผื่นแผ่นดินไทยนั้นมีอยู่ และมีอยู่มากเกิน
    ที่คาดเดากันด้วย

    คงต้องรอสักระยะ สิบปี ยี่สิบปี หรือกว่านั้น
    เพื่อให้คนรักเพศเดียวกันในประเทศไทย ทั้งชายและหญิง
    ตระหนักว่า การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคมนั้น
    ส่งผลต่อ “ภาพลักษณ์” และ “ความมีตัวตน” ในสังคม
    มิใช่เพียงเพื่อแสดงออก แต่เป็นการปรากฎให้สังคมรับรู้
    ว่า “มีเรา” อยู่ร่วมสังคมเดียวกันกับทุกคน

    มิใช่เพื่อแสดงพลัง แสดงปริมาณ หรือการอวดโอ้ เพียงแค่นั้น

    ยังมีความหวังอยู่ว่า
    ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่ยอมรับความมีตัวตนของ
    คนรักเพศเดียวกัน ให้สิทธิที่ไม่ต่างจากเพศอื่น

    ให้คนไทยที่รักเพศเดียวกัน มีสิทธิที่จะจดทะเบียนได้
    ถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิที่จะมอบมรดกให้คนที่เขารักได้
    มีสิทธิอย่างไม่ต้องสงสัยที่จะให้คนรักเป็นผู้รับผลประโยชน์
    ในกรมธรรม์ประกันชีวิต

    เชื่อเถิดว่า ตราบใดที่สังคมไทยโดยรวมยังไม่รู้ หรือไม่
    รับรู้ว่ามีคนรักเพศเดียวกันอยู่ในสังคม กฎหมายต่างๆ ที่มี
    อยู่หรือกำลังจะมีในอนาคต จะไม่รองรับหรือพูดถึงคนรัก
    เพศเดียวกันในประเทศไทย

    …ตราบใดที่สังคมของคนรักเพศเดียวกันในเมืองไทย ยังรวมตัวกันไม่ได้เลย ตราบนั้น คนรักเพศเดียวกันในไทย ก็จะยังเป็นพลเมืองชายขอบ ที่ไม่อาจมีสิทธิและบทบาทได้แม้ขั้นพื้นฐาน ที่หลายคนยังคิดว่า นั่นเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตเขา

  4. ทำไมเราคิดแต่เรื่องพาเหรดกัน?
    เคยคิดเรื่อง ยุทธการดาวกระจาย
    เหมือนเสื้อเหลือง เสื้อแดง
    พี่ว่า เราควรสนับสนุนให้มีการจัดงาน
    ที่หลากหลาย และบ่อยๆ
    งานใหญ่ประจำปีงานเดียว และหากเป็นพาเหรด
    แบบเดิมเช่นนี้ ก็เหมือนย่ำอยู่กะที่นะ
    คิดว่าไงกัน?

  5. เปลี่ยนทัศนคติของสังคม นั้นยากหนักหนา
    แต่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปค่ะ สาวฯ เชื่ออย่างนั้น
    เราอาจไม่ได้เห็นในช่วงชีวิตของเรา
    แต่มันกำลังเปลี่ยนไปทีละนิดๆ

    ใยต้องรีบร้อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
    อะไรที่เปลี่ยนเร็วมักล่มสลายลงเร็ว

  6. อาทิตย์นี้เข้าหมวดวิชาการแฮะ โนคอมเมนต์ค่ะพี่ ไม่ถนัดจริงๆ

    พึ่งจะสังเกต ว่าพาเหรดที่สีลมหายไปจริงๆด้วย

  7. ยุทธการดาวกระจาย!!!
    โอ้ววว น่าสนใจอย่างยิ่ง
    คอนเสิร์ตเมื่อปลายปีที่แล้ว ถือเป็นดาวกระจายอย่างนึงมั้ยพี่
    โซ่ว่าเป็นการรวมพลังอย่างยิ่ง
    แต่เสียงยังไม่ดังเท่านั้นเอง

