“Gay Romance” นิยายสุดโปรดของแม่บ้านอเมริกัน

gay romance books

หน้าม่านมายา: “Gay Romance” นิยายสุดโปรดของแม่บ้านอเมริกัน
30 มีนาคม 2010 วิทยา แสงอรุณ

คุณเอ็มมี่ ฟรอส พยาบาลสาวจากฮาวายบอกว่า เธออ่านนิยายแนว Gay Romance ราวๆ 15-20 เล่มต่อเดือน (อะไรจะปานนั้น?)

“เวลาผู้ชายหล่อๆ สองคนถูไถกันไปมา ชั้นว่า มันเซ็กซี่จะตาย” เธอให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร LA Weekly เมื่อเร็วๆ นี้

นิยายแนว “เกย์โรแมนซ์” กำลังกลายเป็นอาหารจานใหม่ของนักอ่านชาวอเมริกันตั้งแต่ผู้หญิงวัยทำงานจนถึงแม่บ้านทั่วไป อายุระหว่าง 31-49 ซึ่งต่างจากตลาดของไทยนะครับ การ์ตูนญี่ปุ่นและนิยายเกย์วัยรุ่นมีนักอ่านที่ชื่นชอบเป็นวัยรุ่นเสียส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เป็นวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงาน เพราะตอนเรียนมัธยม พวกเธอก็อ่านการ์ตูนเกย์และนิยายแนวนี้จนติดงอมแงม

จริงๆ แล้ว นิยายแนวเกย์โรแมนซ์ของอเมริกันมีทั้งส่วนต่างและส่วนเหมือนกับเนื้อหาของการ์ตูนเกย์ญี่ปุ่นในแง่เนื้อหาและการนำเสนอ และที่แน่ๆ ก็คือ ทั้งนิยายเกย์โรแมนซ์อเมริกันและการ์ตูนเกย์จากญี่ปุ่นล้วนแล้วแต่มีผู้หญิงอ่านเป็นส่วนใหญ่ และเขียนโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะมีเกย์มาอ่าน

ก้อเค้าไม่ได้จับตลาดเกย์นี่…

แล้วทำไมตลาดนี้ถึงโตวันโตคืน?

คุณผู้อ่านที่เป็นผู้ชายอ่านบทความนี้แล้วอาจจะงงๆ นะครับ แต่ลองนึกทบทวนดูนิดนึง คุณเคยชมหนังโป๊ที่ผู้หญิงสองคนมีอะไรกันมั่งใช่มั๊ย แล้วคุณรู้สึก “ฮ็อต” เปล่า? น่านแหละครับ นักวิจารณ์ให้ทัศนะว่า ผู้หญิงที่ชอบอ่านนิยาย “Gay Romance” ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายที่ชอบดูหนังโป๊!

แต่ก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นไปทั้งหมด ด้วยส่วนหนึ่ง ตลาดนิยายโรแมนซ์มูลค่ามโหฬารของสหรัฐมีผู้หญิงครองแชมป์เป็นผู้อ่านกลุ่มใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว เกินกว่า 90% ของนิยายประเภทนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นิยายแนวเกย์โรแมนซ์จะค่อยๆ เบียดตัว และถีบตัวเองขึ้นเป็นดาวเด่น แถมมาแรง ชวนติดตามซะด้วย

“Publishers Weekly” นิตยสารทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจหนังสืออเมริกัน เคยมีรายงานฉบับหนึ่งออกมาว่า กระแสตอบรับนิยายแนวนี้แรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับ และค่อนข้างจะร้อนขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดก็หลังจากหนังเรื่อง Brokeback Mountain ออกฉาย (2005) และเพิ่งปีที่แล้วนี่เอง ค่ายหนังสือชื่อดังที่ผลิตนิยายแนวโรแมนซ์ชาย-หญิงทั่ว่ไปอยู่แล้วอย่าง Running Press ก็เพิ่งตัดสินใจจับตลาดนี้อย่างจริงๆ จังๆ

แนวทางการตลาดของค่ายนี้ก็น่าสนใจทีเดียวครับ เขาเรียกนิยายแนวนี้ว่า “M/M” ซึ่งจะมีเนื้อหาสนุกสนาน พาฝันและมีความโรแมนติก

ตัวละครชายสองตัวจะมีความแมนด้วยอาชีพการงาน อย่างตำรวจ (มีเกย์แมนๆ เป็นตำรวจอยู่เยอะ) หรือไม่ก็ เป็นอาชีพที่มีความน่าตื่นเต้นแนวผจญภัยอยู่ในตัว เช่น นักสืบ ทนายความ บางแนวทางก็อาศัยจินตนาการสูงส่ง อย่าง “อาชีพแวมไพร์” หรีือเป็นอาชีพกัปตันเรือรบผู้เก่งกล้า แต่แล้วก็กลับมาศิโรราบให้กับนายทหารฝ่ายศัตรู…ซะฉิบ

