จูบนี้คืนสนอง

หน้าม่านมายา 22 ธ.ค. 2009 วิทยา แสงอรุณ

ตอนที่อดัม แลมเบิร์ทคว้าหนุ่มคีย์บอร์ดมาแล้วจูบปากจ๊วบใหญ่ เขาบอกว่า ไม่รู้ตัว และไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะ “เพลงพาไป” ถ้าเป็นเวทีละคอนบรอดเวย์ หรือช่วงงานเกย์พาเหรด เขาคงไม่โดนกระแสโจมตีทั่วบ้านเมืองมะกันแบบนี้แน่ๆ

แต่ยกนี้เกิดบนเวทียักษ์ใหญ่ในงานแจกรางวัลประจำปีของ American Music Awards 2009 (AMA) เขาเป็นช่วงไฮไลท์ของงานที่ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ และมีการตีฆ้องร้องป่าวให้เตรียมจับตาดูการแสดงเพลงเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของนักร้องน้องใหม่ที่เพิ่งผ่านเวที Amercian Idol มาหมาดๆ

AMA จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน มาถึงธันวา กระแส ADAM-AMA ยังคงคุกรุ่นเมื่อเพิ่งเกิดเมื่อวาน และนายอดัมก็งานเข้าแทบทุกวันหลังจากผู้สื่อข่าวสำนักต่างๆ พากันลงข่าวว่า มีคนส่งเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐที่ดูแลกำกับสื่อกว่า 1,500 ราย

รายการทีวีบางรายโดยเฉพาะฟรีทีวีประกาศยกเลิกการแสดงสดของเขา อ้างว่า ถึงแม้ศิลปินคนนี้จะฮ็อตแค่ไหน ถ้าเกิดเขาไม่ทำตามแบบที่ซ้อมให้ดู แล้วดันไปเติมบทจูบ หรือบทอื่นใดเหมือนในงาน AMA จะพากันซวยเอา

บางรายการก็ยกเลิกเทปที่เตรียมออกอากาศไปเลย หรือบางกรณี ก็ขอเลื่อนการให้สัมภาษณ์ ต้องดูทิศทางลมซะก่อน ในบรรดางานปรากฏตัวของเขาผ่านช่องฟรีทีวี สถานี ABC โดนตั้งคำถามและเป็นข่าวครึกโครมมากที่สุดเพราะเป็นรายแรกที่ยกเลิก

เหตุการณ์ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อหน่วยงานที่ปกติแล้วจะออกมาปกป้องภาพลักษณ์ของคนเป็นเกย์ในสื่ออย่าง GLAAD (Gay & Lesbian Alliance Against Defamation) ยังแสดงความไม่เห็นด้วยที่นายอดัมทำอย่างนั้น นักวิจารณ์บางคนถึงกับบอกว่า ดาวรุ่งดวงนี้ดับ very soon แหงๆ

โดนของหนักอย่างนี้ ถ้าเป็นคนอื่น คงนอนซม ตาบวมอยู่กับบ้าน หรือไม่ก็รีบออกมากราบขอขมาผ่านสื่อไปเรียบร้อย แต่ไม่ใช่อดัม แลมเบิร์ต

ตอนประกวดแข่งขันร้องเพลง American Idol ในช่วงขาขึ้น นักร้องวัย 27 คนนี้ก็โดนภาพหลอนว่อนอินเตอร์เน็ต เป็นภาพที่เขาเคยจูจุ๊บกับหนุ่มวัยรุ่นอีกคน ตามข่าวบอกว่า เป็นแฟนเก่า ตอนนั้น American Idol เป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน เพราะผู้เข้าแข่งขันต้องเก็บคะแนนเรียกเสียงโหวตใกล้รอบสุดท้าย

เขาพาตัวหลุดกระแส “ปากต่อปาก” มาได้ เพียงแค่บอกเรียบๆ ตอบสื่อว่า เขายอมรับว่า ภาพนั้นเป็นตัวเขาเอง และเขาก็ไม่เคยปิดบังตัวเอง แถมยังรู้สึกดีกับสิ่งที่เป็นอีกด้วย เพียงแต่ คุณๆ ไม่ต้องไปสนใจอะไรกับภาพนั้น มาสนใจว่า ฉันจะแสดงอะไรบนเวทีจะดีกว่า