  8. ใช่ เกย์พาเหรดที่กรุงเทพฯ ภาพที่ออกสื่อมองไม่ค่อยเห็นแง่มุมสิทธิสักเท่าใดนัก
    ผมกำลังจะทำวิดีโอสั้นๆ เล่าเรื่องงานเกย์พาเหรดที่เชียงใหม่ที่ผ่านมา ให้คนรับรู้และเข้าใจความหลากหลายทางเพศ ควรบอกกล่าวในแง่มุมใด
    จะเล่าในด้านการเหยียดหยาม หรือความภูมิใจ หรือสิ่งใด หากใครมีไอเดียก็ช่วยแนะนำได้นะครับ
    (ขออภัยด้วย หากคอมเม้นท์เกินเลยขอบเขตบทความที่ตั้งไว้ สามารถบล็อคได้เลย ไม่โกรธ)

    • เรื่องเกย์พาเหรดที่เชียงใหม่
      มีความซับซ้อนของเรื่องราวอยู่นะ
      วิดีโอสั้นๆ อาจจะต้องเลือกประเด็น
      ให้ดี เพราะว่า จะเล่าเรื่องได่้ไม่ได้ทั้งหมด
      อยู่แล้ว ตาม format ของมัน
      และคนดูอาจมองด้านเดียว
      เพราะฉะนั้น ความเห็นพี่คือ
      ให้คนดูรู้ว่า กำลังจะหยิบยก
      ด้านใดมาเล่านะครับ

      คอมเม้นท์ไม่เกิน เกี่ยวกันอย่างแรงนะ :)

  9. ถึงพาเหรดจะหายไป
    ก็ไม่ได้หมายความว่า
    movement อันนี้จะมีอิทธิพลอะไรมากมายกับสังคมไทย

    เกย์พาเหรด ในบ้านเรา ก็แค่ entertainment เล็ก ๆ งานหนึ่งแค่นั้นเอง

    และบางทีก็ไม่ได้ช่วยเรื่อง tourism อะไรมากกมายด้วยซ้ำ
    เพราะ ท.ท.ท. ไม่ได้เล่นด้วยกับประเด็นนี้

    …………………..

    ประเทศในแถบเอเชีย ที่ เกย์-เลสเบี้ยน ยังแอบ ๆ กันอยู่
    มันคงเป็นไปได้ยากที่จะมีงาน เปิดเผยตัวเองกันขนาดนั้น
    เหมือนอย่างกะประเทศแถบ ยุโรป america
    ที่พวกเขามี งาน gay pride

    ………………..

    แต่คิดมั๊ยงว่า งานสัมนาประจำปี “สตรีศึกษา-ของธรรมศาสตร์”
    (ที่มักจะมีประเด็นเรื่องเกย์-เลสเบี้ยน เข้าไปแทรกตัวอยู่)
    จนตอนนี้ กลายมาเป็นงาน “เพศวิถึ” ซึ่งจัดมาได้
    ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว

    น่าจะเป็น movement อันหนึ่งที่มีความหมาย

    เพราะเป็นงานที่มีเนื้อหาในการพูดเรื่องความมีตัวตน
    ของคนรักเพศเดียวกัน – ในมิติต่าง ๆ

    movement มันอาจจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันก็ได้
    เหมือนอย่างที่ คุณวิทยา บอกว่า
    gay pride ก็เป็นแค่ form หนึ่งเท่านั้น

    คิดว่า … ประเทศในแถบเอเชีย (ถ้าไม่นับ australia ด้วยนะ)
    ประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศเดียว
    ที่กล้าเอาเรื่องเพศ มาคุยในที่สาธารณะได้
    (เอ… หรือน่าจะบอกว่า – ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว
    ที่คนในประเทศมีสิทธิ์ ทำเรื่องเพศ – ค้นคว้าเรื่องเพศ –
    แล้วเอามาพูดกันในพื้นที่สาธาณะ

    โดยเฉพาะอย่างอย่างยิ่ง เรามีงานที่สามารถ
    พูดคุยเรื่องเพศได้อย่างงาน “เพศวิถี”

    ซึ่งจัดได้มา 2 ปีแล้ว

    – – – ในขณะที่ประเทศในแถบเพื่อนบ้านเราอย่าง

    มาเลเซีย
    พม่า
    ลาว
    เขมร
    เวียดนาม

    จะมีโอกาสพูดเรื่องเพศ – อย่างที่เรามีสิทธิ์พูดกันบ้างไหม ???