หนังสือแนวเกย์โรแมนซ์ ไม่ได้เป็นหนังสือแนว “Erotica” ที่เน้นการบรรยายฉากร่วมรักซู่ซ่า อ่านแล้วเหงื่อซึมตามเนื้อตัว แต่จะเน้นฉากรักโรแมนติก แนว “softcore” แต่ก็ไม่หน่อมแน้ม ล่องลอย ไร้การบรรยายอย่างลุ่มลึกที่จะช่วยพาคุณผู้อ่านที่เป็นผู้หญิงให้ “ร้อนๆ” ตามไปด้วย

ผู้บริหารของ Running Press บอกว่า ตำแหน่งทางการตลาดของนิยายแนวเกย์โรแมนซ์จะอยู่ในกลุ่ม
“นิยายโรแมนซ์” นั่นแหละ และถึงแม้ว่าจะมีฉากรักเร่าร้อนแนว “อีโรติก” ปน แต่ก็ไม่ได้ฮาร์ดคอร์จนเกินไป

นักเขียนหญิงท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นคุณแม่ลูกสองเล่าว่า เธอต้องใช้ชื่อผู้ชายในการเขียนหนังสือแนวนี้ เพื่อให้ดูน่าตื่นเต้นสำหรับผู้อ่านและถึงแม้แฟนคลับของเธอรู้ว่า เธอเป็นผู้หญิง ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไร เธอเล่าขำๆ ว่า ตอนที่สำนักพิมพ์หนึ่งรับพิจารณางานของเธอ สำนักพิมพ์แนะว่า น่าจะใส่ฉากร่วมรักอีกซักสี่ฉากนะ ถึงจะพิมพ์ให้

บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การที่ผู้หญิงหันมาเขียนนิยายแนวชายรักชาย และมีผู้อ่านที่เป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ เป็นภาพสะท้อนของข้อจำกัดตัวตนของการเป็นผู้หญิง เพราะอะไร? เพราะผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้ทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่การที่ผู้หญิงเขียนหนังสือ หรืออ่านหนังสือที่มีตัวละครเป็นผู้ชาย และ “กล้า” ที่จะรักกัน ถือเป็นการปลดปล่อยทางเพศ และทางอารมณ์ของผู้ถูกบังคับชีวิตส่วนหนึ่ง

หากจะมองในแง่เนื้อหาหลักแล้ว เกย์โรแมนซ์ ก็ยังคงความเป็นโรแมนซ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการพื้นฐานทางธรรมชาติของผู้อ่านเพศหญิงอยู่ดี โดยเนื้อหาของหลายๆ เรื่องแล้ว จะพบว่า ผู้ชายสองคนจะประสบกับความยากลำบาก ต้องต่อสู้ฟาดฟัน “กว่าเราจะรักกันได้” และเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงตอนจบ ก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ “Happily ever after” ก็เป็นสิ่งที่สมปรารถนาของผู้หญิงเช่นกัน ไม่ต่างอะไรจากโรแมนซ์ชายหญิงนี่นา?

ใช่ครับ แต่การสร้างตัวละครสองตัวเป็นชายทั้งคู่ และตกหลุมรักกันนั้น ถือว่า สร้างความหฤหรรษ์ทางกามารมณ์อย่างหนึ่ง นักวิเคราะห์บางท่านกล่าวว่า เวลาเราอ่านอะไร เราก็นำตัวเราไปแทนที่ตรงนั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ผู้หญิงสามารถที่จะ “เข้าถึง” อารมณ์และแรงปรารถนาที่บรรยายอยู่ในหนังสือนั้นเช่นกัน ถึงแม้ตัวละคอนทั้งสองคนนั้น ไม่มีคนหนึ่งคนใดเป็นผู้หญิง หรือแสดงอาการเป็นผู้หญิงเลย

“อารมณ์โรแมนซ์ ในตัวมันเอง เป็นอารมณ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิงอยู่แล้ว” นักทฤษฎีท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็น
และที่น่าสนใจก็คือ การที่ผู้หญิงถูกสอนให้เป็นผู้ตามเสมอ และเป็นผู้ฟังที่ต้องเชื่อฟังเสมอแม้กระทั่งยามอยู่บนเตียง เพราะฉะนั้น สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน เวลาได้ดูหนังโป๊ หลายกรณีอาจพบว่า พวกเธอจะคิดไปว่า เป็นผู้หญิง ยังไงๆ ก็คือ “ผู้ถูกกระทำ” หรือเป็นเพียง “เครื่องรองรับอารมณ์” ของผู้ชาย ผู้หญิงมักจะตกเป็น “เบี้ยล่าง” ในความสัมพันธ์กับผู้ชายอยู่เสมอ