ในการให้สัมภาษณ์ช่วงนั้น เขาไม่ได้พูดซักคำว่า ผมเป็นเกย์ ในเมื่อยังไม่ได้คำตอบฟันธง สื่อก็ยังตั้งหน้าตั้งตารอว่า เมื่อไหร่นะจะยอมรับกับสาธารณชนว่า ตนเป็นเกย์ ซะที

อดัมมาพูดชัดๆ ว่า ตัวเองเป็นเกย์ ก็ตอนที่ลงหน้าปกหนังสือดนตรีเล่มดังโรลลิ่ง สโตน หลังจากที่รายการแข่งขัน American Idol จบลงแล้ว และเข้าวินเป็นที่สอง ทั้งๆ ที่ความสามารถของเขากับคนได้ที่หนึ่ง (Kris Allen) ห่างกันอย่างเห็นได้ชัด อดัมยอมรับว่า เขาแพ้ผลโหวต อาจเป็นเพราะเขาเป็นเกย์

งาน AMA คงจะสร้างผลสะเทือนให้นักร้องคนนี้ไม่น้อย แต่คงไม่ทำให้เขาล้ม

หลังงาน AMA จบลง อดัมสวนกลับว่า เขาไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างจากนักร้องหญิงคนดังอย่างตอนที่ มาดอนน่าหันหน้าไปจูบปากกับบริทนีย์ ในงานประจำปีรายการมิวสิควิดีโอของเอ็มทีวี เมื่อหกปีก่อน (ใครเคยได้ดู จะรู้ว่า หล่อนจูบปากจ๊วบใหญ่พอๆ กันกับรายการ AMA เชียวแหละ)

แต่นั่นเป็นหญิงจูบกัน ซึ่งผู้ชมทางบ้านที่เป็นหญิงและเป็นผู้ชายทั่วไปบางคนรับได้ และมีคุณผู้ชายหลายคนชอบดูคุณผู้หญิงจูบกันด้วย อย่าปฏิเสธ…

แต่ถ้าผู้ชายจูบกัน ผู้ชมไม่ค่อยได้เห็นกัน ยิ่งเป็นรายการแสดงสดบนเวทีที่มีลุ้นตลอด ไม่เหมือนกับรายการละครตอนกลางวันของบรรดาฟรีทีวียักษ์ใหญ่ที่เพิ่งจะสองสามปีมานี้ มีตัวละครเป็นเกย์ และจูบกันแซมๆ ให้เห็น ซึ่งมันให้ผลต่างกันในแง่การดูการชม

แต่สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ว่า ทำไมอดัมถึงโดนโจมตีหนักนัก ผมคิดว่า เป็นเพราะ หนึ่ง ในมุมมองบันเทิง เขาเป็นนักร้องน้องใหม่ ไม่ใช่เจ้าแม่ข้ามยุคอย่างมาดอนนน่าที่ถ่ายทอดงานมาแล้วสารพัดความแรง ทั้งภาพเซ็กซ์หมู่ ภาพนู้ด ภาพกระทำชำเราบนเวที เรียกได้ว่า หล่อนจับกระแสยุคสมัยได้อยู่หมัด ส่วนอดัมยังไม่มี “ราศี” จับ

สอง ในมุมมองเรื่องความเป็นเกย์ของเขา คนที่ไม่เห็นด้วยจะรู้สึกไม่พอใจเพราะคิดว่า ในเมื่อสังคมยอมรับให้ “เกย์คนนี้” เป็นนักร้องได้อย่างเปิดเผย ให้มีชื่อเสียง ให้มีผลงาน เรียกว่า ชั้นเพิ่งให้ “บัตรผ่าน” แกมา เพราะฉะนั้นก็อย่ามา “ล้ำเส้น” มากเกินไป

แต่ถ้าคุณผู้ชมพิจารณาในมุมมองความเท่าเทียมกัน คุณจะเห็นว่า สิ่งที่อดัมแสดงไม่ได้เกินเลยขอบเขตแต่อย่างใด เพียงแต่ คนดูที่ส่งจดหมายไปร้องเรียนหน่วยงานกำกับดูแลนั้น “ยังไม่ชิน”