  10. งานประชุมวิชาการประจำปีสตรีศึกษา มธ. ยังจัดอยู่เป็นประจำทุกปีนะครับ ยังไม่ได้กลายไปเป็นงานเพศวิถี ปีล่าสุดเป็นเรื่องผู้หญิงกับ nation-state ครับ ฝั่งเยาวชนศึกษาก็เป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ย้ายศูนย์กลางองค์ความรู้จากผู้หญิงมาเป็นเยาวชนเท่านั้น

    คิดว่างานเพศวิถีนี่ โครงการสตรีฯ มธ. น่าจะเป็นเจ้าภาพร่วมมากกว่า เท่าที่จำได้จะมีร่วมกับมหิดล สคส. PATH ศูนย์มานุษฯ และอื่นๆ อีกนะ

    ปล. โครงการสตรีฯ มธ. มีชื่อเต็มว่า “โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา” ครับ มีงานรับผิดชอบทั้งในส่วนสตรีศึกษาและเยาวชนศึกษา เข้าใจว่าตอนนี้กำลังเข็นงานด้านเยาวชนอยู่ เพราะส่วนของสตรีศึกษาเองนี่ก็เข็นกันมากว่า 20 ปีแล้ว

  11. ขอแจมด้วยนะครับ ในฐานะเป็นคนดูมานานและเคยมีส่วนร่วมอยู่บ้าง

    ที่พูดกันว่า ในเอเชียคงไม่มีที่ไหนจัดเกย์ไพรด์ได้ในแบบตะวันตก ก็ขอยกตัวอย่างเกย์ไพรด์ของไต้หวันเร็วๆ นี้ที่มีคนร่วมขบวนกว่าสองหมื่นคน
    http://www.fridae.com/newsfeatures/2009/11/01/9317.taiwan-pride-parade-sets-new-asian-record?n=sec

    หรือมะนิลาไพรด์ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ 1996 (ถ้าจำไม่ผิด) โดยหลายองค์กร LGBT ที่มีการทำงานอย่างเข้มแข็งในด้านการสร้างชุมชนและผลักดันนโยบายรัฐ

    ที่ยกตัวอย่างประเทศอื่น ไม่ใช่หมายความว่า เราต้องจัดพาเหรดตามเค้า เพราะมันก็เป็นแค่รูปแบบหนึ่ง แต่คำตอบของคำถามที่ว่าพาเหรดสีลมมันหายไปไหนมันน่าเศร้ากว่าการหายไปของพาเหรด

    ตราบใดที่ LGBT ไทยยังมีทัศนคติแบบเดิมๆ ยังไงก็คงจัดได้แค่พาเหรดที่เป็นเครื่องมือเรียกนักท่องเที่ยวหลอกเค้าไปเรื่อยๆ ว่าเมืองไทยคือสวรรค์ของเกย์กะเทย

    ชรช และ ญรญ ไทยเลือกที่จะแอบมากกว่าที่จะยืนยันในสิทธิของตนเอง ซึ่งมีผลมาจากความกดดันทั้งทางครอบครัว สังคม และวัฒนธรรม พาเหรดแต่ละครั้งอาจจะมีเกย์ไทยมาดูด้วยเยอะแยะไม่แพ้นักท่องเที่ยว แต่จะมีกี่คนกล้าร่วมในขบวน

    ถ้าจะให้เปรียบเทียบ เมืองฝรั่งเกย์ถูกตีหัวแตก แต่ไอ้เลือดสีแดงๆ นี่แหละ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเกย์ก็เป็นคนเหมือนกัน เลยลุกขึ้นเรียกร้อง หาทางแก้ไขความเจ็บป่วยของสังคม

    ส่วนบ้านเรา ไม่ถูกตีหัว แต่ถูกคลุมหัวไว้เหมือนกบในกะลา จนนึกว่าความมืดคือแสงสว่าง มีแต่เลือดตกในที่มองไม่เห็น

    จบข่าวด้วยความเศร้าแต่เพียงเท่านี้

    • ลี้น้อยเขียนแล้ว เห็นภาพชัดเจนเลยทีเดียว
      ถ้าเกย์ส่วนใหญ่ let live and let’s have fun
      กันอย่างเดียว ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น

      คนทำงานมักรำคาญคนไม่ทำงานให้สังคม
      คนไม่ทำงานก้อคิดว่า คนทำงาน “มากไป”
      เพราะอะไร?

      กิจกรรมพาเหรดอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้เปลี่ยนแปลง
      อะไร ทัศคติ เปลี่ยนยากพอๆ กับพฤติกรรม คิดว่าไงกันครับ?

      แล้วถ้าจะเปลี่ยนทัศนคติคน ต้องทำไงกันบ้าง?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s