จุดนี้เอง อาจช่วยอธิบายได้ว่า การที่ผู้หญิงหลายคนชอบอ่านนิยายแนวเกย์โรแมนซ์ ก็เป็นเพราะพวกเธอไม่รู้สึกโดยลดทอนความเป็นตัวตน หรือริดรอนสิทธ์ และอำนาจ แต่ในทางกลับกัน เธอรู้สึก ตัวเองมี power ขึ้นมาเช่นกัน

ตลาดนิยายเกย์โรแมนซ์ ในประเทศไทยกำลังค่อยๆ ขยายตัวขึ้นนะครับ ถ้าคุณเคยอ่านนิยายที่เขียนให้อ่านกันตามเว็บ ด้วยการจับตัวละครชายที่มีอยู่ในหนัง หรือในหนังสือชื่อดัง มาตกหลุมรักกัน นั่นแหละ โรแมนซ์ดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น
………………………
วิทยา แสงอรุณ เป็นคอลัมนิสต์อิสระ และผู้จัดรายการวิทยุ Bangkok Radio For Men, FM 102 สี่ทุ่ม ทุกวัน อาทิตย์ http://www.facebook/vitayas

8 thoughts on ““Gay Romance” นิยายสุดโปรดของแม่บ้านอเมริกัน

  1. น่าสนใจครับ เดี๋ยวลองไปหามาอ่านดู

    น่าจะเป็นข่าวดีนะครับ แต่ยังสงสัยว่าผู้หญิงที่ชอบอ่านเรื่องแบบนี้จะยอมรับเกย์ในชีวิตจริงได้รึเปล่า

  2. พี่วิทย์ดูตีสิบตืนนี้ด่วน วิทวัสเอาอีกแล้วอ่ะ
    รายการนี้สมควรได้รับรางวัลส่งเสริมความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเกย์ดีเด่นเลยล่ะ
    ดูไปด่ามันไป เซ็งจริงๆ

    • น้องจิม ดูแล้ว ตอนนี้กำลังดำเนินการ
      ขอเข้าพบ โปรดิวเซอร์ กับคุณวิทวัส
      อยุ่ ใครมีเบอร์คุณวิทวัส ช่วยแจ้งด้วย
      มีเบอร์คุณโปรดิวเซอร์แล้ว

  3. “สวัสดดีครับทุกคน” ผมมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือครับ
    คือผมไปรู้จักน้องคนหนึ่งน้องเขาชื่อว่า น้องมิค น้องเขาเป็นคนที่เรียนดีมากแต่ทางบ้านไม่มีเงินจะส่งให้น้องมิคเรียนต่อได้ และแม่ของน้องมิคก็ยังเป็น โรคมะเร็งอีก ผมฟังน้องมิคเล่าชีวิตของเขาบอกตรงๆ ว่าสุดจะรันทส เลยทีเดียว ใครไม่เดือดร้อนแบบนี้บ้างไม่รู้สึกลอก บางคนชีวิตมีพร้อมทุกอย่างทำตัวฟุ่มเฟือยอยากทำอะไรทำ อยากซื้ออะไรซื้อ ผมบอกตรงๆว่าผมไม่รู้จะช่วยน้องเขาอย่างไร ถ้าท่านได้อ่านข้อความนี้แล้วอยากจะช่วยน้องเขาจริงจริง
    ช่วยโพสข้อความที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นให้ด้วยนะครับ หรือถ้าท่านอยากจะช่วยบริจาคเป็นเงินด้วยบัตร ATM ก็บริจาคมาที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขา ถนนนาคนิวาส
    บัญชีเลขที่ 918-0-06679-8 และ ณ. ที่นี้ ผมต้องขอขอบคุณแทน
    น้องมิคด้วยนะครับ
    และถ้าท่านอยากจะช่วยน้องมิคจริงจริง ให้ท่านโพสข้อความดังกล่าวหรือโอนเงิน ก่อนวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
    เพราะต้องเอาเงินไปเป็นค่ารักษาโรคมะเร็งของแม่น้องมิค ส่วนเงินที่เหลือก็เป็น ทุณการศึกษาของน้องมิคต่อไป
    ผมต้องขอขอบคุณ ที่ยังมีคนที่ใจดีอีกมากมาย ในขนะที่ตอนนี้บ้านเมือง ยังวุ่นวายเพราะความคิดที่แตกต่างกัน ก็ขอให้รักกันไว้ดีกว่า เพราะยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่อีกมาก “ก็อย่างกรณีของน้องมิคไงครับ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s