ว่างๆ ลองเปิด ดูงานเก่าๆ สมัยเอลวิส เพรสลีย์​เพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ พร้อมกับท่า “ควงสะโพกโยกหน้าหลัง” ของเขาสิครับ สมัยนั้น เอลวิสโดนโจมตีพอๆ กัน

อ้อ…ต่างกันที่ เอลวิส เป็นผู้ชาย แต่อดัมเป็นเกย์

___________________________
วิทยา แสงอรุณ เป็นคอลัมนิสต์อิสระ เขาและเพื่อนจัดรายการอยู่คลื่น FM102 ทุกวันอาทิตย์ สี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน ฟังรายการย้อนหลัง http://www.nationradio.co.th อีเมล์ vitayamail@gmail.com

21 thoughts on “จูบนี้คืนสนอง

  1. homophobia มีทุกที่ แม้แต่ในสังคมที่เปิดกว้างอย่างอเมริกา

    http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bee-zeen&group=4

    ไปอ่านคอมเมนต์บทความก้องพีมา เห็นพี่วิทย์ว่า จะตามไปดู เลยเอาลิ้งค์มาลงไว้ให้ค่ะ

    ส่วนนี่เป็นกระทู้ที่รวมกระทู้ทั้งหมดที่พี่โอ อนุชิตมาตอบในพันทิป

    http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8689823/A8689823.html

    คอมเมนต์บรรทัดเดียว นอกนั้น ของฝากล้วนๆ เหอะๆ

  2. พี่วิทยา ปาร์ตี้เป็นไงมั่ง
    ขอโทษทีครับที่ไม่ได้ไป เพราะว่าโซ่เองก็ไปเก็บข้อมูลอยู่
    กว่าจะเสร็จก็ 3 ทุ่ม ไปไม่ทันซะแล้ว
    ส่วนเรื่องนัดสัมภาษณ์นั้นรอได้ครับพี่

    ส่วนตัวนะครับ เรื่องอดัมเนี่ย
    คิดว่าสังคมที่ยอมให้ผู้ชาย(รักต่างเพศนะ) ชี้ถูกชี้ผิด
    มีอำนาจประหนึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอย่างนี้
    เพศอื่นๆ ก็คงไม่มีวัน “ดีเลิศประเสริฐศรี” อย่างเพศชาย(รักต่างเพศ)
    แม้กระทั่งผู้หญิงที่เค้าว่ากันว่าเกิดมาคู่กับชาย ก็ยังอยู่ในสถานะที่ต้องยอมผู้ชายทุกอย่าง ผู้หญิงจะถูกยกย่องว่าคุณค่าก็ต่อเมื่อเป็นไปตามความคาดหวังของผู้ชาย ขณะที่ผู้หญิงบางคนก็กลายเป็นวัตถุทางเพศไปซะงั้น ยิ่งพวกเธอ gone wild ไปได้เท่าไหร่ ผู้ชายยิ่งชอบ แต่แค่ชอบดูนะ ไม่ได้จะเอามาทำเป็น “เมีย” และ “แม่”

    ขนาดผู้หญิงยังถูกจัดเรทกันขนาดนี้ แล้วชายรักชายนี่ ผู้ชายเหล่านั้นคงรู้สึกว่าสูญเสียอำนาจของศูนย์กลางจักรวาลไปก็ได้นะ เพราะว่าความรู้สึกที่ว่าผู้ชายจะเป็นชาย ก็ต้องคู่กับผู้หญิง แต่ก็ดันมีผู้ชายอีกกลุ่มนึงที่ไปคู่กับผู้ชายด้วยกันเอง ก็เลยรู้สึกเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี เสียบรรทัดฐานความเป็นชาย เกย์ทำให้ความเป็นชายหม่นหมอง ก็เลยเกลียดกลัว เพราะว่ามันสั่นคลอนอำนาจของ”ความเป็นชาย”

    ถ้ามันเป็นไปตามนี้… ผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้ชุดความคิดแบบนี้ ก็คงเดือดเนื้อร้อนใจไม่ใช่น้อย เมื่อ “ความเป็นชาย” ที่พวกเขาเทิดทูนบูชา ถูกหยามบนเวทีเช่นนี้ คงคล้ายๆ กับพวกคนที่กรี๊ดๆ กันเวลาเห็นมิวกับโต้งจูบกันใน “รักแห่งสยาม”

    แหม… ถ้าไม่เคยเห็นผู้ชายจูบกัน ก็เห็นซะสิ อีกหน่อยจะได้ชิน

    • ที่จริงเกย์นี่มีอำนาจมากเหมือนกันนะ
      เพราะทำให้ ความเป็นชาย หม่นหมอง
      และรู้สึกเดือดร้อนได้ นี่คงเป็นสิ่งที่ธรรมชาติ
      สร้างมา ใครจะมีอำนาจล้นฟ้า ก็ต้องมีใคร
      บางคน ไปเคาะประตูแล้วบอกว่า
      นี่คุณๆ เบาๆ หน่อย

  3. คิดว่าเราต้องจูบกันบ่อยขึ้นแล้วล่ะ สื่อจะได้ชิน นี่ขนาดสื่ออังกฤษนะ มาจูบที่บ้านเราคงโดนห้ามเข้าประเทศ อ่ะ มาจูบกันเร็ว!!!

    …………………………………………………
    It started out with a kiss
    How did it end up like this
    It was only a kiss, it was only a kiss

  4. อีกนิด ปีนั่นที่ มาดอนน่าจูบบริทนีย์ จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่จะรู้เท่านั้น ทั้งๆที่มาดอนน่าจูบทั้ง คริสติน่า และ บริทนีย์ และคาดว่ามันอยู่ในตอนซ้อมด้วย ตอนนั้น บริทนี่ย์กับจัสตินเลิกกัน แล้ว บริทยนี่ย์กับมาดอนน่าก็ทำ เพลง me against the music ด้วยกัน ที่งาน MTV กล้องจับเฉพาะที่ มาดอนน่าจูบบริทนีย์ แล้วตัดมาที่ จัสติน แม้กระทั่งข่าวเช้ารุ่งขึ้น ก็พูดถึงแต่ มาดอนน่าจูบบริทนีย์ แต่ไม่พูดถึง มาดอนน่าจูบคริสติน่าเลย

    เป็นเหตูให้คิดว่า จูบของ อดัมไม่ได้อยู่ในตอนซ้อม แล้วสื่อเขียนในด้านนี้คงขายได้ดีมากกว่า

    ข้อความด้านล่างจาก the insider แล้วถ้าใครไม่ได้เห็นว่ามาดอนน่าจูบทั้งสองสาว ก็ ดูที่ ลิงค์ ยูทูบ youtube ด้านล่างนี้ นาทีที่ 3.45

    http://www.theinsider.com/news/2281397_Xtina_Aguilera_Says_No_Thanks_To_Britney_s_Circus_Tour

    “While Christina Aguilera has always been the better singer of the two, Britney Spears has been the one who had the complete package. Britney has always been the one that people care more about. When both of them kissed Madonna at the 2003 MTV Video Music Awards, the kiss with Britney Spears made headlines and the kiss with Christina Aguilera was barely mentioned.”

    http://www.theinsider.com/news/2281397_Xtina_Aguilera_Says_No_Thanks_To_Britney_s_Circus_Tour

  5. มองได้หลายมุมนะครับ ในเมื่อตอนนั้นเขาเพิ่งโปรโมตอัลบัมของตัวเองด้วยแนวดนตรีและเนื้อหาที่ค่อนข้างแรงถ้ามองเป็นการแสดงมันก็ไม่ได้เกินเลยไปนัก แต่อาจจะเป็นเพราะผมมองจากสายตาเกย์จึงรับได้ แต่ถ้ามองในแง่ของความเหมาะสมกับงาน (AMA) และการพยายามสร้างกระแสหรือจุดสนใจมันก็ค่อนข้างแรงไปนิด แต่อย่างน้อยก็มีผมคนนึงละที่หันมาสนใจเขาแล้ว …หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาแค่ต้องการบอกคนดูว่า
    Hey! It just FOR YOUR ENTERTAINMENT

    • วันก่อนนั่งดู DVD บริตนีย์พูดถึงมาดอนน่าแล้วก็การแสดงจูจุ๊บของทั้งคู่
      รู้สึกว่า อะไรๆ มันก็ marketing & PR ทั้งน้านน

  6. พี่ยอดครับ เกรทครับ ขอเบอร์พี่หน่อยได้มั้ยอ่ะ อยากคุยด้วยครับ ของผม 081 937 0696 ยิงมาก็ได้นะครับ เด๋วโทรกลับ อ้อ ตอนนี้อยู่เมืองไทยแล้วเน่อ กลับมาได้พักใหญ่

  7. แอม ก็เคย จู จุ๊บ กะ มาช่า แล้วก็ จุ๊บกะ ใหม่ใน concert

    แต่ไม่เห็นเป็นข่าวเลย

    ตอนข้าพเจ้าเห็น ยัง surprise สุด ๆ เหมือนกัน

  8. เห็นด้วยกับความเห็นที่ 4 ของพี่วิทยาครับ ผมขออ้่างคำพูดของนักเขียนชื่อดัง Geisel ที่ผมชอบนะครับ

    Be who you are and say what you feel, because those who mind don’t matter and those who matter don’t mind.
    — Theodor Seuss Geisel

  9. อ่ะพึ่งเห็น update เรื่อง แอม มาช่า ใหม่ เค้าก็ PR กันนิดนึง ใหม่กับมาช่าเค้า เกาเหลามาตั้งแต่สมัยเล่นวังน้ำวน เป็นมานานมาก แล้ว แอมกับใหม่ก็สนิทกัน แอมกับช่าก็สนิทกัน แอมไม่ค่อยเขียนเพลงให้นักร้องคนไหนโดยตรงก็เขียนเพลงให้มาช่าด้วย แล้วก็เป็นแฟนกับพี่ชายของมาช่า [ตอนนี้ไม่ทราบนะค่ะ เพราะกำลังตามข่าว Lady Gaga copy เสื้อผ้า Roisin Murphy] ช่วงนึงที่มี Album SEVEN ของ Grammy Grand มี 7 สาวมารวมใน Album เดียวกัน เพลงกลับมาหาเพื่อน ที่สามสาวร้องด้วยกัน เป็นการ PR ล้วนๆ ที่ต้องแก้ข่าวเกาเหลา โดยเนื้อข่าวในก็แอม เป็นคนจับให้สองคนคุยกัน แต่ลึกไปใต้ตะเข็บ นิสัยคนไทยเรื่องมันนานแล้ว ช่างมันเต๊อะ อีกอย่างสังคมไทย ผู้หญิงจูบกันเล็ก อย่างใน clip ก็มองว่ามาช่า เป็นลูกครึ่ง ใหม่ก็นักเรียนอังกฤษ ส่วนแอมพี่ให็ก็ดอกไม้เหล็ก เก๋ เก๋ แล้วกลุ่มนี้เค้ารุ่นใหญ่เขียนข่าวนี้ตงไม่ช่วยขายหนังสือซุบซิบ เหยี่ยวข่าวคงตื่นมาฟังรายการวิทยุตอนเช้า แล้วบ่ายไปตาม เย็นปั่นข่าว เช้าวางแผง

  10. ส่วนเรื่อง Lady Gaga กับ Roisin Murphy ปีนี้ก็ได้ designers ดังสองฝ่ายหนุนให้แรงแข่งกันทั้งเพลงทั้งเสื้อผ้า แต่ท่าท่าง Lady Gaga จะเหนือกว่าเพราะเลย และเข้าตรงไปซะทุกที ไม่แน่ she อาจจะมี single กับ Paris Hilton เร็วๆ นี้ สองสาวพูดออกสื่อที่งานของ Nokia

    ส่วนเรื่อง Designers, Collection Spring – Summer 2010 Alexander McQueen ใช้เพลงของ Lady Gaga ส่วน Viktor & Rolf ชวน Roisin Murphy มันร้องกันสดๆ Róisín Murphy จะดังในวงการ Electro’ Music ใน club จะฮิตมาก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s